เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

43 - ก้นที่นั่งเอียง

43 - ก้นที่นั่งเอียง

43 - ก้นที่นั่งเอียง


43 - ก้นที่นั่งเอียง

"มีข้อคัดค้านอันใดหรือ? การกระทำของสำนักข้า จำเป็นต้องสนใจสายตาคนในโลกฆราวาสเมื่อใดกันเล่า?"

เฟิงหยงเลียนแบบจ้าวควง ตบไหล่หวังซวินเบาๆ หวังซวินยังโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เขาตบได้ถนัดมือขึ้นอีกด้วย

"จริงๆ แล้วข้าก็ชื่นชมแม่ทัพหวังมานานแล้ว วันหน้า หากมีโอกาส ข้าย่อมต้องไปเยือนคฤหาสน์ของแม่ทัพหวังเป็นแน่ แต่ต้าหลาง หากอยากเรียนหนังสือ ก็ต้องอดทนได้ แม้หมู่บ้านจะอยู่ไม่ไกลจากเมืองซีตี้ แต่ต้องเดินทางไปกลับทุกวันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย ไหนเลยฤดูร้อนฤดูหนาว ก็ต้องไปถึงคฤหาสน์ก่อนยามเหม่าทุกวัน เจ้าทำได้หรือไม่?"

หวังซวินดีใจจนแทบกลั้นไม่อยู่ "ข้าน้อยกล้าจะไม่เชื่อฟังหรือ? วันนี้เมื่อข้าน้อยกลับถึงคฤหาสน์ จะรีบแจ้งท่านพ่อ พรุ่งนี้ก็จะมาเรียนกับพี่ใหญ่ทันที"

"เกินไปแล้วๆ พวกเราสองคนเรียกกันว่าเป็นพี่น้องเถิด ไม่มีอะไรต้องเรียกว่าคุณชายหรือไม่คุณชาย จื่อสือเริ่มเรียนกับข้าก่อน หากเรียนได้ดี วันหน้าข้าย่อมจะรายงานต่อสำนัก ขอให้รับเป็นศิษย์ของอาจารย์ก็หาใช่เป็นไปไม่ได้"

คำพูดของนายท่านเฟิงนี่ก็ไม่ต่างอะไรจากลมปาก เขารู้แก่ใจดีว่าสำนักอะไรนั่นน่ะไม่มีหรอก ถึงจะมีก็มีแค่เขาคนเดียว จะไปรายงานอะไรให้ใคร?

แต่เรื่องนี้ก็มีแต่นายท่านเฟิงรู้คนเดียว คนอื่นไม่รู้นี่สิ! คำพูดนี้ทำให้หวังซวินตื้นตันจนควบคุมตนเองไม่อยู่ รีบคุกเข่าขอบคุณทันที "ขอบคุณพี่ใหญ่ ขอบคุณพี่ใหญ่!"

ตระกูลหวังจะมีคนที่อ่านออกเขียนได้เสียที ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องเสียใจอีกต่อไปแล้ว!

"พี่ใหญ่ น้องชายก็ขอเรียนกับพี่ใหญ่ด้วยได้หรือไม่? ขอเพียงในวันหน้าจะได้ร่วมเข้าเฝ้าสำนักเดียวกับจื่อสือ น้องชายต่อให้ต้องเป็นวัวเป็นม้าก็ยินดี!" จ้าวควงที่ยืนอยู่ข้างๆ ฟังจนตาแดงไปหมด รีบกระโดดโลดเต้นขอร้องทันที

สำนักลึกลับในป่าเขา นั่นคือแหล่งรวมยอดคน! เหตุใดท่านพ่อของเขาจึงได้เป็นที่ครั่นคร้ามของใต้หล้า ไม่ใช่เพราะมีอาจารย์เป็นยอดคนในสำนักลับหรือ? เหตุใดเสนาบดีถึงมีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง ก็เพราะเคยศึกษาในสำนักเช่นกันไม่ใช่หรือ? ยอดคนในแผ่นดินใช่ว่าจะมาจากสำนักเสมอไป แต่คนที่ออกจากสำนักย่อมต้องเป็นยอดคน!

"เอ้อหลาง ดูก่อนว่าเจ้าคิดว่าพี่คนนี้เหมาะเป็นอาจารย์เจ้าหรือไม่?" เฟิงหยงมองเขาอย่างเฉียงๆ อีกครั้ง กล่าวประโยคเดิมอีกครั้ง

"พี่ใหญ่อย่าล้อเล่นกับน้องชายเลย"

"ใครบอกว่าข้าล้อเล่น? เจ้าจะเข้าสำนัก ได้ถามพ่อเจ้าหรือยัง?"

"เอ่อ..."

ก่อนจะได้รับความเห็นชอบจากจ้าวอวิ๋น เฟิงหยงหากกล้ารับจ้าวควงเข้าจริงๆ จ้าวควงคงจะโดนจ้าวเฒ่าต่อยขาหักแน่ และเฟิงหยงก็อาจจะโดนทหารเฒ่าคนนั้นอัดจนน่วม...ตระกูลเรามีวิชาสืบทอด เจ้าตัวยังเรียนไม่จบ จะไปเรียนของคนนอก ใครเล่าจะพอใจ?

แต่เฟิงหยงก็รู้ดี หากไม่ให้ผลประโยชน์สักหน่อย อีกฝ่ายคงจะรู้สึกไม่ดีแน่...หวังจื่อสือเพิ่งเจอหน้า เจ้าก็สัญญาจะให้เข้าสำนัก ข้าเป็นเพื่อนเจ้ามาตั้งนานกลับโดนเมินเสียได้...ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนก็กลัวการเปรียบเทียบเช่นนี้ ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งไม่พอใจ พอรู้สึกไม่พอใจก็จะห่างเหินกันไป

ไม่ว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนหรือความรักระหว่างชายหญิง ล้วนต้องอาศัยการประคับประคองในแต่ละวัน ละเลยไม่ได้แม้แต่น้อย

"หากเจ้าอยากเรียนรู้วิชา ก็ใช่ว่าจะไม่มีทาง วิชาลับของสำนักแน่นอนว่าไม่อาจสอนได้ ต่อให้สอนเจ้าก็เรียนไม่รู้เรื่องอยู่ดี ทว่าสำนักเรานั้นเป็นสายจ้าน เรียนหลายสิ่ง มีบางอย่างที่แม้ไม่ใช่ศิษย์สำนักก็เรียนได้"

"โอ้? ไม่ทราบว่าสิ่งใด?" จ้าวควงฟังแล้วกลับไม่ตื่นเต้นนัก ข้าอยากเรียนวิชาลับของสำนักนะ ของที่คนทั่วไปเรียนได้จะมีอะไรดีเล่า?

"กลยุทธ์สามสิบหกประการ" เฟิงหยงกล่าวเนิบๆ

"หา? พี่ใหญ่ว่าอะไรนะ? ตกลงคือสิ่งใด?" จ้าวควงสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลง แม้แต่หวังซวินข้างๆ ยังตั้งใจฟัง

"เมื่อก่อนสำนักข้าเคยได้รับคัมภีร์กลยุทธ์จากฝ่ายทหาร เรียกว่ากลยุทธ์สามสิบหกประการ ว่ากันว่าแตกแขนงจากตำราซุนวู"

"พี่ใหญ่สอนข้าด้วยเถิด พี่ใหญ่ต้องสอนข้าให้ได้!" จ้าวควงพุ่งมาข้างหน้าทันที เกือบจะชนเฟิงหยงตกไปในนาข้างทาง

"อยากเรียนหรือ?"

"อยากเรียนอยากเรียน!" จ้าวควงพยักหน้าเป็นไก่จิกข้าวสาร

กลยุทธ์ทางทหารเชียวนะ ต่อให้ท่านพ่อยังไม่เคยเรียนเลย! ที่ท่านพ่อได้ตำแหน่งทุกวันนี้ ล้วนมาจากฝีมือในการรบล้วนๆ หากไม่ได้ด้อยกว่าผู้อื่นในด้านการนำทัพปกครอง ท่านพ่อจะไปอยู่ท้ายลำดับห้าขุนพลได้อย่างไร?

(จูล่งแม้เป็นขุนพลที่มีฝีมือการต่อสู้ไม่แพ้ยอดคนผู้ใดในสามก๊ก แต่ในด้านการคุมทัพกลับประสบความพ่ายแพ้ย่อยยับแทบทุกครั้ง ทำให้เมื่อครั้งที่เล่าปี่ยังมีชีวิตอยู่ เขาจึงได้รับตำแหน่งเพียงขุนพลผู้ช่วย และไม่มีโอกาสได้ครองเมืองใหญ่เหมือนขุนพลพยัคฆ์คนอื่นๆ)

"อยากเรียนก็ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปสืบมาเมื่อวันก่อนล่ะ สืบไปถึงไหนแล้ว?"

"เพื่อให้พี่ใหญ่ทราบ น้องชายมาวันนี้ก็มีสองเรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องของจื่อสือ อีกเรื่องก็จะมาบอกเรื่องนั้นกับพี่ใหญ่นี่แหละ"

หวังซวินที่อยู่ข้างๆ เห็นพี่ใหญ่ทั้งสองกำลังจะคุยเรื่องลับ จึงรู้ตัวดีและเตรียมจะถอยออกไปด้านข้าง

"จื่อสือไม่ต้องถอยออกไป พวกเราสามคนล้วนเป็นพี่น้องกัน ไม่มีเรื่องใดที่พูดกันไม่ได้" เฟิงหยงห้ามการกระทำของหวังซวิน แล้วหันไปพยักหน้าให้จ้าวควง ให้เขาพูดต่อ

หากเป็นในเกมสามก๊กล่ะก็ เกรงว่าระบบคงจะขึ้นแจ้งเตือนว่า 'ความจงรักภักดีของขุนพลผู้นี้ถึงระดับร้อยแล้ว'

"เรื่องนี้เป็นดังคาดของพี่ใหญ่เมื่อไม่กี่วันก่อนจริงๆ!" จ้าวควงยกนิ้วโป้งขึ้น "น้องชายในสองสามวันนี้ให้พวกอันธพาลสืบข่าวอยู่ ได้ความว่าก่อนหน้านี้มีคนไปเยือนเหลียวกงยวนจริง เหลียวกงยวนชอบสุรา ผู้ที่ไปนั้นไม่เพียงมอบสุราดีสิบกว่าถัง ยังได้ยินว่าในจวนเหลียวเพิ่มสาวงามเข้ามาหลายคน"

"โอ้ ข่าวน่าเชื่อถือหรือไม่? เจ้าได้มาอย่างไร?"

"เฮอะเฮอะ! ว่ากันจริงๆ แล้วก็ต้องขอบคุณจื่อสือนี่แหละ" จ้าวควงลากหวังซวินที่อยู่ข้างๆ เข้ามา แล้วเล่าต่อ "ข้าแค่รู้ว่ามีคนเข้าออกจวนเหลียว แต่ไม่รู้ภายในเป็นเช่นไร จื่อสือเลยเสนอความคิดหนึ่งขึ้นมา ว่าพ่อครัวในจวนนั้นติดการพนัน ข้าก็เลยออกเงินให้พวกอันธพาลล่อเขาไปตั้งวงพนัน แล้วก็ล้วงความลับจากปากมันมาได้"

เฟิงหยงหันไปมองหวังซวิน เด็กผอมดำที่ดูเหมือนคนซื่อๆ คนหนึ่ง ไม่นึกเลยว่าจะมีหัวคิดขนาดนี้?

จ้าวควงเห็นท่าทีเหมือนจะเข้าใจผิด รีบอธิบายทันทีว่า "พี่ใหญ่ ข้ายังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้จื่อสือฟังแม้แต่น้อย เขาไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ข้าแค่พูดว่าต้องการรู้ความเป็นไปในจวนเหลียว เขาก็เสนอความคิดนี้ขึ้นมาเอง"

เฟิงหยงยิ้ม "จื่อสือเป็นน้องร่วมสาบานของเรา ถึงรู้ก็ไม่เป็นไร ข้าแค่นึกไม่ถึงว่าจื่อสือจะมีมันสมองขนาดนี้ คนเราดูเพียงภายนอกไม่ได้จริงๆ"

ค่าความจงรักภักดีของหวังจื่อสือ +1!

"พี่ใหญ่ชมเกินไปแล้ว เมื่อครั้งฮ่องเต้พระองค์ก่อนสู้รบกับเจ้าเฉาเชาที่ฮั่นจง ข้าก็อายุสิบสามพอดี ได้ติดตามท่านพ่อไปรบด้วย ในค่ายทหารนั้นคนชอบเล่นพนันกันมาก มักตั้งวงหลอกพวกใหม่ๆ ข้าเองก็เคยโดนหลอกมาก่อน เลยรู้เคล็ดลับพวกนี้" หวังซวินหัวเราะงุ่มง่าม

เวรเอ๊ย! เจ้าขึ้นไปรบตอนอายุสิบสาม? เฟิงหยงตกใจ แต่คิดไปแล้วก็ไม่แปลกอะไร ยุคนี้เด็กสิบสามไปรบถืออาวุธมีอยู่เกลื่อนดินแดน

"แต่ว่า พี่ใหญ่ คนที่นำของขวัญไปมอบให้นั้นเป็นใคร ข้าสืบไปหลายทางก็ยังสืบไม่ได้เลย แปลกจริงๆ"

"ไม่ต้องสืบแล้ว จะเป็นใครได้อีก?" เฟิงหยงแค่นหัวเราะเย็น

สุราดีสิบกว่าถัง ยังมีสาวงามอีก ไม่รู้มีของอย่างอื่นอีกหรือไม่ แต่คิดว่าก็น่าจะมี เรื่องเช่นนี้ ของพวกนี้ ใครจะหามาได้ถ้าไม่ใช่พวกตระกูลใหญ่...พวกขุนนางใหม่โดนซัดเละในศึกอีหลิงเมื่อปีที่แล้ว เลือดแทบหมดตัว จะมีปัญญาอะไรขนาดนี้? ยุคนี้ สุรายังหายากกว่าสาวงามเสียอีก หากไม่มีทุนดีๆ จะเก็บสุราไว้ได้มากขนาดนี้หรือ?

เหลียวหลี่ เจ้าก็เป็นคนสำนักจิงโจวแท้ๆ ไยถึงเอาก้นไปนั่งอยู่กับพวกพื้นเมืองแถบซูจงเสียได้? แล้วข้านี่ก็แค่ชาวนา ข้าไม่ได้อยากเล่นเกมปัญญากับพวกเจ้าตระกูลใหญ่และเจ้าเฒ่าจูเก๋อเลยสักนิด พวกเจ้าจะลากข้าเข้าไปเกี่ยวด้วยทำไมกัน?

…………………

จบบทที่ 43 - ก้นที่นั่งเอียง

คัดลอกลิงก์แล้ว