เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 6 : เหมือง

Chapter 6 : เหมือง

Chapter 6 : เหมือง


จอมเวทย์อสูรดินที่ถูกลู่หยวนโจมตีสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดเสียดแทงที่ส่งผ่านมาจากร่างกาย มันคำรามอยู่ในลำคอและมองไปรอบๆด้วยความระแวดระวังหมายจะหาตัวผู้ที่กล้าโจมตีมันในเหมืองแห่งนี้

หากแต่หลังจากมองไปรอบๆ จอมเวทย์อสูรดินกลับต้องสับสนยิ่งกว่าเดิม

รอบๆนี้ไม่มีผู้ใดเลย ถ้าไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดที่แผดเผาร่างกายมันอยู่นั้นจอมเวทย์อสูรดินคงจะคิดไปว่ามันแค่หลอนไปเองเป็นแน่

ลู่หยวนเบ้ปากกับการกระทำของจอมเวทย์อสูรดินและแทงใส่มันต่ออย่างไม่ลังเล

[-17!]

[-21!]

[-13!]

[-19!]

...

หลังจากนั้นราวสิบวินาที

จอมเวทย์อสูรดินก็ล้มลงบนพื้นและกลายเป็นลำแสงสีขาวก่อนจะสิ้นชีพลงภายในเหมือง

กระทั่งจนตอนตายมันก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองตายได้ยังไง

อัตราการดรอปไอเทมในโลกแห่งอโพคาลิปนั้นต่ำมากและต่อให้ลู่หยวนสังหารมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าถึง3เลเวลอย่างจอมเวทย์อสูรดินตัวนี้เขาก็ได้เงินมาเพียงไม่กี่เหรียญทองแดงเท่านั้น

อย่างไรก็ตามการสังหารข้ามระดับนั้นทำให้ได้โบนัสค่าประสบการณ์มากพอสมควร เขาสังหารจอมเวทย์อสูรดินไปเพียงตัวเดียวแต่มันกลับให้ค่าประสบการณ์ถึง20แต้ม ทำให้หลอดค่าประสบการณ์ของเขาเพิ่มมาถึง1%

ลู่หยวนไม่ได้ประหลาดใจแต่อย่างใด เขาเก็บเหรียญทองแดงขึ้นมาอย่างเงียบๆและมองไปที่จอมเวทย์อสูรดินตัวถัดไป

แล้วภาพเดิมก็ฉายซ้ำ

ลู่หยวนเร้นกายอยู่ในเงาประหนึ่งว่าเป็นยมทูตที่ซ่อนอยู่ในความมืด คอยเก็บเกี่ยวชีวิตของจอมเวทย์อสูรดินอย่างเลือดเย็น

ไม่นานนักลู่หยวนก็ถอยกลับออกมานอกเหมืองด้วยความรู้สึกกระปรี้ประเปร่ายิ่งนัก

การสังหารจอมเวทย์อสูรดินกว่าสิบตัวนั้นทำให้หลอดค่าประสบการณ์ของเขาขึ้นมาถึง19% ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้เงินมาถึง700เหรียญทองแดง โพชั่นฟื้นฟูมานาขนาดเล็ก3ขวดและหนังสือสกิลของจอมเวทย์อีกเล่มหนึ่ง

ดูเหมือนเขาจะโชคดีไม่น้อยถึงได้หนังสือสกิลมาในการฟาร์มรอบแรกแบบนี้

ลู่หยวนยิ้มแต้ เขาได้หนังสือสกิลมาหลังจากฆ่ามอนสเตอร์ไปเพียงไม่กี่สิบตัวเท่านั้นแถมหนังสือสกิลที่ว่ายังเป็นของอาชีพจอมเวทย์อีกด้วย

เจ้านี่สามารถกลบจุดด้อยในเรื่องที่เขาขาดสกิลโจมตีได้อย่างพอดิบพอดี

ส่วนที่สำคัญที่สุดในภารกิจของเขาเสร็จสิ้นลงแล้ว

[เวทย์ไฟระดับหนึ่ง : อัญเชิญเปลวเพลิง]

[คำอธิบาย : ในฐานะของเวทย์ระดับหนึ่งอันเป็นระดับเริ่มต้นแล้ว มันคือจุดเริ่มต้นสำหรับเวทย์มนตร์ประเภทธาตุ สามารถเรียกได้ว่าเป็นเวทย์แก่นแท้ของจอมเวทย์ทุกคน การเรียนรู้มันจะช่วยให้ท่านสามารถเข้าใจลำนำของธาตุได้]

[ความสามารถ : เผาผลาญมานา20หน่วยเพื่ออัญเชิญบอลเพลิงออกมา - สร้างความเสียหายเวทย์มนตร์35+1.6*ค่าสติปัญญา ใส่ศัตรูเบื้องหหน้า ระยะเวลาคูลดาวน์ : 5วินาที]

ลู่หยวนเปิดหนังสือสกิลออกและทำการเรียนรู้ในทันที

หลังจากสกิลอัญเชิญเปลวเพลิงถูกเพิ่มเข้ามาในหน้าต่างค่าสถานะแล้วเขาก็มองไปที่โพชั่นฟื้นฟูมานาขนาดเล็ก3ขวดในช่องเก็บของ

[โพชั่นฟื้นฟูมานาขนาดเล็ก]

[คำอธิบาย : ผลงานทั่วไปของนักแปรธาตุระดับ2 แม้ว่าจะเป็นเพียงโพชั่นฟื้นฟูมานาขั้นพื้นฐานแต่ก็สามารถฟื้นฟูมานาให้กับนักผจญภัยมือใหม่ได้ในระดับหนึ่ง]

[ความสามารถ : ฟื้นฟูมานา10หน่วยต่อวินาที - คงอยู่เป็นระยะเวลา10วินาที]

ลู่หยวนทำการเพิ่มค่าสถานะคงเหลือทั้งหมดไปที่ค่าสติปัญญาทั้งหมดทำให้มานาสูงสุดของเขาเพิ่มขึ้นมาเป็น200หน่วย จากนั้นเขาก็ดื่มโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ขนาดเล็กลงไปสองขวดติดๆกัน

หลังจากรอให้มานาเต็มอยู่ราว20วินาที ลู่หยวนก็เดินไปเดินมารอบๆเหมืองและพบกับNPCที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่บนพื้น

[โซลาก้า , เลเวล19 , ทหารยามเมืองแอมเบอร์ (บาดเจ็บสาหัส)]

“สวัสดีมีอะไรให้ข้าช่วยไหม?” ลู่หยวนเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ในฐานะมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วตัวเขาจึงมีข้อได้เปรียบกว่าเผ่าพันธุ์อื่นเมื่ออยู่ต่อหน้าNPCsอย่างทหารยามประจำเมือง

กระทั่งในโลกแห่งอโพคาลิปนั้นก็ยังมีเรื่องที่เรียกกันว่าต่างเผ่าต่างความคิดและอาจจะถูกมองว่าเป็นศัตรูได้อยู่เช่นกัน

“สวัสดีสหายร่วมเผ่าพันธุ์ ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าจริงๆแต่เจ้านั้นอ่อนแอเกินไป ข้าไม่อยากให้เจ้าตายเพราะเรื่องนี้” โซลาก้ากล่าวพร้อมกับขยับริมฝีปากซีดเผือดตอบกลับลู่หยวน

“ข้าเป็นศิษย์ของท่านนอร์ม่าและข้าคิดว่าท่านต้องการความช่วยเหลือนะ” ลู่หยวนเอ่ยและอัญเชิญบอลเพลิงออกมาอย่างสบายๆ

มานา25หน่วยสูญสลายไปในพริบตาแต่กลับกันเขาก็ได้บอลเพลิงที่สามารถเปลี่ยนรูปได้ตามใจนึกมาแทน

“ถ้าเช่นนั้นก็เยี่ยมเลย อย่างไรก็ตามข้าก็จำเป็นต้องทดสอบความแข็งแกร่งของเจ้าก่อน เจ้าช่วยข้าสังหารราชันย์หมาป่าและนำเขี้ยวของมันกลับมาได้หรือไม่?” โซลาก้ากล่าว

ราชันย์หมาป่าเป็นบอสภายในหมู่บ้านมือใหม่ แม้ว่ามันจะมีเลเวลเพียง5แต่ด้วยความที่เป็นบอสนั้นทำให้ความแข็งแกร่งของมันไม่ด้อยไปกว่าจอมเวทย์อสูรดินทั่วๆไปเลย

ภารกิจแรกก็ให้ไปฆ่าบอสเลเวล5แล้ว ใครที่เห็นก็คงบอกได้ทันทีว่าภารกิจนี้ยากเย็นเพียงใด

“ได้ช่วยท่านนับว่าเป็นเกียรติของข้าแล้ว” ลู่หยวนค้อมหัวให้เล็กน้อย มารยาทของเขานั้นดีกว่าชาวพื้นเมืองบางคนด้วยซ้ำ

[โซลาก้ามีภารกิจให้แก่ท่าน ท่านต้องการรับภารกิจหรือไม่?]

[ชื่อภารกิจ : นำเขี้ยวของหมาป่ามา]

[ระดับภารกิจ : ระดับหนึ่ง]

[ความต้องการของภารกิจ : โซลาก้าผู้ได้รับบาดเจ็บหนักต้องการเขี้ยวของราชันย์หมาป่ามาใช้เป็นยารักษาบาดแผล โปรดไปนำเขี้ยวของหมาป่ามาภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง]

[รางวัลภารกิจ : ค่าความชื่นชอบของโซลาก้า+20 , เปิดภารกิจถัดไป , ค่าประสบการณ์150แต้ม , ผู้เล่นสามารถเลือกหนังสือสกิลระดับหนึ่งของอาชีพใดก็ได้]

ลู่หยวนรับภารกิจมาและเดินจากไป

โซลาก้ามีภารกิจต่อเรื่องให้แก่เขาและกระทั่งตัวโซลาก้าเองก็นับได้ว่าเป็นขุมสมบัติกองโต

เพราะโซลาก้าคือนักแปรธาตุ

ถ้าค่าความชื่นชอบของซลาก้าเพิ่มขึ้นเป็นชอบก็จะสามารถเปิดระบบอาชีพรองเพื่อเรียนรู้วิชาแปรธาตุจากโซลาก้าได้โดยการจ่ายเงิน

หลังออกจากเหมืองลู่หยวนก็เดินตรงไปยังพื้นที่เก็บเลเวลเลเวล2

หมาป่านั้นมีเลเวลเพียง2เท่านั้นและจะเกิดแค่เพียงแค่พื้นที่เลเวล2เท่านั้น

การเก็บค่าประสบการณ์ในอโพคาลิปนั้นเป็นเรื่องยากพอสมควร

ตอนนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังเลเวล1อยู่และมีเพียงคนที่บรรลุภารกิจลับและได้รับรางวัลมหาศาลอย่างลู่หยวนเท่านั้นที่สามารถอัพเลเวลได้ในเวลาสั้นๆ

ดังนั้นพื้นที่เลเวล2จึงมีผู้เล่นอยู่ไม่มากนัก

เมื่อลู่หยวนมาถึงก็พบว่าในพื้นที่เลเวล2นั้นมีผู้เล่นไม่กี่คนกระจัดกระจายเก็บเลเวลกันอยู่ ผู้เล่นส่วนใหญ่เหล่านี้มักจะรวมกลุ่มกันตามอาชีพเพื่อล่ามอนสเตอร์

หลังจากเข้ามาในพื้นที่เลเวล2ลู่หยวนก็ตรงเข้าหาหมาป่าตัวหนึ่งในทันที เมื่อเขาเข้าไปในระยะห้าเมตรก็ดึงดูดความโกรธของมันมาได้ หมาป่าตัวนั้นหันมามองลู่หยวนด้วยดวงตาสีแดงเข้มของมัน

“เฮ้พี่ชายรีบออกไปจะดีกว่า นี่มันพื้นที่เก็บเลเวลเลเวล2นะและนายคนเดียวไม่มีทางจัดการกับมอนสเตอร์ได้แน่ บทลงโทษจากการตายในอโพคาลิปมันรุนแรงดังนั้นอย่าหาเรื่องเลยน่ะ”

ผู้เล่นอาชีพนักบวชคนหนึ่งที่กำลังฟาร์มหมาป่าอยู่หันมาเห็นการกระทำราวกับคนหนุ่มเลือดร้อนของลู่หยวนจึงพยายามเอ่ยเตือนเขาให้ออกไปจากพื้นที่นี้

ในโลกแห่งอโพคาลิปนั้นมีระบบบทลงโทษจากการตายอยู่ด้วยหลังจากตายไปครั้งหนึ่งผู้เล่นจะติดสถานะอ่อนแอ ค่าสถานะทั้งหมดจะลดลง50%เป็นเวลา3ชั่วโมง

อาจจะกล่าวได้ว่าระบบนั้นเข้มงวดมาก

เพื่อเป็นการตอบสนองคำเตือนฉันท์มิตรของผู้เล่นนักบวชคนนั้น ลู่หยวนจึงหันไปยิ้มให้ ในเวลาเดียวกันมือของเขาก็ไม่ได้หยุดอยู่เฉยๆและอัญเชิญบอลเพลิงออกไปก่อนจะปาเข้าใส่หมาป่าที่กำลังกระโจนเข้ามา

ปัง!

เปลวเพลิงระเบิดออก

หมาป่าตัวนั้นถูกเป่าจนกระเด็น

ตัวเลขสีแดงขนาดมหึมาโผล่ออกมาจากร่างของมัน

[-108]

ตามปกติแล้วหากไม่นับเรื่องพลังป้องกันเวทย์มนตร์ เวทย์อัญเชิญเปลวเพลิงของลู่หยวนจะสร้างความเสียหายได้เพียง67หน่วยต่อครั้งเท่านั้น (35+(1.6*20))

หากแต่ในโลกแห่งอโพคาลิปนั้นถ้าความแตกต่างของเลเวลมากเกินไปก็จะมีเรื่องของการสะกดข่มด้านเลเวลด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อลู่หยวนที่มีเลเวล5สู้กับหมาป่าเลเวล2 ความเสียหายที่เขาทำได้จึงเพิ่มขึ้น50%

หมาป่านั้นมีพลังชีวิตไม่ถึง150หน่วยด้วยซ้ำ ดังนั้นอัญเชิญเปลวเพลิงของลู่หยวนจึงลดเลือดของมันไปกว่าสองในสาม

หมาป่าตัวนั้นเงยหน้าหอนเสียงดังพร้อมกัยลุกขึ้นมาและมองมาที่ลู่หยวนก่อนจะกระโจนเข้าใส่เขาอีกครั้ง

สกิลยังติดคูลดาวน์อยู่ก็จริงแต่ลู่หยวนก็ไม่ได้คิดจะยืนอยู่เฉยๆ เขาเดินตรงเข้าไปหาหมาป่าและแทงมีดสั้นมือใหม่เข้าใส่ลำคอของมัน

[-49!]

พร้อมกับตัวเลขสีแดงสด หมาป่าตัวนั้นก็ล้มตึงลงบนพื้นและกลายเป็นแสงสีขาว

ลู่หยวนเก็บไอเทมดรอปจากหมาป่าเข้าไปในช่องเก็บของอย่างลวกๆก่อนจะเบนเข็มไปหาหมาป่าตัวต่อไป

ภายใต้การสะกดข่มด้านเลเวล  เลเวล5เจอกับเลเวล2ก็เหมือนสู้กับเด็กนั่นแหละ ลู่หยวนไม่จำเป็นต้องใช้สกิลเลยด้วยซ้ำเพียงแค่โจมตีมันไปซักสามครั้งก็มากพอจะสังหารหมาป่าลงได้แล้ว

ผู้เล่นนักบวชที่อยู่อีกด้านหนึ่งนั้นมองดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลาและพบว่าลู่หยวนสามารถสังหารหมาป่าได้อย่างไม่ยากเย็น ริมฝีปากของเธอเผยอออกเล็กน้อยและพึมพำออกมา “ตายแล้ว!”

“ฉันจะตายแล้วจริงๆนะ พี่ชิงฮีลหน่อยยย” ด้านหน้าของนักบวชผู้นั้น นักรบที่ถือดาบเอเป้ในมือกำลังขวางหมาป่าเอาไว้ ในตอนนี้หลอดพลังชีวิตของเขาแดงก่ำแล้ว

“มาแล้วๆ” ผู้เล่นนักบวชคนนั้นที่พึ่งจะได้สติกลับมารีบร่ายเวทย์ฮีลในทันทีทำให้หลอดพลังชีวิตของนักรบฟื้นกลับมาข้อหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าหมาป่าเบื้องหน้าใกล้จะถูกพวกเขาจัดการลงได้แล้ว นักบวชจึงหวนนึกไปถึงตอนที่ลู่หยวนใช้เวทย์สร้างความเสียหายได้ถึง108หน่วย เธออดที่จะลองขึ้นมาไม่ได้จึงเดินตรงเข้าไปเงื้อหมัดต่อยเข้าใส่ร่างของหมาป่า

[-1!]

ผู้เล่นนักบวชมองตัวเลขความเสียหาย [-1] และขบริมฝีปากของตัวเองเบาๆ จากนั้นเธอก็จมลงสู่ห้วงความคิดของตัวเอง

เมื่อเห็นว่าจอมโจรในปาร์ตี้ของเธอสร้างความเสียหายได้เพียง9หน่วยในการโจมตีหนึ่งครั้งเธอก็เข้าใจในทันที

“เข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญ” คิดได้ดังนี้ภาพที่เธอเอ่ยเตือนเขาว่าอย่าส่งตัวเองมาตายก็ทำให้ใบหน้าของเธอต้องร้อนผ่าวขึ้นมา

“พี่สาวชิงทำไมถึงเหม่ออีกแล้วล่ะ? ฮีลผมทีขอร้องล่ะ ผมจะตายแล้วจริงๆนะ!”

จบบทที่ Chapter 6 : เหมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว