เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ต้าเฉียนนี้แซ่โจว!

บทที่ 3 - ต้าเฉียนนี้แซ่โจว!

บทที่ 3 - ต้าเฉียนนี้แซ่โจว!


บทที่ 3 - ต้าเฉียนนี้แซ่โจว!

คำพูดของจูหงเลี่ยง ทำให้แม่ทัพใหญ่อวี่เหวินกงอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้

เหตุผลนี้มันบ้าบอสิ้นดี

แต่เขาชอบ

ทว่าเขาก็ไม่ได้โง่ มีคนมาขอสวามิภักดิ์ เขาก็รับไว้

แต่จะให้ทำจริงๆ ก็ยังไม่ได้

นอกจากเจ้าแก่ไจ่เฟยเฉินนั่นจะเห็นด้วย ไม่อย่างนั้นเท่ากับให้เขารับคำด่าไว้คนเดียวน่ะสิ

อวี่เหวินกงมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ได้พึ่งแค่กระบี่ในมืออย่างเดียว

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มองจูหงเลี่ยงด้วยความพึงพอใจ

คนคนนี้ใช้ได้ น่าสนับสนุน

แต่ในขณะเดียวกัน สายตาของโจวหยวนกลับเย็นเยียบ

"จูหงเลี่ยง เราอนุญาตให้เจ้าพูดแล้วรึ

เจ้าเป็นเพียงอาลักษณ์รัชทายาทกระจอกๆ เราเคยอนุญาตให้เจ้าเปิดปากในราชสำนักตั้งแต่เมื่อไหร่

เจ้าว่าลู่เหวินฮั่นไม่เคารพ แต่ตอนที่เจ้าพูด เหตุใดถึงไม่เรียกขานว่าฝ่าบาท!

กององครักษ์อวี่หลินเป็นกองกำลังส่วนตัวของเรา อาลักษณ์รัชทายาทตัวเล็กๆ อย่างเจ้ากล้าดียังไงมาสอดปาก คิดว่ากระบี่ในมือเราไม่คมหรือไง!"

จูหงเลี่ยงชะงักไปนิดหนึ่ง

แต่เขาไม่ใส่ใจ ตอนนี้เขามีแบ็คดีแล้ว ใครจะไปสนคำพูดของฮ่องเต้หุ่นเชิด

จึงพูดอย่างไม่จริงใจว่า

"กระหม่อมรู้ความผิดแล้ว"

พูดจบ ไม่รอให้โจวหยวนอนุญาต ก็ลุกขึ้นยืนเองหน้าตาเฉย

"รู้ความผิด?

รู้ความผิดก็ดี..."

โจวหยวนแค่นหัวเราะ เขากวาดตามองไปทั่วท้องพระโรง แล้วลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน

"วันนี้ เป็นวันแรกที่เราขึ้นครองราชย์ ตามกฎบรรพชน ต้องมีการประกาศพิธี เข้าเฝ้า ถวายพระพรหมื่นปี เปลี่ยนปีศักราช แต่พวกเจ้าทำอะไรกัน คิดว่าแผ่นดินนี้ ไม่ได้แซ่โจวแล้วจริงๆ หรือไง!"

ใบหน้าของโจวหยวนเผยความบ้าคลั่งออกมาหลายส่วน

ตัวเขาในตอนนี้ จะมามัวเดินเกมช้าๆ มั่นคงไม่ได้กินหรอก มีแต่ต้องทุบหม้อข้าวแล้วสร้างใหม่เท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้หายใจหายคอบ้าง

ดังนั้นเขาต้องทำให้ทุกคนรู้ว่า เขาบ้าไปแล้ว!

ถูกขุนนางสมควรตายพวกนี้บีบจนบ้า

นอกจากทั้งสามฝ่ายจะเตรียมพร้อมก่อกบฏชิงบัลลังก์ ไม่อย่างนั้น นี่คือวิธีแก้เกมที่ดีที่สุดของเขา!

ไจ่เฟยเฉินสีหน้าแปลกประหลาด อวี่เหวินกงยิ้มเยาะ ทำตัวเข้าไปเถอะ ยิ่งทำตัวบ้าบอ ก็ยิ่งตายเร็ว

มีเพียงหวังเจิ้นที่สีหน้ามืดมน ฮ่องเต้บ้าคนเดียวไม่เป็นไร

แต่ถ้าฮ่องเต้ตายไป เขาจะไปวางก้ามบาตรใหญ่ได้ยังไง

ดังนั้นแม้ในใจจะด่าโจวหยวนว่าโง่ แต่เขาก็ยังเอ่ยปากว่า

"ฝ่าบาท ตอนนี้อยู่กลางที่ประชุมขุนนาง มีเรื่องอะไร รอเลิกประชุมแล้วค่อยคุยกับกระหม่อมดีกว่าพะยะค่ะ"

แต่โจวหยวนไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย สายตาจ้องเขม็งไปที่จูหงเลี่ยง

"ในเมื่อเจ้ารู้ความผิด งั้นก็ลงโทษตามความผิด ทหาร ลากตัวจูหงเลี่ยงออกไป ประหารชีวิตหน้าวัง!"

ประโยคเดียว ทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง

โอรสสวรรค์องค์นี้บ้าไปแล้วจริงๆ

สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนขนาดนี้ จะฆ่าจูหงเลี่ยงได้ยังไง

ลู่เหวินฮั่นงงไปหมดแล้ว

ฝ่าบาท ท่านจะหักด้ามพร้าด้วยเข่าแบบนี้ไม่ได้นะ พระราชอำนาจไม่ได้ใช้กันแบบนี้ ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ท่านมีอำนาจอยู่ในมือสักเท่าไหร่เชียว

ขุนนางที่แอบเอาใจช่วยโจวหยวนอยู่อย่างลับๆ ก็งงเหมือนกัน แม้แต่ขุนนางจำนวนมากที่ยังคาดหวังกับฮ่องเต้ใหม่ หวังว่าสักวันจะได้กวาดล้างขุนนางกังฉิน ก็ใจแป้วไปตามๆ กัน

ฮ่องเต้ใหม่ทำตัวแบบนี้ เกรงว่าไม่เกินไม่กี่เดือน คงได้ตายอนาถคาพระราชวัง

โจวหยวนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

เมื่อเห็นทหารหน้าพระที่นั่งไม่ออกมา โจวหยวนก็ชักกระบี่ยาวออกมาเอง

"ทำไม จะต้องให้เราลงมือเองหรือไง ราชโองการแรกในการครองราชย์ของเรา ไม่มีใครปฏิบัติตามเลยรึ!"

น่าเสียดาย ไม่ว่าเขาจะตะโกนก้องอย่างไร ในสายตาคนอื่น เขาก็ยิ่งดูเหมือนตัวตลกมากขึ้นทุกที

โดยเฉพาะจูหงเลี่ยง เมื่อกี้เขายังตกใจ คิดว่าตัวเองใจร้อนเกินไปหรือเปล่า ถ้าแม่ทัพใหญ่ขายเขาทิ้งจะทำยังไง

แต่พอเห็นแม่ทัพใหญ่ส่ายหน้าให้ทหารหน้าพระที่นั่ง เขาก็วางใจลง

ถึงขั้นจ้องตาฮ่องเต้ต้าเฉียนตรงหน้า ขาดอีกแค่นิดเดียวก็จะพูดความในใจออกมาแล้วว่า

ท่านจะทำอะไรข้าได้?

ท้องพระโรงเงียบกริบ มีเพียงโจวหยวนคนเดียวที่อาละวาด

ด่ากราดไปพักหนึ่ง โจวหยวนราวกับสงบสติอารมณ์ได้ กลับไปนั่งลงบนบัลลังก์อีกครั้ง

แต่ความยำเกรงเศษเสี้ยวสุดท้ายในใจเหล่าขุนนางได้มลายหายไปจนหมดสิ้น

"ดูท่า วันนี้คงไม่มีใครช่วยเรากำจัดขุนนางกังฉินสินะ"

ไม่มีใครตอบ

โจวหยวนมองจูหงเลี่ยงที่มีแววตาดูถูกเหยียดหยาม ทันใดนั้นมุมปากก็ยกยิ้มขึ้น

"ในเมื่อพวกเจ้าไม่ยอมลงมือ งั้นเรา ก็คงต้องลงมือเอง..."

คิ้วของหวังเจิ้นกระตุก

ทันใดนั้น โจวหยวนใช้นิ้วชี้ขวาชี้ไปที่จูหงเลี่ยง แล้วตะโกนลั่น

"วันนี้ เราจะทำให้พวกเจ้ารู้ว่า ต้าเฉียนนี้ ยังแซ่โจว!

จอมพลังอยู่ไหน! สังหารขุนนางชั่วผู้นี้ให้เรา!"

จูหงเลี่ยงหัวเราะเยาะ อุตส่าห์ตกใจแทบแย่ ยังจะมีจอมพลังอะไรอีก จอมพลังทั้งท้องพระโรง ท่านสั่งการได้สักคนไหมล่ะ

ความคิดเพิ่งจะแล่นผ่าน ก็ได้ยินเสียงตะโกนดั่งฟ้าผ่าดังมาจากด้านหลังท้องพระโรง

"รับทราบ!"

สิ้นเสียงตะโกน ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากด้านหลังท้องพระโรง ใบหน้าดุดัน ถมึงทึง พุ่งตรงเข้าใส่จูหงเลี่ยง

คนผู้นี้มือขวากำค้อนเหล็กขนาดใหญ่ที่มีโซ่ติดอยู่ ร่างกายใหญ่โตดั่งหอคอยเหล็ก ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไปก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

"รับราชโองการ ประหารขุนนางชั่ว!"

สิ้นคำว่าประหารขุนนางชั่ว ค้อนยักษ์ก็ฟาดลงบนหัวจูหงเลี่ยง เพียงชั่วพริบตา หัวของจูหงเลี่ยงก็ระเบิดออกเหมือนแตงโม

"บังอาจ!"

อวี่เหวินกงทั้งตกใจทั้งโกรธ

เขาตกใจที่ใต้สังกัดโจวหยวนยังซ่อนยอดยุทธ์แบบนี้ไว้อีก โกรธที่คนผู้นี้กล้าฆ่าคนของเขาต่อหน้าต่อตาในท้องพระโรง

ด้วยความตกใจและโกรธแค้น อวี่เหวินกงระเบิดพลังยุทธ์ระดับสามขั้นสูงสุดออกมา

ชักกระบี่ยาวที่เอว แล้วฟันสวนออกไป

เมื่อเผชิญกับการโจมตีที่ดุดัน ต้าเถียฉุยไม่ได้หลบเลี่ยง ค้อนยักษ์ในมือขวาเหวี่ยงเข้าใส่อวี่เหวินกงอย่างแรง

ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่น

อวี่เหวินกงกระเด็นถอยหลังไปทันที เมื่อเท้าแตะพื้น ก็ยังซวนเซถอยหลังไปอีกหลายก้าว ถึงจะยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

เหล่าขุนนางแตกตื่น

แม้อวี่เหวินกงจะไม่มีฝีมือเท่าอวี่เหวินเว่ย แต่ก็เป็นยอดฝีมือระดับสามขั้นสูงของจริง พละกำลังมหาศาล หาคนต่อกรได้ยากในต้าเฉียน

ตอนนี้กลับถูกค้อนเดียวซัดจนถอยร่น

"พลังระดับสอง!"

อวี่เหวินกงกัดฟัน พูดออกมาทีละคำ

สิ้นเสียงพูด เหล่าขุนนางหน้าถอดสี

ทั่วทั้งราชสำนัก จะมีระดับสองสักกี่คน ไม่นึกเลยว่าโอรสสวรรค์จะมีไม้ตายระดับนี้ซ่อนอยู่

นี่คือรากฐานของราชสำนักงั้นหรือ

มิน่าเล่าโอรสสวรรค์ถึงกล้าสั่งฆ่าคนอย่างแข็งกร้าว

ที่แท้ไม่ได้บ้า แต่มีของดีอยู่นี่เอง

คนที่ประหลาดใจไม่ใช่แค่พวกเขา โจวหยวนเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน

เดิมทีเขาคิดว่า ถ้าต้าเถียฉุยมีพลังสักระดับสามระดับสี่ ฉวยโอกาสลงมือสังหารจูหงเลี่ยง ถึงตอนนั้นข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก เขาก็พอมีโอกาส

แต่นึกไม่ถึงว่าระบบจะจัดหนักให้ขนาดนี้

พลังระดับสอง เพียงพอจะให้เขาใจกล้าขึ้นอีกหน่อยแล้ว!

ต้าเถียฉุยยืนขวางหน้าท้องพระโรง จ้องมองอวี่เหวินกงด้วยความโกรธ

"ข้ารับคำสั่งสังหารขุนนางกังฉิน ท่านลงมือตอนนี้ คิดจะก่อกบฏหรือไง!"

ระหว่างพูด ค้อนยักษ์ก็กระแทกลงพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงโลหะก้องกังวาน ท่าทางพร้อมจะลุยต่อได้ทุกเมื่อถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง

อวี่เหวินกงสีหน้าเปลี่ยนไปมา หากคนผู้นี้ตั้งใจจะฆ่าเขาจริงๆ ด้วยพลังระดับสอง เขาอาจจะตายที่นี่จริงๆ ก็ได้

คิดได้ดังนั้น เขาจึงพูดด้วยความโกรธแค้นอย่างไม่ยินยอมว่า

"ถ้าลูกข้าอยู่ที่นี่ ต้องเอาทวนแทงเจ้าตายแน่!"

พูดจบ อวี่เหวินกงก็เก็บกระบี่อย่างเคียดแค้น มีคนผู้นี้อยู่ วันนี้จะทำอะไรคงยากแล้ว

โจวหยวนถอนหายใจยาว ในใจพอใจเป็นที่สุด

ดูที่ระบบอีกครั้ง

【โฮสต์: โจวหยวน สถานะ: ฮ่องเต้ต้าเฉียน

ระดับ: เก้าขั้นต่ำ วิชา: หมัดเฉียนหยวน เพลงกระบี่ฉางชิง

แต้มบารมีจักรพรรดิ: 1359 บุคคลในสังกัด: ต้าเถียฉุย

กองทัพในสังกัด: กองทัพเกราะทมิฬ 3000 นาย】

แต้มบารมีจักรพรรดิจากติดลบกลายเป็น 1359 เรียกได้ว่าก้าวกระโดดครั้งใหญ่

แต่เขาก็รู้ดี ที่ก้าวกระโดดขนาดนี้ เป็นเพราะการปรากฏตัวของต้าเถียฉุย ทำลายความรับรู้เดิมของเหล่าขุนนางที่มีต่อเขา หรือพูดให้ถูกคือที่มีต่อรากฐานของราชวงศ์ต้าเฉียน โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว

แต่นี่ก็เพียงพอแล้ว

"ระบบ สุ่มรางวัลให้ข้า!"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - ต้าเฉียนนี้แซ่โจว!

คัดลอกลิงก์แล้ว