เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

188 - มีความน่าสนใจอยู่บ้าง

188 - มีความน่าสนใจอยู่บ้าง

188 - มีความน่าสนใจอยู่บ้าง


188 - มีความน่าสนใจอยู่บ้าง

"จื่อสือ เจ้าคุ้นกับกฎระเบียบที่นี่ดี คราวนี้ก็ให้ตามเหวินซือไป ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย เหวินเซวียน เจ้าลงแรงเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว คราวนี้ไปพักผ่อนให้ดีเถอะ"

เฟิงหยงสั่งการเสร็จก็ให้ทุกคนแยกย้าย ก่อนจะเดินเข้าไปหากวนจี้ที่สายตาดูเลี่ยงหลบเล็กน้อย แล้วยิ้มบางๆ "ข้ายังมีเรื่องหนึ่ง อยากรบกวนซานเหนียงช่วยหน่อย"

"พี่ใหญ่โปรดกล่าว"

เมื่อครู่กวนจี้ยังคงท่าทางเย็นชาอยู่ต่อหน้าผู้คน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฟิงหยงเพียงสองต่อสอง ความเย็นชานั้นกลับเหมือนหิมะน้ำแข็งต้องแสงตะวันฤดูร้อนอันร้อนแรง ละลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยสีแดงระเรื่อจางๆ บนใบหน้า ราวกับสายลมอ่อนแห่งเดือนสามที่พัดไล้พื้นดินในยามต้นฤดูใบไม้ผลิ

เฟิงหยงเพ่งมองสีหน้าที่หาได้ยากนี้ของกวนจี้ในใจคิดว่า กวนจี้คนนี้ปกติดูเย็นชา คาดไม่ถึงว่าพอรู้สึกเขินอายกลับคงอยู่นานกว่าหญิงทั่วไป จนถึงตอนนี้ยังไม่อาจปรับตัวได้หมด

คิดดังนั้น เขาก็เล่าเรื่องของเว่ยเอี๋ยนกับมารดาโก้วจื่อให้ฟังก่อนจะกล่าวว่า "ข้าในฐานะเป็นบุรุษ หากไปซักถามเรื่องนี้คนเดียวก็ดูไม่เหมาะนัก จึงอยากให้ซานเหนียงตามไปด้วย เพื่อช่วยผ่อนคลายบรรยากาศ"

กวนจี้พยักหน้ารับ แล้วถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย "พี่ใหญ่ให้ความสำคัญกับท่าทีของเว่ยฮูหยินนัก เหตุเพราะเห็นคุณความดีของโก้วจื่อหรือ?"

"เจ้าก็ถือว่าใช่แล้วกัน" เฟิงหยงยิ้มบางๆ แล้วพากวนจี้เดินไปยังหอว่าการ พร้อมตะโกนว่า "อาเหมย ไปเรียกเว่ยฮูหยินมาหน่อย"

แม้แต่กวนจี้ซึ่งเป็นสตรีด้วยกันยังเห็นว่าตนให้ความสำคัญกับท่าทีของมารดาโก้วจื่อมากเกินไป นั่นก็แสดงว่า ในสายตาผู้คนในเวลานี้ การที่นางถูกเว่ยเอี๋ยนหมายปอง ถือเป็นโชคดีล้วนๆ

นี่คือความแตกต่างระหว่างความคิดคนโบราณกับคนสมัยใหม่...ชาวฉียนโส่วนั้นเดิมทีก็ไม่มีสิทธิมนุษยชน ต่อให้เจ้าฝืนมอบให้ผู้อื่นก็ใช่ว่าทุกคนจะยอมรับ

ไม่นานนัก มารดาโก้วจื่อก็มาถึง นางคารวะอย่างเรียบร้อย แล้วเงียบยืนอยู่เบื้องล่างเพื่อรอฟังคำถามจากเฟิงหยง

"เว่ยฮูหยิน ที่เรียกเจ้ามาคราวนี้ เจ้าก็พอรู้แล้วว่าเรื่องอะไร ลองว่ามาเถอะ เจ้าตกลงหรือไม่ที่จะเข้าสู่จวนเว่ย ไปเป็นอนุภรรยา?"

"สุดแล้วแต่นายท่านจะเห็นสมควร"

เว่ยฮูหยินตอบเสียงเบา

เฟิงหยงหัวเราะเบาๆ "คำนี้ไม่ถูกนัก เรื่องนี้ข้ากำหนดแทนเจ้าไม่ได้ นี่เป็นเรื่องสำคัญตลอดชีวิตของเจ้า"

นางก้มหน้าไม่พูดอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยว่า "ข้าในฐานะเป็นคนของหมู่บ้านเฟิง โก้วจื่อก็ติดตามนายท่านมาตลอด นายท่านเห็นว่าอย่างไร ข้าก็เห็นอย่างนั้น"

"ก็ได้ ถ้าอยากฟังความเห็นข้า อย่างนั้นข้าจะพูดให้ฟัง เรื่องนี้ถ้าเจ้าพอใจ ก็ไม่มีอะไรต้องว่า ข้าจะให้คนไปแจ้งแก่แม่ทัพเว่ย เลือกวันมงคลให้เจ้าเข้าเรือน ถึงจะเป็นอนุภรรยา แต่ตามที่แม่ทัพเว่ยว่าไว้ เรื่องในเรือนน่าจะให้เจ้าดูแล ไม่ต่างอะไรกับฮูหยินเอก"

แม้จะเสียดายฝีมือทอผ้าของนางอยู่บ้าง แต่ถ้านางเต็มใจก็ต้องอธิบายให้ชัดเจน

"ถ้าไม่พอใจล่ะ? เจ้าก็เป็นคนหมู่บ้านเฟิงของเรา ตอนอยู่จิ่นเฉิงเจ้าก็เห็นแล้ว แม้ตำแหน่งข้าจะไม่ใหญ่โต แต่ก็พอพูดคุยกับบรรดาผู้ดีมีตระกูลในเมืองได้ เราไม่รังแกใคร แต่ก็ไม่ยอมให้ใครรังแกเราเปล่าๆ ถึงเวลาข้าจะไปเอาความจากแม่ทัพเว่ยให้"

เว่ยฮูหยินเหมือนคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะร้ายแรงถึงเพียงนี้ จึงเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนกมองเฟิงหยงที่นั่งอยู่เบื้องบน ก่อนจะรีบก้มหน้าลงแล้วเอ่ยแก้ตัวอย่างร้อนรน "นายท่านเข้าใจผิด แม่ทัพเว่ยจริงๆ แล้วมิได้ทำสิ่งใดต่อข้าเลย"

อ๋อ? ดูเหมือนจะเป็นสถานการณ์ใหม่?

เฟิงหยงเลิกคิ้ว "อย่างนั้นตอนเจ้าก้าวออกมาจากเรือนนั้นในสภาพนั้น จะอธิบายอย่างไร?"

"แม่ทัพเว่ยให้ข้าทำเช่นนั้น ตอนอยู่ในเรือน แม่ทัพเว่ยพูดบางคำ ให้ข้าร้องเรียกหนึ่งครั้ง แล้วให้ข้าจับคอเสื้อทำท่าเหมือนถูกลวนลามก่อนจะออกมา เรื่องนี้แม้นายท่านไม่ถาม ข้าก็ตั้งใจจะหาจังหวะอธิบาย แม่ทัพเว่ยจะมาถูกใส่ร้ายเสียชื่อเสียงมิได้"

เขามีชื่อเสียงบัดซบอะไรนั่นกัน?

เฟิงหยงกำลังจะด่า แต่ในใจพลันสะดุดกับคำว่า "เสียชื่อเสียง"?

เว่ยเอี๋ยนผู้นี้ ปกติแล้วมีชื่อเสียงอย่างไรกันในฮั่นจง?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าก็ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ปากกลับเอ่ยว่า "ถ้าเช่นนั้น ตามที่เจ้าว่า เจ้าก็ยินยอมแล้วหรือ?"

"ข้ายินยอม"

แม้นางจะเป็นสตรีที่มีบุตรแล้วหลายคน แต่เรื่องเช่นนี้ ความเขินอายก็ยังเป็นธรรมชาติของหญิงสาว เว่ยฮูหยินจึงตอบเสียงเบาอย่างยิ่ง

เฟิงหยงถอนหายใจ นี่แหละเหตุที่เขาไม่กล้าปฏิเสธเว่ยเอี๋ยนในตอนนั้น

ไม่ว่าเขาจะทำหรือไม่ทำสิ่งนั้น ท่าทีของเว่ยฮูหยินที่ถูกผู้คนเห็นเต็มตา ก็เท่ากับว่าทำไปแล้ว

แต่ถ้าเว่ยฮูหยินยินยอมเข้าจวน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เฟิงหยงในฐานะเจ้าบ้านก็ไม่อาจพูดอะไรได้...เพราะในมือเขาไม่ได้ถือสัญญาขายตัวของมารดาโก้วจื่อ นางเป็นเพียงชาวบ้านในหมู่บ้านเท่านั้น

"อย่างนั้นก็ตกลง เรื่องนี้ก็ให้เป็นอันตัดสินเช่นนี้ เจ้ากลับไปก่อนได้ ข้าจะให้คนไปบอกแม่ทัพเว่ยเอง"

เฟิงหยงโบกมือให้มารดาโก้วจื่อกลับไปก่อน จากนั้นก็หลับตาพิงพนักเก้าอี้ครู่อี้ ลูบขมับตัวเอง รู้สึกว่าถือว่าจบเรื่องนี้ลงโดยพื้นฐานแล้ว และทั้งร่างกายทั้งจิตใจก็เหนื่อยล้าไม่น้อย

เพราะการต้องติดต่อกับเจ้าแก่คนนั้น มันช่างทำให้เหนื่อยจริงๆ

พลันรู้สึกถึงปลายนิ้วเย็นๆ แตะลงที่ขมับทั้งสองข้าง ตามมาด้วยแรงนวดที่พอเหมาะพอดี และได้ยินเสียงกวนจี้ที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงใสเย็น "พี่ใหญ่เสียดายบุตรชายของนางหรือ?"

"เสียดายอะไร?"

เฟิงหยงแอบประหลาดใจเล็กน้อยที่กวนจี้ถามเช่นนี้ แต่ก็ถือโอกาสรับการนวดต่ออย่างสบายใจ ไม่ลืมตอบทั้งที่ยังหลับตา "โก้วจื่ออยู่กับข้า จะมีอนาคตยิ่งใหญ่เพียงใด? แต่ถ้าได้เป็นบุตรแม่ทัพ ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว"

"เหตุใดพี่ใหญ่จึงดูหมิ่นตนเองเช่นนี้?"

กวนจี้ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก

"ไม่ใช่ดูหมิ่นตนเอง แต่ข้ารู้ประมาณตน"

โก้วจื่อเป็นคนมีความสามารถ แต่หากอยู่กับเฟิงหยงไปเรื่อยๆ เขาคงจะเริ่มจากการให้ทำหน้าที่หัวหน้างานเล็กๆ ในอนาคตมากที่สุดก็หัวหน้าฝ่ายเทคนิค หรือไม่ก็ผู้จัดการทั่วไป

ต่อให้ปล่อยเขาออกไป ด้วยชาติกำเนิดอย่างเขา แม้มีเฟิงหยงช่วยแนะนำ หากได้เป็นเพียงเจ้าเมืองก็ถือว่าโชคหล่นทับอย่างมหาศาลแล้ว

เขามีฝีมือ แต่ไม่ถึงขั้นอัจฉริยะ อาเหมยนั่นต่างหากที่เรียกว่าอัจฉริยะ เพียงแต่น่าเสียดายที่เป็นสตรี

และก็โชคดีที่นางเป็นสตรีเช่นกัน

แต่ถ้าโก้วจื่อได้สถานะเป็นบุตรแม่ทัพเว่ยตั้งแต่ต้น จุดเริ่มต้นก็จะสูงกว่าคนทั่วไปมาก สถานการณ์ย่อมแตกต่างไปสิ้นเชิง

"อีกอย่าง ต่อให้เขาได้เป็นบุตรแม่ทัพเว่ยจริงๆ ก็ยังออกไปจากข้าอยู่ดี จะลืมบุญคุณนี้ได้อย่างไร? สิ่งที่เขารู้ทั้งหมด ล้วนเป็นข้าสอนทั้งนั้น หนึ่งวันเป็นอาจารย์ ตลอดชีวิตเป็นดั่งบิดา ชีวิตนี้เขาจะตัดขาดจากข้าได้หรือ?"

เฟิงหยงค่อยๆ อธิบายให้กวนจี้ฟัง "เรื่องนี้ ข้าได้บุญคุณจากแม่ทัพเว่ย ได้ความซาบซึ้งจากโก้วจื่อกับมารดา ก็เหมือนได้ทำเรื่องแบบหลี่ปู้เว่ยสักครั้ง"

"แท้จริงเป็นเช่นนี้นี่เอง" กวนจี้พยักหน้าด้วยความเข้าใจ ก่อนเอ่ยอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย "เป็นข้าที่คิดตื้นเกินไป เช่นนั้นเหตุใดพี่ใหญ่ที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว จึงยังมีท่าทีเช่นนั้น?"

"ก็แค่รู้สึกขัดใจเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่คิดเช่นนั้นแล้ว"

เฟิงหยงหัวเราะหึๆ เดิมทีคิดว่าเป็นเพราะนิสัยของเว่ยเอี๋ยน คาดไม่ถึงว่ากลับเป็นการทำตนให้เสื่อมเสียเอง เรื่องนี้…ชักจะน่าสนใจแล้ว

………………….

*หลี่ปู้เว่ย อัครมหาเสนาบดีที่ผลักดันจิ๋นซีฮ่องเต้ขึ้นสู่บัลลังก์ มารดาของจิ๋นซีฮ่องเต้เคยเป็นภรรยาน้อยของเขามาก่อน

จบบทที่ 188 - มีความน่าสนใจอยู่บ้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว