- หน้าแรก
- ผมเป็นหลานชายของฟิล โคลสัน
- เจ้าหน้าที่หมายเลข 164
เจ้าหน้าที่หมายเลข 164
เจ้าหน้าที่หมายเลข 164
ตอนที่ 164
ใครบ้างไม่อยากรวย!
ในขณะที่ลีออนกำลังพยายามล้วงความลับของเดอะแฮนด์ออกมาจากปากของบากูโตะ ทางด้านของเดอะแฮนด์นั้นผู้นำระดับสูงกำลังนั่งประชุมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ในห้องประชุมสี่เหลี่ยมขาวบริสุทธิ์มีโต๊ะกลมขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลางพร้อมกับเก้าอี้ห้าตัว
ซึ่งในบรรดาเก้าอี้ทั้งห้าตัวนี้มีเก้าอี้เพียงสามตัวเท่านั้นที่มีคนนั่งอยู่
ส่วนอีกสองที่นั้นว่างเปล่า . . .
ทันใดนั้นมาดามเกาที่สวมชุดถังสูทสีดำก็พูดทำลายความเงียบขึ้นมาว่า "มีใครพบตัวบากูโตะแล้วหรือยัง?"
"ยัง . . . แต่เขาน่าจะยังไม่ถูกฆ่าตาย . . ." โซวานเดที่นั่งอยู่ทางขวาตอบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ทันใดนั้นอีเล็กซานดร้าที่กำลังนั่งอยู่หัวโต๊ะ เธอก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเอานิ้วไขว้เข้าหากันด้วยสีหน้าจริงจัง "ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเราทั้งห้าคนช่วยกันเอาชนะอันตรายและความยากลำบากมาได้ทุกครั้ง แต่ใครจะคิดว่าครั้งนี้ศัตรูของพวกเราจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้"
"ฉันขอยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของฉัน ทำให้มูราคามิต้องตาย และบากูโตะที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย . . ."
การตายของมูราคามิทำให้เกิดความกลัวจาง ๆ ขึ้นมาในใจของมาดามเกา โซวานเด และอเล็กซานดร้ามาตั้งนานแล้ว
แถมตอนนี้สถาบันฝึกสอนเดอะแฮนด์ยังถูกตำรวจเข้าควบคุม บากูโตะยังไม่รู้แน่ชัดว่าตายไปแล้วหรือยัง เรื่องที่เกิดขึ้นพวกนี้ทำให้หัวใจของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ข่าวร้ายที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละข่าวและไม่เคยมีมาก่อนในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมาทำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพวกเขาทั้งห้าคนค่อย ๆ แตกแยกกันอย่างช้า ๆ
นิ้วหายไปหนึ่งนิ้วมือยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ถ้าหากนิ้วหายไปสองนิ้วสถานการณ์มันจะแตกต่างออกไปทันที . . .
"แต่ว่า . . ."
"ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาที่จะฉันจะมารับผิดชอบความผิดของตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการร่วมมือกันและฝ่าฟันอุปสรรคตรงหน้าไปให้ได้"
"ตราบใดที่เราฆ่าลีออน โคลสันได้ ทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไป!"
คำพูดของอเล็กซานดร้าเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น
แต่ทันใดนั้นเองคำพูดของมาดามเกาก็ได้เตือนสติของทุกคนขึ้นมาอีกครั้งว่า "ฉันเข้าใจความคิดของคุณนะ . . ."
"แต่คุณอย่าลืมว่าเขาเคยไปที่คุนหลุนมาก่อน และเขาจะต้องรู้แน่นอนว่าจุดอ่อนของพวกเราคืออะไร ดังนั้นโอกาสที่จะโจมตีเขาได้เหลืออยู่อีกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!"
"ซึ่งฉันคิดว่าครั้งนี้พวกเราควรร่วมมือกัน . . ."
โซวานเดเหลืองมองใบหน้าของมาดามเกาและอเล็กซานดร้าเล็กน้อย ก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วย "อืม ถ้าหากทำไม่สำเร็จ พวกเราก็ตายไปด้วยกัน!"
เมื่อได้ยินประโยคที่น่าเศร้าของโซวานเดบรรยากาศภายในห้องประชุมก็ดูอึ้มครึ้มทันที . . .
. . . . . .
เมื่อเดินออกมาจากกรมตำรวจนิวยอร์กลีออนก็เดินขึ้นไปบนรถของตัวเองโดยไม่หันหลังกลับไปมองและขับรถมุ่งหน้ากลับไปที่ควีนส์ . . .
อย่างไรก็ตามทันทีที่เขาขับรถออกมาเขาก็ถูกขวางเอาไว้ด้วยการจราจรอันแน่นของแมนฮัตตัน
เมื่อมองไปที่รถยาวเหยียดที่จอดเรียงรายกันอยู่ตรงหน้าลีออนก็เริ่มคิดอะไรบางอย่างเพื่อรอข้ามเวลา
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงของเดอะแฮนด์ ทำให้ข้อมูลทั้งหมดที่เขาได้รับจากปากของบากูโตะนั้นเต็มความลับของเดอะแฮนด์ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเดอะแฮนด์ โรงงานผลิตยาของมาดามเกา และบ้านของโซวานเดเป็นต้น . . .
ข้อมูลเหล่านี้มีเพียงแค่ผู้นำระดับสูงเท่านั้นที่สามารถรู้ได้ ทำให้ตอนนี้ลีออนเริ่มมีแผนการปรากฏขึ้นมาในใจ
อย่างไรก็ตามนอกจากแผนการพวกนี้แล้วมันยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดไม่แพ้กัน นั่นก็คือขวดยาของบากูโตะที่สามารถทำให้คนเลิกติดยาได้!
ลีออนรู้คุณค่าของยาตัวนี้เป็นอย่างดี!
ผลกระทบจากการใช้ยาเสพติดเป็นฝันร้ายสำหรับผู้ติดยามาโดยตลอด ในแต่ละวันพวกเขาจะมีอาการหลอนประสาท มองเห็นภาพที่น่ากลัว และไม่สามารถต้านทานมันได้ . . .
ดังนั้นถ้าหากยาตัวนี้มันสามารถทำได้อย่างที่บากูโตะพูดจริง ๆ มันจะกลายเป็นเครื่องผลิต ‘เงิน’ ให้กับเขาอย่างไร้ที่สิ้นสุด!
ถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาลีออนจะทำกำไรจากการลงทุนในอัตสาหกรรมไอทีและกลายเป็นคนรวย อย่างไรก็ตามจำเงินหลายล้านดอลลอร์พวกนี้มันไม่มีค่าให้พูดถึงมากนักเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีหรือสงครามครั้งใหญ่!
ยานแม่ขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเมื่อเจอกับเทคโนโลยีล้ำสมัยจากนอกโลกมันก็สามารถถูกยิงร่วงได้ภายในนัดเดียว . . .
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ลีออนก็ทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
เขาไม่เหมือนกับแฮรี่ ออสบอร์น คนรุ่นสองที่ร่ำรวย และไม่ได้มีสมองอัจฉริยะเหมือนกับโทนี่ สตาร์ค!
เขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ได้รับระบบและข้ามมายังโลกใบนี้โดยบังเอิญ . . .
ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถเรียนรู้ความรู้เกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ ได้ แต่มันก็ต้องใช้เวลาและโอกาสพอสมควรในการจะผลิตมันขึ้นมาจำนวนมากและขายเพื่อทำกำไร
ถ้าหากทำได้จะมีใครบ้างที่ไม่อยากมีเงินใช้ไม่ขาดมือเหมือนกับออสบอร์นและสตาร์ค?
และตอนนี้ยาขวดนี้มันกำลังให้โอกาสลีออนอยู่!!
ตราบใดที่เขาวิจัยยาขวดนี้ให้มันแสดงผลได้อย่างสมบูรณ์และผลิตมันออกมาเป็นจำนวนมาก ธนบัตรสีเขียวก็จะบินเข้ากระเป๋าของเขาเหมือนกับนกที่มีปีก!!
ต้องรู้ก่อนว่าอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยานั้นทำไรได้มาโดยตลอด . . .
สำหรับคนที่จะมาวิจัยตัวยานี้ให้สมบูรณ์ ลีออนมีคนที่สมบูรณ์แบบอยู่ในใจของเขาอยู่แล้ว
ใครบอกให้เขามีเพื่อนที่เป็นอัจฉริยะกันล่ะ . . .
. . .
เช้าวันรุ่งขึ้น
สำนักงานใหญ่ของชีลด์ วอชิงตัน ในห้องทดลอง
"นายล้อเล่นใช่ไหมเนี้ย?!"
เมื่อมองไปที่ขวดยาเรืองแสงในมือของลีออนซิมมอนส์ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "ยาขวดนี้สามารถทำให้คนเลิกติดยาได้จริง ๆ หรอ?"
"คนที่ให้ยาขวดนี้มาเขาบอกฉันมาแบบนี้ . . ." ลีออนกางมือออกเล็กน้อยและอธิบายต่อว่า "แต่ฉันไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงหรือไม่ ดังนั้นฉันจึงมาขอความช่วยจากเธอ ฉันอยากให้เธอลองทำการวิเคราะห์ยาตัวนี้ดูว่ามันได้ผลอย่างที่เขาพูดไหม . . ."
"มันน่าทึ่งมาก!"
ซิมมอนส์แทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะตรวจสอบยาขวดนี้เหมือนกับเสือที่กระโจนใส่อาหาร ‘แย่ง’ ยาขวดนั้นมาจากมือของลีออน
"รอฉันอยู่ที่นี่แปปหนึ่ง!"
หลังจากพูดจบซิมมอนส์ก็หยิบขวดยามาจากมือของลีออนและเดินไปที่เครื่องมือทดสอบอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองไปที่ซิมมอนส์ที่กำลังจริงจังกับขวดยาตรงหน้าโดยไม่สนใจคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ลีออนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองฟิตซ์ที่ยืนอยู่ด้านข้างและพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า "ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมนายถึงได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกับซิมมอนส์ . . ."
"ทำไม?" ฟิตซ์ถามด้วยความสงสัย
"เพราะนายเป็นคนที่คล้ายคลึงกับเธอมาก พวกนายทั้งคู่เป็นคนประเภทที่ไม่ลังเลเลยที่จะทำตามความปรารถนาในใจของตัวเอง"
ฟิตซ์เหลือบมองซิมมอนด์ที่กำลังทำงานอย่างจริงจังและพยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อย
"บางครั้งเวลาฉันมีเรื่องหนักใจอะไรเธอก็ค่อยให้คำปรึกษาฉันเสมอ . . . บางทีนั่นอาจจะเป็นเพราะฉันกับเธอเป็นคนประเภทเดียวกันก็ได้"
"แล้วเมื่อไหร่นายจะชวนเธอออกไปทานอาหารเย็น?"
"ห๊ะ! นายพูดบ้าอะไร!!" เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามกะทันหันของลีออน ฟิตซ์ก็สะดุ้งโหยงทันที และถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า "ทำไมฉันจะต้องชวนเธอออกไปทานอาหารเย็นด้วย? ปกติพวกเราก็มักจะอยู่แต่ในห้องทดลองและสั่งอาหารกลับไปกินที่บ้านเท่านั้น . . ."
เมื่อมองไปที่ฟิตซ์ที่พยายามอธิบายอย่างตื่นตระหนก ลีออนก็ยิ้มพร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนที่จะพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ว่า "ดูเหมือนว่า ‘ไอคิว’ ของเพื่อนคนนี้จะมีเอาไว้เพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นสินะ . . ."
โปรดติดตามตอนต่อไป …