เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ชะตาชีวิตหลากรส ส้มหล่นรับหน้าที่ยามวิกฤต!

บทที่ 12 - ชะตาชีวิตหลากรส ส้มหล่นรับหน้าที่ยามวิกฤต!

บทที่ 12 - ชะตาชีวิตหลากรส ส้มหล่นรับหน้าที่ยามวิกฤต!


บทที่ 12 - ชะตาชีวิตหลากรส ส้มหล่นรับหน้าที่ยามวิกฤต!

พูคถึงความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้าน ตาเฒ่าเว่ยก็อดทอดถอนใจไม่ได้! "บ้านยายหวังหลายปีมานี้ลำบากสาหัส แกอุตส่าห์เลี้ยงหลานสาวสองคนมาจนโต ตอนเด็กก็กลัวจะโดนพวกแก๊งลักเด็กจับไป พอโตเป็นสาวก็ต้องมาคอยระวังพวกอันธพาลขี้หลีรังแก"

"สามชีวิตย่าหลานรับจ้างซักผ้าประทังชีวิต เงินที่ได้ยังไม่พอจ่ายค่าหัวคิวเลย กลางคืนต้องอาศัยแสงดาวทอผ้าเย็บรองเท้า ตาจะบอดเอาได้ง่ายๆ!"

"เมื่อกี้เอาเครื่องในไปให้ แกก็เกรงใจไม่กล้ารับ พูดจนปากเปียกปากแฉะถึงยอมรับไว้ หลานสาวสองคนผอมจนเหลือแต่กระดูก ปกติคงไม่ได้แตะเนื้อสัตว์เลยมั้ง..."

เว่ยหงนั่งฟังอย่างตั้งใจ ในใจก็พลอยหดหู่ไปด้วย

เขาสนิทกับบ้านยายหวังดี ตอนเด็กๆ ก็เคยได้แกดูแล

หลานสาวสองคนของแกก็อายุน้อยกว่าเขาไม่เท่าไหร่

ผู้หญิงสามคนอาศัยอยู่ในสลัมที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด ชีวิตจะขมขื่นแค่ไหนคงไม่ต้องพูดถึง

"ชีวิตเราพอจะถูไถไปได้ วันหน้าถ้าช่วยได้ก็ช่วยกันไปครับ" เว่ยหงเออออตามน้ำ

"นั่นสินะ!" ตาเฒ่าเว่ยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แล้วบ่นต่อ "ลุงลู่ของเจ้าก็น่าสงสาร สมัยหนุ่มๆ เป็นมือปราบในที่ว่าการอำเภอ ชื่อเสียงโด่งดังจะตาย น่าเสียดายไปขัดขาผู้มีอิทธิพลเข้าเลยโดนปลด แถมโดนตีขาหักไปข้างหนึ่ง"

"ตอนนี้ลูกเมียหนีหาย ตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ ใครอยากจะเหยียบย่ำก็ทำได้ลงคอ ทุกวันนี้ต้องอาศัยรับจ้างตักส้วมให้แก๊งอุจจาระประทังชีวิต หมดสภาพยอดคนในอดีตไปเลย!"

เว่ยหงเงียบไปอีกครั้ง

ในความทรงจำของเขา ลุงลู่คือมือปราบผู้คล่องแคล่วว่องไว รักความยุติธรรม คอยผดุงคุณธรรมกำจัดคนพาล เมื่อก่อนแกคอยปกป้องเพื่อนบ้านละแวกนี้อย่างห้าวหาญ

แต่พอล้มอับจนหนทาง กลับต้องจมปลักอยู่ในโคลนตม

พวกอันธพาลที่เคยโดนแกจับ ต่างพากันมารังแกเหยียบย่ำแกด้วยความสะใจ

ชีวิตคนเราพลิกผันได้ขนาดนี้ จะไม่ให้เวทนาได้อย่างไร?

และโศกนาฏกรรมแบบนี้ ในสลัมมีให้เห็นเกลื่อนกราด

"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เราเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะครับ" เว่ยหงถอนหายใจ เตือนสติว่า "ปู่รีบพักผ่อนเถอะ ถนนหลิวลวี่เกิดเรื่องสยองขวัญติดๆ กันหลายวัน ปู่ไปตีเกราะก็เลี่ยงๆ ทางนั้นหน่อย"

"ได้!" ตาเฒ่าเว่ยรับคำด้วยความเป็นห่วง "เสี่ยวหงเองก็รีบอาบน้ำนอนเถอะ ดึกๆ ยังต้องไปทำงานอีก"

พูดจบ ชายชราก็เริ่มเก็บล้างชามตะเกียบ!

เว่ยหงไม่ได้แย่งทำ เขาดูฟ้าแล้วเห็นว่ายังหัวค่ำอยู่ มองดูเพิงพักคับแคบของตัวเอง แล้วตัดสินใจวิ่งไปที่ตรอกเปลี่ยวใกล้ๆ เพื่อฝึกวิชา

วันนี้ฝึกที่ร้านเนื้อยังไม่จุใจ

บวกกับเรื่องสยองขวัญที่กระตุ้นต่อมความกลัว

เว่ยหงรู้สึกว้าวุ่นใจ เลยคิดจะระบายออกด้วยการฝึกยุทธ์

เขาถอดเสื้อออก เปลือยท่อนบนหมอบลงบนพื้นโคลนขรุขระในตรอก

กัดฟันเริ่มร่ายรำ <ท่าร่างพยัคฆ์สิบสามกระบวน>

"ฟู่ว!"

"ฮ่า!"

ท่าที่หนึ่ง พยัคฆ์ลงเขา! ท่าที่สอง พยัคฆ์หิวตะครุบแกะ! ท่าที่สาม พยัคฆ์คำรามแปดทิศ! เว่ยหงทำอย่างใจเย็น ควบคุมจังหวะหายใจเก้าเข้าหนึ่งออกในทุกท่วงท่า กล้ามเนื้อทุกมัดสั่นระริกจากการใช้งานหนัก เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายออกจากรูขุมขน

"ฟู่ว!"

"ฟู่ว!"

เว่ยหงหอบหายใจหนักหน่วง

สัมผัสถึงความเหนื่อยล้าถึงขีดสุด ตามมาด้วยความรู้สึกแน่นเปรี้ยะของกล้ามเนื้อที่ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น

ความรู้สึกนี้ช่างน่าหลงใหลและเสพติด!

พร้อมกันนั้นความกังวลใจก็ถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสงบและปลอดโปร่ง

"เอาอีก!"

เว่ยหงกัดฟัน จมดิ่งสู่การฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง

วิถีแห่งยุทธ์ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และกินอาหารเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย

การฝึก <ท่าร่างพยัคฆ์สิบสามกระบวน> แต่ละรอบ ต้องผลาญแรงกายและเลือดลมมหาศาล

พอจบรอบที่สอง เว่ยหงก็หมดสภาพกองลงกับพื้น ไม่ใช่แค่เหนื่อยจนไม่อยากขยับ แต่น้ำย่อยในกระเพาะยังร้องประท้วงด้วยความหิวโหย

"เหนื่อยชะมัด ประเมินตัวเองสูงไป!"

"ร่างกายตอนนี้ฝึกวันละสามรอบยังฝืนเกินไปหน่อย"

"ถ้าได้ฆ่าหมูฆ่าแพะเก็บแต้มพลังชีวิตทุกวันก็คงดี!"

เว่ยหงอดรำพึงในใจไม่ได้

ฝืนความเหนื่อยลุกขึ้นมาจากพื้น เติมแต้มพลังชีวิต 1 แต้มลงไปที่ค่าพลังชีวิต ให้ร่างกายพอฟื้นแรงกลับมาบ้าง แล้วรีบวิ่งกลับบ้านไปล้างเนื้อล้างตัวนอนพักผ่อน

โชคดีที่พอฝึกยุทธ์แล้วพลังงานล้นเหลือ!

นอนแค่วันละสองชั่วยาม (4 ชั่วโมง) ก็ตื่นมาสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ไม่งั้นเว่ยหงคงไม่กล้าเคี่ยวกรำตัวเองขนาดนี้

...

ช่วงหลังเที่ยงคืน

เว่ยหงไปเข้างานที่ร้านเนื้อตามเวลา

แต่พอไปถึงก็พบว่าบรรยากาศดูแปลกๆ ทุกคนมีสีหน้าหวาดวิตกและตื่นตระหนกอีกแล้ว!

"ลู่คังกับเจียงขุย ตายจริงด้วย!" หลี่ต้าหนิวเดินเข้ามากระซิบ

"เฮือก!"

เว่ยหงสูดหายใจเย็นเยียบ

ถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้ยินข่าวก็ยังอดใจหายไม่ได้

หลี่ต้าหนิวเล่าต่อ "พวกเขาตายในบ้านตระกูลหลี่ ไม่มีใครรู้ว่าเข้าไปตอนไหน รู้แค่ว่าตอนทางการไปตรวจที่เกิดเหตุบ้านตระกูลหลี่ก็เจอศพพวกเขาด้วย"

"เขาว่ากันว่าเลือดในตัวแห้งสนิท ใบหน้ามีรอยยิ้มพิลึกๆ เหมือนคนมีความสุข เหมือนก่อนตายได้เสพสมกับใครสักคน ตอนนี้ทุกคนกลัวกันหัวหด กลัวว่าคนที่ไปส่งของเมื่อวานจะโดนดีไปด้วย!"

เว่ยหงฟังแล้วคิ้วกระตุกยิกๆ!

ตอนนี้ถ้าเขาเจอเรื่องสยองขวัญแบบนั้น คงไม่มีปัญญารอดแน่

"อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด" เว่ยหงยิ้มขื่นปลอบใจ "คนเรามีชะตาลิขิต เราคงไม่ซวยขนาดโดนเพ่งเล็งหรอกน่า"

"นั่นสิ!"

หลี่ต้าหนิวก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองแบบนั้น

จูซื่อไห่เดินหน้าบูดบึ้งเข้ามาตวาด "เอะอะอะไรกัน? เรื่องลู่คังกับเจียงขุยปล่อยให้หน่วยปราบมารจัดการไป รีบทำงานเข้าสิ อยากโดนหักเงินหรือไง?"

ทุกคนไม่กล้าปากมาก รีบก้มหน้าก้มตาทำงาน

ชีวิตคนสองคน ใครจะมาสนใจจริงจัง?

ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ตราบใดที่ไฟไม่ลามมาถึงตัว ก็แค่บ่นอุบอิบกันนิดหน่อยแล้วก็ผ่านไป

"ต้าหนิว วันนี้เป็นต้นไปเอ็งมาเป็นมือมีด" จูซื่อไห่สั่งขึ้นมาดื้อๆ

"ข้า?" หลี่ต้าหนิวตะลึงตาค้าง "ห...หัวหน้าใหญ่ ล้อเล่นหรือเปล่าครับ?"

"ล้อเล่นกับผีน่ะสิ ตอนนี้คนขาด ถ้าเอ็งไม่ทำแล้วใครจะทำ?" จูซื่อไห่แค่นเสียงเฮอะ "ข้ารู้ว่าเอ็งแรงยังไม่ถึง แต่ไม่เป็นไร ต่อไปเอ็งรับผิดชอบฆ่าแต่แพะ ทำได้ไหม?"

"ได้ครับ ได้แน่นอนครับ"

หลี่ต้าหนิวดีใจจนตาเป็นประกาย

ความฝันที่รอคอยมานานเป็นจริงก่อนกำหนด มีหรือจะปฏิเสธ?

เว่ยหงได้ยินก็แอบดีใจเงียบๆ

ลู่คังกับเจียงขุยจะตายยังไงเขาไม่สน แต่การตายของสองคนนี้ทำให้ร้านขาดคน จนหลี่ต้าหนิวได้เสียบตำแหน่งมือมีดแทน นี่แหละทางสะดวกของเขา

เพราะแบบนี้เขาก็จะอาศัยจังหวะช่วยหลี่ต้าหนิวฆ่าแพะปั๊มแต้มพลังชีวิตได้สบายๆ ดีกว่าต้องรออีกเป็นปีกว่าจะได้เป็นมือมีดเองตั้งเยอะ

"อีกสองสามวันข้าจะหาเด็กฝึกงานมาเพิ่ม" จูซื่อไห่หันมาทางเว่ยหง สั่งว่า "ช่วงนี้เอ็งเหนื่อยหน่อย งานเก่าของต้าหนิวเอ็งต้องเหมาหมด ทำไหวไหม?"

"ไหวครับ! หัวหน้าใหญ่ไม่ต้องห่วง"

เว่ยหงรับคำอย่างหนักแน่น

จูซื่อไห่พยักหน้าอย่างพอใจ คิ้วที่ขมวดมุ่นถึงค่อยคลายลงบ้าง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - ชะตาชีวิตหลากรส ส้มหล่นรับหน้าที่ยามวิกฤต!

คัดลอกลิงก์แล้ว