เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - ตระกูลเหยียน

บทที่ 14 - ตระกูลเหยียน

บทที่ 14 - ตระกูลเหยียน


บทที่ 14 - ตระกูลเหยียน

ตระกูลเหยียนแห่งผู่หวู

นับเป็นตระกูลใหญ่ไม่ได้ คฤหาสน์ก็เทียบตระกูลหวังไม่ติด แต่ป้อมปราการก็นับว่าครบครัน

ทว่าวันนี้ ที่นี่กลับต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่หลวง

เลือดไหลนองตามร่องระบายน้ำไม่ขาดสาย ประตูใหญ่ของป้อมถูกทำลาย บนถนนเกลื่อนกลาดด้วยศพนอนระเกะระกะ บ่งบอกถึงความโหดร้ายของการต่อสู้เมื่อครู่

ลึกเข้าไปข้างใน ถนนเต็มไปด้วยผู้คนโพกผ้าเหลือง ส่วนใหญ่รูปร่างผอมโซ ในมือถือมีดดาบ หรือไม่ก็คราดเหล็ก การแต่งกายไม่เหมือนกัน เกราะก็ไม่ครบชุด

หน้าประตูเรือนชั้นใน การต่อสู้ดุเดือดเป็นพิเศษ

ทหารส่วนตัวตระกูลเหยียนล้มตายเกือบหมด แต่ชายชราถือทวนคนหนึ่งกลับขวางทางเดินทัพของศัตรูทั้งกองทัพ

ทวนยาวในมือเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือด ชุดขาวถูกย้อมจนเป็นสีแดงเข้ม แต่เขาราวกับจมดิ่งอยู่ในการฆ่าฟัน เท้าเหยียบย่ำบนกองศพ ทวนยาวตวัดฆ่าคนอย่างคล่องแคล่ว

แม้แต่ลูกธนูก็เข้าไม่ถึงตัวเขา เขาเปรียบเสมือนเทพสงครามผู้ชราภาพ ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ค่อยๆ สร้างภูเขาศพขึ้นมา

พวกโจรโพกผ้าเหลืองแม้จะมีคนกลัว แต่ส่วนใหญ่ฆ่าจนตาแดงก่ำ พุ่งเข้าใส่ถงหยวนอย่างไม่กลัวตาย หวังจะฉีกทึ้งคนที่ขวางทางผู้นี้ให้เป็นชิ้นๆ

มีเพียงการฉีกทึ้งเขาเท่านั้น พวกมันถึงจะได้เสพสุขกับทรัพย์สมบัติที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

นานเข้า เพลงทวนของเขาเริ่มไม่ดุดันเหมือนก่อน ดูท่าเรี่ยวแรงคงจะหมดลงในที่สุดกระมัง?

เพียงช้าลงไม่กี่จังหวะ ร่างกายเขาก็ถูกคมอาวุธกรีดเป็นแผลหลายแห่ง

ในฝูงชน คนที่แต่งตัวเหมือนแม่ทัพโจรง้างธนู หมายจะใช้ลูกธนูลอบสังหารเขา

"นายท่าน ระวัง!"

ข้างกาย ทหารส่วนตัวอีกคนล้มลง

ตระกูลเหยียนหนีไม่พ้นชะตากรรมถูกล้างตระกูลหรือนี่?

ถงหยวนแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า ในใจไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับลมหายใจสุดท้ายที่สวรรค์จะพรากไป

ด้วยลมหายใจเฮือกนั้น เขาเหวี่ยงทวนสุดแรง เพื่อปลิดชีพศัตรู

นี่ คือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายก่อนตาย

ทัพหลัง ม้าเร็วสองตัว สีดำและสีขาว พุ่งทะยานเข้ามาในเมือง

"ไอ้โจรชั่ว กล้าดียังไงมาทำร้ายอาจารย์ข้า!"

เสียงตวาดสองเสียง ปลุกทัพหลังให้ตื่นตระหนก

หันกลับไปมอง เห็นเพียงเด็กหนุ่มรูปงามสองคนผมชี้ตั้งด้วยความโกรธ ไม่สนใจทหารนับหมื่น พุ่งเข้าใส่ทันที

ทั้งสองบุกตะลุยราวกับเข้าดินแดนไร้คน เพียงชั่วพริบตาก็สร้างทางสายเลือดอันยาวเหยียด ใครขวางหน้า ล้วนตกตาย

สองคนนี้เปรียบดั่งมัจจุราชบนดิน ยากจะต้านทาน

ถงหยวนแก่แล้วจริงๆ พลังที่สูญเสียไปถึงขีดจำกัด หน้าซีดเผือด เริ่มจะยืนไม่อยู่

เทพสงครามบนกองศพ ในที่สุดก็ค่อยๆ ล้มลง ทหารส่วนตัวข้างกายรีบเข้ามาคุ้มกัน พาร่างเขาหนีเข้าเรือนไป

"ท่านอาจารย์!"

ในวงล้อม มัจจุราชสองตนนํ้าตานองหน้า หลังความโกรธเกรี้ยว คือจิตสังหารอันท่วมท้น

สองคนถือทวนยาว สู้รบบนพื้นดิน

วันนี้ หากไม่ฆ่าพวกโจรให้หมด ยากจะระบายความแค้นในใจ

เลือดค่อยๆ ชุ่มโชกชุดเกราะ เส้นผมจับตัวเป็นก้อนเลือด

แต่ไฟแค้นในใจกลับไม่มอดดับ

ทัพหลังโจรโพกผ้าเหลือง แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือน บ่อเลือดกระเพื่อมไหว ก้อนหินเล็กๆ เริ่มกระโดดเต้น

หรือว่า สวรรค์ก็พิโรธด้วย?

"ดูนั่น!"

ไม่รู้ใครตะโกนขึ้น เห็นเพียงนอกป้อม ฝุ่นตลบมหึมาราวกับวันสิ้นโลก กำลังแผ่ขยายเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ใต้ฝุ่นตลบนั้น คือกองทัพม้าเหล็กอันเกรียงไกร

นายทหารหนุ่มนำทัพหน้าตาเคร่งขรึม ทวนจันทร์เสี้ยวในมือชี้ไปข้างหน้า ตวาดก้อง "กล้าดียังไงมาทำร้ายพี่ข้า!"

"ฟิ้ว!" ลูกธนูบดบังดวงอาทิตย์ พุ่งเข้าใส่กองทัพโจรโพกผ้าเหลือง

ภายใต้ฝนธนู ทหารม้าพุ่งเข้าใส่ป้อมปราการ ทะลวงฟัน!

เสียงกรีดร้อง เสียงฆ่าฟันดังระงม พร้อมกับเลือดสดๆ ที่ไหลทะลักออกมานอกป้อม ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปไกล

ทัพหน้าของกองทัพอันเกรียงไกรนี้คือทหารส่วนตัวสองพันนายของตระกูลหวัง ผ่านการฝึกฝนจากหวังเฉิน ล้วนดุดันอำมหิต ชาวบ้านธรรมดาที่มาเป็นโจรโพกผ้าเหลืองจะต้านทานไหวหรือ?

มันไม่ต่างอะไรกับการสังหารหมู่!

เมื่อฝุ่นจางหาย ดวงตะวันสาดแสงอีกครั้ง สนามรบแห่งนี้ก็ปิดฉากลง

ท่ามกลางกองศพ ผู้คนนับไม่ถ้วนเดินขวักไขว่ โยนศพลงหลุม ฝังบ้าง เผาบ้าง

โถงกลาง

ถงหยวนฟื้นจากอาการสะลึมสะลือในที่สุด

"ท่านอาจารย์!"

หวังเฉินและจูล่งตื่นเต้นดีใจ ไม่สนคราบเลือดทั่วตัว คุกเข่าลงกราบ

"ลุกขึ้นเร็ว!"

ภายใต้การประคองของคนตระกูลเหยียน ถงหยวนค่อยๆ ลุกขึ้น ประคองหวังเฉินทั้งสองขึ้นมา

"ท่านอาจารย์ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมขอรับ?"

"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร!" ดวงตาของถงหยวนแดงก่ำด้วยความปิติ กลั้นน้ำตาแห่งความซาบซึ้งไว้ไม่อยู่

"จื่อจวิ้น ไปเรียกคนในบ้านออกมา พบผู้มีพระคุณช่วยชีวิตตระกูลเหยียนเร็วเข้า!" ถงหยวนสั่งชายวัยกลางคนข้างกาย

"อืม ท่านลุงเขยพูดถูก" เหยียนจื่อจวิ้นคารวะถงหยวน แล้วเดินเข้าไปข้างใน

"มา มา มา พวกเราศิษย์อาจารย์สามคนมาคุยกันหน่อย" ถงหยวนพาทั้งสองมานั่งล้อมวงที่โต๊ะ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

ทว่ายังคุยกันไม่ทันไร ทหารส่วนตัวคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "แย่แล้ว แย่แล้ว โจรมันมาอีกแล้ว นอกป้อมมีโจรมาอีกกลุ่ม ประมาณหลายพันคน"

"อะไรนะ!"

คนในโถงตกใจ มีเพียงหวังเฉินและจูล่งที่สีหน้าสงบนิ่ง

หวังเฉินส่งสัญญาณให้ถงหยวนวางใจ ถามทหารคนนั้นว่า "คนที่มา มาจากทางจิ่งสิงใช่หรือไม่?"

"ใช่แล้ว!"

"มีธงแซ่หวังหรือไม่?"

"มีมากกว่านั้นอีก มีธงแซ่กวน แซ่จ้าว แซ่ลิ่งหูด้วย"

หวังเฉินจึงประสานมือให้ถงหยวน ยิ้มว่า "ท่านอาจารย์ไม่ต้องตกใจ นี่คือกองทหารราบห้าพันนายของทัพหลังที่น้องร่วมสาบานของศิษย์นำมา เมื่อครู่รีบร้อนดูอาการอาจารย์ เลยยังไม่ได้รายงาน ขออาจารย์โปรดอภัย"

"ในเมื่อเป็นคนกันเอง ก็ให้เข้ามาในป้อมเถอะ" ถงหยวนสั่งการ แล้วกล่าวกับหวังเฉินว่า "เฉินเอ๋อร์ ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว นึกถึงตอนนั้นยังฝึกวิชากับข้าในป่าลึก วันนี้กลับคุมทหารนับหมื่น"

"ก็เพราะอาจารย์สั่งสอนดี ไม่งั้นเฉินเอ๋อร์จะมีวันนี้ได้อย่างไร?"

ถงหยวนชื่นชม ยิ้มว่า "ข้าใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาทั้งชีวิต เสียดายวิชาความรู้ไม่มีที่ใช้ ตอนนี้แผ่นดินวุ่นวาย มีศิษย์พี่ศิษย์น้องอย่างพวกเจ้าสองคน ก็ถือว่าได้สานฝันการทหารของอาจารย์แล้ว"

"ขอบคุณท่านอาจารย์ที่สั่งสอน"

"ก็เป็นผลจากความเพียรของพวกเจ้าเองด้วย" ถงหยวนถอนหายใจยาว "ตอนนี้เกิดเหตุร้าย ตระกูลเหยียนก็พังพินาศ คนตายเกือบหมด เหลือไม่ถึงร้อย ฉางซานนี้คงอยู่ไม่ได้แล้ว"

"หากท่านอาจารย์ไม่รังเกียจ ศิษย์ยินดีเขียนจดหมายเชิญตระกูลเหยียนไปพักพิงชั่วคราวที่ตระกูลหวัง ส่งทหารร้อยนายคุ้มกันอาจารย์และครอบครัวไปปิ้งโจว รอให้บ้านเมืองสงบ ค่อยกลับมา ดีหรือไม่ขอรับ?"

"ขอคิดดูก่อน ขอคิดดูก่อน" ถงหยวนยิ้มขมขื่น โบกมือเบาๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - ตระกูลเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว