เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ค่าปรับ

บทที่ 19 ค่าปรับ

บทที่ 19 ค่าปรับ


บทที่ 19 ค่าปรับ

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป เที่ยงคืนใกล้เข้ามาทุกที

เฉินซู่นึกในใจ หน้าจอแสงของระบบข่าวกรองก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

【ข่าวกรองวันนี้ได้รับการรีเฟรชแล้ว โฮสต์ต้องการรับทันทีหรือไม่?】

กดรับ

【ข่าวกรองวันนี้ (ระดับ B): ปู่เหยียนที่สถานีรับซื้อของเก่าฝั่งตะวันออก จะได้รับเหรียญกษาปณ์โบราณปลอมถุงหนึ่งเมื่อเช้านี้ ภายในถุงมีเหรียญเงินสมัยราชวงศ์หมิงมูลค่า 850,000 หยวน และเหรียญทองแดงสมัยราชวงศ์ชิงมูลค่า 170,000 หยวนปะปนอยู่】

รวมกันแล้วเกินล้านหยวน

เมื่อเฉินซู่เห็นดังนั้น เขาก็กระเด้งตัวลุกจากเตียงทันที

หนึ่งล้าน!

ทั้งชีวิตเขาไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน

ชาติก่อน หรือชาติก่อนหน้านั้นก็คงไม่เคยเห็นเหมือนกัน

หนึ่งล้านมันมากเกินไปสำหรับเฉินซู่ในตอนนี้

เขานอนพลิกตัวไปมาทั้งคืน ข่มตายังไงก็ไม่หลับ

จนกระทั่งตีสี่ครึ่ง เขาก็ยังตาสว่างโร่

ไม่นงไม่นอนมันแล้ว

ลุกดีกว่า

ออกไปขับรถเล่นข้างนอกสักหน่อย

เวลานี้เมเปิ้ลซิตี้ยังมืดสนิท

เฉินซู่ขี่มอเตอร์ไซค์ลูกรักไปตามท้องถนนอย่างไร้จุดหมาย

เขาขี่ไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าร้านของเฟิงเหวินจวิน

ช่วงนี้เฟิงเหวินจวินปิดร้านตอนสี่ทุ่มเป๊ะ

เมื่อก่อนตอนธุรกิจยังทรงๆ เขายังเปิดรอบดึกด้วย

แต่ตอนนี้ธุรกิจดีวันดีคืน วัตถุดิบขายได้ถึงแค่สี่ทุ่มก็หมดเกลี้ยง

แต่ทำไมในร้านถึงมีแสงไฟสลัวๆ?

ดูเหมือนมีใครบางคนกำลังใช้ไฟฉายส่องหาของอยู่

เฉินซู่จอดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แล้วเดินไปแนบหูฟังที่ประตูหน้า

มีเสียงกุกกักดังออกมาจากข้างใน

"เฟิงเหวินจวิน~"

เฉินซู่ตะโกนเรียกเสียงดัง

เสียงภายในร้านเงียบกริบทันที แสงไฟสลัวๆ ก็ค่อยๆ ดับลง

"เหวินจวิน นายอยู่ในนั้นรึเปล่า?"

เฉินซู่ทุบประตูเรียกเสียงดัง

ไม่มีเสียงตอบรับ

หรือว่าโดนขโมยขึ้น?

เขารีบวิ่งไปที่ประตูหลัง

ฟ้ายังมืดอยู่มาก ไฟถนนริมทางก็ดับไปแล้ว

เขาได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าวิ่งหนีไปในความมืดไกลๆ

เฉินซู่เลิกสนใจที่จะไล่ตาม "ขโมย" เขาผลักประตูหลังเบาๆ มันก็เปิดออก

เมื่อเข้าไปในร้าน เขาเปิดไฟจนสว่างจ้า

ข้าวของในร้านจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการรื้อค้นเหมือนโจรเพิ่งเข้า

เขาหยิบโทรศัพท์โทรหาเฟิงเหวินจวิน

เสียงงัวเงียดังมาจากปลายสาย

"ฮัลโหล ซู่เอ๋อร์ มีไรวะ? ถ้าไม่ด่วนค่อยคุยพรุ่งนี้"

"ยังจะนอนอยู่อีก? ร้านมึงโดนงัดแล้ว ยังจะหลับลงอีกเรอะ!"

"หา? อะไรนะ? ร้านโดนงัด?"

เฟิงเหวินจวินตาสว่างทันที... "เช็กสต็อกดูซิ มีอะไรหายไปบ้าง"

เฟิงเหวินจวินเปิดลิ้นชักเก็บเงิน

เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าผู้สูงอายุที่ใช้สมาร์ตโฟนไม่เป็น เขาจึงเก็บเงินสดไว้ทอนจำนวนหนึ่ง

"เงินอยู่ครบ ไม่หายสักแดง!"

"เช็กดูอย่างอื่นซิ มีอะไรหายไปอีกไหม"

เฟิงเหวินจวินตรวจดูข้าวของทุกอย่างในร้านอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบว่ามีอะไรหายไป

"สงสัยมันกำลังจะลงมือ แต่มึงมาขัดจังหวะมันซะก่อน" เฟิงเหวินจวินพูดพร้อมขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า

"ลองเช็กกล้องวงจรปิดดู"

"กล้องเสีย เมื่อคืนตอนปิดร้าน กูเพิ่งเห็นว่าสายไฟกล้องโดนหนูกัดขาด กะว่าจะเรียกช่างมาซ่อมเช้านี้แหละ"

เฉินซู่ขมวดคิ้ว

"กูสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล ช่วงวันสองวันนี้มึงระวังตัวหน่อยแล้วกัน"

"ไม่ต้องห่วง กูเช็กวัตถุดิบที่มาส่งด้วยตัวเองทุกวันอยู่แล้ว"

"แล้วมึงมาเดินเตร่อะไรแถวนี้ดึกๆ ดื่นๆ วะ? ไม่หลับไม่นอนรึไง?"

"นอนไม่หลับ เลยออกมาสูดอากาศหน่อย"

...กว่าเฉินซู่จะกลับถึงบ้าน ก็ปาเข้าไปแปดโมงครึ่ง

เขาอาบน้ำลวกๆ แล้วลงมากินมื้อเช้า

จากนั้นก็ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามุ่งหน้าสู่เขตเมืองใต้

ขณะกำลังจอดติดไฟแดงอยู่ที่สี่แยก

จู่ๆ กุญแจรถของเฉินซู่ก็ถูกดึงออกไป

ทันทีที่เขากำลังจะโวยวาย พอหันไปมองก็เจอกับตำรวจจราจรที่จ้องเขาด้วยสายตาเคร่งขรึม

"คุณครับ รบกวนลงจากรถด้วยครับ รถที่คุณขับเป็นยานพาหนะผิดมาตรฐาน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป เมเปิ้ลซิตี้ห้ามรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ทำความเร็วเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงวิ่งบนท้องถนนครับ"

"อะไรนะ? ผิดมาตรฐาน? คุณเข้าใจผิดรึเปล่า ผมเพิ่งถอยรถคันนี้มาเมื่อวานซืนเองนะ"

"คุณครับ รบกวนให้ความร่วมมือด้วยครับ" จังหวะนั้น ตำรวจจราจรอีกสองนายก็เข้ามาประกบเฉินซู่

เขาถูกตำรวจจราจรสองนายหิ้วปีกยกลงจากรถ

"เฮ้ย ทำอะไรวะเนี่ย?"

เฉินซู่ได้แต่มองดูรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของตัวเองถูกลากขึ้นรถยกข้างทางอย่างหมดหนทาง

บนรถยกคันนั้นเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่โดนยึดมา

"คุณครับ ตามกฎหมายจราจรทางบกเมเปิ้ลซิตี้ การขับขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดยไม่สวมหมวกนิรภัยถือเป็นการขับขี่ที่อันตราย เราขอออกใบสั่งปรับคุณเป็นเงิน 150 หยวน รบกวนแสดงบัตรประชาชนด้วยครับ"

เฉินซู่หน้าบึ้งตึง

"งั้นผมถามหน่อย ถ้ารรถคันนี้ห้ามขี่ แล้วทำไมถึงอนุญาตให้ขายได้ล่ะ?"

ทันใดนั้น มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันหนึ่งก็พุ่งฝ่ากลุ่มคนไป

"แล้วไอ้หมอนั่นล่ะ? มันก็ขี่รุ่นเดียวกับผมนี่! ทำไมไม่ไปจับมัน? รังแกแต่คนทำมาหากินสุจริตหรือไง?"

เฉินซู่ชี้ไปที่รถคันนั้นแล้วตะโกนอย่างหัวเสีย... "รบกวนให้ความร่วมมือด้วยครับ"

"ปล่อยสิวะ! แม่งเอ๊ย!"

...ในขณะที่เฉินซู่กำลังเถียงกับตำรวจจราจร ที่ฝั่งตรงข้ามสี่แยก ในโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง

ชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปีนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือตัวใหญ่

ตรงข้ามเขามีชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปียืนอยู่

ชายหนุ่มมีรอยแผลเป็นที่หางตาซ้าย และมีรอยสักรูปหน้ากากปีศาจที่ท่อนแขนซ้าย

"ไม่ได้เรื่อง! เรื่องแค่นี้ก็จัดการไม่ได้ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ"

"ผู้จัดการจางครับ มันเป็นเหตุสุดวิสัย ใครจะไปรู้ว่าจะมีคนไปที่ร้านเฟิงเหวินจวินตอนดึกขนาดนั้น?"

ชายที่ถูกเรียกว่าผู้จัดการจางสูบซิการ์ สายตาเย็นชาจ้องมองไปข้างหน้า

"แกไม่ได้ถูกจับได้ใช่ไหม?"

"ไม่ต้องห่วงครับผู้จัดการจาง เมื่อคืนมีคนช่วยจัดการกล้องวงจรปิดในร้านให้แล้ว ไม่เหลือหลักฐานแน่นอนครับ"

ชายวัยกลางคนพยักหน้า

"แล้วของที่ฉันให้ไปล่ะ?"

"ผมเทลงไปได้แค่ไม่ถึงครึ่งขวดเองครับ"

ชายหนุ่มหน้าบากหยิบขวดใบเล็กออกจากกระเป๋าเป้... ภายในร้านเฟิงเหวินจวิน

คิวยาวเหยียดที่หน้าร้านเป็นภาพชินตาเหมือนปกติ

"วัตถุดิบที่มาส่งวันนี้ต้องเช็กให้ละเอียด ห้ามให้ผักเน่าหลุดรอดไปแม้แต่ใบเดียว" เฟิงเหวินจวินสั่งกำชับลูกน้องในการประชุมตอนเช้า

พนักงานทุกคนพยักหน้ารับคำอย่างพร้อมเพรียง

ก่อนเปิดร้าน เขาพาลูกน้องตรวจเช็กความเรียบร้อยตั้งแต่หน้าร้านยันหลังร้าน

เมื่อไม่พบปัญหาใดๆ พวกเขาจึงเริ่มเปิดให้บริการ... หลังจากเถียงกับตำรวจจราจรอยู่นานสองนาน

เฉินซู่ก็ยังหนีไม่พ้นชะตากรรมถูกยึดรถและโดนปรับ 150 หยวนข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก

เมื่อสิ้นพาหนะคู่ใจ เขาจึงจำใจต้องนั่งแท็กซี่ต่อไป

นาทีนี้ เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องรีบซื้อรถยนต์มาใช้ให้ได้เร็วที่สุด

กว่าเฉินซู่จะมาถึงเขตเมืองตะวันออก ก็ปาเข้าไปสิบโมงครึ่งแล้ว

เขาเดินวนหาอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่เจอสถานีรับซื้อของเก่า

เขาเดินเข้าไปถามที่ร้านสะดวกซื้อ

"เถ้าแก่ ขอ 'ฮวาจื่อ' ซองนึง"

"เอาซองอ่อนหรือซองแข็ง?"

"ซองอ่อนครับ"

"เถ้าแก่ ผมขอถามหน่อย สถานีรับซื้อของเก่าของปู่เหยียนอยู่ตรงไหนครับ? คนแก่ๆ ที่ชอบเดินเก็บของเก่าแถวนี้ครับ"

"พ่อหนุ่ม ถามถูกคนแล้ว เห็นตรอกข้างหน้านั่นไหม? เดินเข้าไป เลี้ยวซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที จากนั้นเลี้ยวขวานั่นแหละที่เก็บของเก่าของปู่เหยียน"

"ปู่เหยียนแกเพิ่งมาเช่าที่บ้านฉันทำจุดรับซื้อของเก่าเมื่ออาทิตย์ก่อนเอง คนส่วนใหญ่หาไม่เจอหรอก"

"โอเค ขอบคุณครับ"

ตามคำบอกเล่าของเจ้าของร้านสะดวกซื้อ

เฉินซู่เดินเข้าไปในตรอก

หลังจากเดินวนอยู่เจ็ดแปดนาที ในที่สุดเขาก็เจอสถานีรับซื้อของเก่าของปู่เหยียน

ที่หน้าร้าน ชายชราคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการซ่อมรถสามล้อที่โซ่หลุด

เมื่อสังเกตเห็นเฉินซู่เดินเข้ามา

"พ่อหนุ่ม เอาของเก่ามาขายเหรอ?" ชายชราเอ่ยถาม

จบบท

จบบทที่ บทที่ 19 ค่าปรับ

คัดลอกลิงก์แล้ว