เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

271 - สาบานเลือดเป็นพันธมิตร

271 - สาบานเลือดเป็นพันธมิตร

271 - สาบานเลือดเป็นพันธมิตร


271 - สาบานเลือดเป็นพันธมิตร

“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้ามิได้ตั้งใจทำ” เฟิงหยงพยักหน้า “เช่นนี้ก็แล้วกัน ข้าจะไม่ถือโทษที่ทำให้ฝูงวัวแกะตกใจ และจะไม่เรียกให้พวกเจ้าชดใช้เรื่องที่ทำให้การค้าขายหยุดชะงัก”

“แต่เรื่องที่พวกเจ้าทำลายกฎเกณฑ์นั้น พวกเจ้าต้องได้รับโทษ”

“ใต้เท้าหมายความว่า จะจงใจกลั่นแกล้งพวกเราอย่างนั้นหรือ”

ใบหน้าของชาวเซียนเปยเคร่งขรึมขึ้นมาทันที

เฟิงหยงส่ายหน้าแล้วเอ่ย “นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ข้าเคยบอกแล้วว่าข้าเป็นคนยุติธรรมที่สุด พวกเจ้าก็พูดเองมิใช่หรือว่าพวกเจ้าชาวเซียนเปยให้ความเคารพคนที่ยุติธรรม กฎเกณฑ์ก็คือกฎเกณฑ์ ไม่อาจปล่อยให้ถูกทำลายตามอำเภอใจได้”

เอ่ยมาเสียยาวเฟื้อย เฟิงหยงก็เริ่มหมดความอดทน เขาชี้ไปยังเหล่าชนเผ่าเชียงรอบนอกที่ถูกไล่ไปยืนห่างๆ แต่ตอนนี้ก็เริ่มรวมกลุ่มกันเข้ามาอีกครั้ง

“ดูสิ พวกนั้นคนใดกล้าก้าวล้ำเส้นเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว”

เขาชี้ไปยังหัวหน้าเผ่าเชียงที่มีสิทธิ์ยืนอยู่ในพื้นที่ลานว่างด้านใน ซึ่งกำลังยืนนิ่งเงียบดูอยู่เช่นกัน

“ดูสิ ตอนที่พวกเรากำลังพูดคุยกันอยู่ มีใครกล้ารบกวนสักคนหรือไม่”

พูดจบใบหน้าของเฟิงหยงก็มืดครึ้ม “ข้าไม่คิดจะเอาเรื่อง ไม่คิดจะให้ชดใช้ แต่พวกเจ้าจะให้ละทิ้งกฎเกณฑ์ไปเลยหรือ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ข้าจะยืนหยัดในอำเภอจวี้ได้อย่างไร แล้วจะให้ใครเคารพกฎในภายหน้าอีกหรือ”

“แล้วใต้เท้าจะให้พวกเราชดใช้หรือถูกลงโทษอย่างไร”

ชาวเซียนเปยมองไปทางชนเผ่าเชียงที่ยืนมองอยู่อย่างเงียบๆ อีกครั้ง แล้วมองไปยังทหารฮั่นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งจ้องมาอย่างพร้อมสู้ ก่อนจะยอมถอยอีกก้าว ที่นี่คือแผ่นดินของชาวฮั่น และยังเป็นพื้นราบ พวกเขาไม่มีปัญญาจะต่อกรได้

“ผู้ใดทำลายกฎของตลาดในอำเภอจวี้ ต้องปรับหนึ่งม้าศึก หรือสองวัว หรือแกะหกตัว หรือของมีค่าอื่นที่เทียบเท่า”

เฟิงหยงเห็นพวกนั้นยอมอ่อนลง ก็ยิ้มกว้างทันที พร้อมทั้งเปิดปากขอแบบไม่เกรงใจ

แผ่นดินนี้เป็นของข้า ข้าก็เป็นคนตัดสินใจ หากไม่พอใจ ก็ออกมาสู้กันได้เลย

เขานึกว่าคำพูดนี้จะกระตุ้นให้ชาวเซียนเปยโกรธจนระเบิด แต่ไม่คาดคิดว่าหัวหน้าฝ่ายตรงข้ามจะกล้ำกลืนความโกรธแล้วถอยอีกก้าว ก่อนเอ่ยถามว่า “บังอาจเรียนถามใต้เท้า กฎของตลาดในอำเภอจวี้นี้ จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใดใช่หรือไม่”

“แน่นอน” เฟิงหยงพยักหน้าตอบ

“ใต้เท้าบอกไว้แล้วว่าจะซื้อขายกันอย่างยุติธรรม ไม่มีการบังคับซื้อบังคับขาย หากในภายหน้าเป็นชาวฮั่นที่ทำลายกฎนี้เล่า”

ชาวเซียนเปยจ้องตรงไปยังเฟิงหยงแล้วถามออกมา

เฟิงหยงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนสีหน้าจริงจังขึ้น เขากวาดตามองไปรอบๆ แล้วตอบโดยไม่ลังเล “ย่อมเช่นเดียวกัน”

หากจะทำให้อำเภอจวี้เติบโต การรักษาสภาพแวดล้อมในการซื้อขายที่ดีเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ต้าฮั่นในฐานะผู้ตั้งกฎเกณฑ์ ได้ผลประโยชน์มากที่สุดแล้ว ดังนั้นในภาพลักษณ์ภายนอกย่อมไม่ควรดูตะกละจนเกินไป

อีกทั้งตลาดในอำเภอจวี้นี้ยังเกี่ยวพันกับแผนการยกทัพเหนือของขงเบ้ง หากเฟิงหยงทำพลาดเพราะปากไว เขาได้ถูกแขวนคอเฆี่ยนแน่

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าชนเผ่าเชียงที่อยู่รอบๆ ต่างเผยรอยยินดีขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้ตัว

“ดี!”

ชาวเซียนเปยที่ได้ยินคำตอบที่ตนต้องการก็ร้องเสียงดังอย่างสะใจ “สุดท้าย ข้ามีคำถามหนึ่งอยากถาม หากวันหนึ่งท่านไม่อยู่ที่นี่แล้ว จะทำอย่างไรเล่า”

เฟิงหยงหัวเราะเบาๆ ชี้ไปที่ผ้าทอเบื้องหลังแล้วกล่าว “ผ้าที่สามารถทำได้เช่นนี้ ตอนนี้มีเพียงข้าคนเดียวเท่านั้น แม้วันหน้าเมื่อข้าไม่อยู่ หากพวกเจ้ารู้สึกไม่เป็นธรรม ก็สามารถมาหาข้าได้ ข้ารับประกันว่าจะทำการค้ากับพวกเจ้าด้วยความยุติธรรมเสมอ”

“ท่านช่างมีน้ำใจยิ่งนัก ข้ายอมรับอย่างหมดใจ”

หัวหน้าชาวเซียนเปยกล่าวอย่างยอมรับในที่สุด

เขาหันหลังกลับ ดึงดาบที่พกติดตัวออกมา ตบไปที่ลำตัวม้าศึกของตนหนึ่งครั้ง ก่อนจะฟันดาบแทงลงไปที่ลำคอม้าอย่างแรง

ม้าตัวนั้นมีเวลาเพียงส่งเสียงร้องครั้งเดียว ก่อนจะล้มลงไปกับพื้น

หัวหน้าชาวเซียนเปยใช้เลือดม้าที่พุ่งออกมาลูบปากและใบหน้าของตน จากนั้นก็หันมากวักมือเชิญให้เฟิงหยงเดินเข้าไป

เหล่าชาวเซียนเปยคนอื่นพร้อมใจกันถอยหลัง เปิดทางกว้าง และก้มหน้าแสดงความเคารพด้วยสีหน้าขรึมขลัง

“นี่มันหมายความว่าอย่างไร”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เจ้าบ้านนอกเฟิงถึงกับงงงัน

“พี่ใหญ่ นี่เรียกว่า ‘สาบานเลือด’” กวนจี้ได้ยินเสียงพึมพำของเฟิงหยง จึงขยับเข้ามากระซิบอธิบายเบาๆ “สมัยที่ปฐมฮ่องเต้ตั้งคำมั่นกับเหล่าขุนนางว่าจะไม่ให้ตระกูลอื่นขึ้นเป็นฮ่องเต้ และจะไม่แต่งตั้งผู้ไร้ผลงานเป็นขุนนาง ก็กระทำพิธีเชือดม้าสาบาน นี่เขาต้องการทำพันธมิตรกับพี่ใหญ่”

พันธสาบานม้าขาวหรือ? ข้าเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องของถังไท่จงเสียอีก ที่แท้หลิวปังก็ทำเช่นนี้ด้วย

เจ้าบ้านนอกเฟิงเคยคิดว่าพิธีเชือดม้าสาบานเป็นธรรมเนียมของพวกเถื่อน ไม่คาดคิดว่าจะเป็นธรรมเนียมของชาวฮั่นเอง

“แล้วข้าต้องทำอย่างไร”

“ทำเหมือนเขานั่นแหละ เอาเลือดม้าทาปากและหน้า พี่ใหญ่ไม่ต้องกลัว น้องจะคอยอยู่เคียงข้างพี่เอง”

นี่เจ้าไม่คิดถามข้าสักคำหรือ ว่าข้าจะยอมทำหรือไม่?

เมื่อได้ยินคำของกวนจี้ เฟิงหยงแม้จะพึมพำในใจ แต่เมื่อคิดตามก็เข้าใจความหมายทันที

โบราณชนให้ความสำคัญกับคำมั่น สิ่งที่พูดต่อหน้าผู้คนแล้ว หากกลับคำในทันที จะมีหน้าอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร

การสาบานเลือดนี้เป็นเพียงพิธีเท่านั้น

คิดได้ดังนี้ เฟิงหยงก็ทำใจกล้า ก้าวเท้าออกไปสองก้าว เหลือบตามองชาวเซียนเปยทั้งสองฝั่ง เห็นแต่ละคนยืนนิ่งไม่ไหวติง และไม่มีใครเงยหน้ามองเขาแม้แต่คนเดียว ความกลัวในใจก็ค่อยๆ เลือนหายไป

จนเมื่อเขาก้าวไปถึงซากม้าที่ล้มลง ความรู้สึกในใจก็บอกเขาอย่างชัดเจนว่า ชาวเซียนเปยเหล่านี้ตั้งใจจริงที่จะทำพันธมิตรกับตน

เขายื่นมือออกไป แตะเลือดม้าที่อุ่นอยู่แล้วทาบนใบหน้า เลือดนั้นยังคงร้อนและกลิ่นคาวแรงจนเขาอดรู้สึกไม่สบายตัวไม่ได้

“ข้าตู๋ฝาเตียนลี่ สาบาน ณ ที่นี้ หากเฟิงหลางจวินสามารถรักษาคำมั่นนี้ได้ตลอดไป เผ่าตู๋ฝาแห่งเซียนเปยจะถือว่าเฟิงหลางจวินคือมิตรที่ดีที่สุดของพวกเรา และจะไม่ละเมิดกฎแห่งความยุติธรรมที่เขาตั้งไว้”

ตู๋ฝาเตียนลี่ทุบอกตนเองแน่น

ให้ตายเถอะ ชาวเซียนเปยผู้นี้ดูไม่ธรรมดาเลย!

เฟิงหยงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยออกมา “ข้าเฟิงหยง สาบาน ณ ที่นี้ ไม่ว่าผู้ใดมาซื้อขายผ้าทอในตลาดนี้ ข้าจะปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และยุติธรรมต่อทุกคน”

พิธีนั้นเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตองมากนัก

เมื่อทั้งสองกล่าวจบ เหล่าชาวเซียนเปยก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี แม้แต่พวกชนเผ่าเชียงที่มองอยู่รอบนอกก็พลอยยิ้มแย้มไปด้วย

“เฟิงหลางจวิน ข้าพูดไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าชาวเซียนเปยของเรายกย่องคนที่ยุติธรรมที่สุด ในเมื่อพวกเราได้ทำผิดกฎที่ท่านตั้งไว้ ก็ต้องรับโทษตามกฎ แต่ละคนจะมอบม้าศึกหนึ่งตัว”

ตู๋ฝาเตียนลี่พูดจบ ก็หันไปสั่งการเป็นภาษาของชาวเซียนเปย

ทันใดนั้น เหล่าชาวเซียนเปยก็ทยอยเดินไปยังม้าศึกของตนเอง ปลดสัมภาระออก แล้วต้อนม้าศึกเหล่านั้นมาทางฝั่งเฟิงหยง

จ้าวควงดีใจจนแทบสำลัก รีบสั่งคนงานให้ช่วยกันต้อนม้าทั้งหมดมารวมกัน

นี่มันม้าศึกชั้นเยี่ยมแท้ๆ!

ตู๋ฝาเตียนลี่ก้มศีรษะ เอามือแตะอก กล่าวกับเฟิงหยง “ชาวเซียนเปยพวกข้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าล่วงเกินท่าน จึงสมควรถูกลงโทษ บัดนี้รับโทษแล้ว ข้าจะขอถอยไปก่อน รอจนท่านทำการค้ากับชนเผ่าเชียงเสร็จสิ้นแล้วค่อยกลับมาอีกครั้ง ท่านว่าอย่างไร”

“ได้”

เฟิงหยงนอกจากพยักหน้าแล้วก็ไม่มีสิ่งใดจะพูดอีก

เหล่าชาวเซียนเปยเมื่อได้รับอนุญาต ก็ทยอยจูงม้าศึกที่เหลือออกไปยืนเรียงอยู่รอบนอก

“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! เรารวยแล้ว!”

จ้าวควงรีบวิ่งเข้ามา ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่กดไม่อยู่ “นี่มันม้าศึกชั้นยอด หายากยิ่งนัก ต่อให้เป็นม้าศึกทางเหนือ ก็ไม่ใช่ทุกตัวที่จะสูงใหญ่และแข็งแรงถึงเพียงนี้ แต่ละตัวล้วนถูกคัดเลือกมาอย่างดีทั้งนั้น”

พูดพลางก็อดยกนิ้วโป้งให้ไม่ได้ “พี่ใหญ่นี่ช่างเก่งนัก เพียงพูดไปสองสามประโยค ก็ทำให้พวกเซียนเปวยอมมอบม้าศึกให้โดยเต็มใจ”

ก็แน่อยู่แล้ว ปากหวานลิ้นลม…เอ่อ วีรบุรุษหนุ่มเฟิงหลางจวินชื่อเสียงไม่ใช่ได้มาเล่นๆ

เฟิงหยงหาได้หลงระเริงไปกับผลประโยชน์ตรงหน้าไม่ เพราะสิ่งที่เขาสังเกตเห็นจากท่าทีของชาวเซียนเปยนั้นผิดปกติอยู่ไม่น้อย

ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ แต่ในแววตากลับซ่อนความสงสัยเอาไว้ เขามองชาวเซียนเปยเหล่านั้นด้วยความครุ่นคิด

………………..

จบบทที่ 271 - สาบานเลือดเป็นพันธมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว