เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 ค่ำคื่นที่ดีที่สุด ตั้งแต่ที่ผมถูกส่งมายังโลกใบใหม่

ตอนที่ 29 ค่ำคื่นที่ดีที่สุด ตั้งแต่ที่ผมถูกส่งมายังโลกใบใหม่

ตอนที่ 29 ค่ำคื่นที่ดีที่สุด ตั้งแต่ที่ผมถูกส่งมายังโลกใบใหม่


" นะ-นี่มัน.. " (มาโกโตะ)

มือของผมสั่นไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ตอนนี้คือช่วงเวลา 19:00 ในตอนกลางคืน.. เป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะ ที่คนทั่วๆไปจะรู้สึกหิวหลังจากแบ่งสัมภาระกันอย่างรวดเร็ว

ผมก็ได้เลือกโรงแรมที่จะเช่า เสร็จแล้วก็เดินไปรอบๆเมืองในตอนนั้น ผมเดินไปตรวจสอบสินค้าในร้านค้ามากมายในตัวเมือง พร้อมๆกับเดินชมเมืองไปในตัวด้วย จนในที่สุดก็กลับมาที่โรงแรม..

สักพักหนึ่ง พวกเราก็ได้รับการติดต่อมาจากทางกิลด์การ์ด ซึ่งคุณ 'โทอา' มอบให้แก่พวกเราเมื่อผมกดลงไปในตำแหน่งที่กำลังกระพริบ ก็ได้มีข้อความถูกเขียนขึ้นมากลางอากาศ ดูเหมือนว่าวิธีการสื่อสารด้วยการเขียนของผม จะถูกนำไปใช้ทั่วโลกอยู่ก่อนแล้วสินะ?

ความบังเอิญมันช่างน่ากลัวจริงๆมันเริ่มเข้าใกล้เส้นทางการดำเนินเรื่อง ในรูปแบบแฟนตาซีมากขึ้นทุกทีแล้วส่วน 'โทโมเอะ' นั้นยังไม่ได้กลับมาสำหรับงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นในคืนนี้ มันคงจะดีกว่าถ้าหากเธอไม่ได้อยู่ร่วมด้วย

ดังนั้นมันค่อนข้างจะส่งผลประโยชน์ต่อตัวผมไม่มากก็น้อยพวกเรายืนยันตำแหน่งของร้านอาหารที่จะจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างเร่งรีบ แล้วก็เดินออกมาจากโรงแรมอีกครั้งยังไงก็ตาม พวกเราจะดูถูกกิลด์การ์ดพวกนั้นไม่ได้เลยมันมีฟังก์ชันบางอย่าง ติดมาพร้อมกับการ์ดของคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางกิลด์ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างเช่นถ้าหากมันมีสถานการณ์บางอย่าง ที่ทางกิลด์จำเป็นจะต้องยึดเงินของคุณไป ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้รับเงินคืนกลับมา แต่คุณจะยังสามารถใช้การ์ดของคุณในการซื้อสินค้าต่างๆได้..

นี่มันบัตรเดบิตชัดๆเลยแล้วคุณก็สามารถส่งข้อความในระยะทางที่จำกัด ให้แก่คนที่เป็นสมาชิกของกิลด์และกำลังเดินไปมาอยู่ในตัวเมืองได้อีกด้วย.. อุปกรณ์สื่อสารไร้สายในโลกของดาบและเวทมนตร์!การที่คุณสามารถสื่อสารด้วยเสียงและการเขียนระยะไกลได้ มันน่าประทับใจมากจริงๆ

แล้วยังมีอีกฟังก์ชันหนึ่งที่ทำให้ผมตกใจ คือระบบอ้างอิงและแสดงข้อมูล 'มาโมโนะ' และวัตถุดิบหลากหลายชนิด จากแร่ไปจนถึงพืช.. ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในการ์ดมันมีมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าอยากรู้อะไรก็มาหาเอาในนี้ได้เลยทุกๆคนครับ!

การจะได้รับฟังก์ชันพวกนี้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมนิดเดียวเท่านั้นเองครับ! พวกคุณควรจะเอาเป็นแบบอย่างบ้างนะครับ บริษัทขายโทรศัพท์มือถือ!แถมการบริการก็ยังไม่มีค่าธรรมเนียมตายตัวอีก.. อาจต้องจ่ายนิดหน่อยก็จริง แต่มันก็ถูกซะจนเหมือนกับว่าไม่ต้องจ่ายอะไรเลยด้วยซ้ำ!

นี่มันเอาใจผู้บริโภคเกินไปแล้ว!ถ้าหากผมไปที่กิลด์ครั้งต่อไป ผมควรจะถามข้อมูลเกี่ยวกับฟังก์ชั่นพวกนี้ให้ละเอียดมากขึ้นสินะนี่คือสิ่งที่ผมได้ยินมาจากคุณ 'โทอา'  ในตอนที่เธอขอให้ผมติดต่อไปหาเธอ.. ดูเหมือนว่ามันจะมีการบริการระดับพรีเมี่ยม ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วยเช่นกันยิ่งไปกว่านั้น.. ฟังก์ชันของมันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ตามแรงค์ของคุณอีกด้วย!

ไม่ดีแล้วๆ.. เหมือนผมจะถูกครอบงำซะแล้ว..แต่โทรศัพท์มือถือน่ะ เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างติดมากในโลกใบเดิม.. ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกดีใจขึ้นมานิดหน่อยที่ได้รู้ว่า มีอะไรคล้ายๆกันอยู่ที่โลกใบนี้ด้วยแต่ด้วยเหตุผลนี้

แล้วก็เหตุผลนั้น.. คุณ 'โทอา' เลยให้พวกเรายืมกิลด์การ์ดของเธอ เพื่อให้พวกเราสามารถนัดเจอกับพวกเขาได้โดยไม่หลงทางกิลด์การ์ดมันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับเธอมากนี่นา ผมควรจะขอบคุณเธอจริงๆแล้วเธอก็ลังเลนิดหน่อยนะ ที่จะเอามันให้กับพวกเรา แต่ว่า..ถ้าหากเป็นผม ผมคงจะไม่ยอมให้ใครยืมมือถือของผมแน่ๆ

ตอนนี้ 'มิโอะ' กำลังเดินไปพร้อมกับผม พวกเราเดินผ่านถนนซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยกลิ่นอันหอมหวลมันคือกลิ่นของอาหาร.. พูดให้ถูกกว่านี้ก็คือ กลิ่นของการทำอาหาร

หญิงสาวที่เดินอยู่ข้างๆผม มองไปมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น.. เธอเดินตามผมมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมๆกับถูกอาหารหลากหลายชนิดรอบๆตัว ครอบงำจิตใจจากกลิ่นที่โชยมาเมื่อเดินมาถึงบริเวณที่มีกลิ่นอันหอมหวานบางอย่าง

พวกเรามองเห็นป้ายซึ่งมีกระดูกของสัตว์ร้าย และข้อความที่เขียนว่า 'เนื้อหั่น' ถูกเขียนอยู่บนป้าย.. นี่คือจุดนัดพบชื่อร้านนั้นเขียนตรงไปตรงมา ผมค่อนข้างชอบชื่อแบบนี้มากเลย

และหลังจากที่พวกเราเดินเข้าไป ผมก็มองเห็นพวกเขาพวกเขาอาบน้ำแล้วก็เตรียมตัวกันพร้อมแล้ว?พวกเขาทุกคนสวมใส่เครื่องแต่งกายแบบง่ายๆ ซึ่งไม่มีอุปกรณ์และชุดเกราะที่เกี่ยวข้องกับนักผจญภัยเลย...

อืม~ พวกเขามีรสนิยมดีกันทุกคนเลยเหรอ?!หรือเป็นเพราะว่า.. หนุ่มหล่อและสาวสวยจะดูดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใส่อะไรก็ตาม? ไม่ยุติธรรมสำหรับผมเลย!ผมเองก็ควรจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน..

จริงด้วยสิ.. ผมไม่มีชุดที่ใช้สำหรับเดินในเมืองหรือว่าออกล่าเลยนี่นาผมควรจะไปหาซื้อตอนที่ยังอยู่ในเมืองนี้ดีไหมนะ? ในอนาคต ผมอาจจะได้ไปร่วมงานเลี้ยงยามราตรี หรือไม่ก็การติดต่อพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจอะไรสักอย่างก็ได้

ดังนั้นเสื้อผ้าน่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกันอย่างน้อยที่สุด ผมอยากจะสร้างภาพลักษณ์ของการแต่งตัวให้ดูดี เพื่อใช้มันหักล้างกับใบหน้าของผมแต่ยังไงผมก็ยังมีท่าไม้ตายเก็บไว้อยู่นะ ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร..

ผมเรียกมันว่า 'ปล่อยทุกอย่างให้เสมียนจัดการ'แต่ว่านะ.. ผมไม่รู้เลยว่าโลกนี้เขานิยมแต่งตัวกันยังไง! เพราะไม่ว่าพวกเขาจะใส่อะไร พวกเขาก็ยังคงหล่อและสวยกันมากอยู่ดี!

มันอาจจะเป็นเพราะว่า ผมมีดวงตาไว้ตรวจจับความสวยงามก็ได้จากระยะของสายตา ผมมองเห็นอาหารและเครื่องดื่มถูกเตรียมไว้รอแล้ว.. ผมเดินไปหาจุดที่พวกเขาอยู่ ด้วยการเดินที่ไม่ค่อยมั่นคงเพราะอาหารที่วางอยู่ตรงนั้น

ผมเห็นสิ่งนั้นวางอยู่.. ผมเคยคิดแต่เพียงว่า จะได้เห็นมันแค่ในความฝันเท่านั้น.. แค่ชื่อของร้านก็ทำให้ความคาดหวังของผมสูงขึ้นมากแล้วนะ.. แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะมีอะไรแบบนี้!.. ผมกลับมาสู่ความจริงอีกครั้งสิ่งที่อยู่ในมือของผม.. มันคือ!เนื้อมังงะ!

[*Manga Meat: น่าจะเป็นเนื้อที่มีหน้าตาน่ากินเหมือนในมังงะ/การ์ตูน/อนิเมะ อะไรทำนองนั้นมั้งครับ?]

[*ประมาณนี้? ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ 55 ]”

สิ่งที่ลูกผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน!ไม่สิ.. สิ่งที่มนุษยชาติทุกคนใฝ่ฝัน!

" โอ้! สุดดยอดดดดด! " (มาโกโตะ)”

ผมทนอยู่นิ่งๆโดยไม่โวยวายไม่ไหวแล้ว! ปฏิหาริย์จริงๆ! ผมดีใจจริงๆที่ผมถูกส่งมายังโลกแห่งนี้!

[*เปลี่ยนใจเร็วจังนะ ฮ่าๆ ]

" คุณไรโด คุณชอบมันมากเลยเหรอคะ? " (โทอา)”

เธอไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่ผมพูดออกมาหรอก

"ขอบคุณมากแมลง"”

แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเดาได้ว่าผมมีความสุขมากแค่ไหน

" ในประเทศของผม มันเป็นอาหารที่น่าหลงใหลมากเลยหล่ะ " (มาโกโตะ)

" อ๋า.. ขอบคุณคะ.. ฮี่~ แต่ว่าที่นี่.. มันค่อนข้างเป็นอาหารที่ธรรมดามากเลยนะค่ะ " (โทอา)”

เธอกำลังมองมาที่ผมด้วยความสงสัย คนอื่นๆเองก็เช่นกันว่าแต่.. ผมไม่รู้สึกเลยนะว่า คนที่เป็นเผ่าเอล์ฟจะชอบกินอาหารจำพวกเนื้อ? แล้วก็เผ่าดวอร์ฟไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับความเชื่อหรอกเหรอ?แต่พวกเขากลับกินมันได้อย่างปกติ? หมายความว่า.. ที่แห่งนี้ผมสามารถกินเนื้อมังงะได้เต็มที่เลยสินะ!อร่อยเหาะไปเลย! ไม่สิ.. ผมยังไม่ได้กินมันเลย.. ถ้าหากมันรสชาติห่วยแตกหล่ะก็ ผมจะอาละวาดแน่ๆ คอยดู!

" งั้นเหรอ.. แต่ผมชอบมันมากๆเลยหล่ะ! ผมรู้สึกได้เลยว่า คืนนี้จะต้องสนุกมากแน่ๆเลย! " (มาโกโตะ)”

ผมวางเนื้อไว้ที่เดิมชั่วคราว.. พวกเราเดินไปยังที่นั่ง ซึ่งถูกจองไว้ด้วยพวกเราที่ร้านแห่งนั้นที่นั่งซึ่งถูกเรียงขนานกันสองแถว แถวนอกนั้นมี 'รินอน' และเอล์ฟหญิงนั่งอยู่.. ทางฝั่งของรินอนนั้น ดูเป็นสุขมากเลย... สักวันหนึ่ง ผมอยากจะหาเพื่อนสักคน ที่อยู่ด้วยแล้วไม่ได้เป็นสุขแค่ภายนอก แต่เป็นสุขทั้งภายใน..ผมนั่งลงตรงนั้น

" เอาหล่ะ! ในเมื่อทั้งสองคนมาถึงที่นี่แล้ว ก็เริ่มงานเลี้ยงกันเถอะ! "

" โอ้~! "

" หิวมากเลย! "

" ...เหมือนกัน หิวมาก "

" ท้องของ 'รินอน' ร้องมานานแล้วค่ะ! " (รินอน)”

วิธีการพูดของรินอน มันทำให้ผมนึกถึงเผ่าพันธุ์เอล์ฟตัวเล็กๆ

" ถ้าอย่างนั้น.. สำหรับการเดินทางมาถึงซึเงะ และการพบกันของพวกเรากับคุณ 'โรโด' และท่าน  'มิโอะ' ! คัมปาย! " (โทอา)

" คัมปาย! "”

และงานเลี้ยงฉลองก็ได้เริ่มขึ้นแน่นอนว่าผมไปหยิบเนื้อมาแล้ว ส่วนเครื่องดื่มก็คือสาเก ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับเบียร์.. มันเรียกว่าเอลรึเปล่านะ?ยังไงก็ช่างเถอะ เพราะมันเป็นแอลกอฮอร์ที่ถูกปากผมมากเลยที่โลกนี้

อายุเท่าไหร่ถึงจะดื่มแอลกอฮอร์ได้กันนะ? ประเทศก็แตกต่าง เผ่าพันธุ์เองก็เช่นกัน.. ผมเลยไม่รู้ว่าควรจะใช้อะไรเป็นตัวอ้างอิงดีในอีกความหมายหนึ่งคือ คุณจะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการงั้นเหรอ?

คิดแบบนี้น่าจะสมเหตุสมผลที่สุดสินะผมกัดเนื้อแห่งความฝันเข้าไปเต็มปาก*กรวมนี่มัน... อร่อย! อร่อยมาก! โคตรอร่อยยยยย~!ว้าว.. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ทั้งหน้าตาแล้วก็รสชาติ จะสูงถึงระดับตำนานได้ขนาดนี้! ด้วยอาหารประเภทนี้ ผมคงจะต้องพูดกับมีดและส้อมว่า 'ลาก่อน' สินะ เพราะผมคงจะไม่ได้ใช้พวกมันอีกแล้ว!

แย่แล้ว.. ผมปลื้มใจมากจนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา..

" คุณ 'ไรโด'  กำลังร้องไห้อยู่เหรอครับ?! "”

ชายหนุ่มกล่าว.. ความรู้สึกที่เป็นสุขถึงขนาดนี้ คนอื่นๆบนโลกนี้ก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกน้ำตาแต่ละหยดนี้ มีแต่ผมเท่านั้นที่จะเข้าใจ

" เหมือนที่ผมบอกไปเมื่อกี้.. ในประเทศของผม อาหารชนิดนี้คือความฝันของพวกเรา.. ยังไงก็ตาม นี่ถือเป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ลองกินเนื้อชนิดนี้! ผมรู้สึกตื้นตันใจมากจนถึงกับร้องไห้ออกมา... ขอโทษด้วยนะครับ " (มาโกโตะ)”

ผมยกสาเกที่เหมือนกับเบียร์ขึ้นมาดื่มอีกครั้ง.. โอ้! ความรู้สึกมันกระจายไปทั่วร่างเลย!และหลังจากนั้น ผมก็หยิบเนื้อดังกล่าวขึ้นมาถือทั้งสองข้าง และเริ่มกิน!

" 'มิโอะ'  ได้โปรดสั่งเนื้อชนิดนี้มาเพิ่มให้ที " (มาโกโตะ)”

หลังจากเขียนบอก 'มิโอะ' ไปแบบนั้น ผมก็เริ่มกินต่อไป แล้วก็ต่อไป...

" ช่างเป็นวิธีการกินที่สุดยอดจริงๆ.. "

" คุณชอบมันมากจนร้องไห้เลยเหรอ? "

" ...เป็นวิธีการกินที่หยาบคายจริงๆ "

" ฉันเข้าใจค่ะว่าอยากจะสั่งเพิ่ม แต่ว่าฉันเองก็อยากจะกินเนื้อแบบนั้นบ้างเหมือนกันนะคะ.. เหลือไว้ให้ฉันกินบ้าง?! " (มิโอะ)”

บ้ารึเปล่า ยังไงเธอก็กำลังจะไปสั่งเพิ่มอยู่แล้ว ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ.. แถมตรงนั้นก็ยังมีสลัดจานยักษ์ เนื้อ อาหารทะเล แล้วก็อื่นๆอีกเยอะเลยไม่ใช่เหรอ?ในจำนวนนั้นมีอาหารอื่นๆอีก ที่ผมจัดอันดับว่า

"โคตรอยากลองกินเลย~!"”

เพราะมันหน้าตาเหมือนอาหารในอนิเมะและมังงะ!อ่า~ ผมมีความสุขจริงๆเลย~

[*ลืมความแค้นกับแมลงแล้วเหรอ? ]

" อ่าฮะๆ! วิธีการกินของเขามันเจ๋งสุดๆไปเลย! ขนาดในหมู่ดวอร์ฟเองยังไม่มีใครกินแบบนั้นเลย! วันนี้ฉันก็จะขอกินด้วยแล้วกัน! ขอเป็นคนเลี้ยงทั้งหมดเอง! "”

พูดแบบนั้นคิดจะจ่ายค่าอาหารทั้งหมดเองเหรอครับ คุณดวอร์ฟสาว? จริงๆผมวางแผนไว้ว่า จะเป็นคนจ่ายเองทั้งหมดนะ

" ไม่ปล่อยให้เธอจ่ายคนเดียวหรอก.. ในสถานการณ์แบบนี้ พวกเราน่าจะหารสี่กันมากกว่านะ เพื่อตอบแทนและขอบคุณ สิ่งที่ท่าน 'มิโอะ' และคุณ 'ไรโด' มอบให้แก่พวกเรา "

" จริงด้วยสิ เป็นความคิดที่เจ๋งไปเลย! โอเค! ชนแก้วแล้วกินกันเถอะ! "”

ดวอร์ฟสาวคนนี้ร่าเริงจริงๆเลยแฮะ...หืม? ผมรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องผมอยู่?มิโอะ..? ไม่สิ.. มาจากเอล์ฟสาวหรอกเหรอ?ตอนนี้ 'มิโอะ' กำลังกินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อยอยู่เต็มกระพุ้งแก้ม พร้อมๆกับใบหน้าที่เต็มไปด้วย      ความสุข.. แถมเธอก็สดไปแล้ว 3 แก้วอีกต่างหาก

และจานของเธอเองก็มีอาหารอยู่หลากหลายชนิด เธอคงจะมีความสุขมากสินะ แต่ก็ดีแล้วหล่ะ..ยังไงก็ตาม.. หรือว่ามารยาทในการกินอาหารของผมจะแย่ในสายตาของคุณเอล์ฟ? แต่การที่จะต้องมากินเนื้อมังงะด้วยส้อมและมีด มันคือการดูหมิ่นเนื้อมังงะชัดๆ!

" มีอะไรเหรอ? " (มาโกโตะ)”

ผมถามเอล์ฟสาวไปโดยไม่ได้ชะลอการกินลงเลยแม้แต่น้อยผมเคยพูดไปแล้ว แต่อยากจะขอพูดอีกครั้ง..     การสื่อสารด้วยการเขียนนี่มันสะดวกสบายอย่างไม่น่าเชื่อเลย! ถ้าหากอีกฝ่ายสามารถเข้าใจภาษาเขียนได้ มันก็ไม่มีข้อเสียอื่นอีกแล้ว มีแต่ข้อดีทั้งนั้น!

เนื้อบางๆที่อยู่ตรงขอบของสลัดนี้อร่อยจริงๆ~! ส่วนอันนี้ที่หน้าตาเหมือนกับเนื้อบดในแฮมเบอร์เกอร์ก็อร่อยเหมือนกัน~! ผักแท่งที่เป็นอาหารว่างก็อร่อยมาก~! แล้วก็อะไรสักอย่างที่เหมือนกับกะหล่ำมะนาวจีน* ก็อร่อยจนเกือบขาดใจตาย! ผัดเปรี้ยวหวานนี่ก็มีรสชาติสมดุลกันอย่างสมบูรณ์แบบ!

[*คืออะไรไม่รู้ครับ ผมไม่รู้จัก ก็เลยแปลตรงตัวเลย 55 > lemon Chinese cabbage ]”

ส่วนอาหารที่เหมือนกับของทอดพวกนี้ผมไม่รู้จักมาก่อนเลย แต่ผมไม่สนหรอก เพราะยังไงมันก็ยังอร่อยอยู่ดี~! อ่า.. มีความสุขจัง

" ... คุณเป็นคนที่ลึกลับดี "

" หืม~ ?" (มาโกโตะ)

" ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นพ่อค้า คุณกลับทำตัวเหมือนนักผจญภัยมากกว่า แต่ถึงแบบนั้นคุณก็ไม่ได้สนใจเงินทอง.. แถมคุณซึ่งมีเลเวลแค่ 1 ยังแข็งแกร่งกว่าพวกเราอีก.. มั้งนะ "

" คุณคงเติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่แปลกกว่าปกติสินะ? "”

รู้สึกว่าโลกใบเดิมของผม จะมีแรงโน้มถ่วงมากกว่าโลกนี้ 10 เท่านะ แต่ผมก็ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างอยู่ดี!

" คุณมีเงินและอำนาจ แต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความโลภหรือความงกจากจิตใจคุณเลย.. ฉันรู้สึกว่าคุณเบาบาง.. เหมือนกับไร้ตัวตน? หรืออะไรบางสิ่งทำนองนั้นหล่ะมั้ง? "

" แรงไปหน่อยรึเปล่า? " (มาโกโตะ)”

เธอกำลังชมผมเหรอ? แต่เธอยังไม่เห็นผมเป็นมนุษย์เลยด้วยซ้ำ! แถมยังเรียกผมว่า 'บางสิ่ง' ในตอนท้ายอีกด้วย!

" ขอโทษทีค่ะ.. คุณไม่ใช่ 'บางสิ่ง' แต่คุณก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกับเหล่าฮิวแมนอยู่ดี.. แต่ขณะเดียวกัน คุณก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตเช่นกัน "”

เธอขอโทษผม แต่สิ่งที่เธอเสริมเข้ามามันแรงกว่าประโยคแรกอีก! โลกนี้มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้วโว้ย!เมื่อผมหันไปมองทางอื่น ผมเห็นดวอร์ฟสาวกำลังยัดเยียดให้ชายหนุ่มคนนั้นดื่มสาเกอยู่.. ส่วนคุณโทอากำลังจัดเตรียมอาหารให้รินอนขณะที่ตัวเองก็กำลังกินอยู่เช่นกัน..

'รินอน' เรียนรู้จากเรื่องนั้น และดื่มน้ำผลไม้แทนสาเกอย่างที่เห็น เธอมีอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น ดังนั้นสาเกก็ไม่เหมาะกับคนอายุเท่าเธอเท่าไหร่.. แต่ถ้าหากสภาพแวดล้อมของเธอยังเป็นแบบนี้อยู่หล่ะก็ ไม่ว่าเธอจะสนใจแอลกอฮอร์หรือไม่ก็เถอะ ในอนาคตก็คงจะมีโอกาสหรือสถานการณ์ที่ทำให้เธอต้องดื่มมันอยู่ดี

" ยิ่งไปกว่านั้น ธนูนั่น.. มันคืออะไรกันแน่? "

" เธอหมายความว่ายังไง ที่ว่า 'คืออะไร'? " (มาโกโตะ)

" มันเป็นทักษะที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวแรกสุดตอนที่คุณกำลังตั้งท่ายิง.. แล้วท่าพักการยิงหลังจากนั้นก็ยิ่งไม่ปกติเข้าไปใหญ่เลย "”

อ่า~ นั่นมันท่าเตรียมยิงเฉพาะของผม พูดให้ถูกก็คือ ท่าเตรียมยิงของนักธนู.. แต่สำหรับศิลปะการยิงในเชิงของการทำสงคราม มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก

" นั่นเป็นวิธีของผม ในการตั้งสมาธิ " (มาโกโตะ)

" ตั้งสมาธิ? คุณจะถูกอีกฝ่ายโจมตีใส่ก่อนนะ ถ้ามัวแต่ตั้งท่าอะไรแบบนั้น "”

ผมควรจะพูดยังไงดี? มันไม่มีทางเลยที่เธอจะเข้าใจศิลปะการต่อสู้.. เอล์ฟคือเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในป่าใช่ไหม? ผมรู้สึกได้เลยว่า มาตรฐานของพวกเขาน่าจะต่างจากคนปกติแต่สติของผมในตอนนี้ กำลังจมอยู่กับรสชาติของอาหาร และฤทธิ์ของแอลกอฮอร์.. ผมเลยเผลอพูดหลุดปากออกไป

" สิ่งที่ผมทำเรียกว่า คิวโด*.. มันเป็นศิลปะแขนงพิเศษ ที่สอนเรื่องของการใช้คันธนู และการฝึกฝนพละกำลังร่างกาย " (มาโกโตะ)

[*คิวโด = ทักษะ/กีฬายิงธนูญี่ปุ่น ]

" คิวโด? "

" ใช่แล้ว มันไม่ได้ออกแบบมาไว้ใช้สำหรับต่อสู้ มันเป็นทักษะที่มีไว้ใช้สำหรับเรียนรู้การยิงและการเตรียมธนู เสร็จแล้วก็ยิงให้เข้าป้า ท่วงท่าต้องคำนึงถึงมารยาทด้วยเช่นกัน " (มาโกโตะ)

" ฉันไม่เข้าใจค่ะ.. "

" ก็ไม่แปลกหรอก มันพิเศษกว่าปกตินี่นา.. ถ้าหากเจาะลึกกว่านี้ มันเป็นศิลปะที่เสริมความเข็มแข็งให้กับจิตใจมากกว่าเทคนิค ท่วงท่าแรกตอนเตรียมยิงก็มาจากสิ่งนี้แหละ " (มาโกโตะ)

" นั่นคือต้นกำเนิดของความรุนแรงในการยิง แล้วก็ความแม่นยำนั่นน่ะเหรอ? "

" ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก แต่ก็ถูกต้องตามนั้น.. " (มาโกโตะ)

" คิวโด... ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยค่ะ แต่มันดูสุดยอดมากๆ.. "”

เอล์ฟสาวคนนี้มีอาหารจานหลักเป็นสลัด แต่ดูเหมือนว่าเธอก็จะกินพวกเนื้อบ้างนิดหน่อย.. ผมโล่งใจที่เธอเป็นคนที่สามารถกินได้ทั้งผักและเนื้อและดูเหมือนเธอจะค่อนข้างสนใจหัวข้อเกี่ยวกับการยิงธนูมาก.. แต่ความสนิทสนมของพวกเรามันเบาบางมาก จนผมไม่ทันรู้สึกตัวผมพึมพำพร้อมกับดื่มสาเกต่อไป

ผมไม่รู้ว่าผมดื่มไปมากแค่ไหนแล้ว.. ที่ผมกำลังดื่มอยู่ตอนนี้มีน้ำสีแดงเข้ม สีของเบียร์มันเป็นแบบนี้อยู่แล้วเหรอ?สิ่งที่ผมกำลังดื่มอยู่ตอนนี้ น่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่คล้ายๆกับไวน์.. ไว้ผมค่อยไปถามเรื่องของพวกแอลกอฮอร์กับพวกเขาทีหลังละกัน ผมอยากลองดื่มหลายๆอย่างเลย! แต่ก็ต้องมั่นใจด้วยว่าผมจะไม่เผลอสลบไปซะก่อน

" คุณ 'ไรโด' ครับ "”

โอ้เมื่อผมหันไปหาต้อตอของเสียง ชายหนุ่มคนนั้นก็ลุกขึ้นมาและเดินมาหาผม.. แต่นี่มันโต๊ะกลมนะ ไม่จำเป็นต้องเดินมาก็ได้

" มีอะไรเหรอ? " (มาโกโตะ)

" คุณ 'ไรโด' จะทำยังไงกับตาของดวงตารูบีเหรอครับ?! คุณไม่ต้องการพวกมันใช่ไหม?! หรือคุณอยากจะใช้มันเป็นวัตถุดิบในการผลิตยา?! "”

เขาดูเมาสุดๆเลยนะเนี่ย.. ผมเห็นดวอร์ฟสาวยัดเยียดให้เขาดื่มไปหลายแก้วเลย พวกดวอร์ฟนี่เป็นพวกดื่มหนักเหมือนกับที่คิดจริงๆสินะ?

" ไม่ครับ.. ผมเจอภารกิจบางอย่างที่กิลด์ ซึ่งต้องการตาของดวงตารูบี ผมเลยคิดว่าจะใช้พวกมันทำภารกิจนั้น " (มาโกโตะ)

" หา! เสียเปล่าสิเนี่ย! "

" ไม่ๆ.. คนที่มอบภารกิจคือคนจากบริษัทหนึ่ง ผมกำลังคิดว่านี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดี ในการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับบริษัทอื่น.. ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ " (มาโกโตะ)

" โฮๆ~ เชื่อมสัมพันธ์?! แน่นอน! มันจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจนี่นา! ส่วนผมก็กำลังยืนอยู่ตรงนี้ โดยไม่มีใครคอยหนุนหลังอะไรเลย! แถมยังไม่รู้ประสิทธิภาพของยาและเอาแต่โทษตัวเองอยู่นั้นแหละ! "”

อ่า เข้าใจแล้ว.. คนคนนี้คือนักเล่นแร่แปรธาตุสินะ เขาเป็นคนผลิตยาและหารายได้จากยาเหล่านั้นแต่มันให้ความรู้สึกที่ต่างจากพวกนักเวทย์นิดหน่อยแฮะ.. คล้ายๆกับ.. แม่มดในป่า?

" ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมจะต้องขอสิ่งที่สำคัญแบบนี้ " (มาโกโตะ)

" ไม่ๆๆ ไม่เลยครับ! พวกเราต่างหากที่ขอสิ่งต่างๆจากคุณมากเกินไป! เรื่องแบบนี้มันขึ้นกับสถานการณ์! "”

ผมแค่ขอวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างละหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือผมมอบให้พวกเขาหมดเลย.. กล่าวคือ การได้เห็นปฏิกิริยาของพวกเขา ซึ่งกำลังจะได้วัตถุดิบที่เหลือทั้งหมดนั้น มันค่อนข้างตลกทีเดียวใบหน้าของพวกเขาตอนที่ผมมอบวัตถุดิบเหล่านั้นให้ ผมอยากจะบันทึกเก็บเป็นภาพไว้ด้วยซ้ำ.. ทุกๆคนอ้าปากค้าง ส่วนดวงตาก็แทบจะถลนออกมา

" เพื่อให้พวกคุณเริ่มตั้งตัวได้ใหม่หลังจากทุกๆอย่างถูกทำลาย พวกคุณน่าจะจำเป็นต้องใช้อะไรหลายๆอย่างวัตถุดิบเหล่านั้นเลยอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการชดใช้ แต่ว่า.. "

" มันมากเกินพอครับ! มันเปรียบเสมือนการได้รับพรอันสูงส่ง จนทำให้ผมสามารถบินไปบนท้องฟ้าได้เลยด้วยซ้ำ! โรงแรมเองก็หรูกว่าโรงแรมที่ผมเคยอยู่ขึ้นมาอีกตั้ง 1 ดาว! "”

คนคนนี้แสดงอาการต่างๆออกมาเยอะจริงๆเลยแฮะ.. ตอนแรกผมนึกว่าเขาจะเป็นคนที่สงบเสงี่ยม แต่พอเขาดื่มเท่านั้นแหละ เขาก็กลายเป็นคนละคนราวกับมี 2 บุคลิกเลยทีเดียว.. วิธีการพูดเกี่ยวกับโรงแรมของเขา มันก็เหมือนกับสามัญชนมาก จนทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา

" ค่อยโล่งอกขึ้นหน่อย.. ผมกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นค่อนข้างมากเลยหล่ะครับ " (มาโกโตะ)

" คุณไม่ควรจะกังวลเลยด้วยซ้ำครับ! อะฮ่ะๆๆๆๆ และพวกเราก็จะไปที่กิลด์กันพรุ่งนี้ด้วย! ดังนั้น ไปทำให้ทุกๆคนในกิลด์ต้องตะลึงด้วยกันเถอะ~!! "”

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังที่นั่ง เสร็จแล้วก็ยกแก้วขึ้นมาดื่มต่ออีกครั้ง.. ช่างเป็นคนที่ร่าเริงจริงๆ

" โอ้~! กำลังดื่มอยู่เหรอ?! ดื่มอยู่สินะ! เอาหล่ะๆ ดื่มอีกๆ! กินอีกเยอะๆ! "”

คราวนี้ก็ดวอร์ฟสาวเหรอ?คนคนนี้ทำให้ผมรอารมณ์ดีได้มากทีเดียว เธอให้ความรู้สึกเหมือนกับชายแก่มากกว่าหญิงสาวด้วยซ้ำ มันเป็นการดื่มแอลกอฮอร์ที่เต็มไปด้วยความสุข ความร่าเริง แล้วก็ตลกขบขันมันไม่ใช่วิธีการดื่มที่จะทำให้คุณมีเพื่อนมากขึ้น แต่ค่อนข้างสนุกมาเลย.. มันเป็นวิธีที่เหมาะกับผมมากทีเดียวยิ่งไปกว่านั้น

ดูเหมือนเธอจะเป็นคนที่ชอบดื่มพวกเบียร์มากกว่า.. ตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยงแล้ว เธอเอาแต่ดื่มเครื่องดื่มที่มีของเหลวสีทอง และมีฟองด้านบนแม้แต่ตอนนี้เธอก็ยังคงดื่มแอลกอฮอร์ที่อยู่ในแก้วในมือขวา ขณะที่มือข้างซ้ายก็กำลังถืออีก 2 แก้วเธอกำลังวางแผนจะดื่มมันเอง หรือให้คนอื่นดื่มกันนะ?ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เถอะ ผมรู้สึกได้ว่าเธอสามารถทำได้ทั้งสองรูปแบบเลย

" แน่นอน ผมกำลังมีความสุขมากๆ " (มาโกโตะ)

" ดีมากเลย! แอลกอฮอร์เป็นผลตอบแทนของชีวิต! ถ้าหากไม่สนุกไปกับมัน มันก็จะเป็นดูหมิ่นชีวิตทางอ้อมด้วยเหมือนกัน! "”

ถึงขั้นนั้นเลยเหรอ? เธอกำลังปฏิเสธพวกที่ไม่ดื่มแอลกอฮอร์ทุกๆคนเลยสินะ?! ยังไงก็ตาม เมื่อคนคนนี้พูดแบบนั้น มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเธอกำลังพูดว่า

"น่าจะใช่~"”

อยู่ตลอดเวลา.. มันเลยทำให้ผมลำบากใจเล็กน้อย

" ว่าแต่... "”

อยู่ดีๆดวอร์ฟสาวก็หันมามองผมด้วยแววตาราวกับจะหาเรื่อง... แต่ว่า.. ใกล้.. หน้าของเธอใกล้เกินไปแล้ว!ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นแอลกอฮอร์ที่ตัวเธอมันคลุ้งมากเลย! เธอดื่มไปมากแค่ไหนกัน?!แม้ว่าผมจะเรียกเธอว่าดวอร์ฟก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ได้มีเคราหรืออะไรแบบนั้น และเธอก็มีหน้าตาที่น่ารักมากเลยด้วย.. ผมจะชอบเธอมากกว่านี้นะ ถ้าหากเธอทำตัวให้เรียบร้อยกว่านี้อีกนิด! พูดให้ถูกก็คือ เธอเป็นสาวโลลิที่เยี่ยมยอดมากเลยหล่ะ!

" หืม? " (มาโกโตะ)

" การต่อสู้เมื่อตอนบ่ายนี้.. ทักษะในการยิงธนูของคุณยอดเยี่ยมมากเลย! "

" ขอบคุณครับ " (มาโกโตะ)

" ยังไงก็ตาม พลังนั่น.. มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถมีได้จากทักษะหรือประสิทธิภาพของอาวุธหรอกนะ "

" เธอกำลังจะพูดว่า? " (มาโกโตะ)

" ท่าน 'โรโด' ! ความจริงแล้ว คุณมีพละกำลังมากมายมหาศาลใช่ไหม?! "”

เธอพูดราวกับจะท้าทายผม.. และดูเหมือนจะสนุกกับสิ่งที่ตัวพูดแต่เธอก็ไม่ได้พูดผิดนะ.. หลังจากที่ผมหลุดเข้ามาในโลกนี้ ไม่มีศัตรูใดเลยที่การโจมตีของผมนั้นไร้ผล

" ความแรงระดับนั้น มันก็แค่.. " (มาโกโตะ)

" คุณใช้คำว่า 'แค่' เนี่ยนะ? หวาๆๆๆๆ เอาหล่ะ! ฉันสนใจมากจริงๆแล้ว! มาประลองกันหน่อย! "”

หลังจากพูดแบบนั้น เธอก็กวาดของบนโต๊ะไปไว้ข้างๆด้วยมือของเธอเธอกำลังคิดจะทำอะไร?ก่อนที่ผมจะคิดแบบนั้น เธอก็วางข้อศอกของเธอไว้กับโต๊ะ และหันมือของเธอมาหาผมนี่มันแข่งงัดข้อสินะ? ใช่ไหม?

" เข้ามาเลย~! "”

ผมเข้าใจไม่ผิดสินะ? เล่นด้วยหน่อยแล้วกัน เพราะมันดูน่าสนุกดี!

" จัดไปเลย! " (มาโกโตะ)”

หลังจากเขียนข้อความนั้น ผมก็ลุกขึ้นแล้วจับมือของเธอแล้วก็ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รินอนได้นอนหนุนตักคุณ 'โทอา' เพื่อรอรับชมการแข่งขัน.. ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดจริงๆเลย

" น่ายินดีจริงๆ! คุณรู้จักธรรมเนียมการแข่งวัดพลัง ของพวกเราชาวดวอร์ฟด้วยเหรอเนี่ย! "”

กะ-การงัดข้อเนี่ยนะธรรมเนียม?! ดวอร์ฟหญิงยังคงยิ้มและหัวเราะอย่างสนุกสนานต่อไป

" เอาหล่ะ งั้นท่านรินอน! ช่วยเป็นคนกล่าวคำว่า 'เริ่มได้' ให้หน่อยได้ไหม? "

" โอเคค่ะ! เอาหล่ะนะ~... เริ่มได้!! " (รินอน)”

ในชั่วอึดใจ ดวอร์ฟหญิงทุ่มแรงทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะโค่นผมให้ได้แต่ผมไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย และแขนของผมไม่ได้ขยับเลยซักนิด เพราะผมแถบไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่าเธอออกแรงจนสุดกำลังแล้วแต่ร่างกายของเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมเห็นเธอเกร็งกล้ามเนื้ออย่างแรง แต่สถานการณ์ดูไม่สู้ดีสำหรับเธอมากนัก.. พูดให้ถูกก็คือ ผมโกงมากกว่า

" ม่ายยย! เป็นไปม่ายด้ายยยย!! "

" ฮึบ! " (มาโกโตะ)”

ผมออกแรงที่แขนข้างซ้ายเบาๆ

" อ่าาา~?! ไม่นะ!! "”

โดยมีข้อศอกเป็นจุดหมุน ในที่สุดเธอก็ถูกโค่นลง

" พี่ชายชนะค่ะ! สุดยอดมากเลย~~! " (รินอน)”

มีเสียงปรบมือดัง *แปะ *แปะ ผมรู้สึกดีใจเล็กน้อย ที่ได้เห็นดวงตาของ 'รินอน' กลมโตด้วยความตื่นเต้น

" ไม่อยากจะเชื่อเลย.. นี่มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันเลย ที่พ่ายแพ้อย่างหมดสภาพแบบนี้.. โลกนี้มันช่างกว้างใหญ่จริงๆ! "”

ดวอร์ฟสาวลุกขึ้นแล้วลูบแขนขวาของเธอเบาๆ แต่เธอก็ยังคงยิ้มกว้างๆอยู่ เสร็จแล้วก็กลับไปดื่มต่อ.. คราวนี้คนที่ถูกยัดเยียดให้ดื่มไม่ใช่ชายหนุ่มคนนั้น แต่เป็นเอล์ฟสาวพนักงานที่คอยเก็บจานซึ่ง 'มิโอะ' กินจนหมดแล้ว ไม่สามารถตามความเร็วในการกินของเธอได้ทัน..

ทำให้ตอนนี้ จากจุดที่ผมนั่งอยู่ ผมเริ่มที่จะเห็นจานซ้อนกันเป็นชั้นๆสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าแต่ผมเองก็กินไปเยอะเหมือนกัน ดังนั้นผมก็คงจะไม่ว่าอะไรคนอื่นไม่ได้หรอกโดยไม่มีทางเลือกอื่น ผมเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ 'รินอน' นั่งเมื่อครู่นี้ข้างหน้าของเก้าอี้มีเนื้อสเต็กหลายชิ้นถูกหั่นอยู่ แล้วก็สัตว์มีกระดอง*อะไรสักอย่างที่กำลังโดนต้ม

[*carapace มันแปลว่ากระดองครับ แต่ในที่นี้น่าจะหมายถึงสัตว์มีกระดองมั้งนะ? หรือเป็นชื่อของสัตว์บางชนิดเลยก็ไม่รู้ครับ = =]”

มันเป็นของที่อร่อยทั้งสองอย่างเลย.. สเต็ก ถ้าหากไม่นับหน้าตาแล้ว มันค่อนข้างกินง่าย แล้วน้ำที่ไหลออกมาจากเนื้อก็อร่อยมากเหมือนกันส่วนสัตว์มีกระดองนั้น มีรสชาติที่หวานเข้มข้นเหมือนๆกับปู เมื่อแตะเข้าไปที่ลิ้นแล้ว มันอ่อนนุ่มมาก.. มันไม่ได้พองหรืออะไรนะ แต่มันค่อนข้างอร่อยมากทีเดียว

[*ก็คิดซะว่ามันคืออะไรสักอย่างคล้ายๆกับปูละกันครับ แต่ผมไม่เคยกินปูนะ เพราะผมกินปูไม่ได้ แพ้ปู ฮ่าๆ T_T ]

" ฉันดีใจมากเลยค่ะ ดูเหมือนว่าคุณจะมีความสุขมากสินะ.. พอดีฉันลืมถามน่ะค่ะ ว่าคุณชอบกินอะไร ตอนเลือกร้านก็เลยลังเลนิดหน่อย " (โทอา)

" มันอร่อยทุกอย่างเลยใช่ไหมล้า? พี่ชาย! " (รินอน)”

เหมือนอย่างที่ 'รินอน' พูดนั้นแหละ อาหารทุกจานในร้านนี้ ไม่มีอะไรเลยที่ไม่อร่อย ผมคิดด้วยซ้ำว่ามันคืออาหารแห่งปาฏิหาริย์ชัดๆ.. รสชาติโดยรวมอาจจะเบาบางไปหน่อย แต่มันค่อนข้างอร่อยทีเดียว.. ดังนั้นผมไม่ว่าอะไรหรอกพวกเขาใช้เกลือแล้วก็สมุนไพรอย่างชำนาญ ในการจัดเตรียมอาหารพวกนี้สินะ

" มันอร่อยมากๆเลย มิโอะกับผมถูกใจมากๆครับ " (มาโกโตะ)”

ผมพูดจากใจจริง และผมก็มั่นใจด้วยว่า เธอเลือกร้านที่ดีที่สุดแล้ว

" บ้านเกิดของคุณ 'ไรโด' มีวัฒนธรรมการกินที่ต่างกับพวกเราใช่ไหมคะ? " (โทอา)

" น่าจะเป็นแบบนั้น.. รสชาติมันจืดไปนิดนึง แต่ทุกๆอย่างมันอร่อยมากทีเดียว " (มาโกโตะ)

" จืดเหรอคะ? ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดและแอลกอฮอร์เลยนะคะ " (โทอา)

" โอ้.. จริงเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นบ้านเกิดของผมก็คงนิยมอาหารรสจัดมากหล่ะมั้ง.. แต่มันก็ยังอร่อยอยู่ดี " (มาโกโตะ)

" คุณ 'ไรโด'  เอาแต่พูดว่าอร่อยมาตั้งนานแล้วนะคะ ฮ่ะๆ.... พรุ่งนี้ตอนเช้า คุณตื่นแล้วจะไปที่กิลด์เลยใช่ไหมคะ? " (โทอา)”

คุณ 'โทอา' กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่ แต่สีหน้าของเธอกำลังบ่งบอกผมว่า เธอมีเป้าหมายบางอย่างอยู่ในใจ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ เธอยังอาลัยอาวรบางอย่างในค่ายที่ถูกทำลาย เหมือนที่ผมรู้สึกได้ก่อนหน้านี้หล่ะมั้ง?

[*ใครจำไม่ได้นะครับ โทอามาตามหามีดซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูล ซึ่งหายไปตอนบรรพบุรุษของเธอสู้กับเช็นครับ ]

" ขึ้นอยู่กับการรวมกลุ่มกับ 'โทโมเอะ' ในวันพรุ่งนี้.. พวกเราจะไปสมัครเข้ากิลด์ เสร็จแล้วผมจะไปที่กิลด์ของผู้ประกอบการ แล้วก็เดินชมเมืองต่อหล่ะมั้ง? " (มาโกโตะ)

" เอ๋.. เดินชมเมืองเหรอค่ะ? " (โทอา)

" ใช่ครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่เมืองนี้นี่นา แล้วผมก็ชอบการเดินทางและการท่องเที่ยวมาก "  (มาโกโตะ)

" ฮ่าๆ.. ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ดูเหมือนบางครั้งคุณ 'ไรโด' จะชอบพูดจาเหมือนกับชนชั้นสูงเลยนะคะ คุณเป็นทายาทจากบริษัทที่ใหญ่โตแค่ไหนกัน? " (โทอา)

" ขอโทษด้วยที่ผมเป็นพวกไม่ยอมออกมาเผชิญโลกข้างนอก " (มาโกโตะ)

" ไม่หรอกค่ะ~ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ตอนกลางคืน ฉันขอรบกวนไปหาคุณที่ห้องหน่อยได้ไหมค่ะ? แล้วฉันก็อยากจะไปเพื่อขอวิธีติดต่อกับท่านมิโอะด้วยค่ะ "”

จริงด้วยสิ.. ตอนที่พวกเราเก็บตาของดวงตารูบีมาได้แล้ว พวกเขาทั้งสี่คนถามถึงวิธีต่อต่อกับ 'มิโอะ' ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดถึงอะไร แต่พอผมถามโดยละเอียดแล้ว ดูเหมือนคุณจะสามารถติดต่อกับคนอื่นได้ผ่านทางกิลด์การ์ด เหมือนๆกับการส่งจดหมายหรืออะไรสักอย่างสั้นๆก็คือ มันเหมือนกับ

"ขอแลกอีเมลล์หน่อยได้ไหม"”

นั้นแหละผมไม่ว่าอะไรหรอก ผมก็เลยตอบตกลงไป.. พรุ่งนี้ตอนกลางคืนเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นผมควรจะเอากิลด์การ์ทั้งของ 'โทโมเอะ'   'มิโอะ'  แล้วก็ของตัวผมเองให้พวกเขาด้วยรึเปล่านะ?

" ครับ.. ได้ครับ.. พรุ่งนี้ตอนกลางคืนใช่ไหม? " (มาโกโตะ)”

ตารางเวลาของผมในวันพรุ่งนี้เต็มแล้ว..ไปที่กิลด์นักผจญภัยกับ 'โทโมเอะ' และ 'มิโอะ'  หลังจากนั้นก็ไปที่กิลด์ผู้ประกอบการแล้วแนะนำบริษัทของผมให้พวกเขาได้รู้จัก เสร็จแล้วก็ซื้อแผนที่โลกแบบหยาบๆ แล้วก็ซื้อแผนที่เมืองนี้ด้วยเลยละกันยังไงก็ตามคืนนี้มันเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำจริงๆราวกับเป็นการฉลองให้กับความรู้สึกที่ถูกปิดกั้นในหัวใจของผมมานาน

นับตั้งแต่มายังโลกใบนี้งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปจนดึกดื่นราคาทั้งหมดคือ 1 เหรียญทอง..พวกเรากินแล้วก็ดื่มไปมากขนาดนั้น แต่กลับราคาเท่านี้เอง.. มันถูกมากจริงๆ ยอดเยี่ยมที่สุด!ซึเงะ..เป็นเมืองที่เฟื่องฟูมากที่สุด ในเขตที่ติดกับชายแดนของโลกกล่าวคือ ในที่สุดผมก็เดินทางถึงปากทางเข้าของเขตแดนของเหล่าฮิวแมนสักที!การเดินทางในดินแดนแห้งแล้งของผมก็คงต้องจบลงเพียงเท่านี้..

ในที่สุดผมก็มีโอกาสได้พักหายใจสักที หลังจากถูกส่งมายังโลกใบใหม่มันใช้... เวลานานมากเลยและมันก็อร่อย! แถมยังสนุกมากด้วย!ราวกับจะบอกผมว่า 'เอาหล่ะ..ท้ายที่สุดแล้วคุณก็ควรจะหาอะไรสนุกๆทำบ้าง' อะไรทำนองนั้น

------------------------------------------------------

ยาวมากเลยครับตอนนี้คำกับศัพท์ยากๆก็เยอะเหมือนกัน = =ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยนะครับขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคอมเมนท์ และจากทุกๆคนที่ติดตามมากครับ ^^

 

ที่มา:https://my.dek-d.com/hitomi-yuriko/writer/viewlongc.php?id=1474392&chapter=32

จบบทที่ ตอนที่ 29 ค่ำคื่นที่ดีที่สุด ตั้งแต่ที่ผมถูกส่งมายังโลกใบใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว