- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 9 - ถนนหลิวลวี่ โคมไฟแดงสยองขวัญ!
บทที่ 9 - ถนนหลิวลวี่ โคมไฟแดงสยองขวัญ!
บทที่ 9 - ถนนหลิวลวี่ โคมไฟแดงสยองขวัญ!
บทที่ 9 - ถนนหลิวลวี่ โคมไฟแดงสยองขวัญ!
"เร็วๆ เข้า อย่ามัวโอ้เอ้!"
"ข้างหลังตามมาให้ทัน!"
ช่วงเช้ามืด ประตูร้านเนื้อถูกผลักเปิดออก!
"ครืด... ครืด..."
เสียงล้อรถเข็นบดไปบนถนนหินแผ่นดังก้องทำลายความเงียบสงบ
หัวหน้าสามจ้าวมิงเจี๋ยนำขบวนด้วยตัวเอง เว่ยหง หลี่ต้าหนิว และคนงานอีกเจ็ดแปดคนเข็นรถเข็นคนละคัน บรรทุกหมูแพะจนเต็มคันรถ เดินขบวนออกจากร้านมุ่งหน้าไปส่งของตามเหลาอาหาร
ท้องฟ้ายามนี้มืดมิดสลัวราง มีหมอกจางๆ ปกคลุม!
ตามตรอกซอกซอยไร้ผู้คน บรรยากาศดูน่าอึดอัด
"น้องหงไม่ต้องเกร็ง" หลี่ต้าหนิวปลอบยิ้มๆ "จริงๆ งานส่งของไม่ยากหรอก ปกติจะวนส่งตามเหลาอาหารก่อน แล้วค่อยไปส่งบ้านเศรษฐี แค่ส่งให้ตรงตามใบสั่งของก็พอ"
"แต่กลางค่ำกลางคืนมันก็ไม่ค่อยปลอดภัย ถึงเมืองหลวงจะมีเคอร์ฟิว แต่แก๊งต่างๆ ก็ปะปนกันมั่วไปหมด หมูแพะหลายสิบตัวมูลค่าตั้งหลายร้อยตำลึง กลัวจะมีพวกเดนตายมาดักปล้น เพราะงั้นต้องหูไวตาไวหน่อย"
"ได้ครับ!"
เว่ยหงพยักหน้ารัวๆ สายตากวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง
ในบรรยากาศแบบนี้เขาไม่รู้สึกปลอดภัยเลยสักนิด รู้สึกเหมือนมีคนแอบจ้องมองมาจากมุมมืด ทำให้หัวใจแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่กล้าประมาทแม้แต่วินาทีเดียว
เดินไปได้แค่บล็อกเดียว ก็เจอกับหน่วยลาดตระเวนสวมเกราะเต็มยศเดินสวนมา
พวกมันถือคบเพลิง เดินวางก้าม มือจับดาบ แววตาดุร้ายน่ากลัว
"หยุด! พวกไหน?"
"โธ่พี่ทหาร อย่าเพิ่งเข้าใจผิด!" จ้าวมิงเจี๋ยประสานมือโค้งคำนับอย่างชำนาญ "พวกเรามาจากร้านเนื้อสกุลจู อาศัยช่วงมืดๆ ออกมาส่งของ ไม่ใช่โจรผู้ร้ายแน่นอนขอรับ"
"อ้อ? งั้นเหรอ?" หัวหน้าชุดลาดตระเวนกวาดตามองขบวนรถอย่างจับผิด แล้วยิ้มเยาะ "ที่แท้ก็เถ้าแก่จ้าว ทำไมวันนี้ออกมาส่งของเองล่ะ?"
"ก็วันนี้เทศกาลเสื้อหนาวนี่ครับ เหลาอาหารสั่งของเยอะเป็นพิเศษ" จ้าวมิงเจี๋ยแอบยัดเงินก้อนเล็กใส่มืออีกฝ่าย แล้วยิ้มแห้งๆ "พี่ทหารลำบากแย่ นี่คนงานร้านข้าทั้งนั้น ขอความกรุณาด้วยครับ"
"อืม!" หัวหน้าชุดพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วพูดว่า "ถ้ามาส่งของก็ไปเถอะ อย่าให้เลยเวลาล่ะ"
"ครับๆๆ ขอบคุณพี่ทหาร!"
จ้าวมิงเจี๋ยยิ้มร่าประสานมือลา แล้วพาขบวนรถเดินต่อ
ร้านเนื้อสกุลจูมีแก๊งหัวเสือหนุนหลัง มีความสัมพันธ์อันดีกับกองทหารลาดตระเวน
ถ้าไม่ได้เจอช่วงที่กำลังไล่ล่าโจรหรือนักโทษแหกคุก แค่จ่ายค่าน้ำชานิดหน่อยก็ผ่านสะดวก
ครู่ต่อมา!
ขบวนรถมาจอดหน้าเหลาอาหารชื่อหอหมิงเยว่
เหลาอาหารแห่งนี้กว้างขวางใหญ่โต หน้าประตูแขวนโคมไฟสีแดงดวงเบ้อเริ่มสองดวง
มองผ่านประตูที่แง้มอยู่เห็นเด็กรับใช้ท่าทางงัวเงียกำลังเช็ดโต๊ะเก้าอี้พลางหาวหวอดๆ
"ดูท่า เป็นเด็กรับใช้ในเหลาอาหารก็ไม่ง่ายนะ" เว่ยหงอดบ่นงึมงำไม่ได้
"เป็นเบ๊ในร้านอาหารจะไปสบายได้ไง" หลี่ต้าหนิวเสริม "เดือนหนึ่งทำงานแทบตายได้เงินตำลึงกว่าๆ ตื่นก่อนไก่ นอนทีหลังหมา เจอแขกเรื่องมากก็โดนด่าโดนตี"
"เฒ่าหลิว รบกวนตรวจของหน่อย"
จ้าวมิงเจี๋ยเดินเข้าไปข้างใน ประสานมือทักทายชายวัยกลางคนสวมเสื้อยาวสีเทาที่กำลังสัปหงกอยู่หลังเคาน์เตอร์
"อุ๊ยตาย หัวหน้าสามมาส่งของเองเลยเหรอเนี่ย แขกหายากนะเนี่ย" ชายวัยกลางคนรีบลุกขึ้นต้อนรับยิ้มแย้ม
จ้าวมิงเจี๋ยทำหน้าปลงๆ "วันนี้วันเทศกาล ร้านอาหารทุกร้านเตรียมรับแขกเต็มที่ ร้านเนื้อเราจะมาเป็นตัวถ่วงไม่ได้ ร้านท่านสั่งขาหมูแปดขา เนื้อหมูร้อยยี่สิบชั่ง เนื้อแพะห้าสิบชั่ง เครื่องในอีกหกสิบชั่ง ลองนับดู!"
"ได้เลย!"
ชายวัยกลางคนเรียกเด็กรับใช้สองคนมาช่วย
ไม่นานก็ตรวจนับหมูแพะเสร็จ จ่ายเงินรับของ!
จ้าวมิงเจี๋ยทักทายตามมารยาทสองสามคำ แล้วกวักมือเรียก "ไปๆๆ ร้านต่อไป เร็วเข้า อย่าชักช้า"
เสียงล้อรถบดถนนดังครืดคราดอีกครั้ง
ขบวนรถอันยาวเหยียดเคลื่อนไปตามถนนใหญ่
ส่งเนื้อสดใหม่ให้ร้านอาหารทีละร้าน
โดยไม่รู้ตัว!
ขบวนรถก็มาถึงถนนสายยาวริมแม่น้ำ
ที่นี่ปลูกต้นหลิวหนาทึบ กิ่งก้านไหวเอนตามลมดูน่าขนลุกในความมืด บางครั้งยังมองเห็นเรือสำราญหอนางโลมที่เปิดไฟสว่างไสวลอยอยู่ในแม่น้ำ
หมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง ยิ่งทำให้บรรยากาศดูยะเยือก
"อี...อียา...อา..."
เสียงร้องเพลงงิ้วแหลมสูงแว่วมาแต่ไกล
ในขบวนรถ ลู่คังผู้เชี่ยวชาญด้านการเที่ยวหอนางโลมหัวเราะหึๆ วิจารณ์ว่า "เพลงทำนองชิงผิงนี่มีเสน่ห์ไม่เบา ไม่รู้แม่นางเรือไหนร้อง ฟังแล้วคันหัวใจยิบๆ"
"ดึกดื่นป่านนี้ยังหาความสำราญ ไอ้พวกหมาพวกนี้มันเสวยสุขกันจริงๆ หน้าไม่อาย!" เจียงขุยถ่มน้ำลายด่า
"พวกเอ็งสองคนก็พอๆ กันนั่นแหละ ทำเป็นด่าคนอื่นหน้าไม่อาย ถ้าเงินเดือนไม่หมด มีเหรอพวกเอ็งจะไม่ไปสิงอยู่ในซ่อง?"
"นั่นสิ ระวังจะติดโรคเข้าล่ะ"
"ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร ติดโรคก็แค่เฉือนทิ้ง..."
พวกผู้ชายพากันหัวเราะเฮฮา พูดจาสัปดนกันอย่างออกรส
แต่จ้าวมิงเจี๋ยที่เดินนำหน้ากลับหน้าถอดสี รีบยกมือห้าม "ชู่ว! เงียบ!"
เว่ยหงสะดุ้งโหยง สังเกตเห็นความผิดปกติเข้าพอดี
เสียงร้องเพลงนี้ไม่ได้มาจากเรือสำราญ แต่เหมือนดังมาจากรอบทิศทาง
แว่วๆ เหมือนมีคนมาร้องกรอกหูอยู่ข้างๆ
ฉับพลัน!
ทุกคนรู้สึกเหมือนความเย็นยะเยือกโอบล้อมรอบตัว
ราวกับมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมาจากความมืด
แขนขาของทุกคนเริ่มแข็งทื่อโดยไม่รู้ตัว
ไม่ไกลนัก!
หน้าประตูคฤหาสน์หลังหนึ่ง จู่ๆ โคมไฟสีแดงสองดวงก็สว่างพรึ่บขึ้น
แสงสีแดงฉานบาดตา ชวนให้ขนหัวลุกชัน
"แย่แล้ว ท...ที่นี่มันถนนหลิวลวี่!" หลี่ต้าหนิวหน้าซีดเผือด "ก่อนบ้านเศรษฐีหลี่จะโดนผีฆ่าล้างตระกูล ก็มีคนได้ยินเสียงร้องเพลงแบบนี้"
"เฮือก!"
ทุกคนสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
จ้าวมิงเจี๋ยตกใจจนถอยหลังกรูด สูดหายใจลึกๆ หลายทีถึงค่อยกล้ากระซิบสั่ง "เร็ว! อ้อมไปทางอื่น ห้ามพูด ห้ามมองซี้ซั้ว ก้มหน้าแล้วรีบเดิน!"
"น้องหง ตามมา!"
"เดินเร็วเข้า!"
ทุกคนรีบเข็นรถหนีกันจ้าละหวั่น
จนกระทั่งทิ้งห่างออกมาได้เป็นร้อยเมตร เสียงเพลงที่วนเวียนอยู่ข้างหูถึงค่อยจางหายไป พอแน่ใจว่าไม่มีใครโดนผีสิง ทุกคนถึงค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"หลี่ต้าหนิว เอ็งอยากตายรึไง?" จ้าวมิงเจี๋ยปาดเหงื่อเย็นๆ พลางด่ากราด "รู้อยู่ว่าบ้านตระกูลหลี่เกิดเรื่อง ทำไมไม่บอกแต่แรก? จะพาพวกเราไปตายเหรอ?"
"หัวหน้าสามข้าเปล่านะ" หลี่ต้าหนิวแก้ตัวเสียงอ่อย "เรื่องมันดังขนาดนี้ ข้านึกว่าท่านรู้อยู่แล้ว"
"ยังจะเถียงอีก?" จ้าวมิงเจี๋ยตวาดตากลบเกลื่อนความอาย
"หัวหน้าสามใจเย็นก่อน" เว่ยหงรีบห้ามทัพ "พวกเรารีบไปจากตรงนี้กันก่อนเถอะ ไม่รู้ว่าผีจริงหรือเปล่า แต่อยู่ตรงนี้นานๆ ไม่ดีแน่"
"ใช่ๆ รีบไปรีบไป!"
จ้าวมิงเจี๋ยรับลูก รีบพาขบวนรถจ้ำอ้าวหนีไป
"แม่งเอ๊ย น่ากลัวชิบหาย วันหลังให้ตายข้าก็ไม่เดินผ่านถนนหลิวลวี่อีก"
"นั่นสิ ตีนเมืองหลวงแท้ๆ ยังมีผีอาละวาด แล้วจะให้คนอยู่ยังไงไหว?"
"เหอะ พวกเรายังถือว่าโชคดี ได้ยินว่าหมู่บ้านนอกเมืองหลายแห่งโดนผีถล่ม ตายเกลี้ยงทั้งหมู่บ้าน ทีมหัวหน้าสองออกไปรับหมูแต่ละทีกลัวจนฉี่แทบราด"
"แค่นี้จิ๊บจ๊อย ช่วงที่เมืองชิงโจวแห้งแล้งหนัก ผีโผล่มาเป็นดอกเห็ด คนตายไม่รู้เท่าไหร่!"
ทุกคนคุยกันด้วยความหวาดผวา แต่ละคนหน้าตาตื่น
สีหน้าเว่ยหงก็ไม่สู้ดี ไม่นึกว่าแค่ออกมาส่งของ ชีวิตจะแขวนบนเส้นด้ายขนาดนี้
ถ้าดวงซวยกว่านี้อีกหน่อย วันนี้คงได้ตายแบบงงๆ แน่
"ต้องรีบเก่งขึ้นแล้ว!"
เว่ยหงถอนหายใจยาว แอบดีใจที่รอดมาได้
แต่พอกำลังจะก้าวเท้าเดินต่อ ก็มีเสียงร้องอุทานดังขึ้นในกลุ่ม
"ลู่คังกับเจียงขุยล่ะ?"
"เชี่ย! หายไปไหนแล้ว?"
ทุกคนสูดหายใจเย็นเยียบเข้าปอด
ความหนาวเหน็บแล่นพล่านจับขั้วหัวใจ แข้งขาแข็งทื่อไปตามๆ กัน
[จบแล้ว]