เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - กลับหอพัก

บทที่ 8 - กลับหอพัก

บทที่ 8 - กลับหอพัก


บทที่ 8 - กลับหอพัก

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

สวีชุนเหนียงยืนฟังอยู่ตลอด พลอยได้รับรู้ว่าพี่ต้าอู่ได้เข้าสายใน แถมยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสระดับแก่นทองคำแห่งยอดเขาสร้างศาสตรา ในใจนางพลอยยินดีไปกับเขาด้วย

ส่วนอัจฉริยะสายในอีกสองคนที่เขาพูดถึงกัน นางทำเพียงจดจำชื่อไว้เงียบๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

ทันใดนั้น เสียงเซ็งแซ่รอบด้านก็เงียบกริบลงราวกับมีใครมากดปุ่มปิดบรรยากาศเงียบสงัดจนน่ากลัว

สวีชุนเหนียงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ จึงเงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นผู้เฒ่าท่านหนึ่งนั่งอยู่บนน้ำเต้าขนาดยักษ์ เหาะพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง

ผู้เฒ่าท่านนั้นสวมชุดนักพรตสีทอง ท่าทางสง่างามดุจเทพเซียน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดคนเหนือโลก

ท่านเหาะมาหยุดอยู่เหนือหอธรรม แต่ไม่ได้ร่อนลงมา ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนน้ำเต้า สายตาเรียบเฉยทอดมองลงมายังฝูงชนเบื้องล่าง

ทุกคนรู้สึกราวกับสายตานั้นมีน้ำหนักนับพันชั่ง กดทับจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ต่างยืนตัวตรงสำรวมกิริยากันถ้วนหน้า

ผู้เฒ่าชุดทองละสายตา เสียงทุ้มหนักแน่นดังกังวานไปทั่วสารทิศ

"ข้าคือผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำจากยอดเขาสร้างศาสตรา วันนี้จะมาบรรยายเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการสร้างอาวุธ ต่อไปข้าจะอธิบายเนื้อหาในคัมภีร์ 'บทวิเคราะห์การสร้างศาสตราระดับหนึ่ง'..."

ที่แท้ผู้อาวุโสระดับแก่นทองคำจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเทศนาธรรมทุกครึ่งเดือน มาจากยอดเขาไหนก็จะสอนวิชาของยอดเขานั้น

วันนี้เป็นคิวของผู้อาวุโสจากยอดเขาสร้างศาสตรา เรื่องที่สอนจึงหนีไม่พ้นการตีอาวุธ

สวีชุนเหนียงฟังแล้วตาลายไปหมด แม้ท่านผู้อาวุโสจะบรรยายได้ยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ประเด็นคือ นางฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิดเดียว

นางลอบชำเลืองมองรอบข้าง เห็นศิษย์คนอื่นๆ ต่างตั้งอกตั้งใจฟังกันอย่างขะมักเขม้น บางคนที่ดูท่าจะฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกันก็ยังแสร้งทำท่าพยักหน้าเข้าใจ นางจึงจำต้องปั้นหน้าเคร่งขรึมทำเป็นตั้งใจฟังตามน้ำไป

ในใจสวีชุนเหนียงเริ่มคิดคำนวณ ดูท่าสิ่งที่ระดับแก่นทองคำสอนนั้นจะลึกซึ้งเกินไป ห่างไกลจากระดับความรู้ของนางตอนนี้มากโข แทนที่จะมาเสียเวลาฟังเรื่องที่ไกลตัว สู้กลับไปพยายามปรับสมดุลพลังปราณต่อยังจะดีเสียกว่า

ก่อนหน้านี้นางยังนึกเสียดายที่พลาดการฟังธรรมไปตั้งสองรอบ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าเสียดายเลยสักนิด

ทว่าในเมื่อท่านผู้อาวุโสเริ่มบรรยายแล้ว นางย่อมไม่กล้าลุกหนีไปดื้อๆ จำต้องทนนั่งรอจนกว่าท่านจะสอนจบแล้วค่อยกลับหอพัก

สองชั่วยามผ่านไป ท่านผู้อาวุโสจบบทเรียนแล้วขี่น้ำเต้าจากไปทันที

มองดูจุดดำเล็กๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปบนท้องฟ้า สวีชุนเหนียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วรีบชิ่งหนีทันที

สองชั่วยามที่ผ่านมาคือนรกชัดๆ นอกจากจะฟังไม่รู้ความแล้ว ยังต้องมานั่งเกร็งปั้นหน้ารู้เรื่องอีกต่างหาก...

แต่การมาครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ อย่างน้อยก็ทำให้นางเข็ดขยาด ไม่คิดจะเฉียดกรายมาที่หอธรรมนี้อีกพักใหญ่ๆ

นางเดินเท้ามุ่งหน้าไปยังทิศทางของหอพัก ยิ่งเดินก็ยิ่งเปลี่ยวร้าง ครึ่งทางหลังแทบไม่เห็นเงาคน

ถ้าไม่ได้ถือแผนที่ของสำนักไว้ในมือ สวีชุนเหนียงคงนึกว่าตัวเองเดินหลงออกนอกสำนักไปแล้ว

เดินเท้ามานานถึงสามชั่วยามเต็ม ในที่สุดสวีชุนเหนียงก็มาถึงจุดหมาย ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือกระท่อมไม้ผุพังหลังหนึ่ง

กระท่อมไม้นี้ไม่รู้ว่าร้างราผู้คนมานานเท่าไหร่แล้ว หลังคาเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ หน้าต่างก็ไม่มี สภาพดูแย่ยิ่งกว่าบ้านเก่าของนางที่หมู่บ้านสกุลสวีเสียอีก

นี่มันจะอยู่ได้จริงหรือ

สวีชุนเหนียงกังขาอย่างหนัก นางถึงขั้นมีความคิดวูบหนึ่งว่ากลับไปนอนที่หอประสิทธิ์วิชาดีกว่าไหม

แต่พอนึกว่าต้องเดินย้อนกลับไปอีกสามชั่วยาม นางก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป

อีกอย่าง การอาศัยกินนอนในห้องเรียนระยะยาว มันก็ดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่

สวีชุนเหนียงทำใจยอมรับชะตากรรม เอื้อมมือไปผลักประตู ยังไม่ทันได้ออกแรง ประตูบานนั้นก็ล้มครืนลงมา ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว

พอมองเข้าไปด้านใน นอกจากเตียงหนึ่งหลังกับโต๊ะหนึ่งตัว ก็ไม่มีสมบัติบ้าบออะไรอีกเลย

ซ้ำร้ายเฟอร์นิเจอร์สองชิ้นนั้นก็ดูโยกเยกจวนเจียนจะพังมิพังแหล่ สวีชุนเหนียงมั่นใจว่าแค่นางออกแรงกดเบาๆ มันคงแตกเป็นเสี่ยงๆ คามือ

เอาเถอะ นอนพื้นก็ได้ อย่างไรเสียนางก็นอนพื้นจนชินแล้วในช่วงที่ผ่านมา

สวีชุนเหนียงทำหน้ามุ่ย ยังดีที่ชุดศิษย์สายนอกที่สวมอยู่มีคุณสมบัติกันฝุ่นและกันหนาว ไม่อย่างนั้นขืนต้องนอนพื้นทุกวัน ร่างกายเล็กๆ นี้คงรับไม่ไหวแน่

เดินออกมานอกกระท่อม สวีชุนเหนียงกวาดตามองรอบด้าน สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาน้ำ

ถึงแม้จะมียาอิ่มทิพย์ทำให้ไม่ต้องดื่มน้ำ แต่การปัดกวาดเช็ดถูต้องใช้น้ำ และช่วงที่นางอยู่หอประสิทธิ์วิชาแม้จะเช็ดตัวทุกวัน แต่ก็ไม่ได้อาบน้ำแบบจริงๆ จังๆ มานานมากแล้ว

แต่พอมองไปรอบๆ ยอดเขาหัวโล้นแห่งนี้จะไปเอาน้ำมาจากไหน

สวีชุนเหนียงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ดูท่าหินปราณหกก้อนที่ประหยัดมาได้ จะแลกมาด้วยความลำบากแสนสาหัสจริงๆ

ทางที่ดีต้องรีบหาแหล่งน้ำให้เจอก่อนตะวันตกดิน จะได้กลับมาทำความสะอาดที่ซุกหัวนอนให้เรียบร้อย

โชคดีที่แม้สวีชุนเหนียงจะยังชักนำปราณเข้าสู่ร่างไม่สำเร็จ แต่การนั่งสมาธิทุกวันก็ไม่ได้ไร้ผลเสียทีเดียว อย่างน้อยนางก็รู้สึกชัดเจนว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น เดินมาไกลขนาดนี้กลับไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไหร่

พักเหนื่อยครู่หนึ่ง สวีชุนเหนียงกางแผนที่ออก เริ่มมองหาบริเวณใกล้เคียงที่น่าจะมีแหล่งน้ำ

ด้านหลังเขาตัดทิ้งไปได้เลย นางยังจำคำเตือนของผู้ดูแลจางได้แม่น หากเจอสัตว์อสูรเข้า ด้วยฝีมือหางอึ่งของนางตอนนี้ คงได้กลายเป็นอาหารว่างให้พวกมันเคี้ยวเล่น

หลังจากวงกลมจุดที่น่าจะมีน้ำได้ไม่กี่จุด สวีชุนเหนียงก็ออกเดินทาง อีกหนึ่งชั่วยามฟ้าจะมืด หวังว่าจะเจอน้ำเร็วๆ นี้

ด้วยความที่เป็นเด็กบ้านนอก เติบโตมากับการวิ่งเล่นตามป่าเขาและลำธาร สวีชุนเหนียงจึงมีความคล่องตัวสูง ผิดกับเด็กแปดขวบทั่วไปที่ไม่กล้าแม้แต่จะวิ่งเล่นบนเขาคนเดียว

แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้างนางเอาเสียเลย แม้จะเร่งฝีเท้าเต็มที่ แต่แหล่งน้ำที่เล็งไว้กลับแห้งขอดไม่มีน้ำสักหยด

เผลอแป๊บเดียวฟ้าก็มืดสนิท ขืนยังไม่รีบกลับ คืนนี้คงต้องนอนกลางป่ากลางเขา

แต่พอนึกถึงสภาพกระท่อมไม้ผุพังบนยอดเขา สวีชุนเหนียงก็ส่ายหน้าอย่างระอาใจ จะนอนที่นั่นก็ต้องคอยระแวงว่าผนังจะถล่มลงมาทับตอนไหน สู้หาที่นอนกลางป่ายังจะดีเสียกว่า

ตอนนี้เหลือจุดสุดท้ายที่อาจจะมีน้ำ สวีชุนเหนียงกางแผนที่ดูตำแหน่งที่วงไว้ มันอยู่ค่อนข้างใกล้กับเขตหลังเขาอันตราย

นางพับแผนที่เก็บ ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ค่อยไปดู คืนนี้หาถ้ำสักแห่งซุกหัวนอนไปก่อนดีกว่า

ดูจากลักษณะภูมิประเทศในแผนที่ ทางทิศใต้นั้นเป็นแนวเทือกเขา น่าจะพอหาถ้ำได้บ้าง

เป็นไปตามคาด เดินมาทางทิศใต้ไม่นาน ภูมิประเทศก็เริ่มซับซ้อนขึ้น โชคดีที่ดวงจันทร์ลอยขึ้นมาพอดี แสงจันทร์นวลตาช่วยส่องทางข้างหน้าให้พอเห็นลางๆ

ทว่าทางเดินบนเขานั้นสูงชันและขรุขระ แม้จะมีแสงจันทร์ช่วยแต่ก็ยังลำบาก ประกอบกับสวีชุนเหนียงยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ แถมตะลอนๆ มาทั้งวันจนแรงเริ่มหมด จังหวะหนึ่งที่ไม่ทันระวัง เท้าเจ้ากรรมดันลื่นไถล ร่างทั้งร่างพลัดตกลงสู่เบื้องล่าง!

สวีชุนเหนียงตกใจสุดขีด กว่าจะตั้งสติได้ก็พบว่าตัวเองกำลังร่วงลงไปในรอยแยกของหุบเขา และที่น่ากลัวคือรอยแยกนี้ลึกมาก ตกลงไปสูงขนาดนี้มีหวังตายศพไม่สวยแน่

หรือว่านางจะต้องมาจบชีวิตอย่างน่าอนาถ ทั้งที่ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนอย่างเต็มตัวเลยหรือนี่!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - กลับหอพัก

คัดลอกลิงก์แล้ว