เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165 กองทัพไซบอร์ก (ตอนที่ 1)

บทที่ 165 กองทัพไซบอร์ก (ตอนที่ 1)

บทที่ 165 กองทัพไซบอร์ก (ตอนที่ 1)


บทที่ 165 กองทัพไซบอร์ก (ตอนที่ 1)

ก่อนที่ดีเฟนเดอร์สจะวิ่งเข้ามา...

ประตูของอาคารก็ถูกเปิดออกและจากนั้นก็ได้มีสมาชิกแก๊งจำนวนมากโผล่ขึ้นมา

"ดูเหมือนว่าปาร์ตี้เซอร์ไพรส์จะถูกทำลายลงซะแล้วสิ"

เมื่อมองไปที่กองกำลังติดอาวุธที่อยู่ตรงหน้าเขา แฟรงค์ก็เลิกคิ้วขึ้นและกล่าวออกมา

ที่จริงแล้วคิงพินมีสายตาไปทั่วย่านเฮลคิทเช่น ยิ่งพอควบรวมแก๊งทั้งหลายในย่านนี้ไปยิ่งแล้วใหญ่ ข้อมูลมากมายอยู่ในมือของเขา กระทั่งการเคลื่อนไหวของดีเฟนเดอร์สก็ด้วย

"ดูเหมือนว่าพวกนายจะสิ้นหวังมากกว่าที่ฉันคิดไว้นะ"

เสียงทุ้มลึกของคิงพินดังมาจากด้านหลังฝูงชน จากนั้นลูกน้องของเขาก็หลีกทางให้ ทุกคนได้เห็นร่างกายขนาดใหญ่ของเขาปรากฏขึ้น เขาเดินไปที่กลุ่มดีเฟนเดอร์ด้วยไม้เท้า แล้วเขาก็มองกลุ่มดีเฟนเดอส์ตรงหน้า คิงพินขมวดคิ้ว ก่อนจะเยาะเย้ยอย่างเหยียดหยาม

"รีบตายกันขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"คิงพิน?"

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ แมตต์ก็กระชับไม้นำทางของเขาแน่น "เราจะไม่ปล่อยให้นายทำลายย่านเฮลคิทเช่นเด็ดขาด"

"ทำลาย?" เมื่อเผชิญหน้ากับการตำหนิของแมตต์ ท่าทางของคิงพินก็ยิ่งดูน่าเกลียดมากขึ้น "กลับกันเลยต่างหาก ฉันเป็นคนช่วยย่านเฮลคิทเช่นและสร้างกฎระเบียบขึ้นมาอีกครั้ง พวกแกก็เป็นเพียงกลุ่มคนโง่เง่าที่ไม่มีความคิด ความตั้งใจตื้นเขินจนคิดเรียกสิ่งนั่นว่าความยุติธรรม"

"ความยุติธรรมของแกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรย่านเฮลคิทเช่นได้เลย ทว่าคำพูดเดียวของฉันสามารถเปลี่ยนทุกอย่างที่นี่ได้ ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง ฉันคือฮีโร่ตัวจริงของย่านเฮลคิทเช่น"

"นายเนี่ยนะฮีโร่?"

เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดอันผิดแปลกของคิงพิน เจสสิก้าก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย "นั่นเป็นเรื่องตลกดีนะ"

"ทุกสิ่งที่นายสร้างล้วนก่อขึ้นมาจากความทุกข์ทรมาน นายไม่สมควรที่จะถูกเรียกว่าฮีโร่สักนิดเดียว" เคจกล่าว เขาไม่เห็นด้วยกับคำพูดของคิงพินเลย

"บอกตามตรง ฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อโน้มน้าวพวกแก"

เมื่อต้องทนรับการเยาะเย้ยและการตอบโต้จากดีเฟนเดอส์ สีหน้าของคิงพินก็ไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เขากล่าวออกมาอย่างเชื่อมั่น "เพราะหลังจากวันนี้ จะไม่มีดีเฟนเดอส์อีกต่อไปแล้ว"

ขณะที่เสียงของเขาเบาลง คิงพินก็ก้าวออกไป

ทันทีสิ้นเสียง กลุ่มไซบอร์กที่มีร่างกายปกคลุมไปด้วยความมันวาวของโลหะก็ปรากฏตัวต่อหน้าดีเฟนเดอส์ พวกมันเดินขบวนด้วยความเร็วเท่าๆ กัน

"บูลส์อาย!"

เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของไซบอร์กที่เดินนำหน้ามา เจสสิก้าก็รู้สึกตกตะลึงยิ่ง

"เป็นไปได้ยังไงกัน? ฉันจำได้ว่านาย..."

บูลส์อายหยุดทันทีเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของเจสสิก้า รอยยิ้มที่แข็งทื่อก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนหุ่นยนต์ "เห็นได้ชัดว่า? เห็นได้ชัดว่าฉันเป็นอัมพาตงั้นเหรอ? ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ฉันมีร่างใหม่แล้ว ถึงคราวฉัน..." ขณะที่บูลอายส์พูด เขาก็ยกแขนขึ้น แขนของเขากลายเป็นปืนและเขาก็เล็งไปที่ดีเฟนเดอส์ "ได้เวลาแก้แค้นแล้ว พวกดีเฟนเดอส์"

ด้วยการเคลื่อนไหวของบูลอายส์ กองทัพไซบอร์กที่อยู่ข้างหลังเขาก็ยกแขนขึ้นเช่นกัน

ทันใดนั้น พลังการยิงอันทรงพลังของกองทัพไซบอร์กก็พุ่งเข้ามาราวกับพายุโลหะที่โจมตีกลุ่มดีเฟนเดอส์

"ระวัง!"

เคจยืนขวางทางไว้โดยหันหน้าไปทางกระสุน

ทว่าครั้งนี้พลังยิงที่ปล่อยออกมาจากมือของกองทัพไซบอร์กนั้นดุเดือดกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยทนมาในอดีต กระสุนจำนวนมากพุ่งเข้าใส่เขาอย่างแม่นยำ ผ่านการคำนวณของไซบอร์กและชั่วขณะหนึ่ง เขาก็แทบไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เลย เขายืนอยู่กับที่และได้แต่อดทนต่อไปเรื่อยๆ

แฟรงค์ขมวดคิ้วแล้วหาที่กำบังหลังเคจ จากนั้นเขาก็ยิงกลับไป

ทว่าความแตกต่างของพลังยิงระหว่างพวกเขาทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะโต้ตอบได้ สิ่งที่ทำให้เขาอารมณ์เสียมากยิ่งกว่าคือพลังป้องกันกองทัพไซบอร์กดัดแปลงพวกนี้ เขาแทบจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้มันได้เลย

"เวรเอ้ย"

เมื่อหันไปมองรถฮัมเมอร์ที่จอดอยู่ใกล้ๆ แฟรงค์ก็สบถออกมา

“ขอโทษที ถ้าฉันรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ฉันคงไม่ยั้งหมัดไว้แล้ว”

เมื่อมองไปที่กองทัพไซบอร์กที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา เจสสิก้าก็รู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจก่อนหน้านี้ของเธอ เธอไม่เคยคิดเลยว่าบูลอายส์จะสามารถกลับมายืนได้อีกครั้งและเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อดีเฟนเดอส์แบบนี้

"มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย" แมตต์พูดออกมา "แม้จะไม่มีบูลอายส์ คิงพินก็ยังคงปรับเปลี่ยนผู้คนและเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นไซบอร์กอยู่ดี คนพวกนี้คงเป็นคนที่หายตัวไปในย่านเฮลคิทเช่น

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าคิงพินจะบ้าคลั่งขนาดถึงกับเปลี่ยนคนให้กลายเป็นหุ่นยนต์" แดนนี่โพล่งออกมา เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ

"..."

อันที่จริง ไม่ต้องพูดถึงดีเฟนเดอส์เลย แม้แต่ไรอันที่ให้พิมพ์เขียวกับอีวานก็ไม่ได้คาดหวังว่าทุกอย่างจะไปไกลถึงขนาดนี้ คิงพินและอีวานบ้าคลั่งกว่าที่เขาคาดไว้

"ยังไงก็ตามแต่ ฉันจะจัดการบูลอายส์เอง"

เจสสิก้าพูดด้วยสีหน้าหนักแน่นขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นและมองไปทางบูลอายส์ ผู้ซึ่งร่างกายของเขาได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงใบหน้าของเขาที่คงอยู่

เมื่อควบคุมร่างกายของเธอให้บินขึ้นไปในอากาศแล้ว เจสสิก้าก็ตะโกนออกมา "บูลอายส์! อยากให้ฉันเตือนความจำนายไหมว่าฉันบิดแขนนายยังไง?"

เมื่อมองขึ้นไปยังเจสสิก้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ ความทรงจำของบูลอายส์ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น ร่างกายของเขาที่ถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรได้จำความเจ็บปวดอย่างชัดเจน เขายิ้มกว้างด้วยรอยยิ้มอันแข็งกระด้าง ในเวลาต่อมา เปลวไฟที่แข็งแกร่งก็พวยพุ่งออกมาจากใต้เท้าของเขา ส่งเขาบินขึ้นไปในอากาศ

"ไม่จำเป็นเลย เพราะตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ฉันก็จำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ ฉันขอให้แวนโก้ปรับเปลี่ยนร่างกายของฉัน เพื่อให้ฉันมีความสามารถในการบิน...เพื่อเธอโดยเฉพาะ เมื่อฉันได้รับมันมา ฉันก็จะทำลายแขนขาของเธอทีละส่วน...อย่างช้าๆ ฉันจะให้เธอรู้สึกอย่างที่ฉันรู้สึกในวันนั้น”

“จับฉันให้ได้สิถ้านายทำได้”

เมื่อเผชิญกับคำขู่ของบูลส์อาย เจสซิก้าก็เลิกคิ้วเรียวยาวและตอบอย่างท้าทาย

"ฉันมักจะทำในสิ่งที่ฉันบอกว่าฉันจะทำอยู่แล้ว" ในขณะที่พูดด้วยสีหน้าเย็นชา บูลส์อายก็ถอนอาวุธปืนบนแขนของเขาและแทนที่ด้วยใบมีดคม

"คิงพิน คุณพอใจกับไซบอร์กหรือเปล่า?"

อีวานปรากฏตัวต่อหน้าคิงพิน โดยสวมเสื้อโค้ทกันฝนและเฝ้าดูสนามรบตรงหน้าเขา ขณะที่เขาถามคิงพิน รอยยิ้มน่าเกลียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าหยาบกร้านของเขา

"ตรงกับสิ่งที่คุณขอไว้ เครื่องจักรสังหารที่ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัว พร้อมพลังยิงอันมากมาย"

"นายทำได้ดีมาก" เมื่อหันไปมองอีวานข้างๆ รอยยิ้มอันหาได้ยากก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคิงพิน เขามองย้อนกลับไปที่ดีเฟนเดอส์ที่กำลังพ่ายแพ้เพราะกองทัพไซบอร์ก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาได้ทวีความรุนแรงขึ้น "ด้วยกองทัพไซบอร์กนี้ ย่านเฮลคิทเช่น... ไม่สิ นิวยอร์กทั้งหมดจะอยู่ในมือฉัน"

เมื่อได้ยินคำพูดที่ทะเยอทะยานของคิงพิน อีวานก็ก้มศีรษะลงอย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้าที่คลุมเครือ

...

จบบทที่ บทที่ 165 กองทัพไซบอร์ก (ตอนที่ 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว