เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - คุณหนูใหญ่ตระกูลเหลียง

บทที่ 30 - คุณหนูใหญ่ตระกูลเหลียง

บทที่ 30 - คุณหนูใหญ่ตระกูลเหลียง


บทที่ 30 - คุณหนูใหญ่ตระกูลเหลียง

◉◉◉◉◉

หลัวหยางนอนหลับเต็มอิ่มตลอดคืน พอตื่นเช้ามาจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวา

หลังจากวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าและทานมื้อเช้าเรียบร้อย เขาก็กลับหอพักมาอาบน้ำเย็นอีกรอบ เปลี่ยนไปสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็ก สะพายกระเป๋าคอมพิวเตอร์แล้วออกเดินทางทันที

ช่วงเช้ามีประชุมประจำสัปดาห์ ส่วนช่วงบ่ายต้องพาซุนเว่ยจงและโจวหยางตระเวนไปดูพื้นที่ในเมืองใกล้เคียง เพราะวันอาทิตย์นี้จะต้องต้อนรับลูกค้ากลุ่มแรกที่จัดหามาโดยทีมช่องทางการจัดจำหน่าย เขาจำเป็นต้องลงไปสำรวจพื้นที่จริงให้รู้เขารู้เราเสียก่อน

พอลองคำนวณดูแล้ว วันหยุดสุดสัปดาห์สองวันนี้เขาแทบไม่ได้พักเลย

จะมีก็แค่ช่วงกลางคืนเท่านั้นที่มีเวลาไปห้องสมุดเพื่อค้นคว้าข้อมูล เพราะในเมื่อหลิวไห่ซานโอนเงินงวดแรก 2 แสนหยวนมาให้แล้ว รายงานแผนธุรกิจก็ต้องเร่งทำให้เสร็จ พยายามอัดให้จบภายในสองสัปดาห์นี้ให้ได้

หลัวหยางคิดเรื่องงานไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงบริษัทก่อนเวลาแปดโมงครึ่ง

"ผู้ช่วยหลัว มาเช้าจังเลยนะ"

ลวี่นาก็เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน เธอกำลังเตรียมตัวจะเข้าไปดูแลความเรียบร้อยในห้องทำงานท่านประธาน

"เป็นนักศึกษาก็แบบนี้แหละครับ ชินกับการตื่นเช้าแล้ว ให้ผมนอนตื่นสายก็นอนไม่หลับหรอก"

"จริงเหรอ"

แววตาของลวี่นาเต็มไปด้วยความขบขัน "สมัยพี่เรียนมหาลัย พี่รู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ โดยเฉพาะวันหยุดถ้าไม่มีใครมาปลุก พี่นอนยิงยาวไปตื่นตอนกินข้าวเที่ยงโน่นเลย"

"คนสวยต้องนอนเยอะๆ เพื่อบำรุงผิวพรรณไงครับ"

หลัวหยางจัดโต๊ะทำงานของตัวเองไปพลางยิ้มตอบไปพลาง "ผิวพรรณพี่ลวี่ดีขนาดนี้ สงสัยจะเป็นผลจากการนอนแน่ๆ เลย"

"จริงเหรอเนี่ย"

ลวี่นาเผลอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองโดยไม่รู้ตัว หารู้ไม่ว่าล้อรถแห่งมุกสองแง่สองง่ามได้บดขยี้ผ่านใบหน้าเธอไปเรียบร้อยแล้ว

พอมองไปทางหลัวหยางอีกที ก็เห็นเขาเปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มพิมพ์ก๊อกแก๊กๆ ไปแล้ว

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเก้าโมงยี่สิบนาที

"ผู้ช่วยหลัว ได้เวลาไปห้องประชุมแล้ว"

ลวี่นาลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยเตือนหลัวหยาง

"เอ๊ะ ท่านประธานยังไม่มาที่ห้องทำงานเหรอครับ"

"ท่านตรงไปที่ห้องประชุมเลย เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง"

พูดถึงตรงนี้เธอก็ชะงักไปนิดหนึ่ง หันมามองหลัวหยางแล้วเสริมว่า "วันนี้คุณหนูใหญ่เหลียงอวี่ซินก็มาด้วยนะ..."

"ลูกสาวท่านประธานเหรอครับ"

"ใช่ เธอต้องระวังหน่อยนะ คุณหนูใหญ่เหลียงเป็นคนเจ้าระเบียบมาก"

ลวี่นาเตือนหลัวหยางด้วยความหวังดี "จบปริญญาตรีจากฟู่ตั้น แล้วไปต่อโทที่อเมริกา จบจากคณะบริหารธุรกิจวอร์ตัน เพิ่งจะกลับมาปีนี้เอง"

"ขอบคุณครับพี่ลวี่!"

หลัวหยางยิ้มรับ ข่าวนี้เขารู้ตั้งแต่เมื่อบ่ายวานแล้ว เลยไม่ได้ตื่นเต้นตกใจอะไรเท่าไหร่

เขาหยิบโน้ตบุ๊กเดินตามลวี่นาไปยังห้องประชุม

ตามปกติแล้ว พอเดินเข้าห้องประชุม สายตาแรกของหลัวหยางมักจะมองไปที่ท่านประธานเหลียงซิงหมิน แต่ครั้งนี้กลับผิดคาด สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเขาคือหญิงสาวที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของเถ้าแก่เหลียง

หญิงสาวคนนี้ผมยาวสลวยประบ่า ใบหน้ารูปไข่สวยหมดจด โดยเฉพาะดวงตาคู่ที่เปล่งประกายมุ่งมั่นคู่นั้น ต่อให้ไม่ได้สวมชุดสูททำงานเต็มยศ ก็ยังสามารถใช้แววตาสร้างรัศมีกดดันผู้คนได้ ไม่ต้องพูดถึงหน้าตาที่สวยกว่าลวี่นาอยู่นิดหน่อยด้วย

นี่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของเหลียงซิงหมินจริงเหรอเนี่ย

หลัวหยางแอบคิดเรื่องเสียมารยาทในใจ แล้วเบนสายตาไปมองหน้าเถ้าแก่เหลียงอีกรอบ "สวัสดีตอนเช้าครับท่านประธาน"

จากนั้นก็หันไปทักทายผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ในห้อง "สวัสดีตอนเช้าครับหัวหน้าทุกท่าน"

"อืม เสี่ยวหลัวมาแล้วเหรอ ขอแนะนำสมาชิกใหม่ของทีมให้รู้จักหน่อย"

เหลียงซิงหมินผายมือไปทางซ้ายมือด้วยความภาคภูมิใจ "ลูกสาวฉันเอง เหลียงอวี่ซิน หัวกะทิจากวอร์ตัน ปีนี้เรียนจบกลับมาช่วยงานฉัน..."

"สวัสดีครับคุณเหลียง!"

"สวัสดีค่ะผู้ช่วยหลัว!"

ความจริงแล้วเหลียงอวี่ซินแอบสังเกตหลัวหยางมาตั้งแต่เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องแล้ว

ชื่อของนักศึกษาชั้นปีสองคนนี้เข้าหูเธอมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลงานการขายสองดีลใหญ่ที่พ่อเธอคุยโวไว้เสียเลิศเลอ หรือทฤษฎีฮวงจุ้ยเท่ากับวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อื่นๆ ทำให้ความอยากรู้อยากเห็นในตัวหลัวหยางพุ่งสูงปรี๊ดตั้งแต่แรก

วันนี้ได้มาเจอตัวจริง ก็ถือว่าไม่ผิดหวัง

รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาเอาการ บุคลิกท่าทางมั่นใจและสุขุมนุ่มลึก ไม่เหมือนนักศึกษาทั่วไปเลยสักนิด

แน่นอนว่าในใจลึกๆ เธอก็มีความรู้สึกไม่ยอมรับอยู่บ้าง เรื่องนี้ต้องโทษตาแก่เหลียงพ่อของเธอ ที่ขยันชมหลัวหยางให้ฟังที่บ้านจนหูชา ย้ำอยู่นั่นแหละว่าตัวเองตาถึงขนาดไหนที่เลือกคนคนนี้มา ทำให้เหลียงอวี่ซินรู้สึกหมั่นไส้นิดๆ

ประจวบเหมาะ วันนี้ในที่ประชุมประจำสัปดาห์ เธอจะได้ลองชั่งน้ำหนักดูหน่อยว่าหมอนี่มีของจริงสมคำร่ำลือ หรือพ่อของเธอแค่ราคาคุย

ระเบียบวาระการประชุมประจำสัปดาห์ของจินเฉิงเรียลเอสเตทนั้นตายตัว แต่วันนี้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยเพิ่มช่วงแนะนำตัวก่อนเริ่มประชุม พร้อมประกาศแต่งตั้งเหลียงอวี่ซินให้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร กำกับดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล และฝ่ายธุรการ ถือเป็นการผลักดันลูกสาวขึ้นสู่เบื้องหน้าอย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้นก็เข้าสู่วาระการประชุมปกติ กินเวลาไปประมาณสองชั่วโมง

หลังจากแต่ละฝ่ายรายงานจบ ตลอดระยะเวลานั้นเหลียงอวี่ซินไม่ได้พูดแทรกแม้แต่คำเดียว เพียงแต่ถือปากกาจดบันทึกอะไรบางอย่างลงสมุดเงียบๆ

"เสี่ยวหลัว ลองเสนอความเห็นของเธอหน่อยสิ"

เหลียงซิงหมินหันไปทางหลัวหยางที่นั่งอยู่ริมกำแพง แล้วขยิบตาให้ นี่คือสิ่งที่ตกลงกันไว้เมื่อบ่ายวาน

จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ เอาลูกสาวมาอ้างเพื่อรีดใช้งานหลัวหยางอีกแล้ว

รถออดี้ A6 นี่มันขับไม่ง่ายเลยจริงๆ...

หลัวหยางลุกขึ้นยื่นแฟลชไดรฟ์ในมือให้ฝ่ายธุรการ "รบกวนช่วยเปิดตารางในโฟลเดอร์ที่ 1 ขึ้นจอหน่อยครับ"

สิ่งที่เขาหยิบยกขึ้นมาพูดเป็นอย่างแรกย่อมต้องเป็นเรื่องที่ค้างไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน เมื่อตารางถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ ตู้หงผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนและพัฒนาก็เป็นคนแรกที่เอ่ยปาก

"ผู้ช่วยหลัว เทมเพลตข้อมูลสำหรับช่วยวิเคราะห์การซื้อที่ดินทำเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ"

"ผอ. ตู้ครับ นี่เป็นแค่ฉบับร่างกึ่งสำเร็จรูปเท่านั้นครับ"

หลัวหยางยิ้มอธิบาย "ยังต้องให้ฝ่ายการเงิน ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายการตลาด กรอกข้อมูลของแต่ละฝ่ายลงไป..."

"เดี๋ยวก่อนค่ะ"

เหลียงอวี่ซินที่นั่งเงียบมาตลอดเอ่ยปากขึ้น "ผู้ช่วยหลัว ตารางนี้มีฟังก์ชันการทำงานยังไง รบกวนช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ"

แม้ถ้อยคำจะสุภาพ แต่กลับแฝงน้ำเสียงของผู้ที่อยู่เหนือกว่า

หลัวหยางไม่ได้ถือสา ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม

เรื่องแค่นี้ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่พูดเรื่องของสัปดาห์ที่แล้วซ้ำอีกรอบ

แถมตอนนั้นยังเป็นการพูดปากเปล่าแบบจับต้องไม่ได้ แต่ตอนนี้มีเทมเพลตข้อมูลให้เห็นภาพชัดเจน ยิ่งอธิบายง่ายเข้าไปใหญ่

ระหว่างอธิบายเขายังลองกรอกตัวเลขสมมติของแต่ละฝ่ายลงไป เพื่อสาธิตให้เห็นว่าข้อมูลสำคัญอย่างอัตรากำไรมีการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ตามตัวเลขที่กรอกลงไปอย่างไร

"ผู้ช่วยหลัวคะ ค่าอัตราส่วนประสิทธิภาพที่ดินในตารางหมายถึงอะไรคะ"

ข้อมูลส่วนใหญ่ในตารางเข้าใจง่ายแทบจะเป็นแบบสำเร็จรูปสำหรับคนไม่รู้เรื่อง แต่มีบางจุดที่เหลียงอวี่ซินดูไม่เข้าใจ จึงถามออกมา

"อันที่จริงมันคือข้อมูลอ้างอิงครับ แสดงให้เห็นว่าในการซื้อที่ดินแปลงหนึ่งของจินเฉิงเรียลเอสเตท มีสัดส่วนของเงินทุนส่วนตัวของบริษัทอยู่เท่าไหร่"

หลัวหยางยิ้มอธิบาย "ยิ่งอัตราส่วนนี้ต่ำ เท่ากับว่าประสิทธิภาพในการคว้าที่ดินของจินเฉิงเรียลเอสเตทก็ยิ่งสูงขึ้นครับ"

"คานงัดทางการเงิน?"

สมกับที่เป็นหัวกะทิจากวอร์ตัน เหลียงอวี่ซินพูดคำเดียวก็เจาะทะลุถึงแก่นแท้

ความจริงเรื่องนี้เข้าใจไม่ยาก สมมติว่าจินเฉิงเรียลเอสเตทมีเงินทุนในมือ 1 พันล้านหยวน ถ้าต้องใช้เงินตัวเองล้วนๆ ไปซื้อที่ดินในตลาดเซี่ยงไฮ้ คงได้โครงการมาไม่กี่แห่ง แต่ถ้าความสามารถในการระดมทุนของเถ้าแก่เหลียงแข็งแกร่ง เงินทุนส่วนตัวที่ต้องลงไปในแต่ละแปลงก็จะลดน้อยลง ทำให้เขาสามารถกว้านซื้อที่ดินได้มากขึ้น และพัฒนาโครงการได้มากขึ้นตามไปด้วย

พอฟังคำอธิบายจบ เหลียงอวี่ซินก็พยักหน้าและไม่ได้ซักถามอะไรอีก

เมื่อไม่มีใครขัดจังหวะ หลัวหยางก็ใช้เวลาอีกสิบกว่านาทีบรรยายเนื้อหาส่วนนี้จนจบ

"ผู้ช่วยหลัว เมื่อกี้ฉันเห็นว่ายังมีโฟลเดอร์ที่ 2 อยู่ ข้างในมีเนื้อหาใหม่อะไรหรือเปล่า"

ของเมื่อกี้ก็แค่เหล้าเก่าในขวดใหม่ เหลียงซิงหมินยังไม่จุใจ เขาจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากชี้เป้าให้หลัวหยางพูดต่อ แถมยังบอกใบ้ว่าเห็นโฟลเดอร์ที่ 2 แล้วด้วย

เหลียงอวี่ซินมองพ่อตัวเองด้วยความแปลกใจ พลางเบ้ปาก ต้องขนาดนี้เลยเหรอ

"รบกวนเปิดโฟลเดอร์ที่สองด้วยครับ"

เดิมทีหลัวหยางก็ตั้งใจจะเอาออกมานำเสนออยู่แล้ว จึงส่งสัญญาณให้ฝ่ายธุรการเปิดไฟล์ที่สองขึ้นจอ

"ระบบห้องตัวอย่างนำร่อง?"

หัวข้อตัวเบ้อเริ่มเด่นหราอยู่บนหน้าจอ เจียงฟางเจี๋ยรองประธานฝ่ายวิศวกรรมรู้ทันทีว่าเนื้อหาต่อไปต้องเกี่ยวกับงานวิศวกรรมแน่ๆ จึงเผลออ่านออกเสียงตามสัญชาตญาณ

"ขออกตัวไว้ก่อนนะครับ ผมไม่ทราบว่าภายในจินเฉิงเรียลเอสเตทมีการสร้างระบบมาตรฐานไว้หรือยัง ถ้ามีแล้ว ผมก็คงไม่ต้องลงรายละเอียดมาก แต่ถ้ายังไม่มี เอกสารชุดนี้ถือว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ของผม..."

"ผู้ช่วยหลัว รีบพูดเถอะ ตอนนี้ฝ่ายวิศวกรรมยังไม่มีระบบมาตรฐานที่คุณว่ามาจริงๆ"

เจียงฟางเจี๋ยตาลุกวาว ครั้งก่อนเขาพลาดโอกาสล้วงเคล็ดลับลดระยะเวลาก่อสร้างไป ครั้งนี้หลัวหยางยอมควักของดีออกมาเอง นับเป็นเรื่องดีสำหรับเขา

ความจริงแล้วเขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้รับอานิสงส์จากคุณหนูใหญ่เหลียงต่างหาก

หลัวหยางรู้ว่าวันนี้ลูกสาวท่านประธานจะมาเข้าประชุมด้วย เลยจงใจเลือกเนื้อหาด้านวิศวกรรมมานำเสนอ

วอร์ตันบิสซิเนสสคูลเชียวนะ... เขาก็เกร็งเป็นเหมือนกัน!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - คุณหนูใหญ่ตระกูลเหลียง

คัดลอกลิงก์แล้ว