- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 30 - เจ้าตัวประหลาดเลื่องชื่อกับเงินทองที่หาง่ายดาย
บทที่ 30 - เจ้าตัวประหลาดเลื่องชื่อกับเงินทองที่หาง่ายดาย
บทที่ 30 - เจ้าตัวประหลาดเลื่องชื่อกับเงินทองที่หาง่ายดาย
บทที่ 30 - เจ้าตัวประหลาดเลื่องชื่อกับเงินทองที่หาง่ายดาย
เพียงแค่ครึ่งวัน
ชื่อของเว่ยหงก็ดังกระฉ่อนไปทั่วสำนักหมัดเหล็ก
ตั้งแต่ครูฝึกจอมเฮี้ยบยันเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนัก ต่างได้ยินกิตติศัพท์ว่ามี "ตัวประหลาด" มาเยือน
รอบลานประลองแน่นขนัดไปด้วยไทยมุง
ทุกคนเห็นกับตาว่าเว่ยหงรับมือพวกลูกคนรวยคนแล้วคนเล่า
ไม่ว่าจะโดนมีดดาบกระบี่กระบอง หรือโดนหมัดเท้าเข่าศอก ต่อให้โดนอัดหนักแค่ไหน เขาก็เหมือนแมลงสาบฆ่าไม่ตาย ลุกขึ้นมาแก้ทางมวยและสวนกลับได้ทุกครั้ง
คู่ต่อสู้ทุกคนต่างตะโกนร้องด้วยความสะใจ
โดยไม่รู้ตัว ทุกคนต่างได้เรียนรู้และพัฒนาฝีมือขึ้น
แต่คนที่ได้กำไรที่สุดเห็นจะเป็นเว่ยหง แม้สภาพภายนอกจะดูยับเยิน หน้าตาบวมปูด ตัวลายพร้อยไปด้วยแผล
แต่แววตาเขากลับยิ่งคมกล้า วิชาหมัดเบญจสัตว์ยิ่งพลิกแพลงพิสดาร
ไม่เพียงค่าความชำนาญหมัดมวยจะพุ่งพรวด แม้แต่ระดับการขัดผิวก็ขยับขึ้นมาอีกหนึ่งแต้ม แสดงว่าการต่อสู้จริงและการบาดเจ็บช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังแข็งแกร่งขึ้นได้จริง
สรุปคือ ภายใต้การหล่อเลี้ยงของพลังชีวิตจากระบบ
เว่ยหงเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย กอบโกยผลประโยชน์มหาศาล ส่วนเงินค่าจ้างนั้นกลายเป็นแค่ผลพลอยได้เล็กๆ น้อยๆ ไปเลย
"ไอ้หมอนี่มันเวอร์เกินไปแล้ว คนปกติสู้เต็มที่สิบห้านาทีก็หมดแรง แต่นี่มันเหมือนไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยเลย"
"มันเคยเป็นคนฆ่าหมู แรงเยอะก็พอเข้าใจได้ แต่อึดขนาดนี้มันผิดปกติแล้ว"
"บ้าเอ๊ย นี่มันรอบที่สิบสามแล้วนะ ขืนเป็นงี้ต่อไป พวกเราจะหากินยังไง"
"พี่เจิง พี่ต้องจัดการนะ ถ้ามันมาทุกวัน พวกเราอดตายแน่"
ในกลุ่มไทยมุง ชายหนุ่มในชุดฝึกของสำนักกลุ่มหนึ่งซุบซิบกันด้วยความไม่พอใจ
สายตาทุกคู่พุ่งไปที่ชายหนุ่มคิ้วดกหนาคนหนึ่ง
"มองข้าทำไม" พี่เจิงคิ้วดกแค่นเสียง "ไอ้บ้านี่มันพวกเดนตาย สู้แบบไม่กลัวตายแบบนี้อีกสามสี่วันก็คงม่องเท่งแล้ว มันอยากหาเงินไปรักษาตัวก็ปล่อยมันไป ข้าอยากรู้เหมือนกันว่ามันจะทนได้สักกี่น้ำ"
"ก็จริงของพี่"
ทุกคนถอนหายใจโล่งอก
พอมองดูสภาพเว่ยหงแล้วก็น่าสมเพชจริงๆ
แผลเต็มตัวไปหมด เห็นแล้วเจ็บแทน ความอิจฉาก็ลดลงไปเยอะ
นี่มันเงินค่าทำศพชัดๆ ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ
พวกลูกคนรวยลงมือโหดจะตายไป
เห็นไหมแผลมีดแผลแส้เต็มตัวไปหมด
ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว
"ไอ้หมอนี่มันของแปลก อย่าไปยุ่งกับมัน" พี่เจิงเตือนเสียงเครียด "สู้ไปสิบสามรอบ โดนหมัดเก้าสิบเจ็ดที เตะหกสิบเจ็ดที โดนแส้ห้าสิบเจ็ดที มีดอีกสิบเก้าแผล แถมหลายแผลมันจงใจเอาตัวไปรับเองด้วย เพื่อเงินต้องบ้าขนาดนี้เลยเหรอวะ"
"เยอะขนาดนั้นเลย"
"ไอ้บ้าเอ๊ย จิตไม่ปกติแล้ว"
"อย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า คนแบบนี้โหดเหี้ยมเกิน"
ทุกคนขนลุกซู่ แววตาเปลี่ยนเป็นหวาดเกรง
ในขณะเดียวกัน การต่อสู้ในสนามก็จบลง เว่ยหงเพิ่งรับมือยอดฝีมือระดับขัดผิวขั้นกลางไปอีกคน ทั้งคู่ต่างได้วิชาไปเต็มกระบุง
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ" เว่ยหงแกล้งทำท่าหมดแรง ประสานมือบอก "ข้าแรงหมดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ขออภัยทุกท่านด้วย"
"โหว สิบสามรอบ สุดยอดจริงๆ"
"นึกว่ามันจะไม่รู้จักเหนื่อยซะแล้ว ที่แท้ก็คนเหมือนกัน"
"ฝีมืออาจจะงั้นๆ แต่ความถึกนี่ระดับวัวควายเรียกพี่ ตีให้ตายก็ไม่เจ็บ"
ฝูงชนวิจารณ์กันเซ็งแซ่แล้วค่อยๆ แยกย้าย
มีบางคนพยายามจะเข้ามาทาบทาม
แต่เว่ยหงก็บ่ายเบี่ยงไปหมด เขาพอใจกับการเป็นคนฆ่าหมู การเป็นคู่ซ้อมเป็นแค่อาชีพเสริมหาเงินค่าขนม ไม่คิดจะไปเป็นลูกน้องใคร
"ไอ้หนู ใช้ได้นี่หว่า"
ครูฝึกหลัวเดินเข้ามาตบไหล่เขาดังป้าบ ทำเอาเว่ยหงสูดปากด้วยความเจ็บ
"เป็นไง ยังรู้จักเจ็บรึ" ครูฝึกหลัวแขวะ "เอ็งกะจะมาตายในสำนักข้าหรือไง คู่ซ้อมบ้าเลือดแบบนี้ข้าเพิ่งเคยเจอ เอ็งไม่กลัวว่าแผลในจะสะสมจนตายผ่อนส่งรึไง"
"ไม่หรอกจ้ะ" เว่ยหงยิ้มเผล่ "ขอบคุณครูฝึกที่เป็นห่วง"
"ข้าไม่ได้ห่วงเอ็ง" ครูฝึกหลัวเบ้ปาก ถอนหายใจ "แต่เอ็งร้อนเงินยังไงก็ไม่น่าทำขนาดนี้ ตอนหนุ่มๆ แรงดีก็ทนได้ พอแก่ตัวไปอายุขัยจะสั้นลงนะ ฟังคำเตือนข้าบ้าง"
"จ้ะ ข้ารู้ลิมิตตัวเองดี" เว่ยหงตอบส่งเดชไปอีก
ครูฝึกหลัวตาโต ตวาดแว้ด "ไม่ฟังกันเลยใช่ไหม ได้ งั้นข้าขอสั่งเลย ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป เอ็งรับงานได้แค่วันละห้ารอบเท่านั้น"
"ทำไมล่ะจ๊ะ"
"ก็คนอื่นเขาต้องทำมาหากินเหมือนกัน" ครูฝึกหลัวบอกอย่างระอา "ในสำนักยังมีศิษย์จนๆ อีกเยอะที่ต้องอาศัยงานนี้หาเงินซื้อยา เอ็งจะมาเหมาคนเดียวให้คนอื่นอดตายรึไง"
"อ๋อ เข้าใจแล้วจ้ะ"
เว่ยหงพยักหน้ายอมรับ
เขาเล่นเหมาวันละสิบกว่ารอบ มันก็เกินไปจริงๆ
ถ้าจำกัดแค่วันละห้ารอบ ก็ถือว่าแฟร์กับทุกฝ่าย ทั้งตัวเขาเองและคนอื่น เพราะเขามีเวลาว่างแค่ครึ่งวัน อีกครึ่งวันต้องไปเชือดหมูที่ร้าน
"เอาอย่างนี้" ครูฝึกหลัวเสนออย่างเกรงใจนิดๆ "ถ้าเอ็งกลัวรายได้หด ข้าจะขึ้นค่าตัวให้เป็นรอบละสองร้อยอีแปะ เอ็งว่าไง"
"ไม่ต้องหรอกจ้ะ" เว่ยหงโบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้องทำตัวพิเศษ คนอื่นได้เท่าไหร่ข้าก็ได้เท่านั้นแหละ"
"เอ็งนี่มันน่าสนใจจริงๆ" ครูฝึกหลัวหัวเราะชอบใจ
แต่ในใจเว่ยหงกำลังดีดลูกคิดรางแก้ว
วันละห้ารอบ อย่างต่ำก็ได้ห้าร้อยอีแปะ อย่างมากก็ได้หนึ่งตำลึง
แถมลูกค้าส่วนใหญ่มักจะทิปให้อีก ห้าสิบร้อยนึง หรือบางทีสองสามร้อยก็มี รายได้รวมๆ ถือว่าหรูเลยทีเดียว
อย่างวันนี้สู้ไปสิบสามรอบ รอบแรกฟรี
อีกสิบสองรอบ เป็นหมัดมวยเจ็ดรอบ อาวุธห้ารอบ
ค่าจ้างพื้นฐานก็ปาเข้าไปหนึ่งตำลึงเจ็ดร้อยอีแปะ รวมทิปแล้ว ในกระเป๋าตอนนี้เขามีเงินตั้งสามตำลึงสองร้อยอีแปะ
"เยอะขนาดนี้เลยเหรอ"
เว่ยหงนับเงินแล้วตกใจเอง
ทำงานครึ่งวัน ได้เงินมากกว่าคนทั่วไปทำงานเดือนสองเดือน
มิน่าคนถึงอยากฝึกยุทธ์กันนัก สำหรับคนเก่ง เงินทองมันหาง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือนี่เอง
แต่ถ้าไม่มีระบบช่วย เว่ยหงคงไม่กล้าบ้าเลือดขนาดนี้ คนอื่นถ้าจะเลียนแบบ มีหวังได้ตายคาที่
"ครูฝึกหลัว" เว่ยหงเก็บถุงเงินเข้าอกเสื้อ แล้วเงยหน้าถามยิ้มๆ "เห็นแก่ที่ข้าตกลงตามเงื่อนไข ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมจ๊ะ"
"ถามมาสิ"
"ไม่มีอะไรมากจ้ะ" เว่ยหงถามอย่างถ่อมตน "ข้าเพิ่งเริ่มฝึกขัดผิว อยากรู้ว่าต้องฝึกถึงขั้นไหนถึงจะรู้ว่าบรรลุขั้นกลางแล้ว"
"ง่ายจะตาย" ครูฝึกหลัวตอบแบบขอไปที "เมื่อไหร่ที่เอ็ง ลอกคราบทั่วร่าง เมื่อนั้นแหละคือบรรลุขั้นกลาง"