- หน้าแรก
- เนตรทองคำ ล่าขุมทรัพย์พลิกโลก
- บทที่ 44 - แผนลวงต้มตุ๋น
บทที่ 44 - แผนลวงต้มตุ๋น
บทที่ 44 - แผนลวงต้มตุ๋น
บทที่ 44 - แผนลวงต้มตุ๋น
เย่เทียนไม่ได้เสนอราคาทับทันที แต่แกล้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
การจะได้ครอบครองแจกันเหมยผิงเลียนแบบหรูเหยานี้แทบเป็นไปไม่ได้แล้ว เขาไม่เพียงต้องผ่านด่านโรเบิร์ตที่พร้อมจะสู้ราคาอย่างบ้าคลั่ง แต่ยังต้องผ่านด่านเจ้าของแผงด้วย
ถ้าเสนอราคาต่ำไป แรงดึงดูดไม่พอ เจ้าของแผงอาจจะเก็บโคมไฟกลับไปไม่ขาย แล้วเอาไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบส่งเข้าประมูลเอง
คนที่อยู่ในชุมชนนี้ได้ ย่อมไม่ใช่พวกขัดสนเงินทอง และไม่ใช่พ่อค้าของมือสองที่เน้นขายเร็ว คงไม่ยอมทิ้งโอกาสงามๆ เพื่อเงินเล็กน้อยตรงหน้า
แต่ถ้าเสนอราคาสูงไป ก็ไม่คุ้ม นอกจากกำไรจะบางเฉียบแล้ว เผลอๆ ของอาจจะเน่าคาเมือ
ทางเดียวคือต้องวางแผนล่อให้โรเบิร์ตติดกับ ให้มันรับแจกันไปในราคาสูงลิ่ว ให้ได้ลิ้มรสชาติของการโดนต้มตุ๋น จะได้จำใส่กะลาหัว
ส่วนเจ้าของแผงตาอยู่ที่จะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ก็ต้องบอกว่าเขาโชคดีสุดๆ ที่ส้มหล่นใส่ ได้ลาภก้อนโตไป
ยังไงคนจ่ายเงินก็คือโรเบิร์ต ไม่ใช่เราซะหน่อย ช่างหัวมันปะไร
คิดได้ดังนั้น เย่เทียนก็หันไปมองตาเจ้าของแผง ยิ้มอย่างจริงใจแล้วพูดว่า
"สวัสดีครับ ดูเหมือนผมคงไม่มีทางได้โคมไฟนี้ในราคาถูกแน่ๆ งั้นผมขอพูดตามตรงเลยดีกว่า เล่าเรื่องโคมไฟนี้ให้ฟัง เผื่อจะเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายกันได้"
"ได้สิ เชิญเลย ผมฟังอยู่"
เจ้าของแผงพยักหน้ารับ รอฟังเย่เทียนบรรยายอย่างตื่นเต้น
เขาอยากรู้ใจจะขาดว่าคุณค่าของโคมไฟนี้มันอยู่ที่ตรงไหน ถึงทำให้สองคนนี้แย่งกันขนาดนี้
เจสัน โรเบิร์ต และเจอร์เมน ต่างก็มองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น พวกเขากระหายข้อมูลนี้ไม่แพ้กัน
เย่เทียนเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะเริ่มพูด
"แจกันใบนี้คือเครื่องกระเบื้องจีนโบราณ ดูจากลวดลายและการเคลือบ รวมถึงความงดงามที่ถ่ายทอดออกมา บอกได้ว่านี่คือเครื่องกระเบื้องโบราณจากสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือของจีน อายุราวๆ หนึ่งพันปี"
"ว้าว"
เจ้าของแผงอุทานลั่น แล้วก็นิ่งอึ้งไป สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ แววตาเริ่มมีความบ้าคลั่งเจือปน
"พระเจ้า ฉันมีเครื่องกระเบื้องจีนโบราณอยู่ในครอบครอง แถมอายุตั้งพันปี มันจะมีค่าขนาดไหนเนี่ย? ประเมินค่าไม่ได้แน่ๆ ต้องหลายหมื่นดอลลาร์ชัวร์
ประวัติศาสตร์จีนนี่มันยาวนานจริงๆ หนึ่งพันปีเชียวนะ ตอนนั้นยุโรปยังอยู่ในยุคมืดของยุคกลาง ทวีปใหม่ยังไม่ถูกค้นพบ อย่าว่าแต่อเมริกาเลย แม้แต่เงาก็ยังไม่มี"
เจสัน โรเบิร์ต และเจอร์เมน ต่างก็ตะลึงงันไปตามๆ กัน
ไม่มีใครคาดคิดว่าแจกันตรงหน้าจะมีประวัติยาวนานขนาดนี้ หนึ่งพันปี จินตนาการไม่ออกเลย
สำหรับพวกเขา ประวัติศาสตร์ก็คืออเมริกาไม่กี่ร้อยปีนี้แหละ พันปีขึ้นไปเหรอ? นั่นมันตำนานชัดๆ ไม่เคยอยู่ในหัวเลย
ท่ามกลางความตื่นตะลึง ในหัวโรเบิร์ตเห็นภาพตัวเลขเงินฝากในบัญชีที่มีศูนย์ต่อท้ายนับไม่ถ้วน ดวงตาเขาแดงฉานขึ้นมาทันที
"ไม่ว่ายังไงก็ปล่อยของดีชิ้นนี้หลุดมือไปไม่ได้ ต้องเอามาให้ได้ คฤหาสน์ สาวสวย รถสปอร์ต ชีวิตหรูหรารออยู่แค่เอื้อมแล้ว"
เห็นปฏิกิริยาของทุกคน เย่เทียนก็หัวเราะเบาๆ
ปฏิกิริยานี้แหละใช่เลย สิ่งล่อใจรุนแรงพอแล้วสินะ
แต่ยังขาดไฟอีกนิด เดี๋ยวพี่จะเติมเชื้อไฟให้ แสดงให้เห็นว่าพี่อยากได้ใจจะขาด หลุมพรางนี้ถึงจะสมบูรณ์แบบ
จากนั้น เขาก็พูดกับเจ้าของแผงด้วยน้ำเสียงจริงใจสุดซึ้งเหมือนเดิม
"ผมเป็นคนจีน ผมรักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติผมมาก และผมก็ชอบของเก่าของประเทศเราด้วย ผมเลยอยากได้เครื่องกระเบื้องชิ้นนี้มาก
จากการประเมินเบื้องต้น และกำลังทรัพย์ของผม ผมขอเสนอราคาแจกันใบนี้ที่ 5,000 ดอลลาร์ หวังว่าคุณจะเก็บไปพิจารณา และยอมขายให้ผมนะครับ
ในมือคุณ มันเป็นแค่ผลงาน DIY เป็นแค่โคมไฟ แต่สำหรับผม มันคือตัวแทนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติ เป็นของล้ำค่า"
พูดจบ เย่เทียนก็ยิ้มมองเจ้าของแผง รอการตัดสินใจ
แต่หางตาเขาจับจ้องไปที่โรเบิร์ตตลอดเวลา รอดูว่าหมอนั่นจะมีปฏิกิริยายังไง
ถึงจะตั้งใจวางกับดักโรเบิร์ต แต่คำพูดของเย่เทียนก็ไม่ได้โกหก ในมุมมองการดูเครื่องกระเบื้อง มันไม่มีช่องโหว่ สมเหตุสมผลทุกอย่าง
แจกันเหมยผิงใบนี้มีลักษณะเหมือนแจกันหรูเหยาสมัยซ่งเหนือทุกประการ เพียงแต่มันเป็นของปลอมทำเหมือนจากสมัยเฉียนหลง ต้องยอมรับว่าช่างฝีมือจีนโบราณเก่งกาจจริงๆ ทำได้เหมือนเป๊ะ
ต่อให้โรเบิร์ตเอาแจกันไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทีหลัง ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่มีทางหาหลักฐานได้ว่าเย่เทียนจงใจหลอก ได้แต่โทษว่าตาไม่ถึงเอง เข้าใจผิดว่าเป็นของราชวงศ์ซ่งเหนือ
ส่วนรูที่ก้นขวด ก็ไม่เกี่ยวกับเย่เทียนสักนิด ใครใช้ให้นายไม่ตรวจดูให้ดีเอง โทษใครไม่ได้ สมน้ำหน้า
พอนายหลงกลเข้าไปเต็มเปา โรเบิร์ตก็จะได้แต่น้ำท่วมปาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
การเปิดราคาที่ 5,000 ดอลลาร์ เย่เทียนก็คิดมาดีแล้ว ต่อให้โรเบิร์ตไม่สู้ ราคานี้ได้แจกันมาก็ไม่ขาดทุน เผลอๆ ยังกำไรนิดหน่อย
เจ้าของแผงยังไม่ทันตอบ โรเบิร์ตก็รีบชิงพูดแทรกขึ้นมาอย่างร้อนรน
"คุณครับ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ผมขอปรึกษาคนอื่นและเช็กข้อมูลหน่อย แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะสู้ราคาไหม ได้ไหมครับ"
"ได้สิ เชิญเลย ผมรอได้"
เจ้าของแผงพยักหน้ารับ ตอนนี้เขากำลังมึนงงไปหมด
โรเบิร์ตกับเจอร์เมนเดินเลี่ยงไปด้านข้าง เริ่มโทรหาพ่อค้าของเก่าที่รู้จักเพื่อขอคำปรึกษา พร้อมกับเอามือถือเซิร์ชหาข้อมูลในเน็ต
สิ่งที่พวกเขาค้นหาคือข้อมูลของเตาเผาหรูเหยาสมัยซ่งเหนือ ไม่ใช่ราคาของทำเหมือนสมัยเฉียนหลง ราคาแม่งต่างกันฟ้ากับเหว อัตราส่วนหนึ่งต่อสิบได้มั้ง มากพอจะทำให้พวกเขากระอักเลือดตาย
เจสันได้สติกลับมา พอคิดว่าตรงหน้าคือเครื่องกระเบื้องโบราณอายุพันปี ตาก็ลุกวาวเป็นสีแดงเหมือนกัน
มันจะมีค่ากี่หมื่นดอลลาร์วะเนี่ย? ไม่กล้าจินตนาการเลย ทำให้คนบ้าได้แน่ๆ
เขาชี้ไปที่แจกันเหมยผิงตรงหน้าอย่างตื่นเต้น แล้วกระซิบถามเย่เทียน
"สตีเวน เรื่องจริงเหรอ? นี่คือเครื่องกระเบื้องซ่งเหนือ เป็นของเก่าพันปีจริงดิ"
เย่เทียนยิ้ม ไม่ตอบ จะให้บอกเหรอว่านี่คือกองไฟที่ขุดล่อแมลงเม่า
ตอนนี้เย่เทียนกำลังจ้องเจ้าของแผงผ่านแว่นกันแดดอย่างตั้งใจ ใช้พลังมองทะลุสแกนเข้าไป
แน่นอนเขาไม่ได้สนใจตัวเจ้าของแผง แต่สนใจช่องทางการติดต่อ เดี๋ยวต้องให้เจ้าของแผงร่วมมือหน่อย ถึงจะปิดจ็อบต้มตุ๋นครั้งนี้ได้
เกิดเจ้าของแผงเกิดเสียดายของขึ้นมา ไม่ยอมขายแจกัน ที่ลงทุนทำไปทั้งหมดก็จะสูญเปล่า ไร้ค่าทันที
ไม่นานเย่เทียนก็เจอกล่องนามบัตรหรูหรา ข้างในมีนามบัตรเจ้าของแผง ระบุข้อมูลพื้นฐาน แน่นอนว่ามีเบอร์มือถือด้วย
จำข้อมูลพวกนี้ไว้ เย่เทียนก็รีบละสายตากลับมา
หลังจากสลัดความรู้สึกคลื่นไส้ออกไป เขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าใส่โทรศัพท์ เริ่มพิมพ์ข้อความ เตรียมส่งให้เจ้าของแผง
การพิมพ์โดยไม่ต้องมองเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับเย่เทียน แค่มองทะลุกระเป๋าก็เรียบร้อย
"เชลดอน ขายแจกันไปเถอะ มันไม่มีทางถึงราคานั้นแน่ ผมกล้ารับประกัน ส่วนทำไมผมถึงรู้จักคุณ รู้เบอร์คุณ เพราะผมเคยอยู่ที่ปีเตอร์ คูเปอร์มาก่อนไง"
ข้อความถูกพิมพ์เสร็จอย่างรวดเร็ว เย่เทียนยังไม่กดส่ง แต่เซฟเก็บไว้ รอโรเบิร์ตกลับมาเสนอราคา ถึงตอนนั้นค่อยส่ง
เชลดอน เจ้าของแผงยังคงตกอยู่ในภวังค์ความดีใจ จ้องแจกันตรงหน้าเขม็ง แทบอยากจะกอดมันไว้ ไม่สนใจเลยว่าเย่เทียนกับโรเบิร์ตกำลังทำอะไร
เขาถึงขั้นคิดจะเก็บของเก่าชิ้นนี้กลับไป แล้วส่งประมูลเองเพื่อฟันกำไรก้อนโต แต่ถ้ายอมขายให้สองคนนี้ในราคาที่เย้ายวนใจ ก็อาจจะยอมขาย
เวลาผ่านไปไม่กี่นาที โรเบิร์ตกับเจอร์เมนก็กลับมา
ทั้งคู่ตื่นเต้นสุดขีด แววตาฉายแววบ้าคลั่งและความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะต้องเอามาให้ได้
จากการปรึกษาพ่อค้าของเก่าและค้นข้อมูล พวกเขารู้ราคาของเครื่องกระเบื้องคล้ายๆ กันนี้แล้ว สถิติประมูลของคริสตี้ส์มีแจกันที่เหมือนอันนี้เปี๊ยบ จบประมูลไปเกือบสิบล้านดอลลาร์
ลาภลอยก้อนมหึมาวางอยู่ตรงหน้า โรเบิร์ตจะยอมปล่อยไปได้ยังไง
ถ้าพลาดไป เขาคงเสียใจไปตลอดชีวิต เหมือนตอนงานประมูลที่สมิธโซเนียนนั่นแหละ ไส้เขียวไปหมดแล้ว
พอยืนเข้าที่ เขาก็เสนอราคาอย่างตื่นเต้นทันที
"15,000 ดอลลาร์ ราคานี้จริงใจสุดๆ ผมอยากได้แจกันใบนี้จริงๆ หวังว่าคุณจะขายให้ผมนะ"
พูดจบ เขาก็มองเชลดอนอย่างร้อนรน รอคำตอบ
ขณะเดียวกัน เขากับเจอร์เมนก็จ้องแจกันเหมยผิงบนโต๊ะตาเป็นมัน ลูกตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหมือนแบงก์ดอลลาร์ไปแล้ว
"ได้เวลาแล้ว หลุมนี้ลึกพอให้โรเบิร์ตเจ็บตัวไปอีกนาน จำไปจนวันตาย เล่นแรงกว่านี้เดี๋ยวจะไม่ดี อาจจะกลายเป็นศัตรูถาวร เรื่องแค่นี้ไม่คุ้ม"
คิดได้ดังนั้น เย่เทียนก็กดส่งข้อความออกไป
กันเหนียวเผื่อเชลดอนไม่เห็น เขาเลยกดส่งรัวๆ ไปสองรอบ
จากนั้น เขาก็แกล้งทำท่าตกใจ ร้องเสียงดัง
"โรเบิร์ต นายบ้าไปแล้วเหรอ? ของชิ้นนี้ไม่ถึง 15,000 ดอลลาร์หรอกน่า"
"สตีเวน ขอบใจที่เตือน ฉันรู้ตัวดี และมั่นใจมาก ฉันจะเอาเครื่องกระเบื้องชิ้นนี้ ต้องขอโทษด้วยนะ"
โรเบิร์ตยิ้มอย่างมั่นใจ
ขณะพูด แววตาเขามีความรู้สึกผิดแวบผ่านเข้ามานิดหนึ่ง
"ก็ได้ แจกันใบนี้เป็นของนาย วันนี้ฉันพกเงินมาไม่พอ ไม่งั้นฉันสู้ตายแน่ น่าเสียดายชะมัดที่ต้องปล่อยของดีหลุดมือไป"
เย่เทียนยักไหล่ ทำหน้าจนใจ
พูดจบ เขาก็ทำหน้าเสียดายสุดซึ้ง ถอยฉากออกมายืนดูละครต่อ
ละครกำลังถึงจุดพีค จะหันหลังกลับได้ไง ต้องดูให้จบถึงจะเรียกว่าฟิน
ขณะถอยออกมา เขาห้ามเจสันที่กำลังจะอ้าปากพูด แล้วกระซิบว่า
"อย่าใจร้อน มีเรื่องสนุกให้ดู"
เจสันเข้าใจทันที ไอ้หมอนี่กำลังจะวางยาอีกแล้ว
เหยื่อคงหนีไม่พ้นโรเบิร์ตกับเจอร์เมนแน่ๆ
วินาทีต่อมา เขามองโรเบิร์ตด้วยสายตาเวทนา
ไอ้โง่สองตัวเอ๊ย
จบแล้ว