เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เจ้าหน้าที่หมายเลข 44 [ฟรี]

เจ้าหน้าที่หมายเลข 44 [ฟรี]

เจ้าหน้าที่หมายเลข 44 [ฟรี]


ตอนที่ 44

ไดม่อน!

ปัง!

มีเสียงดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ตกลงมากระแทกกับสังเวียนอย่างรุนแรง ทำให้สโมสรที่เงียบสงบในตอนแรกจู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนเฮ้ขึ้นมาดังลั่นทั่วสังเวียนมวย

"เจ๋งไปเลย! ไดม่อน!"

"ฆ่าเขาซะ!"

"ไม่นะ! รีบลุกขึ้นยืนมาสิวะ!!"

ภายใต้พื้นที่เล็ก ๆ นี้เต็มไปด้วยความเสียงตะโกนอย่างไม่ขาดสาย กลิ่นเหงื่ออันแสบจมูก และกลิ่นเลือดจาง ๆ ที่แทรกซึมอยู่ในอากาศ

สังเวียนมวยที่ถูกรายล้อมไปด้วยผู้ชมจำนวนมาก มีชายสองคนที่เปลือยท่อนบนสวมถุงมือกำลังยืนอยู่บนสังเวียน ถูกต้องแล้วที่นี่คือสังเวียนมวยใต้ดิน

ตอนนี้บนสังเวียนและเสียงเชียร์ได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน

บนสังเวียนที่สว่างด้วยสปอตไลท์มีร่างของชายผิวขาวนอนอยู่บนสังเวียนด้วยเลือดที่อาบใบหน้า

ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าร่างกายของเขายังสั่นเล็กน้อยด้วยความอับอาย บางทีเจ้าหน้าที่แพทย์สนามคงรีบวิ่งเข้าไปในสังเวียนเรียบร้อยแล้ว

ใขขณะเดียวกันตอนนี้ผู้ตัดสินก็เริ่มนับเวลาถอยหลังแล้วเช่นกัน

"สิบ!"

"เก้า!"

"แปด!"

. . .

ด้วยการนับถอยหลังของผู้ตัดสินผิวดำตอนนี้อารมณ์ของทุกคนก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุด

เมื่อนับจนถึง "หนึ่ง!" หลังจากนั้นผู้ตัดสินผิวดำก็โบกมือไปบนอากาศและประกาศขึ้นมาว่า "การชกจบลงแล้ว!"

ทันใดนั้นเสียงตะโกนและเสียงเชียร์ก็ดังกึกก้องไปทั่วสโมสรอีกครั้ง

แต่ถึงอย่างนั้นผู้ชนะที่ยืนอยู่บนสังเวียนกับไม่ได้สนใจเสียงตะโกนเชียร์พวกนั้นเลย เขาหันหลังกลับและดึงเชือกขึ้นเดินลงมาจากสังเวียนอย่างช้า ๆ

แผ่นหลังที่ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวมันช่างแตกต่างจากเสียงเชียร์ที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งของผู้ชม

ในขณะเดียวกันทันใดนั้นมันก็มีชายวัยกลางคนอ้วนท้วมสวมชุดสูทอวดความหรูหราอย่างเต็มทีหยิบไมโครโฟนเดินขึ้นมาบนสังเวียน

ไขมันบนใบหน้าของเขาสั่นไหวไปตามแรงกระเพื่อมจากการเดิน ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ และพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเร่าร้อนว่า "ค่ำคืนนี้ช่างงดงามจริง ๆ! แมตต์อันดุเดือดของเราในวันนี้ก็เป็นอันจบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ!"

"ผู้ชนะในค่ำคืนนี้ก็ยังเป็น ‘ไดม่อน’ ที่อยู่ยงคงกระพันของพวกเราเช่นเคย!!!"

ทันใดนั้นสปอตไลท์ก็จับจ้องไปที่นักมวยผิวดำที่กำลังเดินกลับไปที่ห้องรับรองอย่างพร้อมเพียง

ภายใต้แสงไฟทำให้สามารถมองเห็นร่างกายที่อัดแน่นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน ทำให้เสียงเชียร์ที่เงียบลงไปแล้วดังกลับขึ้นมาอีกครั้ง!

ผู้ชมจำนวนมากมายประสานเสียงกันเรียกชื่อของเขากันอย่างพร้อมเพรียง

"ไดม่อน!" "ไดม่อน!!" "ไดม่อน!!!"

อย่างไรก็ตามความกระตือรือร้นของแฟน ๆ ก็ไม่ได้หยุดฝีเท้าของนักมวยผิวดำ

เขาเดินกลับไปที่ห้องรับรองภายใต้เสียงตะโกนเชียร์อย่างล้นหลาม

ซึ่งชายวัยกลางคนที่เห็นว่านักมวยผิวดำไม่สนใจผู้ชมเลย มันก็ทำให้เขารีบพูดแก้สถานการณ์ขึ้นมาว่า "ดูเหมือนว่านักสู้ของเราจะไม่อยากพูดกับแฟน ๆ ไม่เป็นไร เพราะทุกท่านจะได้เห็นคำพูดของเขาผ่านกำปั้นของเขา!!"

หลังจากคำพูดของชายวัยกลางคนผู้ชมก็ตะโกนขึ้นกันขึ้นมาอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง

"เฮ้!!!"

"เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาชมคู่ต่อไปกันเลยครับ!!"

. . .

นักมวยผิวดำไม่สนใจว่าที่สังเวียนจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเดินมาถึงห้องรับรองเขาก็ถอดถุงมือออกและนั่งลงบนเก้าอี้

หลังจากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ปลดผ้าพันแผลบนกำปั้นของเขาออก

หลังจากถอดอะไรเสร็จเรียบร้อยเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำที่อยู่ด้านข้าง

แต่เมื่อเขาเดินผ่านกระจกทันใดนั้นร่างของเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยุดชะงัก

เมื่อเขาลองมองดูตัวเองที่อยู่ภายในกระจกเขาก็พบเข้ากับดวงตาที่ว่างเปล่า

ภายในดวงตาที่ว่างเปล่าของเขามันถูกซ่อนเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดและอดีตอันดำมืดที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของเขา

ซึ่งการที่มีดวงตาว่างเปล่าแบบนี้และยังสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้มาได้โดยไม่มีรอยแผลบนใบหน้าหรือร่างกายเลยนับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก!

โดยทั่วไปแล้วกรณีแบบนี้มันมีความเป็นไปได้สองแบบ

แบบแรก ทักษะการหลบหนีของเขาดีมาก และสามารถโจมตีคู่ต่อสู้ได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ!

แบบที่สอง เขาแข็งแกร่งมากเกินไปและไม่จำจะต้องรอให้คู่ต่อสู้โจมตีก่อน และอาศัยความแข็งแกร่งของตัวเองในการเอาชนะศัตรูด้วยการโจมตีสองสามครั้ง!

ความเป็นไปได้ทั้งสองแบบนี้ไม่ว่าอันไหนมันก็น่าตกตะลึงทั้งคู่

นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ชมในสังเวียนจึงตะโกนชื่อของเขาอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อมองตัวเองในกระจกความจำในอดีตของนักมวยผิวดำก็ย้อนกลับเหมือนกับการกรอหนัง . . .

ชื่อของเขาคือ ลุค เคจ เขาเป็นนักสู้ที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดด้วยหมัด และใช้สังเวียนมวยใต้ดินเพื่อเลี้ยงชีพ

ภายในระยะเวลาสามเดือนเขาได้ขึ้นชกมาทั้งหมด 15 นัด ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ . . .

ชนะ 15 แพ้ 0

และทุกคนที่เขาขึ้นชกคู่ต่อสู้จะถูกน็อกลงกับพื้นโดยไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

ไม่ว่าเขาจะเจอคู่ต่อสู้คนไหนเขาก็ไม่เคยได้รับบาดเจ็บหรือมีรอยแผลบนร่างกายของเขาเลย ดังนั้นเขาจึงได้ชื่อฉายาว่า ‘ไดม่อน’!

เมื่อชื่อเสียงของเขาค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเจ้าของสโมสรหรือชายวัยกลางคนร่างอ้วนที่อยู่บนสังเวียน อดัมก็เริ่มเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่

อดัมเซ็นสัญญากับเขา

จัดเตรียมที่พักอาศัยให้เขา ให้รายได้ 30% จากการขึ้นชก และทำให้เขาเป็นสมบัติของสโมสร ‘ไดม่อน’ . . .

ในทางกลับกัน ลุค เคจ จะต้องมาชกมวยที่สโมสร ไดม่อนฮาร์ท ทุกสัปดาห์!

สำหรับเงื่อนไขนี้ลุค เคจที่เพิ่งประสบกับความเจ็บปวดจากการสูญเสียภรรยาสุดที่รักของเขาไปและยังคงจมอยู่กับความเศร้าก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้ และลงชื่อของเขาในสัญญา

บางคนอาจจะใช้แอลกอฮอล์ในการย้อมใจเพื่อให้ลืมเลือนเรื่องต่าง ๆ ส่วนเขาเลือกที่จะเอาความอัดอั้นภายในใจไประบายกับการต่อสู้ภายในสังเวียน จากกำปั้นส่งสู่ร่างกายของคู่ต่อสู้

บางทีลึก ๆ แล้วเขาอาจจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งเหมือนกับร่างกายของเขา

บางครั้งเขาก็ต้องการบางสิ่งบางอย่างเพื่อทำให้เขาลืมความจริงที่ว่าคนที่เขารักที่สุดได้จากเขาไปแล้ว . . .

ก๊อก! ก๊อก!

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้ง ทำให้ลุค เคจที่ยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกได้สติกลับมาอีกครั้ง

เขาส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระในหัวทิ้งไป และมองไปที่ประตู

เขาเห็นชายหนุ่มผิวดำยืนอยู่ที่ประตูและพูดกับเขาขึ้นมาว่า "ไดม่อน! อดัมให้ฉันมาตามนาย"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลุค เคจก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย และถามขึ้นมาเบา ๆ ว่า "เกิดอะไรขึ้น?"

ชายผิวดำรีบอธิบายขึ้นมาว่า "ไม่มีอะไรหรอกก็แค่มีเศรษฐีคนหนึ่งมาที่สโมสรพร้อมกับผู้หญิงสองคนเปิดไวน์สองสามขวด และได้เห็นการต่อสู้ของนายเมื่อกี้นี้ก็เลยอยากดื่มกับนายสักแก้ว"

"นายก็รู้ว่าอดัมปฏิเสธคนไม่เก่ง เขาก็เลยให้ฉันมาถามนาย . . . "

หลังจากฟังจนจบสีหน้าของลุค เคจก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงและพูดปฏิเสธขึ้นมาว่า "ฝากบอกอดัมด้วยว่าฉันไม่สนใจ"

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ เจ้าหน้าที่หมายเลข 44 [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว