- หน้าแรก
- สุดยอดชาวนาแห่งสามก๊ก
- 214 - เด็กน้อย
214 - เด็กน้อย
214 - เด็กน้อย
214 - เด็กน้อย
“โอ้ มีข่าวจากฮั่นจงของเฟิงหลางจวินอีกแล้วหรือ”
หวังเยว่อิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสนใจอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่ขอรับ เป็นของที่เฟิงหลางจวินตั้งใจฝากมาให้คุณหนูจาง”
พ่อบ้านจ้าวกล่าวพลางยื่นห่อของในมือไปให้
หวังเยว่อิงยื่นมือไปรับ รู้สึกว่าห่อไม่หนักนัก แต่ก็หนักกว่าเสื้อผ้าธรรมดาอยู่เล็กน้อย
“ลำบากท่านจ้าวแล้ว อากาศหนาวเช่นนี้ หากท่านยังมีธุระอื่นในเมือง บอกมาเถิด ข้าจะให้คนไปช่วยทำให้”
“ขอบพระคุณท่านหญิงที่เมตตา บ่าวมาที่เมืองครั้งนี้ เพียงเพื่อส่งของให้คุณหนูเท่านั้น มิได้มีธุระอื่น”
“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะให้คนพาท่านกลับเรือนเฟิงโดยเร็ว”
หวังเยว่อิงไม่เปิดโอกาสให้เขาปฏิเสธ ออกคำสั่งไปทันที
นางหันกลับมา เห็นจางซิงกำลังมองห่อของในมือตนด้วยสายตาเป็นประกาย จึงยิ้มบางๆ แล้วยื่นห่อให้
“ขอบพระคุณอาหญิงเจ้าค่ะ”
จางซิงรีบรับไว้ในอ้อมแขน กอดแน่นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หวังเยว่อิงส่ายศีรษะยิ้มบาง “ของที่เฟิงหลางจวินส่งมา เจ้าคงจะเขียนบอกขออะไรไว้ในจดหมายคราวก่อนกระมัง เขาถึงได้ส่งสิ่งนี้มาให้”
ดวงตากลมโตของจางซิงกลอกไปมา แล้วหัวเราะคิกคัก “นี่เป็นความลับระหว่างข้ากับเฟิงหลางจวิน บอกใครไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”
“เด็กน้อยอย่างเจ้า จะมีความลับอันใดกัน”
หวังเยว่อิงหัวเราะพลางว่า
จางซิงทำปากยื่น “ก่อนหน้านี้อาหญิงยังชมว่าข้าโตแล้ว คราวนี้กลับบอกว่าข้ายังเด็กอีก”
พูดจบก็สะบัดศีรษะเล็กๆ แล้วกระโดดโลดเต้นวิ่งเข้าคฤหาสน์ไป พลางทิ้งคำพูดสดใสไว้เบื้องหลัง “ข้าขอกลับไปดูหน่อยว่าเฟิงหลางจวินส่งสิ่งใดมาให้...”
หวังเยว่อิงที่เดินตามหลังมา ค่อยๆ ลดรอยยิ้มลง สายตาเต็มไปด้วยความกังวล ลึกๆ มีแววคิดคำนึงเมื่อมองดูท่าทางตื่นเต้นจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ของจางซิง
ในห้องข้าง จางเซี่ยโหวซื่อกำลังปักผ้าอยู่ พอเห็นบุตรีตัวน้อยวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน แถมยังอุ้มของบางอย่างไว้แน่น นางจึงเข้าใจว่าเกิดเรื่องใหญ่
“ซีเหนียง ไยเจ้าวิ่งพล่านเช่นนี้ อาหญิงของเจ้าล่ะ”
จางซิงวางห่อดัง ตึง ลงบนโต๊ะโดยไม่หันกลับไปมอง “อาหญิงอยู่ข้างหลังเจ้าค่ะ”
มือเล็กรีบจะไปแก้ห่ออย่างตื่นเต้น
“ของพวกนี้มาจากไหน”
จางเซี่ยโหวซื่อขมวดคิ้ว ลุกขึ้นก้าวเข้าไปใกล้ แต่ก็เห็นบุตรีน้อยทำท่าทางเก้ๆ กังๆ แกะห่อไม่ออก เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก เสื้อคลุมบนตัวก็สวมไม่เรียบร้อยจนหลุดครึ่งหนึ่ง แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจสักนิด สูญเสียภาพลักษณ์กุลสตรีโดยสิ้นเชิง
จางเซี่ยโหวซื่อรู้สึกขัดใจ เตรียมจะดุ แต่สายตากลับเห็นจดหมายหล่นลงมาบนโต๊ะ
“แล้วจดหมายนี้มาจากไหน”
นางก้มลงหยิบจดหมายขึ้นมา แต่ยังไม่ทันได้เปิดดู ก็มีเสียงดังขึ้นที่หน้าประตู
“ของทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่เฟิงหลางจวินฝากคนส่งมาจากฮั่นจงถึงซีเหนียง และจดหมายนั้นก็เป็นของที่เขียนถึงซีเหนียงเช่นกัน”
“เฟิงหลางจวินหรือ”
จางเซี่ยโหวซื่อตกใจไม่น้อย นางรู้ดีว่าบุตรีคนเล็กเคยเขียนจดหมายถึงเฟิงหลางจวิน
ไม่เพียงแต่รู้ ยังรู้ด้วยว่าภายในจดหมายนั้นมีข้อความใดบ้าง
ในฐานะมารดา แม้ลูกสาวจะยังเด็ก แต่เมื่อเขียนจดหมายถึงบุรุษอื่น นางย่อมต้องตรวจดู เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีถ้อยคำไม่สมควร
ในสายตาของนาง เนื้อหาในจดหมายนั้นส่วนใหญ่เป็นคำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อย เพียงมีหนึ่งประโยคที่บอกให้เฟิงหลางจวินดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นคำที่นางสั่งให้เขียนเพิ่มลงไป
หากเป็นบุรุษคนอื่นคงเห็นเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นของเด็กเล็ก แต่คาดไม่ถึงว่าเฟิงหลางจวินจะตอบกลับจดหมายอย่างจริงจัง และยังส่งของมาด้วยอีก
ในใจจางเซี่ยโหวซื่ออดคิดไม่ได้ “หรือในห่อนี้ จะเป็นของเล่นเด็กจริงๆ”
ขณะกำลังครุ่นคิดก็ได้ยินเสียงร้องดีใจของบุตรี นางแกะห่อออกได้แล้ว มือเล็กๆ ล้วงเข้าไปหยิบของสิ่งหนึ่งออกมา
“ของเล่นจริงๆ เสียด้วยสิ” จางเซี่ยโหวซื่อพูดพลางหัวเราะอย่างทั้งขำทั้งอาย
สิ่งที่อยู่ในมือจางซิงนั้น เป็นของแกะสลักจากไม้ แม้มองไม่ชัดนักว่ารูปร่างจริงๆ เป็นเช่นไร แต่ก็มองออกว่าเป็นคนตัวเล็กๆ ขี่ม้าอยู่
“ท่านแม่ดูสิ ของนี้เหมือนข้าหรือไม่”
จางซิงยื่นของในมือไปตรงหน้ามารดา ราวกับกำลังอวดสมบัติ
จางเซี่ยโหวซื่อก้มมอง เห็นว่าของในมือนั้นเป็นรูปสลักหญิงนักรบขี่ม้า มือหนึ่งถือทวน อีกมือหนึ่งกำบังบังเหียน ทำท่าทางเหมือนแม่ทัพสาวกำลังนำทัพบุกตะลุยแนวหน้า
เมื่อมองละเอียดลงไป ใบหน้าของรูปสลักนั้น กลับคลับคล้ายบุตรีของตนอย่างประหลาด โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่เหมือนกันแทบทุกประการ
เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้ผ่านการตั้งใจทำมาอย่างดี
เพียงแต่จางเซี่ยโหวซื่อก็ยังแอบสงสัย ว่าทำไมเฟิงหลางจวินถึงเลือกสลักบุตรีตนในท่วงท่าของหญิงนักรบเช่นนี้
ด้านจางซิงนั้นกลับไม่สนใจสิ่งใด นางชอบใจสิ่งนี้นัก พลิกไปพลิกมาราวกับจะดูให้ละเอียด เห็นตรงฐานมีแผ่นไม้โค้งรองรับ นางก็รีบวางลงบนโต๊ะแล้วใช้นิ้วแตะเบาๆ ตัวรูปสลักหญิงนักรบก็เอนซ้ายเอนขวาโยกไปมา
เสียงหัวเราะใสแจ๋วของจางซิงดังลั่นห้อง นางหัวเราะอย่างเพลิดเพลิน
ทางฝั่งหวังเยว่อิง หลังจากพาจางซิงกลับถึงจวนแล้ว ได้พูดคุยกับจางเซี่ยโหวซื่อสองสามประโยคก่อนขอตัวกลับ
“ดูท่าเฟิงหลางจวินจะเอ็นดูซีเหนียงยิ่งนัก”
จางเซี่ยโหวซื่อเอ่ยพลางมองบุตรีที่ยังคงเล่นของไม้ชิ้นนั้นด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะโบกซองจดหมายในมือ “ซีเหนียง จดหมายของเฟิงหลางจวิน เจ้าจะเปิดอ่านหรือไม่”
“ต้องอ่านสิ!”
จางซิงนึกขึ้นได้ว่าเฟิงหลางจวินมิได้ส่งเพียงของเล่นมาให้นาง นางรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็ว รับซองจดหมายจากมารดาแล้วแกะเปิดอย่างกระตือรือร้น ข้างในมีจดหมายหนึ่งฉบับ และอีกฉบับหนึ่งที่ซองด้านนอกเขียนชื่อมารดาไว้
“อืม...ดูเหมือนฉบับนี้จะเขียนถึงท่านแม่”
“เขียนถึงข้า?”
จางเซี่ยโหวซื่อตกใจไม่น้อย นางแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเฟิงหลางจวิน แล้วเขาจะเขียนถึงนางด้วยเหตุใดกัน
แต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก นางจึงระงับอารมณ์ไว้ได้ ไม่รีบร้อนเปิดอ่าน กลับให้บุตรีอ่านจดหมายที่เขียนถึงตนก่อน
สำหรับจางเซี่ยโหวซื่อ ไม่ว่าบุตรีเขียนจดหมายถึงบุรุษอื่น หรือตรงกันข้าม นางในฐานะแม่นั้นจำเป็นต้องรู้เนื้อหาทุกฉบับ เพื่อคอยสอดส่องและสอนสั่งไม่ให้เกิดสิ่งไม่เหมาะสม อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสให้บุตรีฝึกอ่านเขียนไปในตัว
เฟิงหยงมองจางซิงเป็นเพียงเด็กสาว จดหมายจึงไม่มีข้อความไม่สมควร มีเพียงเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่พบเจอในฮั่นจง และบอกว่าของเล่นที่ส่งไปเป็นของที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อสนองคำขอในจดหมายฉบับก่อนของนาง
ในตอนท้ายยังเอ่ยถึงการส่งเสื้อผ้าชุดหนึ่งไปให้ เป็นเสื้อขนแกะที่มีเพียงในฮั่นจงเท่านั้น
“ไปเถิด ไปดูสิว่าเฟิงหลางจวินส่งเสื้อมาให้เจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร”
จางเซี่ยโหวซื่อพยักหน้ายอมรับในใจว่าเฟิงหลางจวินยังรู้จักวางตัวพอดี
จางซิงรีบวิ่งไปค้นในห่อเพื่อหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาดู
ขณะนั้นจางเซี่ยโหวซื่อก็แกะจดหมายที่เขียนถึงนางโดยเฉพาะ
ในยุคสามก๊กนั้นแม้จะมีการใช้กางเกงแล้ว แต่ยังเป็นกางเกงแบบเปิดเป้า
เสื้อกันหนาวที่เฟิงหยงส่งมาให้นั้น แท้จริงแล้วก็คล้ายกางเกงกันหนาวในภายหลัง เพียงแต่ปรับให้เป็นแบบเปิดเป้า และในจดหมายยังเน้นย้ำให้จางซิงสวมชั้นในก่อนทุกครั้งที่จะใส่ชุดขนแกะชุดนี้
…………………