- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ผมปลดล็อกระบบเศรษฐี
- บทที่ 7 เขาบ้านรวยขนาดไหนกันแน่?
บทที่ 7 เขาบ้านรวยขนาดไหนกันแน่?
บทที่ 7 เขาบ้านรวยขนาดไหนกันแน่?
เมื่อมองดูตู้เจ๋อที่ดูดีขึ้นผิดหูผิดตาตรงหน้า สีหน้าของหวังเสวี่ยชิงก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย
ยอมรับตามตรง ครั้งแรกที่เห็นตู้เจ๋อ เธอไม่ได้สนใจผู้ชายคนนี้สักเท่าไหร่
ผู้ชายวัยกลางคนลงพุง แต่งตัวซอมซ่อตามมาตรฐาน หาความดึงดูดใจไม่ได้เลยสักนิด
แต่ตอนนี้ หลังจากตัดผมและเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่ดูภูมิฐาน หวังเสวี่ยชิงกลับรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ถึงจะยังอ้วนอยู่เหมือนเดิม แต่รูปร่างสูงใหญ่ของตู้เจ๋อเมื่อสวมเสื้อผ้าเข้ารูป กลับทำให้ดูบึกบึนผึ่งผายมากกว่าดูอ้วนเทอะทะ
บวกกับทรงผมราคา 3,000 หยวน ตอนนี้เขาดูมีมาดผู้ชายวัยทำงานที่สุขุมนุ่มลึก แผ่รังสีฮอร์โมนเพศชายออกมาอย่างรุนแรง
ถ้าไม่ติดว่ายังมีพุงยื่นออกมาให้เห็นชัดเจน หวังเสวี่ยชิงคงให้คะแนนผู้ชายตรงหน้าไปแล้ว 80 เต็ม 100
ระหว่างที่หวังเสวี่ยชิงกำลังให้คะแนนตู้เจ๋อในใจ ตู้เจ๋อก็หันไปหาพนักงานขายที่ยืนรออยู่ข้างๆ
"เอาชุดที่ผมใส่อยู่นี่แหละครับ! รูดบัตรได้เลย"
"ได้ค่ะ แล้วชุดเดิมที่คุณลูกค้าเปลี่ยนออก..."
"ทิ้งไปเลยครับ ทางร้านน่าจะช่วยจัดการให้ได้ใช่ไหม?"
"ได้แน่นอนค่ะ!"
พนักงานขายยิ้มแก้มแทบปริ มุมปากยกขึ้นจนแทบจะปิดไม่ลง รีบรับแบล็คการ์ดจากตู้เจ๋อแล้วหมุนตัวไปที่เคาน์เตอร์คิดเงินทันที
"พี่ตู้จะซื้อจริงๆ เหรอคะ?"
หวังเสวี่ยชิงได้สติ กลับมามองพนักงานขายที่เดินไปเคาน์เตอร์ด้วยความกังวล กลัวว่าอีกเดี๋ยวพนักงานจะเดินกลับมาบอกว่าวงเงินไม่พอ
ถ้าเป็นแบบนั้นคงขายหน้าแย่
"คุณตาถึงมากครับ เลือกชุดที่ผมชอบทั้งนั้นเลย"
"แหงสิคะ เมื่อก่อนฉันก็ทำงานสายเดียวกับน้องเขานี่แหละ"
หวังเสวี่ยชิงตอบรับไปตามเรื่อง สายตามองไปที่เคาน์เตอร์ พอเห็นใบเสร็จไหลออกมาจากเครื่องพิมพ์
เธอก็โล่งอกทันที
"แต่พี่ตู้นี่ไม่เหมือนที่ฉันคิดไว้เลยนะคะ"
"ไม่เหมือนตรงไหนครับ?"
สายตาทั้งสองประสานกัน หวังเสวี่ยชิงรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของตู้เจ๋อ แก้มขาวเนียนแดงซ่านขึ้นมาทันที เผลอก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว
เธอรีบยกมือพัดหน้าแก้เขิน "ทำไมในร้านเปิดฮีตเตอร์แรงจังคะเนี่ย?"
"เหรอครับ?"
ตู้เจ๋อยิ้มบางๆ นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะทำให้สาวสวยระดับหวังเสวี่ยชิงหน้าแดงได้
เรื่องแบบนี้เมื่อก่อนเขาไม่กล้าแม้แต่จะฝัน
เขาว่ากันว่าเงินคือความกล้าของผู้ชาย แต่ดูเหมือนตอนนี้เงินจะเป็นหน้าตาของผู้ชายด้วยสินะ
"เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวฉันเลือกอย่างอื่นให้พี่ดูต่อนะคะ รองเท้าคู่เก่าของพี่ก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว" หวังเสวี่ยชิงหน้าแดงรีบเปลี่ยนเรื่อง
สรุปยอดบิล แจ็กเก็ต 29,000 เสื้อยืด 7,300 กางเกง 10,900 รองเท้า 12,600 บวกกับกระเป๋าสตางค์ที่ตู้เจ๋อเลือกเองอีก 4,600 รวมเป็นเงิน 64,400 หยวน
ยังห่างไกลจากเป้าหมาย 2 ล้านหยวนของตู้เจ๋ออีกโข
【ผู้เล่นใช้จ่ายในหมวดเครื่องแต่งกาย 64,400 หยวน คะแนนการประเมินการใช้จ่ายครั้งนี้ 75 คะแนน ได้รับเงินคืน 175%!】
【การประเมินจากระบบ: เสินฮ่าวที่ยอดเยี่ยมย่อมไม่หยุดอยู่แค่ลุคเดียว โปรดพยายามต่อไป】
"เรียนลูกค้าธนาคารจาวซาง บัตรธนาคารลงท้ายหมายเลข 9896 ของท่านมียอดเงินเข้า 112,700 หยวน!"
เห็นข้อความแจ้งเตือน ตู้เจ๋อก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เห็นไหม ซื้อน้อยไปจริงๆ ด้วย
หวังเสวี่ยชิง คุณจะไหวไหมเนี่ย?
"เป็นอะไรไปคะ?"
หวังเสวี่ยชิงเห็นตู้เจ๋อขมวดคิ้ว ก็นึกว่าเขากำลังเสียดายเงินที่เธอเลือกของแพงให้
แต่ประโยคถัดมาของตู้เจ๋อ ทำเอาเธอแทบจะมองบน
"คุณหวังครับ คุณกำลังช่วยผมประหยัดเงินอยู่เหรอ?"
"คุณ... คุณอย่ามาดูถูกจิตวิญญาณของอดีตพนักงานขายแบรนด์เนมนะ!"
พริบตาเดียว จิตวิญญาณนักขายที่หลับใหลไปนานก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง หวังเสวี่ยชิงพร้อมรบเต็มที่
แต่ขณะเดียวกัน ความสงสัยใคร่รู้ในตัวตู้เจ๋อก็เพิ่มมากขึ้นทวีคูณ
เสิ่นเทียน สามีของเธอก็นับว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในมัวตู
ในฐานะผู้บริหารระดับกลางถึงสูง รายได้ต่อปีของเขาก็หลักล้านหยวน
แต่ขนาดสามีเธอ ยังไม่กล้าจ่ายค่าเสื้อผ้าทีละหกเจ็ดหมื่นโดยไม่กะพริบตาแบบนี้เลย
แต่ตู้เจ๋อกลับบอกให้เธอช่วยเลือกเสื้อผ้าราคาเป็นล้านให้หน้าตาเฉย
ครอบครัวเขาต้องรวยขนาดไหน เงื่อนไขชีวิตต้องดีแค่ไหนถึงจะสปอร์ตได้ขนาดนี้?
สุดท้าย หวังเสวี่ยชิงก็จัดชุดให้ตู้เจ๋ออีก 3 สไตล์
ชุดสูททางการสำหรับติดต่อธุรกิจ
ชุดแจ็กเก็ตนักบินสไตล์ลำลองสำหรับวันพักผ่อน
และชุดลำลองแนววัยรุ่นลดอายุ
รวมกับรองเท้าที่เข้าชุดกัน แว่นกันแดด และเนกไท
เบ็ดเสร็จตู้เจ๋อรูดไป 430,000 หยวน
【ผู้เล่นใช้จ่ายในหมวดเครื่องแต่งกาย 430,500 หยวน คะแนนการประเมินการใช้จ่ายครั้งนี้ 81 คะแนน ได้รับเงินคืน 181%!】
【การประเมินจากระบบ: เสินฮ่าวที่ยอดเยี่ยมไม่เพียงแต่ไม่หยุดอยู่แค่ลุคเดียว แต่ยังไม่ยึดติดอยู่กับแบรนด์เดียว โปรดพยายามต่อไป】
"เรียนลูกค้าธนาคารจาวซาง บัตรธนาคารลงท้ายหมายเลข 9896 ของท่านมียอดเงินเข้า 779,205 หยวน!"
เผลอแป๊บเดียว ตู้เจ๋อก็ได้เงินคืนจากร้านนี้ไปเกือบ 9 แสนหยวนแล้ว!
หักต้นทุนออก ก็กำไรเน้นๆ เกือบ 4 แสนหยวน!
ความรู้สึกที่ได้ใช้เงินมือเติบแบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง แถมยังได้เงินกลับมาอีกนี่มันโคตรจะฟินเลยว่ะ
ตู้เจ๋อไม่เคยรู้สึกสบายใจและปลดปล่อยขนาดนี้มาก่อน
จนมาค่อนชีวิต ประหยัดอดออมมาค่อนชีวิต ตอนนี้ได้ใช้เงินอย่างเต็มที่ อยากได้อะไรก็ซื้อ แถมยังทำเงินได้อีก ความรู้สึกนี้มันสุดยอดกว่าอะไรทั้งนั้น!
แต่พอมองถุงช็อปปิ้งที่เริ่มกองเป็นภูเขาเลากาในมือ ตู้เจ๋อก็นึกปัญหาขึ้นมาได้ข้อหนึ่ง
ซื้อเสื้อผ้ามันก็สนุกดีหรอก แต่ราคามันก็ตันอยู่แค่นั้น
เขากับหวังเสวี่ยชิงมีกันแค่สองคน สี่มือ ถ้าจะปั่นยอดเงินคืนให้เต็มโควตาด้วยการซื้อเสื้อผ้า มีหวังได้แบกของจนเดินไม่ไหวแน่
เอ่อ...
ตู้เจ๋อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักจะเหลิงเกินไปแล้ว ถึงขนาดกลุ้มใจเพราะซื้อของเยอะเกินไปเนี่ยนะ
แต่ไม่นาน ตู้เจ๋อก็ปิ๊งไอเดีย
แว่นกันแดดที่ซื้อเมื่อกี้ก็ถูกนับรวมในหมวดเครื่องแต่งกาย
ถ้าแว่นกันแดดยังนับ แล้วอย่างอื่นล่ะ?
ถ้าคิดตามหลักการนี้ ดูเหมือนว่าอะไรก็ตามที่สวมใส่บนร่างกาย น่าจะถูกเกมนับรวมเป็น "เครื่องแต่งกาย" หมด
ตอนนี้เขายังขาดอีกอย่างน้อย 1.5 ล้านหยวน ถึงจะครบโควตา 2 ล้าน
เลิกซื้อเสื้อผ้าดีกว่า งั้นลองมองหาอย่างอื่นดูบ้าง เช่น... นาฬิกาข้อมือ?
คิดได้ดังนั้น ตู้เจ๋อก็ขัดจังหวะหวังเสวี่ยชิงที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ แล้วเสนอให้ไปดูนาฬิกาแทน
"หา? พี่ตู้จะซื้อนาฬิกาอีกเหรอคะ?"
หวังเสวี่ยชิงตกตะลึงอีกครั้ง
แบรนด์นาฬิกาในไอเอฟซีมีไม่ใช่น้อย
แต่ทั้งหมดล้วนเป็นแบรนด์หรูอย่าง Rolex (โรเล็กซ์), Vacheron Constantin(วาเชอรอง กงสตองแตง), Blancpain (บลองแปง), Jaeger-LeCoultre(เยเกอร์-เลอคูลเทร)...
แต่ละแบรนด์ราคาแพงระยับทั้งนั้น
แค่นาฬิกาเรือนเดียวก็ปาไปหลักหมื่น หรืออาจจะหลักล้าน!
เมื่อกี้ตู้เจ๋อเพิ่งรูดไปเกือบ 5 แสน หรือว่าเขาตั้งใจจะปัดเศษให้ครบงบล้านนึงจริงๆ?
"คุณไม่ถนัดเรื่องนาฬิกาเหรอครับ?"
"ก็พอรู้บ้างค่ะ..."
"งั้นรีบไปกันเถอะครับ ผมเริ่มหิวแล้ว ซื้อเสร็จจะได้ไปหาอะไรกินกัน"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกจากร้าน พนักงานขายคนเมื่อครู่ก็รีบวิ่งเข้ามาขวางไว้
"คุณตู้เจ๋อคะ ขอบพระคุณสำหรับการอุดหนุนในวันนี้นะคะ นี่คือบัตรทอง VIP ของ Zegna (เซนญา) ค่ะ ตอนนี้คุณเป็นสมาชิกระดับสูงของร้านเราแล้ว! ต่อไปนอกจากจะได้สิทธิ์เลือกสินค้าคอลเลกชันใหม่ก่อนใคร ยังได้รับสิทธิพิเศษและของขวัญสำหรับสมาชิกอีกมากมายค่ะ"
มองบัตรสีทองที่ยื่นมาตรงหน้า ตู้เจ๋อก็รับไว้อย่างเฉยเมย
ท่าทีไม่ยี่หระของเขา ยิ่งเพิ่มความสงสัยใคร่รู้ให้กับหวังเสวี่ยชิง
แต่ความจริงตู้เจ๋อคิดง่ายๆ แค่ว่า
ก็แค่บัตรใบเดียว สำหรับตู้เจ๋อแล้ว สมาชิก VIP อะไรนั่น จะเทียบกับเกมมหาเศรษฐีเสินฮ่าวในมือถือเขาได้ยังไง?
สิทธิพิเศษงั้นเหรอ เทียบกับสวัสดิการที่ได้จากเกมมหาเศรษฐีเสินฮ่าวไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียว!
จบบท