เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

281 - กลับมาแล้ว

281 - กลับมาแล้ว

281 - กลับมาแล้ว


281 - กลับมาแล้ว

ในโรงอาหาร มีโต๊ะและม้านั่งเรียงรายอยู่มากมาย

บรรดาเด็กที่รับหน้าที่เวรประจำวันวิ่งวุ่นอยู่ตลอดเวลา กำลังจัดอาหารเช้าไว้บนโต๊ะของแต่ละที่

เด็กที่เดินเข้ามาในโรงอาหารต่างหาที่นั่งของตนเอง แล้วนั่งตัวตรงเงียบเชียบไม่พูดไม่จา

จนกระทั่งทุกคนพร้อมกันแล้ว จึงมีทหารเก่าเอ่ยเสียงดัง “เริ่มกินได้”

ทันใดนั้น ในโรงอาหารก็เต็มไปด้วยเสียงซดน้ำแกงดังหู่ดๆ เสียงช้อนกระทบชามดังกรุ๊งกริ๊ง และเสียงเคี้ยวกลืนอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

ระหว่างที่กินอยู่นั้น ดูเหมือนมีบางคนบนโต๊ะเดียวกันแย่งอาหารมากเกินไป จึงมีเสียงบ่นเบาๆ “อันนั้นเหลือไว้ให้ข้าบ้าง…”

แต่คำพูดยังไม่ทันจบ เสียงตวาดของทหารเก่าก็ดังลั่น “กินอยู่ห้ามพูด ไม่รู้กฎหรืออย่างไร ถ้าข้าได้ยินอีกครั้งเดียวก็ไสหัวออกไปให้หมด!”

ทันทีนั้น เสียงเคี้ยวในโรงอาหารก็เบาลงไปถนัดตา

ในโรงอาหาร เด็กทุกคนต้องนั่งรวมกันสี่คนต่อโต๊ะ ใช้อาหารชุดเดียวกัน ยกเว้นเว่ยหรงกับฝูเชียนที่มีโต๊ะเป็นของตัวเอง และได้อาหารมาเท่ากันสองชุด

ธรรมเนียมการแยกอาหารของราชวงศ์ฮั่นนั้น มีไว้สำหรับบ้านที่พอมีฐานะ

ส่วนเด็กที่เป็นลูกทาสหรือสามัญชน ขอเพียงได้กินก็ถือว่าดีแล้ว จะไปเรียกร้องพิธีรีตองอะไรได้

แม้จะมีกฎระเบียบบ้าง แต่ก็เป็นกฎที่เฟิงหยงได้ตั้งขึ้นมาเองทั้งนั้น

กลิ่นอาหารจากโรงอาหารลอยออกไปนอกลาน ทำให้เด็กที่ยังไม่สามารถเข้าไปเรียนในโรงเรียนได้ยืนอยู่นอกลานน้ำลายสอ

“อามู่ ลูกของเจ้ายังเข้าโรงเรียนไม่ได้อีกหรือ”

หญิงสาวเผ่าชาวหูหนึ่งที่กำลังเร่งไปทำงานในโรงทอผ้า เอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กของสหายยังวนเวียนอยู่หน้าโรงเรียนไม่ยอมไปไหน

“ตอนนี้ยังไม่ได้ แต่ก็อีกไม่นานแล้ว”

บนใบหน้าอามู่ฉายแววละอาย “ก่อนหน้านี้ข้ายังทอผ้าไม่คล่อง เลยไม่ผ่านเงื่อนไขให้ลูกเข้าโรงเรียน แต่ตอนนี้คงพอแล้ว คราวหน้าถ้าเปิดรับอีก ข้าว่าลูกข้าจะได้เข้าเรียนแน่นอน”

“ถ้าสามีของพวกเรายังมีชีวิตอยู่ก็ดีสิ ข้าได้ยินว่าลูกบางคนเพราะบิดาตามนายท่านไปทำศึก เลยได้เข้าโรงเรียนโดยตรง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น บนใบหน้าของพวกนางก็ฉายแววฝันใฝ่ แต่ไม่นานก็มีแววเศร้าปรากฏขึ้น

“ผู้ชายในเผ่าพวกเราส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายหมดแล้ว ตั้งแต่พวกโจรเหนือบุกมาปีที่แล้ว”

“เจ้าได้ยินหรือไม่ มีคนบอกว่ามีคนสนใจเม่ยซื่อ”

“เขาชื่อเติ้งซือ ไม่ใช่เม่ยซื่อ”

“นางช่างโชคดี ได้ตั้งชื่อแบบชาวฮั่น แถมยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นคนแรก ตอนนี้ยังมีชาวฮั่นมาสนใจอีก นับว่าพ้นทุกข์แล้ว หากข้าก็มีชายฮั่นมาชอบบ้างก็ดีสิ”

เหล่าหญิงสาวคุยกันอย่างออกรส แม้แต่คำหยาบคายก็ไม่แยแส

ความเศร้าที่เพิ่งกล่าวถึงเมื่อครู่ ถูกพัดหายไปในทันที

เพราะชีวิตของชายเผ่าหูนั้นสั้นนัก หญิงเผ่าหูจึงชินชากับความจริงนี้มานานแล้ว

ทันใดนั้นเอง ก็เห็นกลุ่มคนเดินสวนมาด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบ ในกลุ่มนั้นมีทั้งนายอำเภอหลี่ รองนายอำเภอหวง และสตรีที่คนทั้งเมืองเคารพนับถืออย่างเม่ยฮูหยิน

ภาพนั้นทำเอาหญิงเผ่าหูพากันสะดุ้งรีบหลบไปยืนข้างทาง ก้มหน้าไม่กล้าสบตา

หลี่ชิวและคนของเขาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่จะเหลียวแลพวกหญิงที่ยืนอยู่ริมทาง

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่านั่น”

หลังจากขบวนผ่านไปแล้ว ก็มีเสียงกระซิบดังขึ้น

“เพ้ย! จะเกิดเรื่องอะไรได้ กินขี้แกะจนเพี้ยนหรือไร พูดจาอะไรออกมา”

เสียงดุปรามดังขึ้นทันที “เพิ่งได้อยู่กันดีๆ ยังไม่ทันไรเจ้าก็ปากไม่เป็นมงคล”

คนที่ถูกตำหนิก็รีบตบแก้มตัวเองเบาๆ “ข้าผิดไปแล้ว ข้าพูดผิด”

หลี่ชิวและพรรคพวกไปถึงสี่แยก ไม่ทันไร ก็มองเห็นกองทัพหนึ่งกำลังเคลื่อนพลมาจากไกลๆ

ด้านหน้ามีชายผู้หนึ่งขี่ม้าศึกควบมาด้วยความเร็ว

“ฮ่าๆๆ ซิ่นโฮ่ว ไม่ได้เจอกันนาน”

จ้าวควงควบม้ามาถึงเป็นคนแรก ดึงบังเหียนขึ้นจนม้าศึกเชิดขาหน้าขึ้นสูงส่งเสียงร้องก้อง แล้วตึงตังกระแทกลงพื้น

“เหวินเซวียน นานนักไม่พบ ฝีมือขี่ม้าของเจ้าช่างก้าวหน้าเหลือเกิน”

หลี่ชิวรับแรงกดดันจากม้าศึกโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ยกมือคารวะพลางเอ่ยอย่างสงบ

“แน่นอน อย่างไรเสียครั้งนี้ข้าก็นำทัพลึกเข้าไปถึงดินแดนเว่ยของศัตรูมาแล้วเชียวนะ!”

จ้าวควงเอ่ยอย่างภาคภูมิใจแล้วกระโดดลงจากหลังม้า

ตอนที่หลี่อี๋แนะนำให้หลี่ชิวมารับตำแหน่งนายอำเภอที่หนานเซียงนั้น จ้าวควงกับหวังซวินก็เคยเจอเขามาแล้ว ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกส่งไปยังด่านหยางอัน

“ครั้งนี้เหวินเซวียนสมปรารถนาหรือไม่ รู้สึกสะใจหรือไม่”

ในแววตาหลี่ชิวมีประกายอิจฉาเมื่อเอ่ยถาม

ชายชาตรีควรสร้างผลงานเพื่อเกียรติยศ นี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด

จ้าวควงเอ้อหลางผู้นี้ ได้รับการชี้แนะจากพี่ใหญ่ บัดนี้เมื่อผู้อื่นเรียกเขาว่าชายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลก็ไม่เกินคาด

“สะใจเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

จ้าวควงหัวเราะลั่นอีกครั้ง พลางตบม้าที่ขี่ “ซิ่นโฮ่วอย่าได้อิจฉาข้าเลย ครานี้พี่ใหญ่ไปจวี้เสียน ได้ม้ามาดีๆ สิบกว่าตัว บอกว่าจะกลับมาแบ่งให้พวกเราทุกคน”

“เจ้าลืมเจ็บแล้วหรือไร เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะหวดเจ้าอีกสักที อย่าได้อวดเก่งต่อหน้าซิ่นโฮ่วอีก!”

เฟิงหยงมาถึงพอดี เมื่อเห็นจ้าวควงกำลังคุยอวดผลงานในอิ่นผิง ก็ตวาดด้วยเสียงเข้ม

จ้าวควงเมื่อได้ยินคำพูดนั้นก็หดคอเล็กน้อย แววตาเจือความน้อยใจพลางหันไปพูดว่า “พี่ใหญ่ เรื่องเช่นนี้อย่าเอ่ยต่อหน้าผู้อื่นอีกเลยได้หรือไม่”

กวนจี้กับหวังซวินที่รู้ต้นสายปลายเหตุต่างก็หัวเราะอย่างเข้าใจ

“คารวะพี่ใหญ่”

“พี่น้องกัน ไม่ต้องมากพิธี”

เฟิงหยงลงจากม้า ประคองตัวหลี่ชิวพลางเอ่ยถาม “ซิ่นโฮ่วสบายดีหรือไม่”

“ขอบคุณพี่ใหญ่ที่เป็นห่วง สบายดี”

“หนานเซียงสงบดีหรือไม่”

“เรียนพี่ใหญ่ ทุกอย่างสงบดี”

“ดีแล้วๆ ลำบากซิ่นโฮ่วแล้ว”

“หน้าที่ที่ต้องทำ จะไปลำบากอะไร”

หลังจากหลี่ชิวและคนทั้งหลายคารวะเสร็จแล้ว หลี่ชิวก็ถอยตัวไปด้านข้าง แนะนำบุรุษผู้หนึ่งให้กับทุกคน “พี่ใหญ่ นี่คือหวงอี้จื้อ ผู้ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งรองนายอำเภอฝ่ายทหารของหนานเซียง”

“ข้าน้อยขอคารวะเฟิงหลางจวิน คารวะทุกท่าน”

หวงฉงรีบทำความเคารพ

“รองนายอำเภอหวงดูอายุยังไม่เท่าข้าเลยกระมัง”

เฟิงหยงประคองให้ลุกขึ้น มองสำรวจอย่างถี่ถ้วนพลางกล่าวถาม

“เรียนเฟิงหลางจวิน ข้าน้อยอายุสิบห้ากับอีกครึ่งปี”

“ดูท่าแล้วรองนายอำเภอหวงคงเป็นผู้ที่อายุน้อยที่สุดในหมู่พวกเรา” เฟิงหยงว่าพร้อมพยักพเยิดไปทางจ้าวควง “ตั้งแต่นี้ไปเจ้าไม่ใช่ผู้น้อยที่สุดแล้ว อย่าได้รังแกผู้อื่นเชียว”

ทุกคนฟังแล้วต่างหัวเราะร่า

หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ทุกคนก็พากันล้อมเฟิงหยงมุ่งหน้าไปทางโรงทอผ้า

“คนของสายที่หกตระกูลหลี่ยังไม่กลับอีกหรือ”

โดยไม่ทันตั้งใจ เฟิงหยงเหลือบไปเห็นสตรีร่างอรชรผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหัวมุม สายตาของนางมองมาที่เขา

เมื่อสายตาประสานกัน นางก็ค้อมกายลงเล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพ

เพียงท่วงท่าธรรมดานั้น กลับแฝงไปด้วยเสน่ห์ละมุนดุจเมฆบางบดบังจันทรา

“ยังอยู่ ข้าเห็นเมื่อสองวันก่อนยังมาถามอยู่ว่าพี่ใหญ่จะกลับมาเมื่อใด ไม่รู้ว่ามีเรื่องอันใดอยากพบพี่ใหญ่หรือไม่”

หลี่ชิวกล่าวพร้อมกับยิ้มบางๆ

………………….

จบบทที่ 281 - กลับมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว