เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ

บทที่ 51 บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ

บทที่ 51 บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ


“น่าเบื่อชะมัดเลย~”

ภายในห้องบรรยายขนาดใหญ่ เสียงบ่นพึมพำไม่หยุดหย่อนของอาจารย์หน้าชั้นเรียนดังเข้าหูอย่างต่อเนื่อง ฉู่เค่อเหลียนหาวออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

ฟังจนจะหลับอยู่แล้ว สู้ไปเล่นซ่อนแอบกับฮิโตคาเงะและนัคครายังสนุกกว่าตั้งเยอะ

“เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ? ทำไมวันนี้ดูหมดสภาพจัง”

ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ใช้ปากกาจิ้มแก้มใสของเพื่อนสาวเบา ๆ พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั่งนิ่งไม่ไหวติง

“ก็ไม่เชิงหรอก เมื่อคืนไฟของฮิโตคาเงะเกือบเผาเตียงฉันวอดไปแล้วน่ะสิ...”

ฉู่เค่อเหลียนกรอกตามองบนพลางบ่นอุบอิบอย่างไม่ใส่ใจนัก

ใช่แล้ว เพราะเธอไม่ระวัง ดันเอาผ้าห่มไปคลุมหางฮิโตคาเงะเข้า โชคดีที่ไหวตัวทัน...

“สมเป็นแกจริง ๆ เลยนะยัยฉู่”

ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าอึ้ง ๆ

“ยัยเฉี่ยน เที่ยงนี้เราไปแบทเทิลกันเถอะ”

ฉู่เค่อเหลียนนึกอะไรขึ้นได้ก็หันมาเสนอไอเดีย ดวงตาเป็นประกายวิบวับ

“ก็ได้อยู่หรอก แต่เหมือนจะไม่มีสนามนะ”

ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนเท้าคางครุ่นคิด เธอไม่ได้ปฏิเสธ แต่กังวลเรื่องสถานที่ เพราะการแบทเทิลโปเกมอนอาจทำให้สนามเสียหายได้

“ก็ใช้สนามกีฬามหาวิทยาลัยไปสิ ป๋าฉันบริจาคเงินให้ที่นี่ตั้งเท่าไหร่ แค่ขอยืมสนามกีฬานิดหน่อยจะเป็นไรไป?”

ฉู่เค่อเหลียนตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

อย่าล้อเล่นน่า กลุ่มทุนตระกูลฉู่ของเธอเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของมหาวิทยาลัยศิลปะจงไห่ ทุกปีตระกูลเธอทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย

และเธอ ในฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลฉู่ จะใช้สนามกีฬามหาวิทยาลัยเป็นสนามฝึกซ้อมสักหน่อยจะเป็นไรไป?

“ยังไงก็ต้องแจ้งอาจารย์ก่อนนะ” ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนมุมปากกระตุก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดดี

รู้สึกว่าตั้งแต่ได้โปเกมอนมา ยัยฉู่จะดู ‘กร่าง’ ขึ้นเรื่อย ๆ นะเนี่ย เมื่อก่อนไม่เห็นจะ ‘ห้าว’ ขนาดนี้

“จริงสิยัยฉู่ อาจารย์ที่ปรึกษาได้คุยกับแกหรือยัง? เรื่องงานครบรอบยี่สิบปีน่ะ”

“อ๋อ~ เมื่อเช้าพอฉันมาถึงเขาก็พูดเรื่องนี้แหละ บอกว่าอยากให้ฉันช่วยแกจัดการแสดงสักชุด”

ฉู่เค่อเหลียนฟุบลงกับโต๊ะอย่างเกียจคร้าน พลางตอบเสียงเนือย ๆ อยากลูบหัวฮิโตคาเงะจังเลยน้า

ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนไม่ใช่แค่ดาวมหาวิทยาลัยที่ทุกคนยอมรับ แต่ยังเป็นประธานกรรมาธิการศิลปวัฒนธรรมของสภานักศึกษาด้วย

นี่ขนาดเพิ่งอยู่ปีหนึ่งนะ ถ้าผ่านไปอีกปี ตำแหน่งประธานสภานักศึกษาก็คงหนีไม่พ้นไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนแน่ ๆ ความจริงฉู่เค่อเหลียนก็เหมือนกัน

แต่รายนั้นนิสัยค่อนข้างรักอิสระและขี้เกียจ แถมเพื่อนซี้อย่างไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนก็เป็นตัวตั้งตัวตีแล้ว เธอก็เลยขี้เกียจจะยุ่ง

เอาเข้าจริง ในสายตาฉู่เค่อเหลียน สภานักศึกษาก็แค่พวกคอยจัดการเรื่องสัพเพเหระในโรงเรียน ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ไม่มีตำแหน่งในสภา ด้วยฐานะของฉู่เค่อเหลียน แม้แต่อาจารย์ยังต้องเกรงใจเวลาคุยด้วย ใครบ้างจะไม่รู้จักเบื้องหลังของคุณหนูคนนี้?

“จริงสิยัยเฉี่ยน ฉันมีไอเดียดี ๆ ด้วยนะ” จู่ ๆ ฉู่เค่อเหลียนก็ตาเป็นประกาย กระซิบกระซาบกับเพื่อนสาว

“นี่... จะไม่ทำให้พวกผู้ใหญ่ตกใจแย่เหรอ?”

พอได้ฟังความคิดของเพื่อน ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนกระพริบตาปริบ ๆ เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา แต่พอนึกถึงสีหน้าพวกผู้บริหารสูงอายุ ก็อดกังวลไม่ได้

“วางใจเถอะน่า พวกเขาไม่ได้ขวัญอ่อนขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้โชว์ความเท่ของฮิโตคาเงะกับเซนิกาเมะด้วยนะ”

ดวงตาคู่สวยของฉู่เค่อเหลียนเป็นประกายวิบวับ ตอนนี้เธอหลงใหลโปเกมอนเข้าเส้นแล้ว สิ่งที่เธอคิดก็แค่ต้องการให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของฮิโตคาเงะและเพื่อน ๆ เท่านั้นเอง

“ตกลง!”

ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนตอบรับ ยัยฉู่พูดถูก แถมการแสดงนี้ต้องสร้างความฮือฮาให้คนภายนอกได้อย่างแน่นอน!

“ว่าแต่ เมื่อเช้าเพื่อนร่วมคลาสถามเรื่องฮิโตคาเงะกับนัคคราหรือเปล่า?”

“แหงอยู่แล้ว ฮิฮิ~ ฉันปล่อยฮิโตคาเงะออกมาโชว์ด้วยนะ พวกนั้นมองตาค้าง อิจฉากันจนออกนอกหน้าเลย”

“ฉันก็เหมือนกัน มีแต่คนชมว่าเซนิกาเมะน่ารักแถมฉลาดสุด ๆ!”

“สงสัยเลิกเรียนคงมีเพื่อน ๆ แห่ไปที่ร้านแน่เลย อีตาเถ้าแก่ขี้งกนั่นน่าจะแถมโปเกบล็อกให้พวกเราสักสองกล่องนะเนี่ย”

“ใช่ ๆ! เดี๋ยวเลิกเรียนเราแวะไปที่ร้านกันเถอะ อยากรู้เหมือนกันว่าวันนี้เถ้าแก่จะมีลูกค้าบ้างไหม”

สองสาวคุยกันอย่างออกรสออกชาติ จนอาจารย์บนเวทีเปลือกตากระตุกรัว ๆ นี่พวกเธอจะคุยกันก็ช่วยเกรงใจกันหน่อยได้ไหมแม่คุณ!

เสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ! ไม่เห็นหัวอาจารย์คนนี้เลยหรือไง! ช่างไม่ให้เกียรติกันบ้างเลย!

แต่พอนึกถึงเบื้องหลังของนักศึกษาตัวแสบทั้งสอง อาจารย์ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาสอนต่อไปเงียบ ๆ ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรอก ช่างมันเถอะ

...

“วานิเพ็ตติ! เกล็ดน้ำแข็ง!”

เสียงที่ปกติจะชัดเจนและนุ่มนวลของโอวหยางซิน ในเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

วานิเพ็ตติลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไอเย็นสีขาวที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่กระจายออกมาจากรอบตัว เกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้น พุ่งเข้าใส่โคโคโดราที่อยู่บนพื้น

ท่าไม้ตายประเภทน้ำแข็ง ‘เกล็ดน้ำแข็ง’!

“โคโคโดรา หลบเร็ว”

ตัดภาพมาที่เฉินหยุน สีหน้าของเขาตอนนี้ดูไม่จืดเลยทีเดียว หรือจะบอกว่าน่าเกลียดก็คงไม่ใช่ เรียกว่าอัดอั้นตันใจสุดขีดจะถูกกว่า

โคโคโดราตะเกียกตะกายขาสั้น ๆ ทั้งสี่ พยายามจะหลบการโจมตี แต่เนื่องจาก ‘เกล็ดน้ำแข็ง’ เป็นท่าโจมตีวงกว้าง ต่อให้ตั้งใจหลบแค่ไหน ก็ไม่มีทางพ้นได้ทั้งหมด

เกล็ดน้ำแข็งกระแทกเข้ากับเกราะเหล็กบนตัวโคโคโดรา เจ้าตัวเล็กสะดุ้งเฮือก ขยับตัวหลบนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากไปกว่านั้น...

“นี่มัน...”

เฉินหยุนมองดูวานิเพ็ตติที่ลอยตัวสบายใจเฉิบอยู่กลางอากาศ ในใจเต็มไปด้วยคำสบถนับหมื่นคำ

นอกจากความอัดอั้นแล้วก็มีความอัดอั้นนี่แหละ

เขาเองก็สนใจการแบทเทิลโปเกมอนมาก ดังนั้นคู่มือเทรนเนอร์มือใหม่ที่กู่ซินส่งลงในกลุ่ม เขาจึงตั้งใจศึกษาจนทะลุปรุโปร่ง

ตามทฤษฎีการชนะทางของประเภท วานิเพ็ตติที่เป็นประเภทน้ำแข็งล้วน จริง ๆ แล้วต้องแพ้ทางโคโคโดราที่เป็นประเภทเหล็กและหิน!

ใช่แล้ว โคโคโดราชนะทางวานิเพ็ตติเห็น ๆ แถมท่า ‘เกล็ดน้ำแข็ง’ ของวานิเพ็ตติก็แทบจะทำอะไรโคโคโดราไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นเมื่อกี้ต่อให้โดนเกล็ดน้ำแข็งเข้าไปบ้าง โคโคโดราก็แทบไม่ระคายผิว

พูดง่าย ๆ ก็คือวานิเพ็ตติกำลังใช้เกล็ดน้ำแข็ง ‘นวด’ ให้โคโคโดราอยู่ชัด ๆ

แต่ที่น่าเจ็บใจคือ โคโคโดราทำอะไรวานิเพ็ตติไม่ได้เลย!

“ฉันจะต้องหาโปเกมอนประเภทบินมาให้ได้ คอยดูเถอะ แมร่งเอ๊ย!”

ได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ ดูทัพอากาศรังแกทหารราบ ตีจนโคโคโดราโงหัวไม่ขึ้น หน้าของเฉินหยุนเขียวคล้ำไปหมดแล้ว

ถ้าเป็นโยกิราส อย่างน้อยยังพอใช้ ‘ขว้างหิน’ สอยวานิเพ็ตติร่วงได้บ้าง แต่โคโคโดราแตะตัววานิเพ็ตติไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะมันกระโดดไม่ขึ้น

“ผมยอมแพ้!”

ความอัดอั้นตันใจทำเอาเฉินหยุนสติแตก จำใจต้องยกธงขาว

ต้องหาโปเกมอนที่บินได้มาสักตัวแล้ว ไอ้พวก ‘ทัพอากาศ’ บ้าบอนี่มันจะโกงเกินไปแล้ว

บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ!

จบบทที่ บทที่ 51 บินไม่ได้นี่มันน่าสังเวชใจจริง ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว