- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์ชายหก ข้าขออู้งานจนจิ๋นซีต้องร้องขอชีวิต
- บทที่ 26 - รู้งี้ไม่ทำดีกว่า เลอะเทอะไปหมดเลย!
บทที่ 26 - รู้งี้ไม่ทำดีกว่า เลอะเทอะไปหมดเลย!
บทที่ 26 - รู้งี้ไม่ทำดีกว่า เลอะเทอะไปหมดเลย!
บทที่ 26 - รู้งี้ไม่ทำดีกว่า เลอะเทอะไปหมดเลย!
"ว่าไงนะ!!"
พอได้ยินคำพูดของอิ๋งหยวน จ้าวกาแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยทีเดียว!
เมื่อกี้ยังบอกว่าจะขอบคุณไม่ใช่เหรอ แถมยังพูดถึงเรื่องรางวัลอีกต่างหาก
ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นไม่มีที่กลบฝังศพ ตีให้เละเป็นเนื้อบด แล้วเอาไปให้หมากินล่ะ?
"องค์ชาย ท่านล้อเล่นใช่ไหมพะยะค่ะ?"
จ้าวกาฝืนยิ้มที่ดูน่าเกลียดสุด ๆ ออกมา
ข่าวลือภายนอกบอกว่าองค์ชายอิ๋งหยวนเป็นคนรักอิสระไม่ยึดติดกฎเกณฑ์ แต่ไม่นึกเลยว่าจะเอาเรื่องคอขาดบาดตายมาล้อเล่นแบบนี้
จ้าวกาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าตัวเองอุตส่าห์มาแสดงความหวังดีขนาดนี้ แล้วอิ๋งหยวนจะทำกับเขาแบบนั้นลงคอ
ทว่า
หลงเชี่ยได้ลงมือแล้ว
ชายร่างยักษ์กำยำก้าวเพียงสองก้าวก็มาถึงตัวจ้าวกา มือใหญ่คว้าคอเสื้อแล้วยกขึ้นจนขาลอยจากพื้น
ในเมื่อผู้อาวุโสหนงบอกว่าต่อไปนี้เขาต้องติดตามองค์ชายอิ๋งหยวน คำสั่งขององค์ชาย เขาก็ต้องทำให้สำเร็จ
"ปล่อยนะ หยุดเดี๋ยวนี้!"
"ไอ้คนสารเลว เจ้าเป็นใคร รู้ไหมว่าข้าคือ..."
จ้าวกาตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แขนขาตะเกียกตะกายพยายามดิ้นรน จากนั้นความหวาดกลัวก็พุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาวที่ทำให้เขาตัวสั่นเทาไม่หยุด
หลงเชี่ยไม่สนใจจ้าวกาแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ก้าวเท้าหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหิ้วร่างจ้าวกาเดินออกไปนอกห้องโถง
"องค์ชาย! องค์ชาย! ท่านล้อเล่นใช่ไหม?"
"ท่าน... ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ!"
"องค์ชาย ข้าคือจ้าวกา! ข้าคือเจ้ากรมรถม้าแห่งราชสำนัก!"
"อิ๋งหยวน! ท่านกำลังฆ่าคนบริสุทธิ์ ฝ่าฝืนกฎหมายต้าฉิน ต่อให้เป็นองค์ชายก็ต้องถูกฝ่าบาทลงโทษ!"
"ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท! ข้าจะฟ้องฝ่าบาท! ข้าเป็นถึงเจ้ากรมรถม้า ท่านจะมาสั่งฆ่าโดยไม่มีความผิดไม่ได้!"
อารมณ์ของจ้าวกาเปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นการคาดคั้น และท้ายที่สุดก็กลายเป็นความบ้าคลั่ง
เมื่อคนเราสัมผัสถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ ธาตุแท้ในใจจะถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น
ตอนนี้จ้าวกาเสียสติไปแล้ว!
ชายร่างยักษ์ที่จับตัวเขาอยู่ลงแรงบีบที่คอจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่
นี่มันกะจะฆ่าเขาจริง ๆ!
"ข้ารู้ว่าเจ้าชื่ออะไร เมื่อกี้องค์ชายก็บอกแล้วว่าเจ้าชื่อจ้าวกา ดังนั้น... หุบปากซะ"
พอหลงเชี่ยก้าวพ้นประตูห้องโถง เสียงเรียบเฉยของเขาก็ดังขึ้น
คำพูดนั้นทำให้จ้าวกาที่กำลังคลุ้มคลั่งชะงักไป
จากนั้น เขาก็รู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว!
ปัง!
ร่างของเขากระแทกลงบนพื้นอย่างแรง ใบหน้ากระแทกเข้ากับแผ่นหินหนา ๆ จนดั้งจมูกหัก ผิวหน้าถลอกปอกเปิก เลือดไหลทะลัก
แต่... ยังไม่ทันที่จ้าวกาจะพลิกตัวกลับมา เขาก็ได้ยินเสียงลมหวีดหวิวดังมาจากด้านหลัง
ตึ้บ!
กร๊อบ!
เสียงทึบและเสียงกระดูกหักดังขึ้นพร้อมกัน!
ไม้พลองฟาดลงไปทีเดียว ขาซ้ายของจ้าวกาก็แหลกละเอียด!
"อ๊ากกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วจวนองค์ชาย
เสียงร้องนี้เองที่ดึงสติของเซียงหลี่เฉิงและหนงหลินที่กำลังตะลึงค้างอยู่ในห้องโถงกลับมา!
"หา?!!!"
"องค์ชาย นี่มัน..."
เซียงหลี่เฉิงมีสีหน้ากังวล
ยังไงจ้าวกาก็เป็นถึงเจ้ากรมรถม้า การที่องค์ชายอิ๋งหยวนทำแบบนี้ เกรงว่า... จะนำภัยมาสู่ตัว!
แต่อิ๋งหยวนไม่ได้ตอบอะไร เขามองออกไปนอกห้องโถงด้วยแววตาเย็นชา ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่
"อ๊ากกก..."
ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัส ใบหน้าของจ้าวกาบิดเบี้ยว กรีดร้องไม่หยุด พูดข่มขู่ไม่เป็นภาษาคนอีกต่อไป
ความเจ็บปวดที่แทงลึกถึงกระดูกทำให้คนเราสูญเสียความสามารถในการพูดไปชั่วขณะ
หลงเชี่ยถือไม้พลองที่หักคาเมือ ดูเหมือนจะรู้สึกว่าคุณภาพมันแย่เกินไป เขาจึงส่ายหัวเบา ๆ แล้วคว้าท่อนเหล็กสัมฤทธิ์ที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาฟาดซ้ำลงไปอีก!
ตึ้บ!
กร๊อบ!
คราวนี้เป็นเสียงกระดูกขาขวาของจ้าวกาที่หักสะบั้น
ตึ้บ!
ตึ้บ!
ฟาดไปอีกสองที แขนทั้งสองข้างของจ้าวกาก็หักละเอียด!
หลงเชี่ยเป็นคนรู้ลิมิต ในเมื่อองค์ชายสั่งให้ตีจนเละเป็นเนื้อบด ก็ต้องทุบแขนขาให้เละเทะ
เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าสารเลวนี่คลานไปไหนมาไหนได้ เขาเลยจัดการทุบแขนขาทิ้งก่อนเลย
ถึงตอนนี้ จ้าวกาที่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวก็ตาเหลือกสลบเหมือดไปแล้ว
อิ๋งหยวนยื่นตราประทับประจำตัวองค์ชายให้เซียงหลี่เฉิงแล้วสั่งว่า "ไปขวางทหารองครักษ์ไว้ ห้ามให้ใครเข้ามา เรื่องนี้เปิ่นกงจื่อจะอธิบายกับเสด็จพ่อเอง"
พอได้ยินคำสั่ง เซียงหลี่เฉิงถึงกับตาค้าง!
ตราประทับองค์ชายเชียวนะ! นี่เป็นของสำคัญขนาดไหน? แม้จะเป็นการใช้ชั่วคราวเพื่อจัดการเรื่องเล็กน้อย แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าองค์ชายอิ๋งหยวนไว้ใจเขามากเพียงใด!
แถมยังสั่งให้ขวางทหารองครักษ์อีก!
ดูท่าองค์ชายอิ๋งหยวนกะจะสับจ้าวกาให้เป็นหมื่นชิ้นจริง ๆ!
"ขอรับ!"
เซียงหลี่เฉิงรับตราประทับมาอย่างนอบน้อม แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ออกไปขวางทหารด้านนอก
หลงเชี่ยไม่สนใจเรื่องพวกนั้น เขาง้างท่อนเหล็กในมือขึ้นสูง แล้วฟาดลงไปเต็มแรง!
ตึ้บ!
ตึ้บ!
ตึ้บ!
...
เสียงทุบหนัก ๆ ดังขึ้นต่อเนื่อง จ้าวกาสิ้นลมหายใจไปตั้งแต่ไม้ที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
ท่ามกลางความเจ็บปวด เขาตื่นขึ้นมาแวบหนึ่ง
ความเจ็บปวดค่อย ๆ จางหายไป แต่ความหนาวเหน็บจากก้นบึ้งหัวใจกลับทวีความรุนแรงขึ้น
ทั้งที่หลับตาอยู่ แต่เขากลับพบว่าความมืดมิดตรงหน้ายิ่งดำดิ่งลงไปอีก ราวกับว่ามันกำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างของเขา แม้กระทั่งความคิด
ไม่รู้ว่าฟาดไปกี่ที ท่อนเหล็กในมือหลงเชี่ยเริ่มงอผิดรูป ส่วนจ้าวกา...
หรือจะเรียกว่ากองเนื้อเละ ๆ ตรงนั้น แทบหาชิ้นส่วนกระดูกที่ดีไม่ได้เลย
เลือดซึมลงไปในแผ่นหินที่แตกร้าว ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เป็นหลักฐานยืนยันว่าชีวิตหนึ่งได้ดับสูญไปแล้ว
อิ๋งหยวนมีสีหน้าเรียบเฉย เขาลุกขึ้นเดินเอามือไพล่หลังไปยืนหน้าห้องโถง มองดูกองเนื้อเละเทะเบื้องล่าง!
ไอ้ตัวซวยที่ทำให้จักรวรรดิต้าฉินล่มสลาย ก็เพราะไอ้จ้าวกานี่แหละ ความพยายามของบรรพชนตระกูลอิ๋งต้องพังพินาศ!
สันติภาพที่ผู้คนเฝ้ารอมานานต้องกลับกลายเป็นไฟสงครามอีกครั้ง!
และที่สำคัญที่สุด...
มึง จ้าวกา มึงจะไปยุยงให้ไอ้หูไห่มันฆ่าพี่น้องทำซากอะไร?
ไม่รู้หรือไงว่าข้าอิ๋งหยวนก็เป็นองค์ชายเหมือนกัน?
ไม่พูดถึงความจริงข้ออื่น แค่ข้าสั่งฆ่ามึงเนี่ย มันผิดตรงไหน?
"หลงเชี่ย คอกหมาอยู่ทางทิศใต้ เดี๋ยวเจ้าทำความสะอาดให้เรียบร้อยหน่อยนะ อย่าให้เหลือเศษเลือดเศษเนื้อตามซอกมุมล่ะ"
"เปิ่นกงจื่อเป็นคนรักความสะอาด คนสกปรก ๆ แบบนี้ทำเหม็นไปหมด เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะนอนไม่หลับ"
อิ๋งหยวนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาไม่มีความเมตตาให้กับการตายของจ้าวกาเลยสักนิด
แต่ทำพื้นเลอะเทอะนี่สิ ต้องจัดการให้สะอาด
พอนึกถึงตรงนี้ อิ๋งหยวนก็เริ่มเสียใจภายหลัง
ทำไมต้องเอาสะใจสั่งให้หลงเชี่ยทุบจนเละด้วยนะ? แค่หักคอแล้วโยนให้หมากินก็จบแล้วไม่ใช่รึไง?
"ได้เลยขอรับ!"
"องค์ชายวางใจได้!"
หลงเชี่ยฉีกยิ้มกว้าง โยนท่อนเหล็กทิ้งไปข้าง ๆ แล้วรับคำอย่างกระตือรือร้น
คราวนี้เขายิ้มออกมาจากใจจริง!
ไม่พูดถึงว่าองค์ชายผู้นี้จะเป็นคนยังไง แต่อย่างน้อยนิสัยก็ถูกจริตเขามาก!
"เอาล่ะ เปิ่นกงจื่อจะไปเข้าเฝ้าแล้ว"
"หนงหลิน ท่านตามเซียงหลี่เฉิงออกไปเถอะ เขามีตราประทับของข้า ทหารไม่กล้าขวางหรอก"
อิ๋งหยวนหันไปมองหนงหลินแล้วพูดเรียบ ๆ
เทียบกับเรื่องพวกนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ... การประชุมเช้า!
ฆ่าเจ้ากรมรถม้าไปแล้ว ด่านสำคัญคือในท้องพระโรงต่างหาก!
[จบแล้ว]