- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 46 - ราชันย์มังกรเหินเวหา
บทที่ 46 - ราชันย์มังกรเหินเวหา
บทที่ 46 - ราชันย์มังกรเหินเวหา
บทที่ 46 - ราชันย์มังกรเหินเวหา
เจ้าแม่กุยหลิงรู้ขีดจำกัดนิสัยตัวเองดี กฎระเบียบยิบย่อยบนสวรรค์มีมากเกินไป นางประเมินแล้วว่าคงปรับตัวได้ยาก
ถ้าเผลอไปก่อเรื่องเข้า อาจจะนำความเดือดร้อนมาให้เย่ อู้ได้ง่ายๆ
"ศิษย์พี่กุยหลิง ท่านพูดอะไรแบบนั้น น้องชายคนนี้เป็นคนยังไงท่านก็รู้"
เย่ อู้เบิกตากว้างพลางโวยวาย "น้องชายท่านคนนี้เป็นถึงมหาจักรพรรดิจื่อเวย หนึ่งในหกราชันย์สวรรค์เชียวนะ ต่อให้เป็นเฮ่าเทียน ก็ยังต้องไว้หน้าข้าสักสามส่วน ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริงๆ ข้าเคลียร์ได้สบายมาก"
เรื่องศิษย์พี่ตั่วเป่าจะขึ้นสวรรค์หรือไม่นั้น เย่ อู้ไม่ได้ซีเรียส เพราะในมหากัลป์ผนึกเทพที่จะมาถึง ต่อให้สำนักสกัดสวรรค์พ่ายแพ้ยับเยิน ตั่วเป่าก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
อย่างมากก็แค่ย้ายค่าย เปลี่ยนบริษัททำงาน แล้วก็ได้เลื่อนตำแหน่ง ไม่มีอันตรายถึงชีวิต
แต่เจ้าแม่กุยหลิงนั้นต่างออกไป จุดจบของนางอนาถเกินรับไหว
นางถูกยุงดำปีกโลหิตดูดกลืนเลือดเนื้อและจิตวิญญาณจนแห้งเหือด เหลือทิ้งไว้เพียงกระดองเต่าเปล่าๆ ใบหนึ่ง
อย่าว่าแต่จะมีชื่อบนบัญชีผนึกเทพเลย แม้แต่โอกาสจะไปเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารก็ยังไม่มี
น่าเวทนา!
น่าเวทนาที่สุด!!
อาจกล่าวได้ว่าในบรรดาศิษย์สำนักสกัดสวรรค์ นางคือตัวละครสำคัญเพียงคนเดียวที่ตายจากไปจริงๆ ในมหากัลป์ครั้งนี้
แม้แต่ท่านอาจารย์ทงเทียนในภายหลัง ก็ยังไม่สามารถชุบชีวิตนางขึ้นมาได้
แน่นอนว่าเรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากนิสัยมุทะลุของนางเอง
ถ้าไม่ใช่เพราะไม่เจียมตัวไปท้าทายระดับมหาเซียน ก็คงไม่ต้องพบจุดจบเช่นนั้น
"แต่ถ้าศิษย์พี่ไม่เต็มใจจริงๆ ข้าก็จะไม่บังคับ"
เย่ อู้ต้องการเปลี่ยนชะตากรรมของเจ้าแม่กุยหลิง เหตุผลแรกคือต้องการช่วยศิษย์พี่ที่คอยดูแลเขาเป็นอย่างดี
อีกวัตถุประสงค์หนึ่งคือ เขาต้องการหยั่งเชิงดูทิศทางของชะตาฟ้าดิน
ขณะที่เจ้าแม่กุยหลิงยังลังเล จ้าวกงหมิงก็เอ่ยปากขึ้นมา บอกว่าเขาอยากลองขึ้นไปดูบนสวรรค์บ้าง
"ตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหนข้าไม่สน ขอแค่เป็นขุนนางว่างงานก็พอใจแล้ว"
"รีบไปจองเก้าอี้ไว้ก่อน ดีกว่าปล่อยให้คนอื่นชุบมือเปิบทีหลัง"
"ใช่ๆ ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
ปี้เซียว กระโดดออกมา นางอยากออกไปเที่ยวเล่นนานแล้ว คราวนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ขึ้นไปเดินเล่นบนสวรรค์
"ข้าตามใจพี่ใหญ่ ถ้าพี่ใหญ่ไป ข้าก็ไป"
ฉยงเซียวพูดง่ายอยู่ง่ายเสมอ
"สามพี่น้องเรา ตัวติดกันอยู่แล้วนี่นา"
เจ้าแม่จินหลิงและเจ้าแม่ อู๋ตังยังคงลังเล พวกนางยังตัดสินใจไม่ได้
"เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อน พวกเจ้ากลับไปไตร่ตรองให้ดีก่อนค่อยตัดสินใจ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง"
"เพราะเมื่อขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ย่อมมีข้อผูกมัด ไม่ได้อิสระเสรีเหมือนตอนนี้"
"แถมถ้าอยากจะลาออก ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ"
จอมเซียนทงเทียนกล่าว ก่อนจะโบกมือไล่ให้พวกตั่วเป่าออกไป
"เย่ อู้ เจ้าอยู่ก่อน"
ภายในตำหนักปี้โหยว เหลือเพียงเย่ อู้และจอมเซียนทงเทียนสองคน
"เย่ อู้ การที่เจ้าเป่าหูให้พวกศิษย์พี่ศิษย์น้องขึ้นสวรรค์แบบนี้ เจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่ใช่ไหม"
ทงเทียนรู้สึกตะหงิดใจกับการกระทำของเย่ อู้มาสักพักแล้ว
"ข้าแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเชียวหรือ"
เย่ อู้ตาโต สมกับเป็นระดับมหาเซียน สัญชาตญาณเฉียบคมจริงๆ
"เจ้าว่าไงล่ะ"
"ก็ได้ๆ ข้ายอมรับว่ามีความคิดอยู่บ้าง ตำแหน่งฮ่องเต้สวรรค์นั้นนั่งลำบาก เพราะมีปู่หงจวินคอยจับตามองอยู่ข้างบน แต่อำนาจของหกราชันย์สวรรค์ ยังสามารถขยายขอบเขตได้อีก"
"จื่อเวยมีดวงชะตาจักรพรรดิโดยกำเนิด ในเมื่อเฮ่าเทียนนั่งได้ ทำไมข้าจะนั่งบ้างไม่ได้"
"สมบัติผลัดกันชม เก้าอี้ดนตรีอาจวนมาถึงบ้านข้าบ้าง"
เย่ อู้อ้างเหตุผลบังหน้า เพราะความคิดที่แท้จริงของเขานั้น พูดออกมาไม่ได้เด็ดขาด
"เจ้าเด็กนี่ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามีความทะเยอทะยาน... เอ้า ไสหัวไปได้แล้ว ไปปรึกษากับพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องให้ดี"
"ถ้าเจ้าอยากนั่งเก้าอี้นั้นจริง อาจารย์ก็ใช่ว่าจะช่วยหนุนหลังเจ้าไม่ได้"
"จื่อเวยแทนที่หยกจักรพรรดิ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้"
ทงเทียนทิ้งท้ายไว้อย่างมีความนัย
"ฮ่าๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าอาจารย์รักข้าที่สุด"
เย่ อู้ยิ้มร่าก่อนจะถอยออกจากตำหนักปี้โหยว
ทงเทียนพึมพำกับตัวเอง "เจ้าเย่ อู้ ต้องการแค่อำนาจฮ่องเต้สวรรค์จริงหรือ"
เขารู้สึกรางๆ ว่ามีอะไรแปลกๆ สัญชาตญาณบอกเขาว่าแผนการของลูกศิษย์คนเล็กนี้ ต้องมีอะไรมากกว่านั้น
แต่แผนการนั้นไม่มีเจตนาร้าย กลับจะเป็นผลดีต่อสำนักสกัดสวรรค์ด้วยซ้ำ
ด้านนอกตำหนัก พวกเจ้าแม่จินหลิงจากไปแล้ว เหลือเพียงเซียนตั่วเป่ายืนรออยู่
"พวกศิษย์พี่จินหลิงบอกว่าจะกลับไปคิดดูก่อน เพราะการขึ้นสวรรค์ไม่ใช่เรื่องเล็ก"
เย่ อู้เข้าใจดี เขาไม่ได้หวังว่าจะกล่อมทุกคนสำเร็จในครั้งเดียวอยู่แล้ว
"จริงสิ ศิษย์น้องเล็ก ครั้งนี้แม้เจ้าจะเอาชนะเซียนงาขาวได้ แต่เจ้านั่นเป็นพวกใจแคบ"
"แถมยังมีชื่อกลุ่มเจ็ดเซียนรับใช้ของอาจารย์คุ้มกะลาหัว เส้นสายก็ไม่น้อย"
"ครั้งนี้เจ้าไปหักหน้าเขา ต้องระวังตัวให้ดี วันหน้าอาจโดนเอาคืน"
"หอกดาบหลบง่าย เกาทัณฑ์ลับหลบยาก คนพาลนั้นรับมือลำบากที่สุด"
ก่อนจากไป ตั่วเป่าทิ้งท้ายเตือนสติ
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่เตือน แต่ก็แค่ช้างเผือกตัวเดียว ถ้าเขากล้ามาหาเรื่องอีก ครั้งหน้าจุดจบจะไม่สวยเหมือนครั้งนี้แน่"
เย่ อู้กล่าวด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ ไม่ได้ใส่ใจภัยคุกคามจากเซียนงาขาวเท่าไหร่นัก
ก็แค่ตัวปัญหาตัวหนึ่ง
ถ้าทำให้เขาโมโหจริงๆ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะจัดการเชือดทิ้งให้สิ้นซาก
"ด้วยสถานะในใจอาจารย์ของข้า บวกกับพฤติกรรมแย่ๆ ของเซียนงาขาว ขอแค่วางแผนให้ดี การจะกวาดล้างแก๊งเซียนรับใช้และถอนรากถอนโคนเนื้อร้ายในสำนัก ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้"
เมื่อกลับถึงถ้ำที่พัก เย่ อู้เริ่มตรวจนับของขวัญที่ราชันย์มังกรตงไห่ส่งมาให้
"สมกับเป็นอดีตเจ้าพ่อแห่งยุคบรรพกาล อูฐผอมแห้งยังไงก็ตัวใหญ่กว่าม้า โดนรีดไถมาตั้งหลายปี ไม่นึกว่าจะยังรวยอู้ฟู่ขนาดนี้"
เย่ อู้เก็บของขวัญเข้ากระเป๋าพลางครุ่นคิด
"ถ้าครั้งนี้กล่อมให้พวกศิษย์พี่ศิษย์น้องขึ้นสวรรค์ล่วงหน้าได้สำเร็จ ก็ถือว่าเปลี่ยนชะตากรรมเบื้องต้นได้แล้ว"
"กระแสรองเปลี่ยนได้ กระแสหลักเปลี่ยนยาก"
"การผนึกเทพต้องการแค่ผลลัพธ์ ส่วนกระบวนการระหว่างทาง น่าจะมีช่องว่างให้เล่นตุกติกได้"
"เพราะในประวัติศาสตร์เดิม ลุงรองเขาก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน"
"ไม่งั้น คนที่ต้องไปอยู่บนบัญชีผนึกเทพ คงเป็นสิบสองเซียนทองสำนักอธิบายธรรมไปแล้ว"
เย่ อู้เงยหน้ามองไปทางสวรรค์
"ป่านนี้ราชันย์มังกรตงไห่น่าจะถึงสวรรค์แล้ว มารอดูกันว่าผลจะออกหัวหรือก้อย"
"เฮ่าเทียนเอ๋ย หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ"
เย่ อู้เดินเครื่องคัมภีร์หัวใจมหาฝัน เข้าสู่โหมดบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง
ต้องยอมรับว่าวิชานี้ดีจริง ช่วยประหยัดเวลาให้เย่ อู้ได้มหาศาล
ครั้งนี้ เย่ อู้ตั้งใจจะขัดเกลาวิถีแห่งไท่อี้ของตนให้แหลมคม
เตรียมทำความเข้าใจแก่นแท้แห่งไท่อี้ เพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับไท่อี้จินเซียน
"รอให้สำเร็จระดับไท่อี้เมื่อไหร่ คงต้องไปเยือนเขาวู่อี๋สักรอบ"
"เหรียญทองร่วงหล่น เป็นของอันตราย เก็บไว้กับคนอื่นย่อมเป็นภัยพิบัติ"
"ต้องรีบไปจัดการล่วงหน้า"
ราชันย์มังกรตงไห่ไม่ได้ขึ้นสวรรค์มาคนเดียว แต่เขาเกณฑ์พี่น้องราชันย์มังกรอีกสามสมุทรมาด้วย
เมื่อเข้าเฝ้าเฮ่าเทียน พวกเขาก็เปิดอกพูดถึงจุดประสงค์ทันที
"ความหมายของพวกเจ้าคือ มหาจักรพรรดิจื่อเวยแนะนำให้มา และพวกเจ้าต้องการสังกัดอยู่ใต้บัญชาของจักรพรรดิจื่อเวยงั้นรึ"
เฮ่าเทียนนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรทอง มองลงมายังสี่ราชันย์มังกร แววตาเป็นประกายวูบวาบ ยากจะคาดเดา
[จบแล้ว]