เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 : สัตว์อสูรของหมอไป๋

บทที่ 9 : สัตว์อสูรของหมอไป๋

บทที่ 9 : สัตว์อสูรของหมอไป๋


พยาบาลที่อยู่ด้านหลังหมอไป๋ช่วยกันยกเจียงซูขึ้นเปลและส่งเขาไปยังแผนกการแพทย์ ภายในศูนย์สัตว์อสูรมีแผนกการแพทย์ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครันไม่ต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป

เถียนเถียนวิ่งตามหลังพวกเขาไป เธอเกือบทำเขาตาย ดังนั้นเธอต้องอยู่เฝ้าเขา เมื่อเขาลืมตาตื่นมาเห็นความพยายามของเธอ เธอจะได้มีโอกาสอธิบายเรื่องราวต่างๆ

ที่น่าประหลาดใจคือ หมอไป๋เองก็ตามเถียนเถียนมาด้วย

"ซ่งเถียนเถียน ผมดูไลฟ์สดของคุณแล้ว ทุกการกระทำย่อมทิ้งร่องรอย ไปเจาะเลือดมาหลอดหนึ่ง ผมจะช่วยตรวจดูว่ามีสารพิษตกค้างหรือเปล่า ในเมื่อคุณเป็นพนักงานของผมแล้ว ผมจะรับผิดชอบเรื่องสุขภาพของคุณเอง"

"ขอบคุณค่ะคุณหมอ แต่ฉันไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลทันทีหลังออกจากห้องสอบแล้ว ทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่พบอะไรผิดปกติค่ะ"

เถียนเถียนลดการป้องกันตัวลงและขอบคุณหมอไป๋อย่างจริงใจ

ประเด็นหลักคือเวลาผ่านไปตั้งสามเดือนแล้ว ด้วยกระบวนการเมตาบอลิซึม ทุกอย่างคงถูกขับออกไปหมดแล้ว ต่อให้เจาะเลือดตอนนี้ก็คงตรวจไม่เจออะไร แถมเจาะเลือดยังเจ็บตัวเปล่าๆ อีก!

【ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าพวกโง่เง่านั่นคิดว่าจะตรวจหายาปลุกพลังของเจ้านายข้าเจอหรือไง】

เสียงอะไรน่ะ? เถียนเถียนมองไปรอบๆ และสังเกตเห็นว่าจู่ๆ ก็มีดอกบัวขาวดอกหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของหมอไป๋

ดอกบัวขาวเปล่งแสงนวลใสตกลงกระทบร่างของเจียงซู

"หึหึ! คนพวกนั้นจะมาเทียบชั้นกับข้าได้ยังไง แค่เพราะพวกเขาตรวจไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าข้าจะตรวจไม่เจอสักหน่อย"

【เจ้าเจียงซูนี่เห็นได้ชัดว่าเป็นขยะพรสวรรค์ต่ำแท้ๆ แต่พรสวรรค์กลับพุ่งขึ้นไประดับกลางได้ยังไง? มันทำสำเร็จได้ยังไงกัน? การทดลองนั่นล้มเหลวตั้งกี่ครั้ง เจ้านายข้าไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง งานวิจัยพวกนั้นถูกพวกสวะสั่งแบน แถมยังบีบให้เจ้านายข้าต้องระเห็จมาอยู่บ้านนอกคอกนาแบบนี้】

【เขาทำได้แค่แอบปลอมแปลงยาปลุกพลังเป็นยาพิษแล้วเอาไปขายในตลาดมืดเท่านั้น】

【ช่างเถอะ ยังไงคนพวกนั้นก็ต้องถูกพิษตายอยู่แล้ว การมอบโอกาสให้ได้ปลุกพลังถือว่าเป็นการสร้างกุศลให้เจ้านายข้าแล้วกัน】

"คุณหมอคะ ดอกบัวขาวนี่คือสัตว์อสูรของคุณหรือคะ?"

"ใช่"

"พืชก็เป็นสัตว์อสูรได้ด้วยเหรอคะเนี่ย!"

【ตื่นตูมไปได้ ยัยบ้านนอกไม่รู้ประสีประสา แต่ก็นับว่านางดวงดีจริงๆ ดื่มยาปลุกพลังของเจ้านายเข้าไปแล้วไม่เป็นอะไรเลย แถมยังเป็นคนเดียวในบรรดาหนูทดลองที่รอดชีวิตมาได้ เจ้านายเกือบจะถอดใจไปคิดสูตรใหม่แล้วเชียว โชคดีที่น้องสาวกับแม่นางมาหาเรื่องถึงที่ เลยทำให้เจ้านายรู้ว่ายังมีหนูทดลองรอดชีวิตอยู่】

【ออร่าในตัวนางเข้มข้นมาก นางต้องเปลี่ยนพรสวรรค์ได้สำเร็จแน่ๆ】

【ไม่สิ นางอาจจะมีพรสวรรค์ระดับกลางอยู่แล้ว และตอนนี้กลายเป็นพรสวรรค์ระดับสูง】

【มิน่าล่ะ สัตว์อสูรพวกนั้นถึงได้ชอบนาง ถ้าข้าไม่ได้ทำสัญญากับเจ้านายไปแล้ว ข้าก็อยากทำสัญญากับยัยบ้านนอกนี่เหมือนกัน ยัยบ้านนอกนี่พรสวรรค์สูง ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมโลก แถมยังหลอกง่ายอีกต่างหาก!】

"สัตว์อสูรมีความแปลกประหลาดและหลากหลาย มาในรูปแบบต่างๆ กันไป"

ท่าทีของหมอไป๋ที่มีต่อซ่งเถียนเถียนดูอบอุ่นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย

อย่างน้อยน้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนขึ้น และสายตาที่จ้องมองซ่งเถียนเถียนราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าบางอย่าง

ขณะที่พูด หมอไป๋ก็หยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาและส่งสายตาบอกให้ซ่งเถียนเถียนถลกแขนเสื้อขึ้น

"คุณหมอคะ สุขภาพฉันไม่ค่อยดี ที่บ้านยากจน ฉันไม่ได้กินดีอยู่ดีมาตั้งแต่เด็ก เลือดลมพร่อง เป็นโลหิตจาง แถมยังขาดสารอาหาร บางทีฉันอาจจะไม่ควรเจาะเลือดนะคะ!"

ขณะที่พูด ซ่งเถียนเถียนก็ยกมือขวาขึ้นและใช้นิ้วโป้งถูกับนิ้วชี้และนิ้วกลางไปมา

【มือยัยนี่คันหรือไง? ทำไมถึงถูนิ้วไปมาตอนพูดด้วย?】

หมอไป๋ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำปฏิเสธของซ่งเถียนเถียน เขาไม่คิดว่าเธอจะปฏิเสธ

ซ่งเถียนเถียนเองก็ไม่คิดว่าหมอไป๋จะซื่อบื้อจนไม่เข้าใจความหมายของเธอ

แต่ก็นะ คนที่ยึดติดกับมาตรฐานการให้อาหารอย่างเคร่งครัด จนให้สิงโตหิมะกินธัญพืชสัตว์อสูรแค่วันละห้าสิบกรัมเป็นเวลานานจนมันคลั่ง... คนแบบนี้จะไปฉลาดเรื่องพวกนี้ได้ยังไง?

แต่เธอจะพูดตรงๆ ก็ไม่ได้

หมอไป๋คนนี้อำมหิตขนาดกล้าทำการทดลองกับมนุษย์ ช่างชั่วร้ายเหลือเกิน ถ้าเธอเปิดโปงเขา แล้วเขาเกิดแก้แค้นเธอขึ้นมาล่ะ?

ซ่งเถียนเถียนเน้นเสียงหนักแน่น "ถ้าฉันเสียเลือด เลือดลมฉันต้องพร่องแน่ๆ เลือดลมพร่องก็ต้องกินอาหารเสริมบำรุง! แต่ฉัน—"

"ผมจะให้คุณพันหนึ่งไปซื้อของบำรุง!"

"คุณหมอคะ คุณไม่ได้ออกไปข้างนอกนานแล้วเหรอคะ? ไม่รู้ราคาข้าวของข้างนอกหรือไง?"

สิงโตหิมะตัวละเป็นร้อยล้าน แต่เขาให้เงินเธอแค่พันเดียว คนคนนี้ทำแบบนี้ได้ยังไง?

"มียาอยู่ที่ห้องยา เดี๋ยวผมจะเขียนใบสั่งยาให้คุณไปเบิกเอง"

【คุณพระช่วย! ที่แท้ท่านั้นคือท่าขอเงินหรอกเหรอ ฉลาดจริงๆ ที่ข้าดูออก มันแนบเนียนซะจนคนทั่วไปดูไม่ออกแน่ๆ】

【ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านายข้าฉลาดเป็นกรด เขาบังเอิญจะให้ยาต่อเนื่องกับยัยเด็กเซ่อซ่านี่อยู่พอดี ยัยนี่โชคดีชะมัด ยานั่นช่วยบรรเทาพลังวิญญาณที่รุนแรงได้ด้วย】

"ขอบคุณค่ะหมอไป๋!"

ซ่งเถียนเถียนจะพูดอะไรได้ล่ะ?

ในตอนนี้เธอมั่นใจแล้ว

หมอไป๋คือคนที่เอายาให้ซ่งเจียวเจียว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมควักเงินพันนึงแถมจะให้ยาเธอแลกกับการเจาะเลือดแค่หลอดเดียวหรอก ปกติเจาะเลือดแค่นี้ไม่ต้องพักฟื้นด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม การมีเรื่องกับหมอไป๋ตอนนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดี ถ้าเธอเรียกร้องมากเกินไป หมอไป๋ต้องสงสัยเธอแน่

หมอไป๋เจาะเลือดซ่งเถียนเถียนไปหนึ่งหลอด และเจาะเลือดเจียงซูไปอีกหนึ่งหลอด

ซ่งเถียนเถียนมองดูหมอไป๋เดินจากไป เธอเหนื่อยล้าเต็มทีจึงเผลอหลับไปทั้งที่นั่งพิงอยู่ข้างเตียงของเจียงซู

วันนี้เธอเจอเรื่องราวมามากเกินไปแล้วจริงๆ

ซ่งเถียนเถียนหลับไปเพียงสามสี่ชั่วโมงก็ตื่นขึ้น ตอนนี้โรงอาหารไม่มีของกินแล้ว เธอจึงไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองถ้วยจากตู้ขายของอัตโนมัติ ที่นี่ขูดรีดกันชัดๆ บะหมี่ถ้วยละสิบหยวน ทั้งที่ข้างนอกขายแค่ห้าหยวนเอง

"หอมจัง~~"

"ตื่นแล้วเหรอ! ฉันเตรียมบะหมี่ไว้ให้ กินรองท้องหน่อยสิ!"

ซ่งเถียนเถียนคิดว่าถ้วยเดียวคงไม่อิ่ม เลยซื้อมาเผื่อสองถ้วย

เธอไม่คิดว่าเจียงซูจะตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอมของบะหมี่

เจียงซูรับบะหมี่ไปกินอย่างรวดเร็วไม่กี่คำก็หมดเกลี้ยง เขารู้สึกหิวจนตาลาย!

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปที่ตู้ขายของอัตโนมัติด้วยกัน

ซ่งเถียนเถียนกินเพิ่มอีกถ้วยก็อิ่มแล้ว

แต่เจียงซูยังคงกินต่อไปไม่หยุด

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งร้อยถ้วยเต็มๆ ซ่งเถียนเถียนยืนมองตาค้าง

ตามด้วยขนมเส้นเผ็ดและฮอทดอกอีกนับไม่ถ้วน

ผ่านไปสักพัก ซ่งเถียนเถียนเริ่มกังวลว่าร่างกายของเจียงซูจะผิดปกติหรือเปล่า

แต่เจียงซูกลับชกหมัดลงพื้นอย่างใจเย็น แผ่นหินสีเขียวบนพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

"เถียนเถียน นี่เป็นเรื่องปกติ พอเป็นนักฝึกสัตว์อสูรแล้ว ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานสูง เลยต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งจนน่ากลัวเลยล่ะ"

"เจียงซู ฉันขอโทษนะ! ความจริงฉันไม่ค่อยรู้เรื่องการฝึกสัตว์อสูรหรอก หมอไป๋บอกว่าถ้าเปิดพื้นที่จิตอสูรครั้งแรกได้สิบตารางเมตรก็ถือว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว ฉันไม่รู้อะไรเลย แค่คิดว่าสัตว์อสูรต้องกิน ต้องดื่ม ต้องวิ่งเล่น พื้นที่มันก็น่าจะกว้างหน่อย"

"แล้วฉันก็ได้ยินมาว่าเราปลูกพืชในพื้นที่จิตอสูรได้ด้วย ถ้าพื้นที่กว้าง เราก็ปลูกผักไว้กินได้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ไม่อดตาย!"

"คุณบอกว่านักฝึกสัตว์อสูรอัจฉริยะเปิดพื้นที่จิตอสูรครั้งแรกได้แค่สิบตารางเมตรเหรอ?"

"ขอโทษที!" ความจริงหมอไป๋บอกว่านักฝึกสัตว์อสูร 'ทั่วไป' ต่างหาก แต่ซ่งเถียนเถียนเปลี่ยนจาก 'ทั่วไป' เป็น 'อัจฉริยะ' หน้าตาเฉย

จบบทที่ บทที่ 9 : สัตว์อสูรของหมอไป๋

คัดลอกลิงก์แล้ว