97-100
97-100
ผมแปลไป 300 บท แล้วน่ะ แนะนำหน่อย ผิดพลาดตรงไหนแก้ตรงไหน
บทที่ 97: ทะลวงสู่ระดับมหายานขั้นแปด!
ขณะที่กู้อันกำลังดื่มด่ำกับการเพิ่มพูนพลัง ปราณฟ้าดินในเทือกเขาเป่ยไห่ก็จมดิ่งลงอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมพายุหมุนรุนแรงราวกับวันสิ้นโลก
เหล่าปีศาจ ผู้บำเพ็ญเพียร และภูตผีต่างพากันหลบซ่อนตัว เฝ้ารอให้ภัยพิบัตินี้ผ่านพ้นไป
ณ หุบเขาแห่งหนึ่ง หลี่เสวียนเต้าเริ่มกระบวนการฝ่าด่านเคราะห์
เมฆทัณฑ์สวรรค์ลอยต่ำอยู่เหนือหุบเขา สายฟ้าแลบแปลบปลาบสะสมพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
หลี่เสวียนเต้าโคจรพลังบนแท่นค่ายกล มังกรทองคำหลายตัววนเวียนรอบกาย เสื้อคลุมสะบัดพริ้วตามแรงลม
ทันใดนั้น เขาลืมตาโพลง จ้องมองท้องฟ้า สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาจากก้อนเมฆ!
ตูม!
ม่านแสงค่ายกลชั้นนอกสุดรับแรงกระแทกจนสั่นสะเทือน สายฟ้าลูกที่สองและสามตามมาติดๆ แสงสว่างวาบวับสลับกับความมืดมิด
หลี่เสวียนเต้าเรียกกระบี่คู่กายออกมา เสียงมังกรคำรามดังก้อง ไอโลหิตและเสียงกรีดร้องของวิญญาณแค้นพวยพุ่งออกมาจากตัวกระบี่
เขาปักกระบี่ลงข้างกาย หลับตาลง ร่ายคาถาเร่งเร้าพลังจากค่ายกลรอบทิศทาง
กองทัพหินวิญญาณบินออกจากถุงสมบัติ ปูพรมเต็มพื้นที่แท่น
ยาเพิ่มพลังเม็ดแล้วเม็ดเล่าลอยเข้าปากเขา ออร่าพลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ท่ามกลางความมืดมิดของเทือกเขาเป่ยไห่ แสงสว่างจากหุบเขาแห่งนี้ดูเล็กจ้อยราวกับหิ่งห้อยที่กำลังสู้แสงจันทร์
......
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
กู้อันก้าวเข้าสู่ระดับจิตลึกลับขั้นหนึ่ง และเริ่มไต่ระดับสู่ขั้นเก้า
เมื่อบรรลุระดับจิตลึกลับ หัวใจของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง มันเปล่งแสงสีทอง เลือดที่สูบฉีดกลายเป็นสีทองอร่าม ผนังหัวใจปรากฏอักขระลึกลับประทับอยู่
กู้อันสัมผัสได้ถึงความรู้แจ้งบางอย่าง
'มหาอภิญญากำเนิดฟ้า' !
อักขระจิตลึกลับสามารถให้กำเนิดวิชาเฉพาะตัวได้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความรู้สะสมของแต่ละคน
กู้อันดำดิ่งสู่ห้วงแห่งการเรียนรู้ ใช้โอกาสนี้ทบทวนวิชาทั้งหมดที่มี พร้อมกับระดับพลังที่พุ่งทะยานไม่หยุด
จิตลึกลับ ขั้น 2!
จิตลึกลับ ขั้น 3!
จิตลึกลับ ขั้น 4!
ทันใดนั้น กู้อันลืมตาขึ้น มองไปเหนือยอดไม้
สายฟ้าประหลาดปรากฏขึ้นกลางอากาศ ไม่ได้ผ่าลงมา แต่บิดเกลียวค้างอยู่อย่างนั้นเหมือนงูยักษ์ที่กำลังดิ้นรน
นั่นมันอะไร?
กู้อันขมวดคิ้ว รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
สายฟ้าแตกแขนงออก ฉีกกระชากมิติให้ขาดเป็นรอยแยกสีดำทมิฬ
ร่างหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากรอยแยกนั้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ผิวขาวซีด เสื้อผ้าขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เผยให้เห็นเรือนร่างสตรีที่งดงาม
กู้อันสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาล รีบส่องทักษะ 'เนตรหยั่งรู้อายุขัย' ทันที
ลู่หลิงจวิน (ระดับผสานกาย ขั้น 9): 1989/2750/3700
แม่เจ้า! ยายแก่อายุเกือบสองพันปี!
นี่คือคนที่แก่ที่สุดเท่าที่กู้อันเคยเจอ!
แถมระดับพลังยังเทียบเท่าลวี่ไป่เทียน!
นางเป็นใครมาจากไหน?
ลู่หลิงจวินลอยตัวกลางอากาศ รอยแยกมิติด้านหลังค่อยๆ ปิดตัวลง สายฟ้าหายวับไป
นางหยิบชุดคลุมสีฟ้าออกมาสวมทับร่างอย่างรวดเร็ว
กู้อันเลิกสนใจเรื่องเพศสภาพ ตอนนี้อยากรู้แค่ว่านางเป็นมิตรหรือศัตรู
เส้นผมเส้นหนึ่งของนางร่วงหล่น กลายเป็นงูขาวเกาะบนไหล่
กู้อันส่องอีกรอบ
จักรพรรดิปีศาจไป๋หลิง (ระดับผสานกาย ขั้น 8): 4678/6280/8300
สัตว์เลี้ยงระดับผสานกาย?
นี่มันคู่หูระดับพระกาฬชัดๆ!
งูขาวแลบลิ้น ส่งเสียงใสๆ ของหญิงสาว "ปราณเข้มข้นมาก ดูเหมือนเราจะ 'ทะลุมิติ' สำเร็จแล้วนะนายหญิง ตำนานเป็นเรื่องจริง!"
ทะลุมิติ?
กู้อันสตั๊นไปสามวิ
ลู่หลิงจวินขมวดคิ้วสวย "ทัณฑ์สวรรค์เมื่อกี้เกือบทำข้าวิญญาณแตกสลาย ข้าพยายามมุดออกมาทางที่บางที่สุด จนมาโผล่ที่นี่ ปราณที่นี่หนาแน่นกว่าโลกเดิมของเรามาก แต่จะใช่ 'โลกเบื้องบน' หรือเปล่าต้องลองสำรวจดู"
งูขาวมองไปรอบๆ "ปราณที่นี่กำลังจมดิ่ง มีกลิ่นอายระดับผสานกายอยู่ไกลๆ แสดงว่าเรามาถูกที่แล้ว ตอนเราอยู่โลกเดิม เดินทางทั่วหล้ามีปีศาจระดับผสานกายแค่ข้าคนเดียว มนุษย์ก็ไม่เกินห้าคน มีแต่ 'โลกเทียนหลิง' ในตำนานเท่านั้นที่จะมีระดับผสานกายเดินกันให้ว่อนแบบนี้"
โลกเทียนหลิง?
กู้อันหูผึ่ง
ดูเหมือนสองคนนี้จะมาจากโลกที่ระดับพลังต่ำกว่าที่นี่
โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาล เก้าราชวงศ์เป็นแค่ติ่งเล็กๆ ของทวีป ไม่มีใครรู้ว่าสุดขอบโลกมีอะไรซ่อนอยู่
กู้อันไม่คิดว่าระดับผสานกายจะเป็นจุดสูงสุดของโลกนี้ ยิ่งระดับเซียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นแค่ตำนานลอยๆ
แต่การได้รู้ว่ามีคนจากต่างโลกมาเยือน ทำให้เขาตื่นเต้นและโล่งใจไปพร้อมกัน
นึกว่าจะมีกองทัพมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ที่แท้ก็แค่ผู้ลี้ภัยสองหน่อ
ระดับจิตลึกลับ ขั้น 9 ของเขาตอนนี้คงพอรับมือไหว
แต่เพื่อความชัวร์... ต้องยกระดับให้สุด!
ระดับจิตลึกลับยังไม่ปลอดภัยพอ!
ต้องไปให้ถึง 'ระดับมหายาน'!
คนพวกนี้คงไม่สามารถยกระดับเป็นระดับมหายานได้ในร้อยปีหรอกมั้ง?
กู้อันตัดสินใจเด็ดขาด
เปิดหน้าต่างสถานะ!
จัดไปอีกหนึ่งแสนปี! ป๋าจ่ายไม่อั้น!
ท่านทุ่มเทอายุขัย 100,000 ปี เพื่อยกระดับพลัง
ท่านบำเพ็ญเพียร 1,000 ปี... พ่ายแพ้ต่อ 'ทัณฑ์สวรรค์ห้าเทพเสวียนหวง'... ล้มเหลว
ท่านบำเพ็ญเพียร 3,000 ปี... ล้มเหลว
......
สองพันปีลองที... โหดหินชะมัด
ในประวัติศาสตร์ไท่เสวียนไม่เคยมีบันทึกเรื่องระดับมหายาน กู้อันเลยไม่มีข้อมูลอ้างอิง
เขาเตรียมใจจ่ายแสนที่สองไว้แล้ว
ตัวเลขคือมายา พลังสิของจริง!
[ล้มเหลว!]
[ล้มเหลว!]
[ล้มเหลว!]
หนึ่งแสนปีแรกละลายหายไปกับสายลม กู้อันหน้ามืด
กัดฟันเติมอีกแสน!
ข้อความแห่งความล้มเหลวเด้งรัวๆ ดันความดันให้พุ่งปรี๊ด
ระดับจิตลึกลับ ขั้น 9 ผู้ใจเย็น... ตอนนี้อยากจะทุบคีย์บอร์ด!
ในที่สุด!
สวรรค์ทรงโปรด!
ท่านบำเพ็ญเพียร 87,000 ปี... ท่านเอาชนะ 'ทัณฑ์สวรรค์ห้าเทพเสวียนหวง' ได้สำเร็จ! ระดับพลังเลื่อนสู่ 'มหายาน' ขั้น 1
ท่านบำเพ็ญเพียร 88,000 ปี... ระดับพลังเลื่อนสู่ 'มหายาน' ขั้น 2
......
ท่านบำเพ็ญเพียร 99,000 ปี... ระดับพลังเลื่อนสู่ 'มหายาน' ขั้น 8
ท่านบำเพ็ญเพียร 100,000 ปี... ระดับพลังยังคงเพิ่มขึ้น
ระดับมหายาน ขั้น 8!
เบ็ดเสร็จโดนไปสองแสนปี!
กู้อันปาดเหงื่อ
โชคดีที่ผลลัพธ์น่าพอใจ การยกระดับรากวิญญาณและวิชาช่วยลดเวลาการฝึกได้จริง
ตอนนี้เขามั่นใจเต็มร้อย
ไม่ว่าโลกนี้จะมีใครเก่งแค่ไหน หรือทะเลกว้างใหญ่เพียงใด ในเก้าราชวงศ์นี้... เขาคือเบอร์หนึ่ง!
ขนาดลวี่ไป่เทียนระดับผสานกาย ขั้น 9 ยังคุมโซนได้สบายๆ เขาระดับมหายาน ขั้น 8 จะกลัวอะไร!
บทที่ 98: ความน่าสะพรึงกลัวของระดับมหายาน
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผิวน้ำทะเลเหนือ ปลุกให้สรรพชีวิตตื่นจากการหลับใหล
กู้อันยังคงนั่งนิ่ง อยู่ในสภาวะดูดซับพลังช่วงสุดท้ายของระดับมหายาน ขั้น 7 สู่ขั้น 8
เขาเช็คสถานะ เหลืออายุขัย 370,000 ปี
พอให้อัปทักษะโจมตีได้อีกหน่อย
แต่วันนี้พอแค่นี้ก่อน ธรรมชาติรอบข้างเริ่มประท้วงแล้ว ขืนดูดต่อป่าไม้คงแห้งตาย
เป้าหมายต่อไป... สิบล้านปี!
แค่คิดก็ขนลุก แต่ไฟในใจลุกโชน!
หนทางเซียนยาวไกล ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า
กู้อันรอจนร่างกายหยุดดูดซับพลัง
คืนเดียว บาเรียกินอายุขัยไปสองหมื่นกว่าปี คุ้มค่ากับความสงบ
เขาลองขยายจิตสัมผัส
ภาพทิวทัศน์ไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ชัดเจนระดับ 4K เขาเห็นทุกอย่าง ตั้งแต่มดเดินไปจนถึงสัตว์อสูรยักษ์นอนกรน
นี่คือพลังของระดับมหายาน!
สายตาเขาไปสะดุดกับคนคุ้นเคย
หลี่เสวียนเต้า!
กำลังนั่งหอบอยู่ในค่ายกลที่พังยับเยิน รอบตัวเต็มไปด้วยเศษซากขวดยาและหินวิญญาณ
กู้อันมุมปากกระตุก
พ่อบุญทุ่มจริงๆ! ใช้เงินแก้ปัญหาจนผ่านด่านเคราะห์ได้
เทียบกับกู้อันที่ต้องใช้เนื้อตัวเข้าแลก(ในนิมิต)แล้วมันน่าน้อยใจนัก
ช่างเถอะ คนรวยทำอะไรก็น่าเกลียด
ดูทรงแล้วหลี่เสวียนเต้าน่าจะรอด
กู้อันกวาดตามองหาหลี่หยา
เจอแล้ว!
นอนพะงาบๆ อยู่ในถ้ำ สภาพดูไม่จืด
ไอ้เด็กนี่... ขยันหาเรื่องเจ็บตัวจริงๆ
กู้อันตัดสินใจจะไปช่วยติวเข้มให้สักหน่อย ปู่โสมในตัวหลี่หยาดูท่าจะน้ำยาไม่พอ
ส่วนเจ้ามังกรฮ่าว กำลังเล่นบทหัวหน้าแก๊งเด็กแว้น ไล่ตบตีปีศาจตัวเล็กๆ อย่างสนุกสนาน
สุดท้าย กู้อันขยายจิตสัมผัสคลุมทั่วเทือกเขาเป่ยไห่
ความรู้สึกของการเป็นพระเจ้าที่มองลงมายังโลกมนุษย์... มันช่างยอดเยี่ยม!
แม้แต่ระดับผสานกายยังดูตัวเล็กจ้อยในสายตาเขา
ในเป่ยไห่มีระดับผสานกายเกือบร้อยคน แต่ระดับขั้น 9 มีไม่ถึงห้าคน หนึ่งในนั้นคือลวี่หลิงจวินที่ยังวนเวียนอยู่แถวนี้
กู้อันเก็บพลัง ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ
แสงแดดอุ่นๆ ทำให้รู้สึกเหมือนเกิดใหม่
ความแข็งแกร่งคือยาชูกำลังที่ดีที่สุดจริงๆ!
......
หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง
หลี่หยาเดินออกมาท้าแดด ร่างกายพันผ้าพันแผลเปื้อนเลือด
เขายกมือเรียกกระบี่ยักษ์สีดำทมึนให้ลอยมาเข้ามือ แขนสั่นระริกด้วยน้ำหนักมหาศาล
"แผลยังไม่หายดี จะรีบฝึกไปไหน?" เสียงวิญญาณบรรพบุรุษบ่นอุบ
"ข้าไม่มีเวลาแล้ว ต้องรีบเก่งให้ทันเข้าสำนักศักดิ์สิทธิ์" หลี่หยายิ้มร่า
"สำนักนั่นไม่เห็นจะน่าไปตรงไหน"
"แต่ท่านบอกว่าตระกูลหลี่เคยยิ่งใหญ่ ข้าต้องกู้ชื่อเสียงกลับมา!"
หลี่หยาแบกกระบี่ 'เหล็กทมิฬแห่งเป่ยไห่' เดินไปที่ลานกว้าง
กระบี่หนักหมื่นชั่ง ถ้าไม่ใช้ปราณช่วยแทบยกไม่ขึ้น
ทันใดนั้น!
ลมพายุหมุนพุ่งออกจากป่า หลี่หยาหันกลับไปยกกระบี่กัน
เปรี้ยง!
แรงกระแทกซัดเขากระเด็นไปอัดกำแพงหิน กระอักเลือดคำโต แผลปริแตกเลือดสาดกระจาย
"เฮ้ย ไอ้หนู! ส่ง 'แก่นพลังมังกรคชสาร' มาซะดีๆ!"
ปีศาจครึ่งคนครึ่งจิ้งจอกเดินออกมาจากป่า กรงเล็บแหลมคม ไอปีศาจคละคลุ้ง
"ราชันจิ้งจอกพิษอาฆาต!" หลี่หยากัดฟันเรียกชื่อ
"โดนพิษข้าไปขนาดนั้นยังยืนไหว แสดงว่ากินของดีเข้าไปแล้วสินะ!" ปีศาจจิ้งจอกแสยะยิ้มเหี้ยม
หลี่หยาใจเต้นรัว "ท่านปู่! ช่วยด้วย!"
วิญญาณบรรพบุรุษโวยวาย "พลังข้าจะหมดแล้วโว้ย! ช่วยเอ็งมาหลายคืนติดแล้วนะ!"
"อย่ามาโม้! ข้ารู้ว่าท่านยังมีก๊อกสอง!"
"ไอ้หลานเวร!"
ระหว่างที่หนึ่งคนหนึ่งผีเถียงกันในใจ ปีศาจจิ้งจอกก็ย่างสามขุมเข้ามา จิตสังหารกดดันจนหายใจไม่ออก
จู่ๆ...
โลกมืดลง เงาร่างสีม่วงดำปรากฏขึ้นขวางหน้าหลี่หยา
เขา...
หลี่หยาจำได้แม่น ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเขาไว้ตอนอยู่หน้าหุบเขาเสวียนกู่
วิชาเงามายาปีศาจ... คนของหอพันฤดูสารท?
หลี่หยาเคยสงสัยว่าทำไมคนพรรคมารต้องมาช่วยเขา แต่ตอนนี้เขาดีใจจนเนื้อเต้น
กู้อันในร่างเงาปีศาจมองปีศาจจิ้งจอก สแกนกรรมทันที
ราชันจิ้งจอกพิษอาฆาต (ระดับแปรสภาพเทพ ขั้น 4): 1409/2900/3400
อืม... ปีศาจเกรดต่ำ
ปีศาจจิ้งจอกชะงัก สัมผัสถึงความอันตรายไม่ได้ แต่สัญชาตญาณร้องเตือน "แกเป็นใคร?"
กู้อันชี้มือไล่ "ไปซะ"
เขาไม่อยากฆ่าพร่ำเพรื่อ เดี๋ยวเสียนิสัย
ปีศาจจิ้งจอกลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมถอย
[ราชันจิ้งจอกพิษอาฆาต เกิดจิตอาฆาตแค้นต่อท่าน ท่านต้องการตรวจสอบข้อมูลหรือไม่?]
ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้น
หืม?
แค้นฝังหุ่น?
งั้นก็ตายซะเถอะ!
กู้อันกำมือขวาเบาๆ พลังระดับมหายานบีบอัดอากาศรอบตัวปีศาจจิ้งจอก
ผละ!
ร่างปีศาจระเบิดเป็นหมอกเลือด วิญญาณแตกสลายไปในพริบตา
ไม่ต้องใช้วิชา!
แค่แรงกดดันเพียวๆ ก็บี้มดปลวกได้สบาย!
ท่านช่วงชิงอายุขัย... +190 ปี
หลี่หยาอ้าปากค้าง
ระดับแปรสภาพเทพ... ตายง่ายๆ งี้เลย?
มองไม่ทันด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป!
"เป็นไปไม่ได้! นี่มันระดับไหนกันเนี่ย?" วิญญาณบรรพบุรุษกรีดร้องในใจหลี่หยา
กู้อันได้ยินเสียงวิญญาณชัดแจ๋ว
ระดับมหายานหูทิพย์ ตาทิพย์ จับคลื่นวิญญาณได้สบาย
เขาหันกลับมา หลี่หยาตกใจถอยกรูดจนหลังติดกำแพง
"เจ้านั่นพลังเหนือกว่าข้าตอนพลังสูงสุด ซะอีก!" วิญญาณบรรพบุรุษเสียงสั่น "เราตายแน่!"
หลี่หยาหน้าซีดเผือด
หมดกันชีวิตนี้
กู้อันกลั้นขำ ดัดเสียงให้ดูแก่และขลัง "ข้าช่วยเจ้าตั้งสองครั้ง คิดว่าข้าจะฆ่าเจ้ารึไง?"
หลี่หยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ประโยคต่อมาทำเอาหัวใจหยุดเต้น
"ถ้าข้าจะฆ่า... ไอ้ผีแก่ในตัวเจ้าก็ช่วยไม่ได้หรอก"
เขารู้!?
หลี่หยาตาเบิกโพลง ความลับสุดยอดแตกซะแล้ว!
กู้อันกวักมือเรียกกระบี่ยักษ์ลอยเข้ามือ ถือแกว่งไปมาเหมือนถือไม้จิ้มฟัน แต่แรงลมที่เกิดขึ้นบอกให้รู้ว่าหนักแค่ไหน
หลี่หยามองตาค้าง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร
"ไอ้หนู เพลงกระบี่เจ้ามันอืดอาดเกินไป พัฒนาช้าจนข้าหงุดหงิด เดี๋ยวข้าจะสอนวิชากระบี่ของจริงให้ดู เอาไหม?"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของกู้อันดังก้อง หลี่หยายืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก
บทที่ 99: บรรพบุรุษตระกูลหลี่ และอำนาจลัทธิถานฮวา
จะถ่ายทอดวิชากระบี่ให้ข้า?
หลี่หยาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่อีกฝ่ายดูไม่ได้ล้อเล่น
เสียงท่านบรรพบุรุษดังขึ้นในหัว "ไม่ต้องสงสัย ด้วยระดับพลังของเขา เจ้าไม่มีอะไรให้เขาหลอกใช้หรอก ต่อให้รวมสมบัติทั้งตระกูลหลี่เข้าไปด้วยก็เถอะ น่าจะเป็นเพราะความสัมพันธ์บางอย่าง เขาถึงได้เอ็นดูเจ้า"
กู้อันถือกระบี่ยักษ์เป่ยไห่ ชี้ปลายกระบี่ใส่หลี่หยา
วินาทีนั้น หัวใจของหลี่หยาแทบหยุดเต้น
ถูกปลายกระบี่ของยอดคนชี้หน้า ความรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปจนหายใจไม่ออก ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ปราณกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งออกจากปลายกระบี่ เจาะทะลุดวงตาของเขา ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ในดวงตาของเขา ปรากฏภาพเงาร่างคนผู้หนึ่งกำลังร่ายรำเพลงกระบี่ ท่วงท่านั้นคือ... 'กระบี่ไท่ชางสะท้านเทพ'
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด
เมื่อหลี่หยาได้สติ เบื้องหน้าก็ไร้เงาของกู้อัน เหลือเพียงกระบี่ยักษ์ปักตระหง่านอยู่บนพื้น สายลมฤดูใบไม้ร่วงมิอาจทำให้มันสั่นไหว
"กระบี่ไท่ชางสะท้านเทพ..."
หลี่หยาพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก "เจตจำนงกระบี่นี้... นี่มันเจตจำนงของเซียนกระบี่ฝูเต้า!"
เขาเคยไปเยือนแท่นบูชาซ่อมฟ้า สัมผัสคำว่า 'วิถีธรรม' ที่จารึกไว้ด้วยเจตจำนงกระบี่อันลึกล้ำ จนถึงทุกวันนี้ยังจำฝังใจ เพราะนั่นคือกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในความคิดของเขา
"ท่านปู่! คนเมื่อกี้คือเซียนกระบี่ฝูเต้า! เขาไม่ใช่พรรคมาร!"
หลี่หยาตื่นเต้นจนกำหมัดแน่น
ความลึกล้ำพิสดารของ 'กระบี่ไท่ชางสะท้านเทพ' ทำให้เลือดลมในกายเดือดพล่าน เขารู้สึกเหมือนได้รับมรดกวิชาที่ล้ำค่ายิ่งกว่า 'แก่นพลังมังกรคชสาร' เสียอีก
ขอแค่ฝึกวิชานี้สำเร็จ เขามั่นใจว่าจะบดขยี้อัจฉริยะทุกคนในยุคนี้ได้!
ดีใจอยู่พักใหญ่ หลี่หยาก็เพิ่งสังเกตว่าท่านปู่เงียบผิดปกติ จึงลองถามในใจ "ท่านปู่? ทำไมเงียบไปล่ะ?"
เขาเริ่มใจเสีย หรือท่านปู่โดนเซียนกระบี่จับตัวไปแล้ว?
ถึงจะชอบเถียงกัน แต่ถ้าขาดท่านปู่ไป เขาคงไม่มีความมั่นใจจะท่องยุทธภพขนาดนี้
"ข้ายังอยู่"
เสียงท่านบรรพบุรุษดังขึ้น ช่วยดึงสติหลี่หยาให้กลับมา แต่ประโยคถัดมากลับทำให้เขางุนงงยิ่งกว่าเดิม
"กระบี่ไท่ชางสะท้านเทพ คือวิชากระบี่ประจำตระกูลหลี่... ส่วน 'วิชากระบี่จักรพรรดิ' ก็แค่ฉบับดัดแปลงที่ไม่สมบูรณ์ของมัน..."
หลี่หยาอึ้ง
"ในยุคปัจจุบัน ไม่น่าจะมีใครรู้จักวิชานี้แล้ว แม้แต่ตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ มันก็สาบสูญไปแล้ว ที่ข้ารื้อฟื้นวิชากระบี่จักรพรรดิขึ้นมาได้ ก็เพราะค้นตำราเก่าๆ..." เสียงท่านบรรพบุรุษฟังดูซับซ้อน
หลี่หยากลืนน้ำลายเอือก ถามเสียงสั่น "ท่านปู่... หมายความว่ายังไง พูดให้ชัดๆ สิ!"
"เขาอาจจะเป็น... บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งตระกูลหลี่ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่เขาคอยดูแลเจ้ากับข้า" ท่านบรรพบุรุษเอ่ยเสียงแผ่ว
บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง!
หลี่หยาตาถลน อ้าปากค้าง อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่มันจุกอยู่ที่คอจนพูดไม่ออก
......
หลังจากชี้แนะหลี่หยาเสร็จ กู้อันก็ไม่ได้รั้งรอ รีบบึ้งกลับสำนักไท่เสวียนทันที
อีกหนึ่งเดือนค่อยกลับมายกระดับวิชาต่อสู้ที่นี่ ส่วนเป้าหมายสิบล้านปี... รออีกสักครึ่งปีค่อยว่ากัน!
กู้อันไม่ได้กลับหุบเขาเสวียนกู่โดยตรง แต่แวะไปเดินเล่นที่เมืองศิษย์ฝ่ายนอก วันนี้อารมณ์ดี อยากเปิดหูเปิดตาบ้าง
เขาแวะไปแท่นบูชาซ่อมฟ้า ผ่านไปหลายปี คนที่นี่ยังคึกคักเหมือนเดิม ยอดฝีมือระดับฝ่าความว่างเปล่าห้าคนยังปักหลักอยู่ที่นี่ รวมถึงแม่เฒ่าผีฮวาถานด้วย
'กระบี่คลั่งแห่งต้าอวี๋' หานหมิง ก็ยังอยู่ คอยชี้แนะจั่วหลิน แต่ดูเหมือนฝีมือศิษย์จะไม่กระเตื้อง อาจารย์เลยเริ่มถอดใจ
ส่วนจั่วอีเจี้ยนนั้นหายหัวไปแล้ว ได้ยินว่าหมกมุ่นอยู่กับนิยาย 'ตำนานสถาปนาเทวดา' เชื่อฝังหัวว่าจะค้นพบวิถีกระบี่ของตัวเองจากในหนังสือ
"ท่านอาจารย์!"
เสียงเรียกสดใสดังมาแต่ไกล กู้อันหันไปมอง เห็นเจินฉิ้นในชุดเครื่องแบบหอคุมกฎเดินยิ้มแก้มปริเข้ามาหา
กู้อันยิ้มตอบ รอจนนางเดินมาถึงจึงถามไถ่ "ช่วงนี้เป็นไงบ้าง?"
เจินฉิ้นไปได้สวยในหอคุมกฎภายใต้การดูแลของเย่เหยียน ระดับพลังก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"ก็เรื่อยๆ เจ้าค่ะ... อ้อ ท่านอาจารย์ได้ข่าวศิษย์พี่ซูหานไหม? เขาไปเข้ากับลัทธิถานฮวาแล้ว" เจินฉิ้นพูดถึงซูหานด้วยสีหน้าเป็นกังวล
กู้อันตอบเรียบๆ "คนเรามีทางเดินของตัวเอง เราไปบงการไม่ได้หรอก ปล่อยเขาไปเถอะ"
ตอนนั้นเขาเคยเตือนซูหานแล้ว แถมรับปากว่าจะไม่ทำลายวรยุทธ์ แต่เจ้าตัวไม่ฟัง ก็ช่วยไม่ได้
นับแต่นี้ ถ้าซูหานมีปัญหา เขาคงไม่ยื่นมือไปยุ่ง เว้นแต่จะมานอนพะงาบๆ ต่อหน้า ด้วยความสงสารอาจจะช่วยสักนิด
"เฮ้อ... ไม่รู้ชาตินี้จะได้เจอกันอีกไหม" เจินฉิ้นถอนหายใจเศร้าสร้อย
กู้อันอดไม่ได้ต้องยีหัวนางเล่น "เจ้าเด็กกะโปโล โตจนรู้จักปลงตกแล้วรึ?"
สองศิษย์อาจารย์ยืนคุยกันริมแท่นบูชาอยู่พักใหญ่ เจินฉิ้นต้องไปลาดตระเวนต่อจึงขอตัวลา
กู้อันมองแผ่นหลังนางแล้วถอนใจ
อีกสองร้อยปี ยัยหนูนี่ก็คงไม่อยู่แล้ว
แม้จะเป็นระดับมหายาน แต่เขายังไม่มีวิธีฝืนลิขิตอายุขัยคนอื่น และเขาก็ไม่ได้คิดจะทำ การเวียนว่ายตายเกิดคือกฎธรรมชาติ ฝืนไปก็รังแต่จะสร้างห่วงผูกมัด สุดท้ายถ้าช่วยไม่ได้ คนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือตัวเขาเอง
ทุกสิ่งรอบตัวคือฉากละครในชีวิต เป้าหมายเดียวของเขาคือความเป็นอมตะ แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธมิตรภาพ เพราะนั่นคือสีสันของชีวิต
กู้อันกวาดตามองแท่นบูชาอีกครั้ง แล้วเดินจากไป
มุ่งหน้าสู่หอโอสถ ระหว่างทางได้ยินศิษย์คุยกันเรื่องลัทธิถานฮวาหนาหู
ลัทธิถานฮวากำลังมาแรง!
ดูท่าจะรวบตึงพรรคมารทั้งหมด
กู้อันไม่ค่อยสน ลัทธิถานฮวาทำอะไรไท่เสวียนไม่ได้หรอก หรือต่อให้ทำได้ ก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี
สิ่งที่เขาสนใจคือทำยังไงให้หุบเขาผลิตอายุขัยได้มากขึ้น
แม้จะเป็นระดับมหายาน แต่กู้อันก็ยังไม่อยากออกไปบู๊ล้างผลาญ ขอปลูกผักฟาร์มเวลไปเรื่อยๆ ดีกว่า อย่าเพิ่งรีบอวดดี เพราะยังไม่แน่ใจว่าตัวเองไร้เทียมทานจริงหรือเปล่า
เจอลู่หลิงจวินที่ทะลุมิติมา ก็รู้แล้วว่าโลกนี้กว้างใหญ่แค่ไหน!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
กู้อันมาขอพบมหาผู้อาวุโสเจียงฉยง นางอยู่ในจวน พอกู้อันเข้าไป นางก็สะบัดมือปิดประตูทันที
กู้อันเอาสมุนไพรที่เก็บไว้ออกมาวาง เจียงฉยงไม่ได้สนใจนับ ปัดไปกองรวมกันไว้ข้างๆ แล้วหันมามองเขา "ข้าจะไปแล้วนะ"
กู้อันเลิกคิ้ว "ไปไหน?"
"ไท่เสวียนเริ่มระแวงข้าหนักขึ้น ข้ารู้สึกว่าภัยกำลังจะมา ข้าจะไปเข้ากับลัทธิถานฮวา" เจียงฉยงตอบเสียงเรียบ
ลัทธิถานฮวาอีกแล้ว!
ลัทธินี้มันยังไงกันแน่?
กู้อันคิดสักพัก แล้วหยิบ 'ผลเถาวัลย์สวรรค์' (ชางเถิง) ออกมาจากถุงสมบัติกองหนึ่ง "เอาพวกนี้ไปด้วยสิ"
เจียงฉยงมองผลไม้กองโต แล้วยิ้มล้อเลียน "เจ้าไม่ได้แอบกินเองบ้างรึไง?"
ผลเถาวัลย์สวรรค์ไม่ได้ออกผลกันง่ายๆ การที่กู้อันมีเยอะขนาดนี้ แสดงว่าเขาแทบไม่ได้แตะต้องมันเลย
"พรสวรรค์ข้ามันธรรมดา กินไปก็เปลือง แถมจะทำให้ออร่าพุ่งจนคนสงสัย เดี๋ยวจะซวยเปล่าๆ ขอเป็นคนธรรมดาดีกว่า" กู้อันส่ายหน้า
เจียงฉยงหัวเราะ "เจ้าเด็กนี่... บอกว่าตัวเองธรรมดา แล้วไอ้ความเข้าใจในวิถีกระบี่ของเจ้านั่นมันอะไร?"
"ข้าไม่ชอบฟันกระบี่ ไม่ได้อยากเป็นจอมยุทธ์ ถ้าท่านหาอาจารย์มาสอน ลองคิดดูสิ จอมยุทธ์ระดับสร้างรากฐานที่มีวิชากระบี่เทพเจ้า จะมีชีวิตรอดได้นานแค่ไหน?" กู้อันตอบจริงจัง
เจียงฉยงฟังแล้วก็เห็นด้วย ในโลกนี้ พลัง111ตบะสำคัญที่สุด
นางเลิกเซ้าซี้ "ลัทธิถานฮวากับไท่เสวียนต้องมีศึกใหญ่แน่ รอข้าตั้งตัวได้ อาจจะมารับเจ้าไปอยู่ด้วย"
เอาอีกแล้ว?
กู้อันขมวดคิ้ว ทำไมไท่เสวียนมันขยันมีเรื่องจังวะ?
"ลัทธิถานฮวาไม่ธรรมดา อาจมาจากนอกเขต แผนกข่าวกรองของหอพันฤดูสารทครึ่งหนึ่งโดนซื้อตัวไปแล้ว ข้าซ่อนตัวอยู่ในไท่เสวียนแท้ๆ พวกมันยังส่งสารมาชวนได้ น่ากลัวจริงๆ" เจียงฉยงเปรย
มือยาวสาวลึกถึงในไท่เสวียน?
กู้อันอดถามไม่ได้ "ท่านไม่ได้พูดถึงข้าใช่ไหม?"
"จะบ้าเหรอ ระดับเจ้าเนี่ยนะ เสนอไปเขาก็ไม่สนหรอก" เจียงฉยงค้อนขวับ
กู้อันยิ้มแห้งๆ แสร้งทำหน้าซื่อตาใส
เจียงฉยงส่ายหัวขำๆ แอบห่วงอนาคตหลานศิษย์คนนี้
นางเตือน "ผู้อาวุโสฝ่ายนอกคนใหม่โหดมากนะ ระวังตัวด้วย เมื่อก่อนหอคุมกฎเคยเล็งเจ้าไว้ ลำพังศิษย์น้องเจ้าคงช่วยอะไรไม่ได้มาก เวลาเข้าถ้ำสวรรค์แปดทิศให้ระวังตัวหน่อย อย่าขายผลเถาวัลย์สวรรค์มั่วซั่ว"
กู้อันพยักหน้า "ข้าจำไว้แล้ว"
คุยกันอีกหนึ่งก้านธูป กู้อันก็ขอตัวลา
ออกจากจวนมหาผู้อาวุโส เขาก็มุ่งหน้ากลับหุบเขาเสวียนกู่
......
เหมันต์ผันผ่าน หิมะขาวโพลนปกคลุมหุบเขา
วันนี้ หุบเขาเสวียนกู่มีแขกมาเยือน
กู้อันรับแขกบนหอพัก
"ท่านเจ้าสำนักกำชับมาแล้ว ต่อไปมีเรื่องอะไรในเขตฝ่ายนอก มาหาข้าได้เลย" ลวี่ซงฮั่นยิ้มกว้างอย่างเป็นกันเอง
นี่คือผู้อาวุโสฝ่ายนอกคนใหม่
ผมขาวโพลนแต่หน้าตาสดใส ยิ้มง่ายดูใจดี
แต่อย่าให้ภาพลักษณ์หลอกตา หมอนี่ระดับวิญญาณแรกกำเนิด และในคำบอกเล่าของเจียงฉยง... ไอ้หมอนี่มันตัวอันตราย
กู้อันยกจอกเหล้าขึ้น "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสลวี่ที่เมตตา"
ทั้งสองดื่มกินพูดคุยกันอย่างถูกคอ จนแทบจะสาบานเป็นพี่น้องกัน
เที่ยงวัน กู้อันส่งลวี่ซงฮั่นกลับ
พอลับหลัง หยางนีก็โผล่มาอย่างกับผี "เจ้านี่ร้ายนะ ตีซี้กับระดับวิญญาณแรกกำเนิดได้หน้าตาเฉย"
กู้อันยักไหล่ "เรียกข้าว่าพี่กู้ก็ได้นะ"
"อยากตาย?"
หยางนีถลึงตา ทำท่าจะชักกระบี่
กู้อันกระแอมแก้เก้อ "ได้ยินว่าลัทธิถานฮวากำลังมาแรง ช่วงนี้ระวังหน่อย อย่าให้ใครมาขโมยสมุนไพรในหุบเขาเราได้"
หยางนีพยักหน้า
กู้อันเดินไปที่แท่นเคลื่อนย้าย หยางนีมองตามหลังด้วยความสงสัย
"แปลก... ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องลัทธิถานฮวา? หรือเขารู้ตัวจริงของข้าแล้ว?"
บทที่ 100: ย่างก้าวไร้ขอบเขตอิสระ และการมาเยือนของท่านลุงลวี่
ดึกสงัด พายุหิมะโหมกระหน่ำป่าเขาเป่ยไห่
กู้อันนั่งขัดสมาธิบนหน้าผา กางอาณาเขตอายุขัย ทุ่มหนึ่งแสนปียกระดับ 'บาทาไร้ขอบเขตไร้เงาเสวียนเทียน'
สำเร็จ! กลายเป็น 'บาทาไร้ขอบเขตอิสระ' !
แถมยังบรรลุขั้นสุดยอดทันที!
เขาเริ่มซึมซับวิชาท่ามกลางปราณที่ปั่นป่วน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป กู้อันลืมตา
วิชานี้เทพมาก! อ่านการเคลื่อนไหวล่วงหน้า ทะลุค่ายกล เหยียบย่ำมิติ ไปไหนก็ได้ดั่งใจนึก
รุกได้รับได้ หนีก็ไว!
อีกเดือนค่อยมาอัป 'วิชามหาความเปลี่ยนแปลงหยินหยาง' เอาไว้แปลงโฉมหลอกชาวบ้าน
กู้อันลุกขึ้น บินกลับไท่เสวียน
ระหว่างทาง แวะส่องหลี่หยาหน่อย
เจ้าเด็กนั่นยังบ้าพลังฝึกกระบี่อยู่ริมทะเลสาบ ขยันจริงๆ ไม่รู้เมื่อไหร่จะสำเร็จวิชา 'กระบี่ไท่ชางสะท้านเทพ'
กู้อันจินตนาการภาพหลี่หยากับอันฮ่าวมาเจอกัน แล้วต่างคนต่างงัดวิชานี้ออกมาใช้ คงเหวอกันน่าดู
แค่คิดก็บันเทิงแล้ว!
มองหาเจ้ามังกรฮ่าว... ไม่เจอแฮะ
คงโดนเจ้าถิ่นไล่ตะเพิดไปแล้วมั้ง?
หรือโดนจับกินไปแล้ว? ถ้าโชคร้ายขนาดนั้นก็ช่วยไม่ได้
กู้อันเร่งความเร็วกลับหุบเขาก่อนรุ่งสาง
......
ปีใหม่เวียนมาบรรจบ
ลวี่ไป่เทียนพาอันฮ่าว ศิษย์คนใหม่ มาร่วมงานฉลองที่หุบเขาโอสถที่สาม อันฮ่าวแวะไปรับอันซินมาจากฝ่ายนอกด้วย
อันซินโตเป็นสาวสวย ยืนคู่กับอันฮ่าวแล้วเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก
งานฉลองคึกคักด้วยศิษย์กว่าสามร้อยชีวิต กู้อันกะว่าจะอยู่ร่วมงานสักพักแล้วค่อยกลับไปฉลองต่อที่หุบเขาเสวียนกู่ จะได้ทั่วถึง
กู้อันนั่งดื่มกับลวี่ไป่เทียนใต้ต้นไม้ใหญ่ คุยเรื่องสัพเพเหระในหุบเขา ลวี่ไป่เทียนฟังเพลิน
เขาบอกว่าอยู่มาหลายร้อยปี ช่วงเวลาที่สงบสุขที่สุดคือตอนปลูกผักที่นี่แหละ
"ถ้าคิดถึงขนาดนั้น ทำไมไม่สละตำแหน่งแล้วมาปลูกผักถาวรเลยล่ะ?" กู้อันแซว สนิทกันแล้วเลยกล้าเล่นหัว
แน่นอน เบื้องหลังหลักคือพลังระดับมหายานของตัวเอง!
ลวี่ไป่เทียนส่ายหน้า "ถอยไม่ได้หรอก ขืนลงจากหลังเสือตอนนี้ ไม่นานข้าคงโดนตราหน้าว่าเป็นกบฏ หรือไม่ก็ไส้ศึกพรรคมาร"
"อีกอย่าง ตระกูลลวี่กับตระกูลกู่ที่หนุนหลังข้าอยู่ คงไม่ยอมให้ข้าเลิก ในไท่เสวียน พลังสำคัญก็จริง แต่บางที... มันก็ไม่ใช่ทุกอย่าง"
น้ำเสียงลวี่ไป่เทียนฟังดูลึกซึ้ง เหมือนจะสอนมวยกู้อันกลายๆ
กู้อันเปลี่ยนเรื่อง "ช่วงนี้ลัทธิ1111ถานฮวาดังมาก ท่านคงได้ยินข่าวใช่ไหม?"
อยู่มานาน เขาก็ผูกพันกับไท่เสวียนเหมือนกัน
ลวี่ไป่เทียนพยักหน้า รินเหล้าให้กู้อัน "เรารู้เรื่องลัทธิถานฮวามานานแล้ว สองร้อยปีก่อนพวกมันเคยพยายามแทรกซึมราชวงศ์ไท่ชาง ตอนนั้นข้านำทัพไปทำลายพวกมันที่ทะเลเหนือจนถอยกรูด"
"คราวนี้พวกมันกลับมา เพราะเห็นเราบอบช้ำจากศึกครั้งก่อน ซึ่งก็จริง ตอนนี้เรายังไม่มีแรงไปขวางมันกลืนกินพรรคมารอื่นหรอก"
"แล้วจะปล่อยไว้เฉยๆ รึ?" กู้อันสงสัย
"ไม่เป็นไรหรอก สายลับเราแฝงตัวอยู่ในนั้นเพียบ แต่พวกมันก็มีสายในเราเหมือนกัน รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง รอไปก่อน... ประจวบเหมาะกับข้ากำลังจะ 'ท้าทายลิขิตฟ้า' พอดี"
ไม่เป็นไรกะผีสิ!
ขนาดศัตรูเก่งแค่ไหนยังไม่รู้เลย!
กู้อันดูออกว่าลวี่ไป่เทียนแค่ฟอร์มจัด จริงๆ ก็อยากจะเพิ่มพลังให้เสร็จก่อนค่อยไปลุย
"พูดถึงลัทธิถานฮวา ข้าว่าจะส่งศิษย์หัวกะทิสักสิบคนมาอยู่หุบเขาที่สาม ให้มาคุ้มกันเจ้า และถือโอกาส 'ฝึกจิต' ไปในตัว" ลวี่ไป่เทียนยิ้ม
กู้อันเหวอ "ที่นี่มีอะไรให้ฝึก? ข้าสอนอะไรใครไม่เป็นหรอกนะ"
"ไม่ต้องสอน แค่ให้พวกเขามาซึมซับบรรยากาศสงบๆ ก็พอ"
กู้อันเริ่มระแวง หรือหมอนี่จะรู้ว่าเขาคือเซียนกระบี่ฝูเต้า?
ถึงได้ส่งเด็กมาให้เทรน?
หรือหวังฟลุคให้เซียนกระบี่มาสอน?
กู้อันลองเลียบเคียงถามว่าทำไมไม่ให้เซียนกระบี่ฝูเต้าสอน ตัวจริงเสียงจริงเก่งกว่าเยอะ
ลวี่ไป่เทียนขมวดคิ้ว "พูดตรงๆ นะ เราไม่รู้เลยว่าเซียนกระบี่ฝูเต้าคือใคร อาจจะเป็นศิษย์ที่ซ่อนตัวบำเพ็ญเพียร หรือไม่ก็... 'ท่านปรมาจารย์' สักคนที่นานๆ จะโผล่มาที ดูจากคำว่า 'วิถีธรรม' ที่แท่นบูชา น่าจะเป็นท่านปรมาจารย์ที่ทนเห็นความเหลวแหลกของสำนักไม่ได้ เลยออกมาตบเกรียนสั่งสอน"
มีท่านปรมาจารย์จริงๆ ด้วย!
มิน่าลวี่ไป่เทียนถึงใจเย็น
และดูเหมือนเขาจะไม่ได้สงสัยกู้อันเลยสักนิด
ก็แหงล่ะ เด็กอายุแค่นี้จะเป็นเซียนกระบี่ได้ไง?
โล่งอกไปที
"ท่านเจ้าสำนัก ถ้าท่านเพิ่มระดับบ่มเพาะสำเร็จ จะจัดการพวกถานฮวาได้ไหม?" กู้อันถาม
"ถ้าพวกมันยังกระจอกเหมือนสองร้อยปีก่อน ข้าคนเดียวก็เอาอยู่"
"ไอ้หนู รู้ไหมว่าข้าอยู่ระดับไหน?"
ลวี่ไป่เทียนเชิดหน้า คางแทบชี้ฟ้า
กู้อันแกล้งเดา "เหนือกว่าแปรสภาพเทพ?"
"ฮ่าๆๆ!"
ลวี่ไป่เทียนหัวเราะลั่นอย่างชอบใจ
กู้อันมองคนแก่อวดเก่งด้วยความขบขันในใจ
"เหนือแปรสภาพเทพคือฝ่าความว่างเปล่า เหนือฝ่าความว่างเปล่าคือผสานกาย... และข้า คือระดับผสานกาย ขั้น 9!" ลวี่ไป่เทียนกระซิบ พร้อมกางม่านกันเสียงไม่ให้คนอื่นได้ยิน
กู้อันทำหน้าตกใจตาโต "ผสานกาย ขั้น 9... ต้องฝึกกี่ปีเนี่ย?"
"ฮ่าๆ ด้วยพรสวรรค์อย่างเจ้า ชาตินี้จะถึงวิญญาณแรกกำเนิดรึเปล่าก็ไม่รู้ มาเป็นศิษย์ข้าซะ พลังของข้าจะเป็นของเจ้าในอนาคต" ลวี่ไป่เทียนหยอดคำหวาน หลอกล่อเด็ก
กู้อันทำท่าลังเล ตาลุกวาว ทำเอาลวี่ไป่เทียนยิ้มกริ่ม
เสร็จโจร!
"ช่างเถอะ สูงนักก็หนาวมาก ดูท่านสิ ขนาดเก่งปานนี้ยังต้องปวดหัวกับเรื่องในสำนัก พลังเยอะไปจะมีประโยชน์อะไร? สู้ใช้ชีวิตสบายๆ ดีกว่าไหม?" กู้อันส่ายหน้าปฏิเสธ
ลวี่ไป่เทียนแทบกระอักเลือด
ไอ้เด็กนี่มันไม่รู้อะไรบ้างเลย!
ถ้าไม่มีไท่เสวียนคุ้มหัว เอ็งจะมาวบายแบบนี้ได้เรอะ!
อยากจะด่า แต่พอนึกถึงคำสอนที่กู้อันเคยบอกตอนเป็นผู้เฒ่าเถียน ก็พูดไม่ออก
ที่เขาชอบกู้อันก็เพราะนิสัยแบบนี้นี่แหละ
ถ้าคนที่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูงแบบนี้ได้เป็นเจ้าสำนัก ไท่เสวียนคงสงบสุขกว่านี้ ตอนนี้ปฏิเสธไม่เป็นไร ตื๊อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ใจอ่อน
"แล้วเหนือผสานกายคืออะไร?" กู้อันแกล้งถามลองเชิง
"มาเป็นศิษย์ข้าก่อน แล้วจะบอก!" ลวี่ไป่เทียนเล่นตัว
"ทำไมต้องเป็นข้าด้วย? อันฮ่าวก็เป็นศิษย์ท่านนี่นา ทำไมไม่ปั้นเขา?"
"เจ้านั่นมาที่มาที่ไปไม่ชัดเจน แถมเคยเป็นศิษย์ฉู่เทียนฉี ข้ารับไว้เพราะเสียดายของ แต่ไม่ได้ไว้ใจเต็มร้อย"
"แล้วท่านไว้ใจข้าเหรอ?"
"แน่นอน! ข้าสืบประวัติเจ้าจนพรุนแล้ว เจ้าเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยงของตระกูลจี มีเอี่ยวกับหลี่เสวียนเต้านิดหน่อย และอาจจะรู้จักคนของหอพันฤดูสารทบ้าง แต่ข้าดูออกว่าเจ้าแค่ตกกระไดพลอยโจน ที่ยุ่งกับหลี่เสวียนเต้าเพราะหลี่หยา ที่ยุ่งกับหอพันฤดูสารทเพราะเจ้าหุบเขาคนก่อน"
ลวี่ไป่เทียนทำหน้าภูมิใจประหนึ่งนักสืบยอดอัจฉริยะ
กู้อันแอบทึ่ง
รู้ลึกรู้จริงแฮะ!
"นึกไม่ถึงว่าท่านจะรู้ละเอียดขนาดนี้ ข้าจำเป็นจริงๆ ต้องให้ข้าเลิกคบพวกเขาไหม?" กู้อันแกล้งถามเสียงสั่น
ลวี่ไป่เทียนโบกมือ "ไม่ต้อง! ตัดบัวอย่าให้เหลือใย เดี๋ยวเรื่องจะยุ่ง เผลอๆ ข้าอาจจะใช้เจ้าสืบข่าวพวกมันกลับก็ได้ ไท่เสวียนมีไส้ศึกเป็นพัน ข้ายังเลี้ยงไว้ดูเล่นเลย"
กู้อันไม่รู้จะพูดยังไง ส่งสายตาชื่นชมไปให้ดอกหนึ่ง
ลวี่ไป่เทียนยืดอกรับ แล้วเริ่มสาธยายวีรกรรมปราบกบฏในอดีตให้ฟัง
ฟังไปฟังมา กู้อันเริ่มจับทางได้ว่าตาลุงนี่กำลังสอนงานบริหารให้เขาทางอ้อม
ตกเย็น กู้อันกลับไปร่วมงานเลี้ยงที่หุบเขาเสวียนกู่
ในวงเหล้า กู้อันประกาศแต่งตั้ง 'ลู่จิ่วเจี่ย' เป็นศิษย์เอก ให้ดูแลงานทั่วไปแทน
ลู่จิ่วเจี่ย งงเป็นไก่ตาแตก
หยางนีขมวดคิ้ว "เขาเริ่มระแวงข้าแล้ว ปกติแทบไม่คุยกับลู่จิ่วเจี่ย ไหงจู่ๆ มาตั้งเป็นศิษย์เอก?"
นางเริ่มรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว!