เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

133-134

133-134

133-134


บทที่ 133: เทพขุนเขา และวาสนาที่กลายเป็นกรรม

เสียงพึมพำของนักพรตเสวียนเมี่ยวลอยเข้าหูกู้อัน ทำเอาเขาถึงกับไปต่อไม่ถูก

นี่เอ็งตามหาโชคลาภวาสนาจนมาโผล่ที่บ้านข้าเลยเรอะ?

สายตาของกู้อันจับจ้องไปที่เข็มทิศในมือนักพรตเสวียนเมี่ยวด้วยความสนใจ ของวิเศษอะไรกันถึงได้นำทางหาขุมทรัพย์ได้แม่นยำขนาดนี้ เทียบกับเจ้าหนูวิญญาณขาวของเขาที่วันๆ เอาแต่นอนอืดใต้ต้นเสวียนชิงแล้ว ช่างน่าเจ็บใจนัก

ป่ายามวิกาลเงียบสงัด ไอหมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง วิญญาณเร่ร่อนลอยผ่านไปมา แต่นักพรตเสวียนเมี่ยวหาได้ใส่ใจไม่

วูบ—

ลมกรรโชกแรงพัดมาปะทะร่าง ทำเอาชายเสื้อของนักพรตเสวียนเมี่ยวสะบัดพริ้ว เขาหรี่ตาลงสู้ลม

"ดินแดนเทพขุนเขา ห้ามคนธรรมดาเหยียบย่าง"

เสียงแว่วดังมาจากความว่างเปล่า นักพรตเสวียนเมี่ยวชะงักฝีเท้า กวาดสายตามองไปรอบด้านแต่ไม่พบสิ่งมีชีวิตใด แม้จะใช้จิตสัมผัสตรวจสอบก็ไร้ซึ่งสัญญาณชีพ

แต่มั่นใจได้ว่าหูไม่ฝาด เขาจึงประสานมือคารวะไปในอากาศ "อาตมามาจากเขาซานชิง ราชวงศ์เฉินถัง ศิษย์สายตรงแห่งสำนักไท่ชิง นามว่า หลี่เสวียนเมี่ยว"

แซ่หลี่?

หลี่เสวียนเมี่ยว หลี่เสวียนเต้า ถ้าบอกว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ให้เอาหัวโขกเต้าหู้ตายยังจะน่าเชื่อกว่า

ชื่อ 'ซานชิง' ทำเอากู้อันนึกถึงตำนานเทพเจ้าสามองค์ในโลกเก่า ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกันไหม

คงไม่เกี่ยวหรอกมั้ง ไม่งั้นนิยาย 'ตำนานสถาปนาเทวดา' ที่เขาเขียนคงงานเข้าหนักกว่านี้

หรือว่าวิถีแห่งซานชิงจะสะท้อนไปทุกจักรวาล โลกนี้มี โลกเก่าก็มี?

ความคิดกู้อันแล่นเร็วปรื๋อ แต่ปากยังคงเงียบ

นักพรตเสวียนเมี่ยวกล่าวต่อ "อาตมาตามหาวาสนา ไม่ทราบว่าจะขอพบท่านเทพขุนเขาสักครั้งได้หรือไม่?"

ดูเหมือนเขาจะไม่สงสัยคำพูดของกู้อันเลยสักนิด

หรือว่าโลกนี้จะมีเทพขุนเขาอยู่จริง เขาเลยไม่แปลกใจ?

กู้อันเริ่มอยากรู้จักนักพรตผู้นี้ขึ้นมาตงิดๆ เผื่อจะได้เปิดหูเปิดตาเรื่องราวในโลกนี้มากขึ้น

"พบข้าแล้วได้อะไร?"

เสียงกู้อันดังขึ้นอีกครั้ง ยังคงไร้ทิศทางที่มา

นักพรตเสวียนเมี่ยวตอบ "เซียนเทพในโลกมนุษย์นั้นหาได้ยากยิ่ง หากได้พบพานนับเป็นมงคลแก่ชีวิต อีกทั้งอาตมายังมีเรื่องส่วนตัวอยากรบกวนเล็กน้อย"

ได้เจอเทพขุนเขา เขายินดีเสียยิ่งกว่าเจอสมบัติล้ำค่า

เขาใช้พลังระดับแปรสภาพเทพตรวจสอบรอบด้านแล้วแต่ไม่พบใคร แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีตบะแก่กล้ากว่ามาก

และเมื่ออีกฝ่ายไม่ลงมือทำร้าย แสดงว่าไม่ใช่คนชั่ว ไม่ว่าจะเป็นเทพขุนเขาตัวจริงหรือไม่ก็น่าคบหา

ฟึ่บ—

ลมแรงพัดกระแทกหน้าอีกระลอก ใบไม้ปลิวว่อน นักพรตเสวียนเมี่ยวต้องยกแขนขึ้นบัง

เมื่อลมสงบ เขาเงยหน้ามองไปเบื้องหน้า แล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

บนกิ่งไม้ใหญ่เบื้องหน้า มีคนตัวจิ๋วในชุดขาว

ใช่แล้ว! คนตัวจิ๋ว!

สูงเพียงสามนิ้ว แค่มือเดียวก็น่าจะกำมิด!

คนตัวจิ๋วสวมชุดขาว สวมหน้ากากงิ้วปิดบังใบหน้า ดูลึกลับน่าค้นหา

นั่นคือกู้อันที่ใช้วิชา 'ย่อขยายดั่งใจ' ย่อส่วนตัวเองลงมา

วิชานี้เป็นอภินิหารที่ตื่นขึ้นมาจาก 'เคล็ดวิชาสมปรารถนากำเนิดฟ้า' ซึ่งพัฒนามาจากวิชาบำรุงปราณนั่นเอง

นักพรตเสวียนเมี่ยวรีบคุกเข่าข้างหนึ่งลง ประสานมือคารวะ "หลี่เสวียนเมี่ยว คารวะท่านเทพขุนเขา!"

เขาสัมผัสได้ว่านี่ไม่ใช่วิชาลวงตา และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนตัวเล็กขนาดนี้ จึงปักใจเชื่อทันทีว่าอีกฝ่ายคือเทพขุนเขา

เพราะเขาไม่เคยเห็นคาถาที่ย่อส่วนคนได้จริง เคยเห็นแต่วิชาดูดคนเข้าไปในมิติย่อส่วน

กู้อันกระโดดดึ๋งๆ ไปที่ปลายกิ่งไม้ ก้มมองนักพรตเสวียนเมี่ยว ถามว่า "ของในมือเจ้านั่นคืออะไร?"

พร้อมกันนั้นก็โยนทักษะตรวจสอบอายุขัยใส่

[หลี่เสวียนเมี่ยว (ระดับแปรสภาพเทพ ขั้น 5): 198/900/4,500]

ลิมิตอายุขัยสี่พันห้าร้อยปี?

น้อยไปหน่อยมั้ง สำหรับคนที่โชว์เทพขนาดนั้น

แสดงว่ามรดกวิชาของเขานี่ต้องโหดขิงๆ

นักพรตเสวียนเมี่ยวรีบตอบ "นี่คือสมบัติสืบทอดประจำเขาซานชิง ขอเพียงพกติดตัว เมื่อวาสนาเชื่อมโยง มันจะชี้ทางให้ไปพบกับโชคชะตาที่จะช่วยส่งเสริมการบำเพ็ญเพียร"

พูดจบเขาก็ยิ้มกว้าง

โชคชะตาลิขิตให้เขามาพบท่านเทพขุนเขาสินะ!

แต่กู้อันกลับคิดว่า หรือจริงๆ แล้วถ้ำสวรรค์เสวียนเทียนควรจะเป็นของหมอนี่?

เป็นไปได้สูง ถ้าเขาไม่มีระบบโกง คงไม่มาทะลวงด่านที่นี่ ไม่ทำถ้ำร้าว และถ้ำนี้ก็คงไม่ตกเป็นของเขา

คิดไปคิดมา เหมือนเขาไปแย่งวาสนาชาวบ้านมาหน้าด้านๆ

นักพรตเสวียนเมี่ยวกล่าวต่อ "ท่านเทพขุนเขา อาตมาเพิ่งรับศิษย์คนหนึ่ง เขาโดนพิษร้ายแรง อาตมาจนปัญญาจะรักษา ท่านพอจะช่วยดูอาการให้เขาหน่อยได้หรือไม่?"

เดิมทีเขาแค่อยากมาหาของดี แต่ในเมื่อเจอเทพตัวเป็นๆ ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาหนักอกได้

กู้อันเงียบไป ยกมือลูบคาง ทำท่าครุ่นคิดอย่างมีจริตจะก้าน

นักพรตเสวียนเมี่ยวหัวไว รีบหงายฝ่ามือขึ้น เห็ดหลินจือยักษ์ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ เขายื่นถวายด้วยสองมือ "นี่คือเห็ดหลินจือดินระดับ 6 หวังว่าท่านเทพขุนเขาจะถูกใจ"

กู้อันกวักมือ เห็ดหลินจือลอยลิ่วมาเข้ามือ ขนาดมันใหญ่กว่าตัวเขาตั้งเยอะ เวลาถือเลยดูตลกพิลึก

แต่นักพรตเสวียนเมี่ยวไม่ขำ กลับมองด้วยความศรัทธา

การกระทำของเซียนเทพย่อมมีความหมายลึกซึ้ง เกินกว่าปุถุชนจะเข้าใจ

"พรุ่งนี้เวลานี้ พาเขามา" กู้อันสั่ง

นักพรตเสวียนเมี่ยวรีบขอบคุณ พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที กู้อันก็หายวับไปแล้ว

เขายิ้มอย่างพอใจแล้วเดินกลับ ไม่คิดจะเดินหน้าต่อ ซึ่งทำให้กู้อันพอใจมาก

อย่างน้อยหมอนี่ก็ไม่ใช่พวกโลภมากหรือเจ้าเล่ห์เพทุบาย

ตอนตรวจสอบอายุขัย กู้อันเห็นศิษย์ปีศาจของหมอนี่แล้ว และรู้ด้วยว่าโดนพิษอะไร ซึ่งเขามียาแก้พอดี

พอนักพรตเสวียนเมี่ยวลับสายตา กู้อันก็กลับเข้าถ้ำสวรรค์แปดทิศ เริ่มลงมือปรุงยา

เขาเอาดอกถานฮวาที่เก็บไว้ออกมาโยนลงหม้อ จุดไฟด้วยเพลิงสัจธรรมไท่ชิง

ฉุกคิดขึ้นมาได้

วิชาปรุงยาของหุบเขาโอสถอาจจะสืบทอดมาจากเขาซานชิงก็ได้นะเนี่ย ถึงได้มีเพลิงไท่ชิงเหมือนกัน

เป็นไปได้สูง!

...

คืนถัดมา นักพรตเสวียนเมี่ยวพาศิษย์รักมาตามนัด บรรยากาศยังคงวังเวงเหมือนเดิม

เจ้าหนูจิ้งจอกเกาะแขนอาจารย์แน่น กวาดตามองรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง กลัวผีโผล่

นักพรตเสวียนเมี่ยวเลิกชายเสื้อคุกเข่าลง สั่งให้ศิษย์ทำตาม

รอสักพัก ลมแรงพัดวูบ

ยาเม็ดขนาดเท่าหัวแม่โป้งกลิ้งหลุนๆ มาหยุดที่เข่านักพรตเสวียนเมี่ยว เขาหยิบขึ้นมาดู

"ให้เขากินซะ"

เสียงกู้อันลอยมาตามลม นักพรตเสวียนเมี่ยวไม่รอช้า ยัดยาเข้าปากศิษย์ทันที

ยาละลายในปาก นักพรตเสวียนเมี่ยวจับชีพจรศิษย์ ตรวจสอบอาการ ไม่นานใบหน้าก็ฉายแววปิติ

เขาเงยหน้าถาม "บังอาจถามท่านเทพขุนเขา ศิษย์ข้าโดนพิษอะไรหรือ?"

"พิษถานฮวา เขาคงเคยไปที่ที่ต้นถานฮวาขึ้น และเผลอกินอะไรเข้าไป" กู้อันปรากฏตัวบนกิ่งไม้ เฉลยข้อข้องใจ

เห็นเทพขุนเขาตัวจิ๋ว เจ้าหนูจิ้งจอกตาโตเท่าไข่ห่าน

นักพรตเสวียนเมี่ยวหน้าดำคล้ำ กัดฟันกรอด "ลัทธิถานฮวา ช่างชั่วช้าสามานย์ สมควรตาย!"

กู้อันนั่งยองๆ บนกิ่งไม้ มองสองศิษย์อาจารย์ "ศิษย์เจ้าปลอดภัยแล้ว กลับไปซะ แล้วจำไว้ ห้ามบอกใครเรื่องข้า ไม่งั้นข้าจะไปคิดบัญชี"

นักพรตเสวียนเมี่ยวเงยหน้าเว้าวอน "ท่านเทพขุนเขา พอจะมีวิชาที่ทำให้เป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้าถ่ายทอดให้บ้างไหม? ข้ายอมแลกด้วยทุกอย่างที่มี"

ความพ่ายแพ้ต่ออันฮ่าวเป็นแผลใจที่ฝังลึก

นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ยอมกลับสำนัก เพราะอายเกินกว่าจะสู้หน้าใคร

"อันดับหนึ่งในใต้หล้า? ถ้าเจ้าเป็นได้ เจ้าคงไม่มาขอข้า และในเมื่อเจ้าเป็นไม่ได้ ทุกอย่างที่เจ้ามีก็ไม่มีค่าพอจะแลกกับมัน" กู้อันตอบแบบกวนๆ

นักพรตเสวียนเมี่ยวหน้าถอดสี แต่ในใจกลับมีความหวัง

ท่านเทพขุนเขาไม่ได้ปฏิเสธ!

เขาแค่ลองหยั่งเชิงดู ไม่นึกว่าจะมีหวัง

ก็จริง ศิษย์เขาซานชิงรุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่เคยเจอเทพเดินดิน การได้พบเทพย่อมเป็นวาสนาที่หาได้ยากยิ่ง

"ท่านเทพขุนเขา โปรดชี้แนะ! ขอแค่ไม่ผิดต่อหลักการสำนัก ข้ายินดีทำทุกอย่าง!"

กู้อันแกล้งทำท่าคิดหนัก กอดอกแน่น ผ่านไปสักพักก็โพล่งออกมา "เอางี้ วิชาที่เจ้าใช้เรียกยอดฝีมือระดับจิตลึกลับนั่นน่ะ เอามาแลกกับข้า"

นักพรตเสวียนเมี่ยวหน้าซีดเผือด

ความศรัทธาในตัวเทพขุนเขาพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน!

ท่านรู้กระทั่งระดับพลังของท่านบรรพชน! ตบะท่านต้องสูงส่งเพียงใด!

แถมตอนนั้นสู้กันไกลลิบโลก

นักพรตเสวียนเมี่ยวละล่ำละลัก "วิชานั้นชื่อ ประตูเทพเปิดสวรรค์ ใช้เรียกคนได้เฉยๆ ไม่ได้ทำร้ายใคร ข้ายินดีแลก!"

เขาหยิบม้วนคัมภีร์ออกมาจากแขนเสื้อ ชูขึ้นเหนือหัว

กู้อันดูดม้วนคัมภีร์มา ตรวจสอบด้วยจิตสัมผัสแวบหนึ่ง พอเห็นว่าของจริง ก็สะบัดมือ

ตำราเล่มหนึ่งร่วงตุ้บลงตรงหน้านักพรตเสวียนเมี่ยว

กายาหยินหยางเก้าขั้ว!

เห็นชื่อวิชา นักพรตเสวียนเมี่ยวตาลุกวาว

กู้อันกะจะยกระดับวิชานี้อยู่แล้ว เลยไม่หวงที่จะถ่ายทอด อีกอย่างวิชานี้ก็ได้มาจากหอพันฤดูสารท

เขาอยากรู้ว่าอัจฉริยะอย่างนักพรตเสวียนเมี่ยวต้องใช้เวลากี่ปีกว่าจะฝึกสำเร็จ

นักพรตเสวียนเมี่ยวเปิดตำราอ่านอย่างหิวกระหาย กู้อันก็ไม่เร่ง เก็บม้วนคัมภีร์เข้าถุง

อ่านไปสักพัก มือไม้ของนักพรตเสวียนเมี่ยวก็เริ่มสั่น

เขาปิดตำรา เก็บเข้าอกเสื้อ แล้วถอดแหวนมิติออกมา หยิบกล่องไม้เจ็ดใบออกมาวางเรียงกัน

"วิชานี้ล้ำลึกกว่าประตูเทพเปิดสวรรค์มากนัก ข้าไม่อาจเอาเปรียบท่านได้ นี่คือเมล็ดพันธุ์สมุนไพรระดับ 7 ที่ข้าได้รับบรรณาการมา เดิมทีจะเอาไปปรับปรุงถ้ำฝึกตน ขอมอบให้ท่านทั้งหมด!"

หืม?

รู้ความ!

กู้อันคะแนนความชอบพุ่งปรี๊ด

เขาดูดกล่องไม้ทั้งเจ็ดมาวางบนกิ่งไม้ "พวกเจ้าไปได้แล้ว"

นักพรตเสวียนเมี่ยวโขกศีรษะคำนับ สั่งให้ศิษย์ทำตาม แล้วรีบจูงมือศิษย์จากไป

กู้อันมองตามหลัง พึมพำกับตัวเอง "เป็นคู่กรรมคู่เวรกันจริงๆ"

เขาไม่ได้หมายถึงตัวเองกับนักพรตเสวียนเมี่ยว แต่หมายถึงนักพรตเสวียนเมี่ยวกับเจ้าหนูจิ้งจอกนั่นต่างหาก

เขาอดใจไม่ไหว โยนทักษะตรวจสอบไปอีกที

[จิ้งจอกภูตเหลือง (ระดับกลั่นลมปราณ ขั้น 4): 14/999/14,000]

ลิมิตอายุขัยหนึ่งหมื่นสี่พันปี! เท่ากับจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนเป๊ะ! แถมชื่อยังมีคำว่า 'เหลือง (หวง)' เหมือนกันอีก

ไอ้หนูนี่ต้องเป็นร่างอวตารหรือทายาทของจักรพรรดิปีศาจแหงๆ!

บทที่ 134: เป้าหมายคือเจ้าสำนักไท่เสวียน!

อากาศยามเช้าช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงสดชื่นแจ่มใส

ณ หุบเขาโอสถที่สาม

กู้อันกำลังง่วนอยู่กับการเก็บสมุนไพร โดยมีลู่หลิงจวินเดินตามต้อยๆ คอยถือตะกร้ารับสมุนไพรที่เขาห่อให้อย่างดี

"ข้าว่าวันๆ เจ้าก็ไม่ได้ทำอะไรยิ่งใหญ่สักหน่อย ทำไมต้องให้ข้ามาคอยเฝ้าด้วยเนี่ย?" ลู่หลิงจวินบ่นกระปอดกระแปด

ระดับผู้อาวุโสฝ่ายในต้องมาเป็นเบ๊ให้ศิษย์ฝ่ายนอก?

เสียสถาบันหมด!

"ข้าก็ไม่ได้ขอให้เจ้ามาเฝ้าสักหน่อย เจ้าได้อภิสิทธิ์นั่งสมาธิใต้ต้นเสวียนชิง แถมได้กินเงินเดือนผู้อาวุโส รู้ไหมว่าคนอื่นเขาอิจฉาตาร้อนกันแค่ไหน" กู้อันตอบแบบไม่ใส่ใจ มุมปากยกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

สมุนไพรระดับ 6 ที่เก็บอยู่นี่ บวกอายุขัยต้นละ 60-100 ปีเชียวนะ!

ทำฟาร์มนี่มันฟินจริงๆ!

ไปไล่ฆ่าคนระดับผสานกาย ดีไม่ดีได้อายุขัยไม่คุ้มเหนื่อย แถมมีเรื่องปวดหัวตามมาอีก!

ลู่หลิงจวินฟังแล้วก็เถียงไม่ออก แต่ก็ยังรู้สึกว่างานนี้มันลดเกรดนางเกินไป แสดงว่าลวี่ไป่เทียนไม่ให้เกียรตินางเลย

นางจึงตั้งเป้าหมายใหม่ในใจ

ข้าจะเป็นเจ้าสำนักไท่เสวียน!

ในเมื่อโดนจับคู่กับกู้อันแล้ว ก็ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเขาไว้

กู้อันมีแต้มต่อเยอะ สมุนไพรระดับสูงในหุบเขานี้ทำให้เขามีอำนาจต่อรองไม่น้อย

ในอนาคต นางจะใช้กู้อันเป็นฐาน ใช้สมุนไพรของเขาสร้างบารมี สร้างขั้วอำนาจของตัวเอง แล้วค่อยๆ รุกคืบยึดอำนาจ

พอมโนภาพความสำเร็จ ลู่หลิงจวินก็ยิ้มแก้มปริ สวยสะพรั่งจนดอกไม้ยังอาย กู้อันหันมาเห็นพอดี ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"ยิ้มสยองแบบนั้น คิดจะวางยาข้าเรอะ?" กู้อันถอยกรูด

ลู่หลิงจวินฉีกยิ้มหวาน "จะวางยาเจ้าได้ไง เจ้าเป็นถึงท่านเจ้าหุบเขาของข้านะ ถ้าไม่ได้เจ้าช่วย ป่านนี้ข้าคงไม่ได้สุขสบายแบบนี้หรอก"

"อะแฮ่ม ข้าเองก็ไม่ได้หวงห้ามเจ้าเรื่องไปนั่งใต้ต้นไม้ ผลประโยชน์ต่างตอบแทน ได้ทั้งคู่ จริงไหม? อย่างน้อยต้นไม้ระดับ 7 ในสำนักก็มีน้อยนิด"

กู้อันกระแอมแก้เก้อ แล้วก้มหน้าก้มตาเก็บสมุนไพรต่อ

"ใช่ๆ เจ้าพูดถูก ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้า วันหน้าข้าจะตอบแทนแน่นอน"

"คิดได้งั้นก็ดี"

ลู่หลิงจวินเลิกกวนใจ ปล่อยกู้อันทำงานไป

ขากลับ ลู่หลิงจวินถามขึ้น "ท่านเจ้าหุบเขา ไม่อยากเพิ่มระดับพลังบ้างเหรอ? เจ้าติดอันดับงานประลองแสดงว่าพื้นฐานไม่เลว แค่ขี้เกียจซ้อม"

ยิ่งกู้อันเก่ง แผนการยึดอำนาจของนางก็ยิ่งง่าย!

"ไม่เลวแต่ก็ไม่เทพ ข้าติดอันดับเพราะอาวุธวิเศษช่วยหรอก อย่ามากล่อมซะให้ยาก ฝึกแทบตายอยู่ได้แค่เจ็ดแปดร้อยปี ชีวิตหมดไปกับการนั่งสมาธิ สู้เอาเวลามาเสพสุขไม่ดีกว่ารึ? ข้าไม่ฝึกเพราะข้าฉลาดเลือกทางลัด พรสวรรค์ข้าสู้เจ้าไม่ได้หรอก"

กู้อันร่ายยาวด้วยตรรกะสุดเพี้ยน แต่ลู่หลิงจวินกลับสัมผัสได้ถึงความปลงตกที่น่าเศร้า

ในฐานะผู้มาเยือนจากต่างแดน นางเห็นมาเยอะ คนที่ดิ้นรนแทบตายสุดท้ายก็หนีไม่พ้นลิขิตฟ้า

ตายเพราะทัณฑ์สวรรค์ ตายเพราะโดนฆ่า ตายเพราะธาตุไฟเข้าแทรก

นางลองถามตัวเอง ความสุขทั้งชีวิตที่ผ่านมา รวมกันแล้วจะเท่าความสุขของคนตรงหน้านี้ไหม?

ภาพลักษณ์ของกู้อันในใจนางเปลี่ยนไปทันที

ระดับพลังต่ำต้อย แต่ใจกว้างดั่งมหาสมุทร มองโลกทะลุปรุโปร่ง

ลู่หลิงจวินเดินตามหลังกู้อัน ถามต่อ "งั้นเจ้าว่าข้าควรเอาอย่างเจ้าไหม?"

"เอาอย่างข้า? ตลกน่า ระดับเจ้ามันพิสูจน์แล้วว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะ คนเราเกิดมาต้องสู้ ข้ากากข้าเลยเลือกเสพสุขทางกว้าง ส่วนเจ้าเทพเจ้าต้องเสพสุขทางยาว"

กู้อันตอบส่งเดช ใครจะมาเลียนแบบเขาล่ะ เขาโกงอายุขัยได้ คนอื่นทำไม่ได้นี่หว่า

เขาแค่พูดปัดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเทพของตัวเอง ไม่ได้กะจะสอนปรัชญาใคร

แต่ลู่หลิงจวินกลับเลื่อมใสหนักกว่าเดิม

ทั้งสองเดินคุยกันจนถึงที่พัก

ตกดึก กู้อันแวบไปที่ถ้ำสวรรค์เสวียนเทียน

ครึ่งเดือนแล้วตั้งแต่แลกวิชากับนักพรตเสวียนเมี่ยว

กู้อันเอาเมล็ดพันธุ์ระดับ 7 ทั้งเจ็ดชนิดลงดิน เขาไม่กลัวใครมาเจอที่นี่ ถ้าความแตก ก็แค่ใช้คาถาย่อส่วนภูเขาทั้งลูกแล้วยกหนีไปที่อื่น

ของดีระดับนี้ต้องดูแลใกล้ชิด เขาเลยแวะมาดูวันเว้นวัน กันมันโตผิดรูปหรือตีกันเอง

ตรวจดูแล้วเรียบร้อยดี กู้อันยิ้มกริ่ม

ตอนนี้เก็บเกี่ยวอายุขัยได้ตลอดปี ไม่ต้องพัก เหนื่อยแต่ฟิน

การทะลวงด่านครั้งหน้า เขาเล็งจะไปเปิดถ้ำใหม่ที่อื่น แล้วหาคนมาเฝ้า เขาจะได้มาเก็บเกี่ยวอย่างเดียว

คนเฝ้าต้องเป็นพวกชอบสันโดษ

แต่นั่นเรื่องของอนาคต

เขาเดินไปที่กระท่อม หยิบตำราค่ายกลจื่อเวยและอุปกรณ์ออกมา เริ่มลองวางค่ายกล

ถ้ำใหม่ต้องใช้ค่ายกลเยอะ ต้องซ้อมมือไว้ก่อน

ในขณะเดียวกัน

ห่างออกไปหลายพันลี้ ในศาลเจ้ากลางป่าลึก

นักพรตเสวียนเมียวนั่งหน้าเตาปรุงยา กำลังฝึกวิชา 'กายาหยินหยางเก้าขั้ว' สองมือร่ายรำ ไอปีศาจสีเขียวเข้มลอยออกมาหมุนวนรอบตัว

ก๊อก ก๊อก—

เสียงเคาะประตูดังเบาๆ นักพรตเสวียนเมี่ยวไม่ลืมตา เอ่ยอนุญาต "เข้ามา"

ประตูเปิดออก เจ้าหนูจิ้งจอกเดินเข้ามา

เขานั่งคุกเข่าตรงหน้าอาจารย์ เสียงสั่นเครือ "ท่านอาจารย์... ข้าฝันร้าย"

"ฝันว่าอะไร?"

"ฝันว่าฟ้าถล่มลงมา ปีศาจกับนักพรตชุดดำนับไม่ถ้วนแห่ลงมาฆ่าทุกชีวิตบนพื้นดิน แล้วก็เห็นต้นไม้ใหญ่ยักษ์น่ากลัว... บนต้นไม้นั้นมีใบหน้าคน..."

เจ้าหนูจิ้งจอกเล่าไปตัวสั่นไป ไม่รู้เพราะกลัวหรือเพราะลมหนาวที่พัดเข้ามา

นักพรตเสวียนเมี่ยวลืมตา ไอปีศาจสลายไป เขาหยิบเข็มทิศออกมาเริ่มคำนวณ

เจ้าหนูจิ้งจอกจ้องเข็มทิศตาแป๋ว

เข็มทิศเปล่งแสง ดาวระยิบระยับลอยขึ้นมา นักพรตเสวียนเมี่ยวใช้นิ้วจิ้มหน้าผากศิษย์

เจ้าหนูจิ้งจอกตัวแข็งทื่อ ตาเหลือกขึ้น

นักพรตเสวียนเมี่ยวดึงเส้นแสงออกมาจากหน้าผากศิษย์ ใส่เข้าไปในกลุ่มดาวบนเข็มทิศ

วูบ—

คลื่นพลังกระจายออก กลุ่มดาวระเบิดตัวกลายเป็นภาพฉาย ภาพฝันร้ายของเจ้าหนูจิ้งจอกปรากฏขึ้น

ฟ้าแตกเป็นเสี่ยงๆ รอยแยกสีดำพาดผ่านท้องฟ้า ปีศาจและคนชุดดำทะลักออกมาเหมือนมดแตกรัง หมอกดำปกคลุมไปทั่ว ทุกอย่างที่สัมผัสแห้งเหี่ยว สิ่งมีชีวิตกลายเป็นกระดูก

ภาพสยดสยองทำเอานักพรตเสวียนเมี่ยวคิ้วขมวด

ดูไปสักพัก หน้าเขาถอดสี เพราะเห็นภาพ 'ทะเลเหนือ' (เป่ยไห่)!

เจ้าหนูจิ้งจอกเห็นภาพนั้นก็ยิ่งกลัว ไม่อยากจำมันอีก

ผ่านไปครู่ใหญ่

นักพรตเสวียนเมี่ยวเก็บเข็มทิศ เดินออกไปที่ลานบ้าน หยิบกระดาษยันต์ออกมาเขียนข้อความยุกยิก พับแล้วเผาด้วยไฟปราณ

ขี้เถ้ายันต์เรืองแสงวูบหนึ่งก่อนจะหายไป

"ท่านอาจารย์ทำอะไรหรือขอรับ?" เจ้าหนูจิ้งจอกถาม

"ส่งข่าวกลับสำนัก"

"สำนักเขาซานชิงที่ท่านพูดถึงบ่อยๆ น่ะหรือขอรับ?"

"ใช่"

"เมื่อไหร่ท่านจะพาข้าไปที่นั่นเสียที?"

"ตั้งใจฝึกฝนเข้า คนนอกจะเข้าเขาซานชิงต้องผ่านการทดสอบโหดหิน ตอนนี้เจ้ายังอ่อนหัดนัก"

นักพรตเสวียนเมี่ยวตอบปัดๆ คิดอะไรบางอย่างแล้วกำชับศิษย์อีกประโยค ก่อนจะเดินออกจากศาลเจ้าไป

แสงจันทร์ลอดผ่านแมกไม้กระทบร่างเจ้าหนูจิ้งจอก เขาจ้องมองแผ่นหลังอาจารย์ ใบหน้าใสซื่อเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา แววตาคมกริบ

"เทพขุนเขางั้นรึ..."

...

ในถ้ำสวรรค์เสวียนเทียน กู้อันวางพู่กันลง สีหน้าเคร่งเครียด

[จิ้งจอกภูตเหลืองเกิดจิตมุ่งร้าย ระแวงในความแข็งแกร่งของคุณ ต้องการตรวจสอบอายุขัยหรือไม่?]

ระแวง?

มุ่งร้ายระดับไหนกันนะ?

ฆ่าทิ้งดีไหม?

พอนึกถึงลิมิตอายุขัยหมื่นสี่พันปี เขาก็ระแวงเหมือนกัน

ปีศาจที่อายุยืนเกินหมื่นปีนี่ระดับบอสทั้งนั้น

กู้อันใช้จิตสัมผัสเห็นนักพรตเสวียนเมี่ยวกำลังมุ่งหน้ามาหา

คุยกับอาจารย์มันก่อนดีกว่า

หนึ่งก้านธูปต่อมา

นักพรตเสวียนเมี่ยวมาถึงป่าที่นัดพบ คุกเข่าลงตะโกน "อาตมามีเรื่องร้อนใจขอเข้าพบท่านเทพขุนเขา!"

ทันใดนั้น เทพขุนเขาก็โผล่มาบนกิ่งไม้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอานักพรตเสวียนเมี่ยวทึ่งในความเทพ

ไม่รอให้กู้อันถาม นักพรตเสวียนเมี่ยวรีบควักเข็มทิศออกมาฉายภาพฝันร้ายของศิษย์ให้ดู

พอภาพจบ เขาก็เสริม "ในฝันมีทะเลเหนือด้วย นี่อาจเป็นสัญญาณหายนะของที่นี่"

กู้อันเซ็งเป็ด

ลัทธิถานฮวาอีกแล้ว!

ต้นไม้ในฝันนั่นคือต้นแม่ถานฮวาแหงๆ ดูท่าพวกมันกะจะบุกเก้าราชวงศ์เต็มอัตราศึก

ต้นไม้นี่มีกี่ต้นกันแน่เนี่ย?

กู้อันชักอยากจะล้างบางลัทธิถานฮวาให้สิ้นซาก จะได้เลิกมากวนใจเวลาเขาทำสวน

แต่ก่อนหน้านั้น ต้องเสี้ยมให้เจ้าหนูจิ้งจอกนั่นอยู่ไม่เป็นสุขสักหน่อย

"ศิษย์เจ้านี่ไม่ธรรมดาเลยนะ จะเป็นภัยหรือเป็นคุณ ก็สุดจะคาดเดา" กู้อันเปรยออกมา

นักพรตเสวียนเมี่ยวหน้าซีดเผือด

เหงื่อกาฬไหลพรากราวกับนึกอะไรขึ้นได้

ปฏิกิริยานี้ทำกู้อันงง

แค่พูดลอยๆ ประโยคเดียว สะเทือนขวัญขนาดนี้เลยเรอะ?

นักพรตเสวียนเมี่ยวนึกถึงคำสอนของอาจารย์ "เสวียนเมี่ยว ชะตาเจ้ามีเคราะห์กรรมเก้าครั้ง ทุกครั้งคือความเป็นความตาย ล้วนเกิดจากความผูกพันทางโลก หลบไม่ได้ หนีไม่พ้น ต้องฝ่าไปให้ได้จึงจะบรรลุ"

เขามองกู้อันด้วยสายตาเทิดทูน

สมเป็นท่านเทพขุนเขา! มองทะลุปรุโปร่งถึงกรรมและวาสนา!

เขาสูดหายใจลึก ลุกขึ้นโค้งคำนับ "ขอบพระคุณท่านเทพขุนเขาที่ชี้แนะ อาตมาจะระวังตัว!"

พูดจบก็หันหลังกลับ เดินจากไป

กู้อันเอียงคอ หน้ากากงิ้วยังคงบดบังความงุนงงบนใบหน้า

ไปรู้อะไรมาอีกล่ะนั่น?

จบบทที่ 133-134

คัดลอกลิงก์แล้ว