เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 5 : ความสามารถอันทรงพลังของพรสวรรค์หนึ่งเดียว

Chapter 5 : ความสามารถอันทรงพลังของพรสวรรค์หนึ่งเดียว

Chapter 5 : ความสามารถอันทรงพลังของพรสวรรค์หนึ่งเดียว


ลู่หยวนชี้ไปที่สกิลที่ชื่อว่า [เงาติดตาม] บนหน้าจอและมองไปที่อันเดร

บนหน้าจอนั้นมีสกิลระดับตำนานอยู่กว่าสิบสกิลและแต่ละสกิลนั้นล้วนสามารถกล่าวได้ว่าทรงพลังอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามลู่หยวนกลับเลือก [เงาติดตาม] หลังจากคิดดูดีๆแล้ว

[เงาติดตาม] นั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็นสกิลขั้นสูงของสกิลลอบเร้นและสามารถเรียนรู้ได้เมื่อไปถึงระดับ ‘พิเศษ’ แล้วเท่านั้น

แค่เพียงเรื่องที่ว่าสามารถโจมตีได้โดยไม่หลุดจากการหายตัวนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสกิลนี้ทรงพลังเพียงใด

กระนั้นแล้วสกิลนี้ก็มีระยะเวลาเพียง30วินาทีเท่านั้นแต่ในอโพคาลิปนั้น30วินาทีก็มากพอจะใช้ทำอะไรต่อมิอะไรได้แล้ว

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเขาสามารถทำภารกิจที่ดูเหมือนจะไม่มีทางเป็นไปได้ในชีวิตที่แล้วให้ลุล่วงได้ด้วยสกิลนี้

“ตามที่เจ้าต้องการ” อันเดรพยักหน้าและเหยียดมือออกมากุมหัวของลู่หยวนเอาไว้ ท่าทีของเขาดูราวกับเทพเทวาที่กำลังอำนวยพรให้เขาแข็งแกร่งขึ้นก็ไม่ปาน

[NPCอันเดรได้สอนสกิลระดับตำนาน [เงาติดตาม] ให้แก่ท่าน]

[กำลังทำการถ่ายทอด...]

[กำลังทำการถ่ายทอด...]

เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นลู่หยวนพลันรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาเล็กน้อราวกับกำลังผ่านการชำระล้าง

[การถ่ายทอดสกิลเสร็จสมบูรณ์ ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นด้วยที่ได้เรียนรู้สกิลระดับตำนาน [เงาติดตาม] ได้สำเร็จ]

[เนื่องจากท่านคือผู้เล่นคนแรกของทั้งเซิร์พเวอร์ที่สามารถเรียนรู้สกิลระดับตำนานได้สำเร็จ ระบบจะประกาศข่าวดีนี้ไปทั่วทั้งเซิร์พเวอร์ – ผู้เล่นต้องการซ่อนชื่อหรือไม่?]

“ไม่” ลู่หยวนเบ้ปาก

ในเมื่อเขาย้อนเวลากลับมาแล้วจะขี้ขลาดตาขาวได้ยังไง? เมื่อใดที่โลกแห่งเกมรุกรานโลกแห่งความเป็นจริงในอนาคต โลกมนุษย์ก็จำต้องมีผู้บัญชาการและผู้บัญชาการนั้นต้องมีทั้งชื่อเสียงและความแข็งแกร่ง

ไม่เพียงลู่หยวนไม่กลัวจะมีชื่อเสียงเท่านั้น ในทางกลับกันเขากลับปรารถนามันด้วยซ้ำไป

การประกาศทั่วทั้งเซิร์พเวอร์ของทางระบบนั้นเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น

[ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น ‘ลู่หยวน’ ด้วยที่ได้รับสกิลระดับตำนานของจอมโจร ในฐานะผู้เล่นคนแรกของทั้งเซิร์พเวอร์ที่ได้รับสกิลระดับตำนาน ผู้เล่นลู่หยวนจะได้รับแต้มตำนาน1แต้มและค่าชื่อเสียง10แต้ม]

[ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น ‘ลู่หยวน’ ด้วยที่ได้รับสกิลระดับตำนานของจอมโจร ในฐานะผู้เล่นคนแรกของทั้งเซิร์พเวอร์ที่ได้รับสกิลระดับตำนาน ผู้เล่นลู่หยวนจะได้รับแต้มตำนาน1แต้มและค่าชื่อเสียง10แต้ม]

[ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น ‘ลู่หยวน’ ด้วยที่ได้รับสกิลระดับตำนานของจอมโจร ในฐานะผู้เล่นคนแรกของทั้งเซิร์พเวอร์ที่ได้รับสกิลระดับตำนาน ผู้เล่นลู่หยวนจะได้รับแต้มตำนาน1แต้มและค่าชื่อเสียง10แต้ม]

เสียงประกาศจากระบบสามครั้งติดนั้นดังกึกก้องไปทั่วฟ้าและเข้าสู่โสตประสาทการได้ยินของผู้เล่นทุกคนในอโพคาลิป

...

“เชี่ย...ลู่หยวนคนนี้คือใครวะเนี่ย? เขาแมร่งโคตรเจ๋งเลย ถึงฉันจะไม่รู้ว่าสกิลระดับตตำนานมันอยู่ในระดับไหนแต่กระทั่งระบบก็ยังประกาศออกมาแบบนี้ก็ต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ”

“ดูจากชื่อแล้วน่าจะเป็นคนจีนนะ คงต้องกล่าวจริงๆว่าจีนนี่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลจริงๆ”

“ฉันรู้จักลู่หยวนนะ เขากับฉันเราเป็นเพื่อนร่วมมหาลัยกัน พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันเลยแหละ ถ้าใครอยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับลู่หยวนมากกว่านี้ก็เพิ่มเพื่อนมาได้เลย มาคุยส่วนตัวกันเถอะ”

...

ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังไปทั่วทั้งเซิร์พเวอร์นั้น ผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนก็พากันพูดคุยเกี่ยวกับตัวตนของลู่หยวน มีกระทั่งผู้เล่นหลายคนที่แสร้งว่าเป็นคนในครอบครัวหรือสหายของเขาด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุดคือรายละเอียดเกี่ยวกับสกิลระดับตำนานที่ระบบประกาศถึงนั่นต่างหาก

...

ภายในพื้นที่เก็บเลเวลบริเวณทุ่งราบเมเปิ้ลของหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข46734 ชายหนุ่มที่ถือธนูและลูกธนูเอาไว้ในมือได้สังหารแมงมุมทะเลทราบเบื้องหน้าลงภายในลูกศรเดียว จากนั้นเขาก็หยุดทุกการกระทำ

“ลู่หยวน? หมอนี่ค่อนข้างโอ้อวดไม่เบา..น่าสนใจ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง

...

“สกิลระดับตำนาน? หาข้อมูลเกี่ยวกับลู่หยวนมาซะ ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ต้องให้เขาเข้ากิลพวกเราให้ได้”

...

ด้านนอกหมู่บ้านมือใหม่ ลู่หยวนบอกลาอันเดรและก้าวเดินออกจากหมู่บ้านไป

เขาตอนนี้ได้สกิลระดับตำนานมาแล้ว เป้าหมายถัดไปก็คือการเก็บเลเวล

หลังจากคิดอยู่ซักพักลู่หยวนก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะขึ้นมาดู

[ชื่อ : ลู่หยวน]

[เผ่าพันธุ์ : มนุษย์]

[พรสวรรค์เผ่าพันธุ์ : ใจแห่งปัญญา (ไร้ระดับ)]

[พรสวรรค์อาชีพ : ไม่มี]

[พรสวรรค์ตัวละคร : สกิลอัพเกรดไร้ขีดจำกัด (พรสวรรค์เทวะหนึ่งเดียว)]

[ค่าสถานะ : ความแข็งแกร่ง 15 , ร่างกาย 15 , ความเร็ว 15 , สติปัญญา 15 , การรับรู้ 15 , เสน่ห์ 19]

[ฝ่าย : เป็นกลาง]

[อาชีพ : อาชีพเสรีเลเวล5]

[พลังชีวิต : 150]

[มานา : 150]

[แต้มสกิลคงเหลือ : ไม่มี]

[แต้มค่าสถานะคงเหลือ : 5]

[สถานะ : ดี]

[สกิลอาชีพ : เงาติดตาม(เลเวลเต็ม)]

[สกิลเสริม : ไม่มี]

[ความชำนาญ : ไม่มี]

[แต้มตำนาน : 1 (แต้มตำนานนั้นจะได้รับก็ต่อเมื่อผู้เล่นบรรลุเหตุการณ์ระดับตำนานในโลกอโพคาลิป ภารกิจลับหรือเหตุการณ์บางเหตุการณ์นั้นจำเป็นต้องใช้แต้มตำนานในการเปิดภารกิจ)]

[ค่าชื่อเสียง : 10 (ชื่อเสียงของผู้เล่นภายในโลกอโพคาลิป)]

[การประเมิน : ในฐานะของอาชีพเสรีท่านจึงไม่มีสกิลของอาชีพหรือแนวโน้มที่จะโดดเด่นทางด้านใดเป็นพิเศษ ค่าสถานะของท่านอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ย ความได้เปรียบเดียวคือท่านมีหน้าตาค่อนข้างจะหล่อเหลา ขอแนะนำให้ท่านเดินไปยังเมือง บางทีอาจจะมีหญิงสาวชนชั้นสูงบางคนสนใจในตัวท่าน...]

ค่าประสบการณ์ที่ได้จากภารกิจลับของอันเดรนั้นทำให้เลเวลของลู่หยวนเพิ่มขึ้นมาถึง5เลเวลและค่าสถานะหลักแต่ละอย่างเองก็เพิ่มมาค่าละ1แต้มต่อเลเวล

ในโลกอโพคาลิปนั้นทุกครั้งที่อาชีพระดับหนึ่งเลเวลอัพจะได้รับแต้มค่าสถานะฟรี1แต้ม ลู่หยวนยังไม่เลือกเพิ่มค่าสถานะใดและปรายตาไปมองที่สกิล [เงาติดตาม] กับพรสวรรค์ตัวละครของเขาแทน

‘จากคำอธิบายพรสวรรค์ของฉันฉันสามารถอัพเลเวลของสกิลได้สองครั้งต่อวันและยังสามารถทำลายขีดจำกัดเลเวลของสกิลได้ด้วยสินะ ถ้าฉันใช้กับสกิล [เงาติดตาม] จะได้ผลรึเปล่า?’ ลู่หยวนจมลงสู่ห้วงความคิด

คิดได้ดังนี้แล้วลู่หยวนก็ไม่ลังเลอีก

เขามองไปที่สกิล [เงาติดตาม] และคิดกับตัวเอง ‘ ใช้สกิลพรสวรรค์ เป้าหมายสกิลคือ [เงาติดตาม] ’

[ตรวจพบว่าสกิล [เงาติดตาม] นั้นไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้...สกิลพรสวรรค์สามารถทำลายขีดจำกัดเลเวลของสกิลได้...ทำลายขีดจำกัดสำเร็จ...เลเวลของ [เงาติดตาม] +1] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น

เชี่ย ได้ผลจริงๆด้วย...ดวงตาของลู่หยวนเปล่งประกายขึ้นมาพร้อมกับรีบเปิดดูรายละเอียดสกิลในทันที เขาอยากจะรู้ว่าสกิลระดับตำนานที่ทรงพลังสุดๆอยู่แล้วนั้นหลังจากโดนฝืนอัพเลเวลโดยพรสวรรค์ของเขาแล้วมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้าง

[สกิลระดับตำนาน : เงาติดตาม+1]

[คำอธิบาย : สกิลเรียกใช้งาน - สกิลเทวะที่หาได้ยากยิ่งในหมู่จอมโจรในตำนาน เผาผลาญมานา100หน่วยเพื่อเข้าสู่สภาวะเงาที่จะทำให้สามารถโจมตีได้โดยไม่ถูกค้นพบ ภายใต้สภาวะเงานั้นผู้เล่นจะได้รับความสามารถในการต้านทานความเสียหาย27% คงอยู่เป็นระยะเวลา1นาที ระยะเวลาคูลดาวน์ : 28นาที (หมายเหตุ : ไม่สามารถอัพเกรดได้)]

มานาที่ต้องใช้เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวแต่ความสามารถในการต้านทานความเสียหายและระยะเวลาเองก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน กระทั่งระยะเวลาคูลดาวน์เองก็ลดลงไประดับหนึ่ง

แม้ว่าจะไม่ได้มากมายแต่อย่าได้ลืมว่าลู่หยวนสามารถเลเวลอัพมันได้สองครั้งในทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไปสกิลนี้จะถูกเสริมแกร่งจนถึงขั้นไหนคงไม่มีใครทราบได้

ลู่หยวนใช้โควตาในการอัพเกรดครั้งสุดท้ายของวันนี้กับสกิล [เงาติดตาม] อย่างไม่ลังเล

[สกิลระดับตำนาน : เงาติดตาม+2]

[คำอธิบาย : สกิลเรียกใช้งาน - สกิลเทวะที่หาได้ยากยิ่งในหมู่จอมโจรในตำนาน เผาผลาญมานา150หน่วยเพื่อเข้าสู่สภาวะเงาที่จะทำให้สามารถโจมตีได้โดยไม่ถูกค้นพบ ภายใต้สภาวะเงานั้นผู้เล่นจะได้รับความสามารถในการต้านทานความเสียหาย30% คงอยู่เป็นระยะเวลา2นาที ระยะเวลาคูลดาวน์ : 25นาที (หมายเหตุ : ไม่สามารถอัพเกรดได้)]

“ไร้เทียมทานแล้วสิเรา บางทีเราควรจะลองไปเก็บเลเวลที่พื้นที่เก็บเลเวลระดับสูงดูนะเนี่ย” ลู่หยวนถอนหายใจออกมาพร้อมกับปิดหน้าต่างค่าสถานะ

สกิล [เงาติดตาม] ที่ถูกอัพเลเวลมาสองเลเวลติดนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง ระยะเวลาสองนาทีนั้นมากพอจะทำอะไรก็ได้แล้ว

หลังจากได้สกิลระดับตำนานมา ลู่หยวนก็เดินกระโดดเริงร่าไปทีละก้าวๆและไม่นานนักเขาก็มาถึงเหมืองแห่งหนึ่ง

ใกล้ๆกับหมู่บ้านมือใหม่นั้นมีเหมืองอยู่หลายแห่งและเหมืองที่อยู่เบื้องหน้าเขาก็คือหนึ่งในนั้น

จอมเวทย์อสูรดินจำนวนมากที่มีเลเวลระหว่างเลเวล8-10เดินเตร่ไปเตร่มาอยู่ภายในเหมืองเหล่านี้ จอมเวทย์อสูรดินนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษภายในโลกแห่งอโพคาลิป พวกมันวิวัฒนาการมาจากจอมเวทย์มนุษย์ที่ตกลงสู่ความชั่วร้าย

ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งกว่าจอมเวทย์ทั่วๆไปเล็กน้อยแต่หากเทียบกับสิ่งมีชีวิตในเลเวลเดียวกันแล้วก็ถือว่าร่างกายของพวกมันนั้นยังอ่อนแออยู่มาก

สิ่งเดียวที่พอจะยกมาอวดโอ่ได้มีเพียงเวทย์มนตร์ของพวกมันเท่านั้นซึ่งเรียกได้ว่ามีพลังทำลายอันน่าตะลึงเลยทีเดียว

สำหรับผู้เล่นคนอื่นนั้นการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่มีพลังโจมตีสูงแต่พลังชีวิตต่ำพวกนี้อาจจะเป็นเรื่องน่าปวดหัวอยู่บ้าง นั่นก็เพราะว่าพวกเขาอาจจะถูกฆ่าได้ทันทีหากถูกพวกมันพบเข้าแถมยังเข้าใกล้พวกมันไม่ได้เลยด้วย ถึงแม้ว่าร่างกายของจอมเวทย์อสูรดินจะอ่อนแอแต่พวกเขาก็ทำอะไรพวกมันไม่ได้อยู่ดี

หากแต่สำหรับลู่หยวนที่มี [เงาติดตาม] นั้นที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเก็บเลเวลที่สุด

ก่อนจะเข้าไปในเหมือง ลู่หยวนสังเกตเห็นว่าด้านหน้าเมืองนั้นมีจอมเวทย์อสูรดินจำนวนหนึ่งเดินเตร่ไปเตร่มา เขาจึงเปิดใช้งานสกิลเงาติดตามในทันที

ร่างกายของเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเงามืดกลมกลืนไปกับความมืดและในที่สุดก็หายไปอย่างสมบูรณ์

ภายใต้สภาวะเงานั้น ลู่หยวนกระชับมีดสั้นมืดใหม่ที่ระบบให้มาเอาไว้แน่นและกเวเข้าไปหาหนึ่งในจอมเวทย์อสูรดินทีละก้าวๆ

หลังจากเข้าระยะโจมตีลู่หยวนก็แทงเข้าใส่หลังของจอมเวทย์อสูรดินตัวนั้นอย่างรุนแรง

[-11!]

ตัวเลขความเสียหายสีแดงเด้งขึ้นมาจากร่างของจอมเวทย์อสูรดินและในเวลาเดียวกันข้อมูลของมันก็ปรากฏขึ้นมา

[จอมเวทย์อสูรดิน]

[เลเวล : 8]

[พลังชีวิต : 500]

[สกิล : ไม่ทราบ]

[คำอธิบาย : ในฐานะของจอมเวทย์ฝึกหัดเมื่อเขาได้สัมผัสเข้ากับเสียงกระซิบจากขุมนรกเข้า ตัวเขาก็พลันเปี่ยมล้นไปด้วยความยาก ความไม่ยินดีและความทะเยอทะยานจนทำให้เขาถูกครอบงำและตกลงสู่ห้วงอเวจี]

NPCsภายในโลกแห่งอโพคาลิปนั้นไม่มีค่าสถานะตายตัว ความแข็งแกร่งของพวกเขาขึ้นอยู่กับเลเวลและสกิลที่มีล้วนๆ

และเนื่องจากลู่หยวนยังไม่ได้เรียนรู้สกิลตรวจสอบเขาจึงมองเห็นเพียงข้อมูลพื้นฐานส่วนใหญ่เท่านั้น

จากนั้นเขาก็สะบัดมือเหวี่ยงมีดสั้นลงไปอีกหน!

ลู่หยวนลงมืออย่างไม่ลังเล [เงาติดตาม] นั้นมีผลเพียงแค่สองนาทีเท่านั้นและตัวเขาเองก็ไม่ได้เรียนรู้สกิลโจมตีเลยด้วย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแทงมีดสั้นเข้าใส่ร่างของจอมเวทย์อสูรดินครั้งแล้วครั้งเล่า

ในโลกแห่งอโพคาลิปนั้นมีสิ่งที่เรียกว่าการโจมตีจุดอ่อนอยู่ด้วย..ลู่หยวนที่อยู่ในสถานะล่องหนจึงสามารถปรับตำแหน่งอย่างช้าๆเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกการโจมตีของเขาจะสร้างความเสียหายให้แก่จุดอ่อนของอีกฝ่าย

จบบทที่ Chapter 5 : ความสามารถอันทรงพลังของพรสวรรค์หนึ่งเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว