เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 การอวดเบ่งที่มองไม่เห็น

บทที่ 14 การอวดเบ่งที่มองไม่เห็น

บทที่ 14 การอวดเบ่งที่มองไม่เห็น 


หลังจากถูกหลี่ซวินฮวนทำให้เสียศูนย์

จิตใจของถังรั่วโยวที่บอบบางอยู่แล้วก็ถูกหลี่มู่ตอกย้ำจนแหลกเป็นเสี่ยงๆ

จากที่เคยอยู่สูงเสียดฟ้า ตอนนี้กลับตกลงสู่หุบเหวลึกสุดกู่ จิตใจของถังรั่วโยวตกต่ำจนยากจะบรรยาย

แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับ แต่ในโลกของ ฤทธิ์มีดสั้น เธอไม่มีอะไรเลยจริงๆ

ที่สำคัญก็คืออสังหาริมทรัพย์กว่ายี่สิบหลังของเธอยังอยู่ในอีกโลกที่ห่างไกล

ต่อให้เธอขนพวกมันข้ามมิติมาได้ก็คงยังสู้หลินซืออินไม่ได้อยู่ดี

หลินซืออินมีคฤหาสน์ขนาดใหญ่ทั้งหลังที่เคยเป็นจวนของอดีตขุนนางระดับสูง

...

เทียบกับคนอื่นแล้วเธอแทบอยากตาย!

สุดท้ายเธอก็ต้องยอมรับว่าเธอเป็นแค่ไก่อ่อนที่ทั้งจนและโง่แถมยังไม่มีวิชายุทธ์!

แม้แต่หลินซืออินที่เป็นหญิงแต่งงานแล้วเธอก็ยังเทียบไม่ได้เลย!

ไฟแห่งความเย่อหยิ่งของถังรั่วโยวดับลงทันทีจากสุดขั้วด้านหนึ่งไปอีกขั้วหนึ่งอย่างสิ้นเชิง

“หลี่เสี่ยวไป๋ ฉันไม่มีค่าอะไรเลยจริงๆเหรอ?”

“ไม่ใช่หรอก” หลี่มู่ตอบ

ดวงตาของถังรั่วโยวเป็นประกายขึ้นมา

“งั้นฉันมีข้อดีอะไรบ้าง?”

เธอราวกับคนจมน้ำที่ต้องการฟางเส้นสุดท้ายมาช่วยพยุงตัวเอง

หลี่มู่ยิ้มอย่างมั่นใจ

“คุณมีผมไง”

ถังรั่วโยวถึงกับสะอึกก่อนจะกลอกตาใส่เขาสุดแรง

“ถังรั่วโยว อย่าลืมว่าผมทำงานอะไร!” หลี่มู่หัวเราะ

“จำไว้ว่าคุณไม่ใช่ผู้เดินทางข้ามมิติที่แท้จริง คุณมาเพื่อทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงและผมคือ ผู้เติมเต็มฝันแห่งหมื่นโลก ที่จะช่วยให้คุณทำสำเร็จ! มีผมช่วยไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”

“จริงด้วย!” ถังรั่วโยวเหมือนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทันที เธอฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

“ฉันจ่ายเงินไปแล้ว ฉันเป็นลูกค้านะ! คนที่ต้องรีบกังวลไม่ใช่ฉัน แต่มันคือคุณต่างหาก!”

หลี่มู่ส่ายหน้าก่อนจะเดินไปนั่งลงที่โต๊ะ เทน้ำชาลงถ้วยแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด หลังจากให้ลำคอชุ่มชื้นแล้วจึงพูดว่า

“ที่ผมมาหาคุณก็เพื่อเรื่องนี้แหละ คุณแค่ต้องทำตามที่ผมบอกแล้วไม่ว่าเป็นหลินซืออินหรือซุนเสี่ยวหงก็ไม่ใช่ปัญหา คุณจะสมหวังแน่นอน”

“ต้องทำยังไง?” ถังรั่วโยวถาม

“คุณทำไปแล้วนี่” หลี่มู่ตอบเรียบๆ

“อะไรนะ?” ถังรั่วโยวขมวดคิ้วสงสัยไปหมด

“คืนนี้คุณสามารถยอมรับสถานะของตัวเองได้ นั่นแหละคือความร่วมมือที่ดีที่สุดแล้ว” หลี่มู่ยิ้ม

“ที่เหลือปล่อยให้ผมจัดการเอง”

“นี่คุณ…!” ถังรั่วโยวถลึงตาใส่เขาด้วยความโมโหก่อนจะพูดออกมาได้สองคำ

“ไอ้บ้า!”

“กินข้าวแล้วรีบนอนพักเถอะ” หลี่มู่หัวเราะไม่ใส่ใจ

“เสื้อผ้าที่เปลี่ยนใหม่ผมให้งูดาวเตรียมไว้แล้ว พรุ่งนี้เช้าเขาจะเอามาให้ที่ห้องคุณสบายใจได้ คืนนี้จ๋าเมิ่งกับอวี๋เอ้อร์เซิงพักอยู่ห้องข้างๆ คุณปลอดภัยแน่นอน”

พูดจบหลี่มู่เดินออกจากห้องและอุตส่าห์ใจดีปิดประตูให้ด้วย

...

จริงๆแล้วหลี่มู่ตั้งใจมาหาถังรั่วโยวเพื่อวางแผนการในขั้นตอนต่อไป แต่พอได้เห็นระดับสติปัญญาของเธอแล้วเขาก็ตัดสินใจละทิ้งความคิดเดิมทันที

แทนที่จะปรึกษาเธอสู้ทำเองเลยยังจะดีกว่า!

ปล่อยให้เธอเป็นแจกันงามๆไปก็พอแล้ว

ส่วนศัตรูที่ขวางทางภารกิจของเขาไม่ว่าจะเป็นหลินซืออินหรือใครก็ตามต้องถูกกำจัด!

นอกจากนี้เขาต้องทำลายภาพฝันและแนวคิดความรักของหลี่ซวินฮวนให้สิ้นซาก

ลูกผู้ชายต้องรู้จักถือและปล่อยวาง คิดถึงเมียเพื่อนอยู่ตลอดเวลามันจะไปเหมาะสมอะไรกัน!?

ในสายตาของหลี่มู่ หลงเซี่ยวอวิ๋นตั้งตัวเป็นศัตรูกับหลี่ซวินฮวนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

ที่สำคัญที่สุด...

ชื่อเสียงของถังรั่วโยวก็ต้องถูกผลักดันให้ขึ้นมา การเป็นแค่คนนอกที่ไม่มีใครรู้จักเป็นอุปสรรคใหญ่ เธอจำเป็นต้องมีตัวตนที่เหมาะสมกับหลี่ซวินฮวน!

หนทางยังอีกยาวไกลจริงๆ!

...

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งที่ทางเดินหลี่มู่ก็เคาะประตูห้องของงูดำ

ไม่นานนักงูดำเปิดประตูออกมาพร้อมสีหน้าประหลาดใจก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่ง

“คุณชายไป๋วางใจได้ ข้ารับรองว่าจะทำให้สำเร็จ”

“ไม่ใช่แค่สำเร็จ แต่ต้องรวดเร็วด้วย” หลี่มู่กล่าว

“ก่อนที่เราจะไปถึงสำนักซิงอวิ๋นจวง ข้าต้องได้ข้อมูลชุดแรกมาก่อน”

“ขอรับ!” งูดำตอบรับหนักแน่น

“ข้าจะออกเดินทางคืนนี้เลย”

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลี่มู่และพวกซื้อรถม้าใหม่เพื่อเตรียมเดินทางไปยังสำนักซิงอวิ๋นจวง

แต่แผนการก็ไม่เคยตามทันความเปลี่ยนแปลง

เพราะอากาศหนาว ความหวาดกลัวและความเครียดสะสม ถังรั่วโยวป่วยหนักจนแทบลุกจากเตียงไม่ได้ ตัวร้อนจัดจนเพ้อออกมาเป็นระยะๆอุณหภูมิร่างกายของเธอสูงถึงสี่สิบองศา

“น่ารำคาญจริง!” หลี่มู่ยืนขมวดคิ้วมองเธอที่นอนซมอยู่บนเตียง

“คุณชายไป๋ อาการของคุณหญิงถังเกิดจากการได้รับลมเย็น ร่างกายของนางอ่อนแอมาก หากไม่รีบรักษาเกรงว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต” จ๋าเมิ่งวิเคราะห์อาการของถังรั่วโยวด้วยความเป็นกังวล

“เรือนของหมอเม่ยต้าซืออยู่ไม่ไกลจากที่นี่” อวี๋เอ้อร์เซิงเสนอขึ้น

“พวกเราอาจไปขอยาจากเขาได้”

“คุณชายไป๋ หมอเม่ยต้าซือเป็นพี่ชายของ เม่ยเอ้อร์เซิง ฝีมือการแพทย์ของเขาไม่ด้อยไปกว่าน้องชายเลย” งูขาวเสริม

“ข้ารู้” หลี่มู่ตอบรับเสียงเรียบ

เรือนของเม่ยต้าซือถือเป็นจุดสำคัญของเนื้อเรื่องเช่นกัน ที่นั่นเป็นที่ที่หลี่ซวินฮวนทำให้หลงเซี่ยวอวิ๋นโกรธแค้นด้วยการทำลายพรสวรรค์ของลูกชายเขา หลงเสี่ยวอวิ๋น นั่นเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เรื่องราวใน ฤทธิ์มีดสั้น ดำเนินต่อไป

แต่ในตอนนี้...

เพราะคำแนะนำของเขา ทุกคนหลีกเลี่ยงการเข้าพักที่โรงเตี๊ยมของจื่อเมี่ยนเอ้อร์หลาง ทำให้หลี่ซวินฮวนไม่ถูกวางยา

หากหลี่ซวินฮวนไม่โดนพิษก็ย่อมไม่มีเหตุผลให้เดินทางไปที่เรือนหมอเม่ย

เมื่อไม่มีการเดินทางไปที่นั่นหลงเสี่ยวอวิ๋นก็จะไม่ถูกหลี่ซวินฮวนทำลายพรสวรรค์และโครงเรื่องทั้งหมดก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม

ถึงแม้ว่าหลี่ซวินฮวนจะไม่ไป แต่หลงเสี่ยวอวิ๋นก็น่าจะเดินทางไปที่นั่นอยู่ดี

หากเขาพาถังรั่วโยวไปตอนนี้มีโอกาสสูงที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับหลงเสี่ยวอวิ๋นแทนหลี่ซวินฮวน

หลี่มู่หัวเราะเบาๆ ตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้เขาแย่งซีนทั้งหลี่ซวินฮวนและอาเฟยมาตลอด จะให้เขาแย่งทุกอย่างไปเรื่อยๆเลยหรือไง?

คิดไปคิดมาเขาตัดสินใจไม่พาถังรั่วโยวไปพบหมอเม่ย

เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจของเขาโดยตรง!

แถม...

ถึงแม้ว่าหลงเสี่ยวอวิ๋นจะยังเด็ก แต่เขาก็เจ้าเล่ห์และอำมหิตเกินกว่าที่จะเป็นพันธมิตรที่ดีได้ ถ้าจะหาพันธมิตรจริงๆควรไปคุยกับพ่อของเขา หลงเซี่ยวอวิ๋นโดยตรงจะดีกว่า

“ไม่ต้องหรอก แค่หวัดธรรมดา ข้ามียาอยู่” หลี่มู่ปฏิเสธข้อเสนอของอวี๋เอ้อร์เซิงก่อนจะหยิบยาแก้ไข้และยาปฏิชีวนะออกมาจากกระเป๋าแล้วบังคับให้ถังรั่วโยวกินลงไป

หวัดอาจเป็นโรคร้ายแรงสำหรับคนในยุคนี้ แต่สำหรับคนจากยุคปัจจุบันแล้วมันแทบจะเป็นเรื่องเล็กๆที่ใครๆก็เป็นกันปีละสองสามครั้ง

หลี่มู่ยืนยันความคิดของตัวเอง

แน่นอนว่าจ๋าเมิ่งและพวกไม่คิดจะทัดทานอะไร พวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับหลี่มู่ แต่เพราะเกรงกลัวพลังแปลกๆและภูมิหลังอันลึกลับของเขาจึงต้องกลายมาเป็นองครักษ์ให้

สำหรับพวกเขานั่นถือว่าน่าอับอายมากพอแล้ว

ถึงพวกเขาจะไม่คิดทรยศหลี่มู่ในตอนนี้ แต่ก็ไม่มีทางคิดถึงความปลอดภัยของเขาอย่างแน่นอน

และ...

ในใจของจ๋าเมิ่งและอวี๋เอ้อร์เซิงพวกเขาคิดเหมือนกัน ถ้าหลี่มู่ไม่มีเบื้องหลังที่น่ากลัวพวกเขาก็ต้องหาทางฆ่าเขาเพื่อล้างแค้นแน่ๆ

คำพูดของผู้ใหญ่ถ้าไม่ฟังก็ต้องรับผลของมันเอง

ถังรั่วโยวตายได้ยิ่งดี!

ความคิดของพวกเขาเต็มไปด้วยเจตนาร้าย!

แต่...

พวกเขาประเมินประสิทธิภาพของยาในยุคปัจจุบันต่ำเกินไป

หลังจากกินยาไปไม่กี่ชั่วโมง ถังรั่วโยวก็เริ่มมีเหงื่อออกหลายรอบและเมื่อถึงเที่ยงวันอาการไข้ของเธอก็แทบหายไปจนหมด แม้จะยังมีอาการหวัดเล็กน้อย แต่เธอก็สามารถเดินได้เองตามปกติ

สิ่งที่พวกเขาได้เห็น

ทำให้จ๋าเมิ่งและพวกถึงกับช็อกไปตามๆกัน

ความหวาดกลัวต่อหลี่มู่ทวีคูณขึ้นอีกระดับ

แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดหากเป็นไข้และป่วยหนักก็มักต้องใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดวันกว่าจะหายดี หากโชคร้ายเจอหมอที่ไร้ฝีมืออาจลากยาวไปเป็นสิบวันหรือครึ่งเดือนหรือแย่กว่านั้น...อาจเสียชีวิตเลยก็ได้

แต่ไอ้หมอนี่…แค่ใช้ยาไม่กี่เม็ดก็ทำให้คนฟื้นตัวได้ในหนึ่งถึงสองชั่วโมง!?

แม้แต่หมอเทวดาเม่ยเอ้อร์เซิงก็คงเทียบไม่ติด!

ไม่แปลกใจเลยที่เขาดูถูกวิชาแพทย์ของตระกูลเม่ย!

ที่แบบไหนกันนะที่สามารถฝึกฝนสัตว์ประหลาดแบบนี้ออกมาได้!?

พวกเขาจะกล้าท้าทายกับสิ่งนี้จริงๆเหรอ!?

จ๋าเมิ่งและอวี๋เอ้อร์เซิงสบตากันก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองอาจจะก้าวขึ้นเรือโจรที่น่ากลัวเกินไปเสียแล้ว…

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 14 การอวดเบ่งที่มองไม่เห็น

คัดลอกลิงก์แล้ว