- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 51 บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ
บทที่ 51 บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ
บทที่ 51 บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ
“น่าเบื่อชะมัดเลย~”
ภายในห้องบรรยายขนาดใหญ่ เสียงบ่นพึมพำไม่หยุดหย่อนของอาจารย์หน้าชั้นเรียนดังเข้าหูอย่างต่อเนื่อง ฉู่เค่อเหลียนหาวออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
ฟังจนจะหลับอยู่แล้ว สู้ไปเล่นซ่อนแอบกับฮิโตคาเงะและนัคครายังสนุกกว่าตั้งเยอะ
“เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ? ทำไมวันนี้ดูหมดสภาพจัง”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ใช้ปากกาจิ้มแก้มใสของเพื่อนสาวเบา ๆ พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั่งนิ่งไม่ไหวติง
“ก็ไม่เชิงหรอก เมื่อคืนไฟของฮิโตคาเงะเกือบเผาเตียงฉันวอดไปแล้วน่ะสิ...”
ฉู่เค่อเหลียนกรอกตามองบนพลางบ่นอุบอิบอย่างไม่ใส่ใจนัก
ใช่แล้ว เพราะเธอไม่ระวัง ดันเอาผ้าห่มไปคลุมหางฮิโตคาเงะเข้า โชคดีที่ไหวตัวทัน...
“สมเป็นแกจริง ๆ เลยนะยัยฉู่”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าอึ้ง ๆ
“ยัยเฉี่ยน เที่ยงนี้เราไปแบทเทิลกันเถอะ”
ฉู่เค่อเหลียนนึกอะไรขึ้นได้ก็หันมาเสนอไอเดีย ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
“ก็ได้อยู่หรอก แต่เหมือนจะไม่มีสนามนะ”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนเท้าคางครุ่นคิด เธอไม่ได้ปฏิเสธ แต่กังวลเรื่องสถานที่ เพราะการแบทเทิลโปเกมอนอาจทำให้สนามเสียหายได้
“ก็ใช้สนามกีฬามหาวิทยาลัยไปสิ ป๋าฉันบริจาคเงินให้ที่นี่ตั้งเท่าไหร่ แค่ขอยืมสนามกีฬานิดหน่อยจะเป็นไรไป?”
ฉู่เค่อเหลียนตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
อย่าล้อเล่นน่า กลุ่มทุนตระกูลฉู่ของเธอเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของมหาวิทยาลัยศิลปะจงไห่ ทุกปีตระกูลเธอทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย
และเธอ ในฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลฉู่ จะใช้สนามกีฬามหาวิทยาลัยเป็นสนามฝึกซ้อมสักหน่อยจะเป็นไรไป?
“ยังไงก็ต้องแจ้งอาจารย์ก่อนนะ” ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนมุมปากกระตุก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดดี
รู้สึกว่าตั้งแต่ได้โปเกมอนมา ยัยฉู่จะดู ‘กร่าง’ ขึ้นเรื่อย ๆ นะเนี่ย เมื่อก่อนไม่เห็นจะ ‘ห้าว’ ขนาดนี้
“จริงสิยัยฉู่ อาจารย์ที่ปรึกษาได้คุยกับแกหรือยัง? เรื่องงานครบรอบยี่สิบปีน่ะ”
“อ๋อ~ เมื่อเช้าพอฉันมาถึงเขาก็พูดเรื่องนี้แหละ บอกว่าอยากให้ฉันช่วยแกจัดการแสดงสักชุด”
ฉู่เค่อเหลียนฟุบลงกับโต๊ะอย่างเกียจคร้าน พลางตอบเสียงเนือย ๆ อยากลูบหัวฮิโตคาเงะจังเลยน้า
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนไม่ใช่แค่ดาวมหาวิทยาลัยที่ทุกคนยอมรับ แต่ยังเป็นประธานกรรมาธิการศิลปวัฒนธรรมของสภานักศึกษาด้วย
นี่ขนาดเพิ่งอยู่ปีหนึ่งนะ ถ้าผ่านไปอีกปี ตำแหน่งประธานสภานักศึกษาก็คงหนีไม่พ้นไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนแน่ ๆ ความจริงฉู่เค่อเหลียนก็เหมือนกัน
แต่รายนั้นนิสัยค่อนข้างรักอิสระและขี้เกียจ แถมเพื่อนซี้อย่างไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนก็เป็นตัวตั้งตัวตีแล้ว เธอก็เลยขี้เกียจจะยุ่ง
เอาเข้าจริง ในสายตาฉู่เค่อเหลียน สภานักศึกษาก็แค่พวกคอยจัดการเรื่องสัพเพเหระในโรงเรียน ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ไม่มีตำแหน่งในสภา ด้วยฐานะของฉู่เค่อเหลียน แม้แต่อาจารย์ยังต้องเกรงใจเวลาคุยด้วย ใครบ้างจะไม่รู้จักเบื้องหลังของคุณหนูคนนี้?
“จริงสิยัยเฉี่ยน ฉันมีไอเดียดี ๆ ด้วยนะ” จู่ ๆ ฉู่เค่อเหลียนก็ตาเป็นประกาย กระซิบกระซาบกับเพื่อนสาว
“นี่... จะไม่ทำให้พวกผู้ใหญ่ตกใจแย่เหรอ?”
พอได้ฟังความคิดของเพื่อน ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนกระพริบตาปริบ ๆ เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา แต่พอนึกถึงสีหน้าพวกผู้บริหารสูงอายุ ก็อดกังวลไม่ได้
“วางใจเถอะน่า พวกเขาไม่ได้ขวัญอ่อนขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้โชว์ความเท่ของฮิโตคาเงะกับเซนิกาเมะด้วยนะ”
ดวงตาคู่สวยของฉู่เค่อเหลียนเป็นประกายวิบวับ ตอนนี้เธอหลงใหลโปเกมอนเข้าเส้นแล้ว สิ่งที่เธอคิดก็แค่ต้องการให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของฮิโตคาเงะและเพื่อน ๆ เท่านั้นเอง
“ตกลง!”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนตอบรับ ยัยฉู่พูดถูก แถมการแสดงนี้ต้องสร้างความฮือฮาให้คนภายนอกได้อย่างแน่นอน!
“ว่าแต่ เมื่อเช้าเพื่อนร่วมคลาสถามเรื่องฮิโตคาเงะกับนัคคราหรือเปล่า?”
“แหงอยู่แล้ว ฮิฮิ~ ฉันปล่อยฮิโตคาเงะออกมาโชว์ด้วยนะ พวกนั้นมองตาค้าง อิจฉากันจนออกนอกหน้าเลย”
“ฉันก็เหมือนกัน มีแต่คนชมว่าเซนิกาเมะน่ารักแถมฉลาดสุด ๆ!”
“สงสัยเลิกเรียนคงมีเพื่อน ๆ แห่ไปที่ร้านแน่เลย อีตาเถ้าแก่ขี้งกนั่นน่าจะแถมโปเกบล็อกให้พวกเราสักสองกล่องนะเนี่ย”
“ใช่ ๆ! เดี๋ยวเลิกเรียนเราแวะไปที่ร้านกันเถอะ อยากรู้เหมือนกันว่าวันนี้เถ้าแก่จะมีลูกค้าบ้างไหม”
สองสาวคุยกันอย่างออกรสออกชาติ จนอาจารย์บนเวทีเปลือกตากระตุกรัว ๆ นี่พวกเธอจะคุยกันก็ช่วยเกรงใจกันหน่อยได้ไหมแม่คุณ!
เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ! ไม่เห็นหัวอาจารย์คนนี้เลยหรือไง! ช่างไม่ให้เกียรติกันบ้างเลย!
แต่พอนึกถึงเบื้องหลังของนักศึกษาตัวแสบทั้งสอง อาจารย์ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาสอนต่อไปเงียบ ๆ ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรอก ช่างมันเถอะ
...
“วานิเพ็ตติ! เกล็ดน้ำแข็ง!”
เสียงที่ปกติจะชัดเจนและนุ่มนวลของโอวหยางซิน ในเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
วานิเพ็ตติลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไอเย็นสีขาวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่กระจายออกมาจากรอบตัว เกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้น พุ่งเข้าใส่โคโคโดราที่อยู่บนพื้น
ท่าไม้ตายประเภทน้ำแข็ง ‘เกล็ดน้ำแข็ง’!
“โคโคโดรา หลบเร็ว”
ตัดภาพมาที่เฉินหยุน สีหน้าของเขาตอนนี้ดูไม่จืดเลยทีเดียว หรือจะบอกว่าน่าเกลียดก็คงไม่ใช่ เรียกว่าอัดอั้นตันใจสุดขีดจะถูกกว่า
โคโคโดราตะเกียกตะกายขาสั้น ๆ ทั้งสี่ พยายามจะหลบการโจมตี แต่เนื่องจาก ‘เกล็ดน้ำแข็ง’ เป็นท่าโจมตีวงกว้าง ต่อให้ตั้งใจหลบแค่ไหน ก็ไม่มีทางพ้นได้ทั้งหมด
เกล็ดน้ำแข็งกระแทกเข้ากับเกราะเหล็กบนตัวโคโคโดรา เจ้าตัวเล็กสะดุ้งเฮือก ขยับตัวหลบนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากไปกว่านั้น...
“นี่มัน...”
เฉินหยุนมองดูวานิเพ็ตติที่ลอยตัวสบายใจเฉิบอยู่กลางอากาศ ในใจเต็มไปด้วยคำสบถนับหมื่นคำ
นอกจากความอัดอั้นแล้วก็มีความอัดอั้นนี่แหละ
เขาเองก็สนใจการแบทเทิลโปเกมอนมาก ดังนั้นคู่มือเทรนเนอร์มือใหม่ที่กู่ซินส่งลงในกลุ่ม เขาจึงตั้งใจศึกษาจนทะลุปรุโปร่ง
ตามทฤษฎีการชนะทางของประเภท วานิเพ็ตติที่เป็นประเภทน้ำแข็งล้วน จริง ๆ แล้วต้องแพ้ทางโคโคโดราที่เป็นประเภทเหล็กและหิน!
ใช่แล้ว โคโคโดราชนะทางวานิเพ็ตติเห็น ๆ แถมท่า ‘เกล็ดน้ำแข็ง’ ของวานิเพ็ตติก็แทบจะทำอะไรโคโคโดราไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นเมื่อกี้ต่อให้โดนเกล็ดน้ำแข็งเข้าไปบ้าง โคโคโดราก็แทบไม่ระคายผิว
พูดง่าย ๆ ก็คือวานิเพ็ตติกำลังใช้เกล็ดน้ำแข็ง ‘นวด’ ให้โคโคโดราอยู่ชัด ๆ
แต่ที่น่าเจ็บใจคือ โคโคโดราทำอะไรวานิเพ็ตติไม่ได้เลย!
“ฉันจะต้องหาโปเกมอนประเภทบินมาให้ได้ คอยดูเถอะ แมร่งเอ๊ย!”
ได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ ดูทัพอากาศรังแกทหารราบ ตีจนโคโคโดราโงหัวไม่ขึ้น หน้าของเฉินหยุนเขียวคล้ำไปหมดแล้ว
ถ้าเป็นโยกิราส อย่างน้อยยังพอใช้ ‘ขว้างหิน’ สอยวานิเพ็ตติร่วงได้บ้าง แต่โคโคโดราแตะตัววานิเพ็ตติไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะมันกระโดดไม่ขึ้น
“ผมยอมแพ้!”
ความอัดอั้นตันใจทำเอาเฉินหยุนสติแตก จำใจต้องยกธงขาว
ต้องหาโปเกมอนที่บินได้มาสักตัวแล้ว ไอ้พวก ‘ทัพอากาศ’ บ้าบอนี่มันจะโกงเกินไปแล้ว
บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ!