- หน้าแรก
- อสังหาฯพลิกโลก เกิดใหม่เป็นเจ้าพ่อหมื่นล้าน
- บทที่ 7 - ผู้ช่วยหลัว
บทที่ 7 - ผู้ช่วยหลัว
บทที่ 7 - ผู้ช่วยหลัว
บทที่ 7 - ผู้ช่วยหลัว
◉◉◉◉◉
เหตุผลที่หลิวไห่ซานพูดอย่างมั่นใจขนาดนั้น เป็นเพราะเขาดูออกว่าเหลียงซิงหมินเริ่มสนใจข้อเสนอนี้แล้ว
"ร่วมมือกันด้วยดีครับคุณหลิว"
เป็นไปตามคาด เหลียงซิงหมินลังเลอยู่เพียงครู่เดียวก็ยื่นมือออกไปจับกับมือของหลิวไห่ซาน
"ผู้ช่วยหลัว ต่อไปพวกคุณคงยุ่งกันน่าดู"
หลังจากคลายมือออก หลิวไห่ซานก็หันไปมองหลัวหยางพร้อมกับเอ่ยแซว
"คุณหลิวอุตส่าห์ป้อนงานใหญ่ขนาดนี้ให้ ผมมีค่าคอมมิชชันรออยู่ ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็ไม่เหนื่อยหรอกครับ"
"ฮ่าๆๆ"
หลิวไห่ซานหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินคำตอบของหลัวหยาง เขาหัวเราะไปพลางหันไปพูดกับเหลียงซิงหมินว่า "ผู้ช่วยของคุณคนนี้เป็นคนเข้าท่าจริงๆ... หนุ่มแน่นและมีความสามารถขนาดนี้ เป็นลูกหลานในบ้านหรือเปล่า"
"ฮ่าๆๆ คุณหลิวชมเกินไปแล้ว มิกล้ารับ มิกล้ารับ!"
เถ้าแก่เหลียงหัวเราะตามจนตาหยี
คำพูดของเขาคลุมเครือ คำว่ามิกล้ารับสามคำนี้ ฟังในหูหลิวไห่ซานคือมิกล้ารับคำชมว่าหนุ่มแน่นและมีความสามารถ แต่ฟังในหูของหลัวหยางกลับกลายเป็นว่ามิกล้ารับว่าเป็นลูกหลานในบ้าน
จิ้งจอกเฒ่าตัวจริง
บิ๊กลอตห้าสิบล้าน เป็นไปตามที่หลิวไห่ซานพูดไว้จริงๆ ฝ่ายการตลาดทั้งสำนักงานขายต่างวุ่นวายกันยกใหญ่
"ถ้าครึ่งปีหน้าขึ้นมาหนึ่งพันหยวนจริง ฉันจะใส่ซองอั่งเปาหนาๆ ให้คุณเลย!"
หลิวไห่ซานลุกขึ้นไปโทรศัพท์ด้านข้าง ถือโอกาสยื่นนามบัตรใบหนึ่งให้หลัวหยาง "อีกสองสามวันจะนัดคุณทานข้าว พอดีเพื่อนฉันสองสามคนมีความคิดอยากจะลงทุนซื้อบ้านเหมือนกัน คุณจะได้ช่วยแนะนำหน่อย!"
เหล่าที่ปรึกษาการขายที่ได้ยินประโยคนี้ตาร้อนผ่าวกันเป็นแถว
ลำพังยอดขายระดับซูเปอร์บิ๊กลอตห้าสิบล้านหยวนก็ยังไม่พอ นี่ถึงขั้นจะป้อนงานให้ถึงปากอีกหรือ
บ้าไปแล้ว เขาเป็นแค่นักศึกษาปีสอง เป็นพนักงานชั่วคราวที่เพิ่งเริ่มงานได้ไม่ถึงสองชั่วโมง...
ความรู้สึกอิจฉาริษยาพวยพุ่ง!
ตามมารยาทแล้วเวลานี้หลัวหยางควรจะยื่นนามบัตรของตัวเองกลับไป แต่เขาไม่มี
ไม่ตื่นตระหนก ปัญหาเล็กน้อยแค่นี้จะทำอะไรผู้ย้อนเวลาได้
เขาหยิบโทรศัพท์โนเกียออกมา กดหมายเลขตามนามบัตรแล้วโทรหาหลิวไห่ซานทันที "คุณหลิวครับ ผมยังไม่ได้พิมพ์นามบัตร รบกวนคุณช่วยเมมเบอร์ผมไว้หน่อยนะครับ..."
หลิวไห่ซานอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วตบไหล่เขาเบาๆ "ได้เลย หลัวหยางใช่ไหม"
รอยยิ้มนั้นทำเอาเถ้าแก่เหลียงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในใจ
พอมองส่งหลิวไห่ซานเดินไปคุยโทรศัพท์ที่มุมหนึ่งของสำนักงานขาย เหลียงซิงหมินก็หันขวับมาทางหลัวหยาง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมตตาปรานี
"หลัวหยาง ในเมื่อคุณเรียนวิศวกรรมโยธามา ก็อย่าไปเป็นพนักงานขายพาร์ตไทม์เลย มาเป็นผู้ช่วยผมจริงๆ เลยดีกว่าไหม"
ไม่รอให้หลัวหยางอ้างเรื่องหาเงิน เขาพูดต่อทันทีว่า "ไหนๆ คุณก็มาทำงานแค่ช่วงสุดสัปดาห์อยู่แล้ว การเป็นผู้ช่วยไม่กระทบเวลาที่คุณจะแวะมาขายบ้านที่สำนักงานขายหรอก นอกจากเช้าวันเสาร์ที่ต้องเข้าบริษัทมาร่วมฟังการประชุม เวลาที่เหลือคุณก็มาช่วยเทรนพวกที่ปรึกษาการขายกลุ่มนี้ ค่าคอมมิชชันก็ได้ตามปกติ เอาเป็นว่าผมการันตีรายได้ให้คุณเดือนละ 2 หมื่นหยวน... แน่นอนว่าถ้าเดือนไหนค่าคอมมิชชันเกิน 2 หมื่น ผมจะให้เงินพิเศษค่าตำแหน่งผู้ช่วยเพิ่มอีก 1 หมื่นหยวน"
สมกับเป็นเถ้าแก่เหลียง ทั้งจะให้หลัวหยางขายบ้าน ทั้งจะให้สอนงานลูกน้อง แถมยังต้องเข้าประชุมบริษัท...
แต่เงินสองหมื่นหยวนต่อเดือนนี่มันหอมหวานจริงๆ นี่แค่งานพาร์ตไทม์วันหยุดสุดสัปดาห์ เต็มที่เดือนหนึ่งเขาทำงานแค่สิบวัน
หารออกมาแล้วตกวันละ 2,000 หยวน!
แน่นอนว่าเหลียงซิงหมินไม่ใช่คนโง่ จากเวลาสั้นๆ แค่สองชั่วโมงกว่าเมื่อครู่ เขาเห็นคุณค่าในตัวหลัวหยาง
เด็กหนุ่มคนนี้มีความเข้าใจสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์อย่างทะลุปรุโปร่ง จากคำพูดคำจาตอนขายของยังแฝงแง่คิดเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ลึกซึ้งออกมาให้เห็น
ไม่เห็นหรือว่าเมื่อกี้หลิวไห่ซานแสดงท่าทีอยากดึงตัวไปร่วมงานขนาดไหน
เห็นได้ชัดว่าคนเก่งอยู่ที่ไหนก็ฉายแสง
เถ้าแก่เหลียงมีลางสังหรณ์ว่า การคว้าตัวเด็กหนุ่มที่ชื่อหลัวหยางคนนี้ไว้กับตัว จะส่งผลดีมหาศาลต่อจินเฉิงเรียลเอสเตท
"พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงมารายงานตัวที่สำนักงานใหญ่จินเฉิงเรียลเอสเตท ตกลงตามนี้นะ!"
หลัวหยาง "..."
จากนั้นเหลียงซิงหมินก็ไม่ได้หยิบนามบัตรออกมา แต่คว้าโทรศัพท์มือถือของหลัวหยางไปกดโทรหาตัวเอง
การที่เจ้านายฝ่ายเมมเบอร์ลูกน้องด้วยตัวเองแบบนี้ ทำเอาผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดไต้ตงหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับปากกระตุก ระดับผู้บริหารในบริษัทมีใครบ้างที่ได้รับเกียรติขนาดนี้
เมื่อครู่ตอนหลิวไห่ซานถามถึงความสัมพันธ์ เขาเกือบจะตะโกนแฉสถานะของหลัวหยางออกไปแล้ว
แต่ไต้ตงหมิงก็ไม่ได้โง่ เขารู้ว่าดีลห้าสิบล้านนี้สำเร็จได้ไม่ใช่เพราะตำแหน่งผู้ช่วย แต่เป็นเพราะไอ้หมอนี่งัดแผนการที่ทำให้หลิวไห่ซานใจสั่นออกมาได้จริงๆ
แถมเถ้าแก่ยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น
"ยังดีที่ปีศาจตนนี้เป็นแค่พาร์ตไทม์ แถมไปเป็นผู้ช่วยท่านประธานเหลียง ถ้าขืนปล่อยให้มาอยู่ฝ่ายการตลาด..."
แววตาที่เขามองหลัวหยางเริ่มมีความหวาดระแวงปนอยู่
"ท่านประธานเหลียง ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ท่านให้การยอมรับในตัวผมครับ"
ในเมื่อเห็นว่าข้อเสนอดี หลัวหยางย่อมไม่เล่นตัว อีกอย่างเมื่อกี้เขาลองคิดดูแล้ว การได้เกาะขอนไม้ใหญ่อย่างเหลียงซิงหมิน อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนให้พ่อของเขาได้ พอเขามีปากมีเสียงต่อหน้าเถ้าแก่เหลียง การจะหางานในจินเฉิงเรียลเอสเตทป้อนให้หลัวเจี้ยนกั๋วคงไม่ใช่เรื่องยาก
นี่คือแผนระยะยาว ส่วนผลประโยชน์ระยะสั้นต้องคุยให้เคลียร์
หลัวหยางไม่มีความขัดเขินแบบเด็กหนุ่มทั่วไป หลังจากขอบคุณที่เหลียงซิงหมินให้ความสำคัญ เขาก็ถามตรงๆ ว่า "ท่านประธานครับ ดีลของคุณหลิวเงินยังกลับมาไม่ครบ ค่าคอมมิชชันจะคิดยังไงครับ"
เงินค่าบ้านห้าสิบล้าน ถ้าคิดตามเรตเงินดาวน์ 50% ยอดขายรวมก็คือ 100 ล้านหยวน คิดค่าคอมมิชชันสองในพัน หลัวหยางจะได้ 2 แสนหยวน
แต่ตอนนี้แผนเปลี่ยนเป็นเงินมัดจำล่วงหน้า 30% แถมไม่เข้าระบบ ทำให้ไม่มีเงินกู้จากธนาคารโอนกลับมา ยอดนี้ต้องคุยให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นเกิดผิดใจกันภายหลัง จะเถียงกันไม่จบไม่สิ้น
"เรื่องนี้ง่ายมาก คุณเอาค่าคอมมิชชันไปก่อน 2 แสน"
พอเหลียงซิงหมินนึกถึงเพื่อนๆ ของหลิวไห่ซานที่จะมาหาหลัวหยาง เขาก็ใจป้ำขึ้นมาทันที "ภายหลังรอให้คุณหลิวเคลียร์เงินส่วนที่เหลือจนครบ ค่อยคิดค่าคอมมิชชันจากยอดขายรวม 150 ล้านหยวนให้คุณ"
คิดแบบนี้ หลัวหยางยังจะได้อีก 1 แสน แต่เถ้าแก่เหลียงบอกแล้วว่าไม่ได้ให้ตอนนี้ ต้องรอให้หลิวไห่ซานจ่ายเงินครบก่อน
นี่คือการเอาผลประโยชน์มาล่อใจหลัวหยาง แม้จะเปรียบเทียบไม่ถูกนัก แต่ก็ใกล้เคียงทีเดียว
"ผมฟังท่านประธานครับ"
ได้เงินค่าคอมมิชชัน 3 แสนหยวน ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว หลัวหยางไม่มีอะไรไม่พอใจ
ในเมื่อรับปากไปแล้ว นายทุนผู้เจนจัดอย่างเหลียงซิงหมินย่อมจัดการให้เสร็จสรรพในรวดเดียว
เขาหยิบโทรศัพท์โทรหาฝ่ายการเงินของบริษัททันที "ฉันอยู่ที่สำนักงานขายจินหลานหยวน ให้คนเอาเงินสด 2 แสนมาที่นี่ ลงบัญชีเป็นต้นทุนทางการตลาดของจินหลานหยวนเฟสหนึ่ง"
นี่คือค่าคอมมิชชันจากการขาย ต้นทุนย่อมต้องไปลงที่ฝ่ายการตลาด
สำนักงานใหญ่ของจินเฉิงเรียลเอสเตทก็อยู่ในซงเจียง ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่การเงินก็หิ้วถุงพลาสติกสีดำเดินเข้ามา
ต่อหน้าต่อตาหลิวไห่ซาน เถ้าแก่เหลียงดันถุงสีดำที่บรรจุเงินสดสองแสนหยวนไปตรงหน้าหลัวหยางด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่โต
[จบแล้ว]