79-80
79-80
บทที่ 79 จอมมารกู้อัน นามระบือลั่นหล้า
พระจันทร์ปลายฤดูร้อนกลมโตส่องสว่าง แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกเมฆหมอกบดบังจนมิด
กู้อันและจางชุนชิวนั่งคุยกันในเรือน จางชุนชิวเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาให้ฟังอย่างออกรส ส่วนกู้อันก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ
เรื่องราวของจางชุนชิวฟังดูเหมือนนิยายรักประโลมโลก เขาละทิ้งสำนักไท่เสวียนเพื่อสตรีอันเป็นที่รัก เพียงแต่สตรีผู้นั้นเป็นปีศาจ
หลายปีก่อน จางชุนชิวเดินทางมาแสวงหาเส้นทางเซียนที่สำนักไท่เสวียน ระหว่างทางถูกปีศาจร้ายเล่นงาน เคราะห์ดีที่ได้ปีศาจสาวนามว่า 'เสี่ยวเหลียน' ช่วยไว้ เขาจึงเข้าสำนักได้สำเร็จ
เขาไม่เคยลืมบุญคุณของนาง ทุกปีต้องหาเวลาไปพบนาง ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับปีศาจค่อยๆ พัฒนา จนกระทั่งเขารู้ตัวว่าคงไม่มีหวังบรรลุระดับสร้างรากฐาน จึงตัดสินใจลงเขามาใช้ชีวิตที่เหลือกับเสี่ยวเหลียน
ทั้งคู่มาลงหลักปักฐานที่เมืองนี้ ซื้อบ้าน แต่งงาน และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน
แต่การอยู่ร่วมกับปีศาจทำให้พลังวิญญาณและเลือดลมของจางชุนชิวถดถอย เสี่ยวเหลียนทนเห็นคนรักทรุดโทรมไม่ได้ จึงจากไปอย่างเงียบๆ ในเช้าวันหนึ่ง
ฟังถึงตรงนี้ กู้อันอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็กลืนคำพูดลงไป
"เจ้าอาจจะคิดว่าข้าโดนหลอก แต่ไม่ใช่หรอก คนกับปีศาจอยู่ด้วยกัน จุดจบก็มักจะเป็นแบบนี้ ข้าเลือกทางนี้เพราะรู้ตัวว่าไปต่อในวิถีเซียนไม่ไหว และข้าก็ไม่เสียใจเลย นางอายุยืนยาวกว่าข้ามาก ข้าอยู่ได้อีกไม่กี่ปี การที่นางจากไปก่อนก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมาทนดูข้าตายจากไป" จางชุนชิวยิ้มอย่างอ่อนโยน แววตาฝ้าฟางฉายแววเข้าใจโลก
มองดูชายชราตรงหน้า กู้อันอดนึกถึงภาพจางชุนชิวหนุ่มแน่นเมื่อครั้งแรกเจอไม่ได้
กาลเวลาเปลี่ยนคนเราได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ
กู้อันใช้เนตรหยั่งรู้ตรวจสอบ พบว่าจางชุนชิวเหลืออายุขัยอีกแค่สามปี ความรู้สึกหดหู่แล่นเข้ามาในใจ
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ไอปีศาจที่กู้อันสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ก็เข้ามาในลานบ้าน เป็นลูกชายของจางชุนชิวนั่นเอง
[จางปู้ขู่ (ระดับสร้างรากฐาน ขั้น 2): 22/460/2,300]
ยี่สิบสองปี สร้างรากฐานขั้นสอง! อัจฉริยะชัดๆ!
ลูกครึ่งคนกับปีศาจมักจะเก่งขนาดนี้เลยหรือ?
หรือเป็นเพราะเสี่ยวเหลียนมีสายเลือดที่ไม่ธรรมดา?
"ปู้ขู่ มานี่สิ นี่คืออาอาจารย์ของเจ้า กู้อัน" จางชุนชิวกวักมือเรียกลูกชายที่ปีนกำแพงเข้ามา
จางปู้ขู่ดูเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบหกสิบเจ็ด แต่มีขนอ่อนตามใบหน้าหนากว่าปกติ
"คารวะอาอาจารย์กู้" จางปู้ขู่เดินเข้ามาทักทายอย่างกล้าๆ กลัวๆ
กู้อันยิ้มรับ หยิบขวดยาออกมาจากถุงสมบัติ "นี่ยาเพิ่มลมปราณขั้นสูงสุด รับไว้เป็นของขวัญแรกพบเถอะ"
"จะดีหรือขอรับ?"
"รับไว้เถอะ หรือเจ้ารังเกียจ?"
"เปล่าขอรับ แต่ข้าเกรงใจ"
ยื้อยุดกันอยู่พักใหญ่ จางชุนชิวทนไม่ไหวบอกให้ลูกรับไว้ จางปู้ขู่จึงรับไปด้วยความดีใจ
เด็กหนุ่มแอบมองกู้อันด้วยความสนใจ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นนอกจากพ่อแม่ให้ของขวัญเขา เขาจึงรู้สึกดีกับกู้อันทันที
จางชุนชิวถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของคนในหุบเขาเสวียนกู่ กู้อันก็เล่าให้ฟังตามจริง
พอรู้ว่าเฉิงเสวียนตานกับเมิ่งลั่งตายไปแล้ว จางชุนชิวไม่ได้เศร้าโศกฟูมฟาย เพียงแค่ถอนหายใจและกำชับให้กู้อันระวังตัว
พอกู้อันเล่าว่าหลี่หยาบรรลุระดับแก่นทองคำแล้ว จางชุนชิวก็ตบเข่าฉาด บอกว่าดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าเด็กคนนี้ต้องไปได้ไกล
ทั้งสองคุยกันอยู่นาน
จนกระทั่งจางชุนชิวเริ่มเพลีย กู้อันจึงขอตัวกลับ
ก่อนจากกัน จางชุนชิวที่เกาะแขนลูกชายอยู่หันมาสั่งเสีย "ศิษย์น้องกู้ เจ้าบรรลุสร้างรากฐานได้แสดงว่ายังมีหวัง ตั้งใจฝึกฝนต่อไปนะ อยู่ดูโลกในอีกร้อยปีข้างหน้าแทนศิษย์พี่ด้วย"
กู้อันยืนอยู่ที่ประตู หันกลับมาพยักหน้าให้
จางชุนชิวไม่เคยขอร้องให้เขาช่วยอะไรเลย มีเพียงแค่การรำลึกความหลังเท่านั้น
เดินพ้นรั้วบ้านมา กู้อันอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง เขาได้ยินเสียงสองพ่อลูกคุยกันเบาๆ จางชุนชิวถามลูกชายว่าวันนี้ไปซนที่ไหนมา จางปู้ขู่บอกว่าไปเจอเด็กคนหนึ่งแล้วสู้กัน
คู่ต่อสู้ของเขาก็คืออันฮ่าวนั่นเอง กู้อันรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่ปะทะกันแล้ว แม้ระดับพลังจะต่างกัน แต่จางปู้ขู่ยั้งมือไว้ แค่แลกหมัดกันพอหอมปากหอมคอ
โลกกลมจริงๆ
จางปู้ขู่มีอายุขัยถึงสองพันสามร้อยปี อนาคตต้องเป็นปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนอันฮ่าวก็มีแววเป็นยอดคนอันดับหนึ่งในใต้หล้า
อีกหลายปีข้างหน้า หากทั้งสองได้เจอกันอีกครั้ง จะยังจำการต่อสู้ในวัยเด็กที่เมืองเล็กๆ นี้ได้หรือไม่?
กู้อันยิ้มมุมปาก แล้วหายตัวไปในความมืด
...
รุ่งสาง
บนหน้าผาสูงชันท่ามกลางป่าเขา อันฮ่าวและอันซินนั่งขัดสมาธิขนาบข้างกู้อัน หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ยามเช้า เพื่อฝึกรับพลัง
แสงแดดอาบไล้ร่างทั้งสาม ดูเป็นภาพที่งดงามและสงบสุข
แก้มซ้ายของอันฮ่าวมีรอยข่วนสามรอย ฝีมือของจางปู้ขู่ เขาเจ็บใจมาตั้งแต่เมื่อคืน หาตัวคู่กรณีไม่เจอ จนต้องระบายอารมณ์ด้วยการบ่นตลอดทาง
กู้อันนั่งไม่ติดที่ ลุกขึ้นยืน "อาจารย์มีธุระ ต้องไปแล้ว เย็นๆ จะกลับมา ฮ่าวเอ๋อร์ ดูแลน้องให้ดี"
พูดจบ เขาก็วาร์ปหายไปจากหน้าผาทันที
เด็กทั้งสองลืมตาขึ้น หันมองหาอาจารย์ แต่พบเพียงความว่างเปล่า
"เจ้าว่าอาจารย์เป็นใครกันแน่? ทำไมมาหาเราได้แค่ตอนกลางคืน?" อันซินถามด้วยความสงสัย
อันฮ่าวลูบคางทำท่าครุ่นคิด "ข้าจำได้ว่าเมื่อสองปีก่อนมีนักเล่านิทานมาที่หมู่บ้าน เล่าเรื่องจอมยุทธ์ในยุทธภพ ข้าเดาว่าอาจารย์ต้องเป็นจอมมารอันดับหนึ่งในใต้หล้าแน่ๆ แต่เขาคงเป็นมารกลับใจ ไม่งั้นคงไม่ช่วยเราหรอก ที่เขามาหาเราแค่ตอนกลางคืนคงไม่อยากให้เราพลอยเดือดร้อนไปด้วย"
อันซินตาโต "ถ้าอาจารย์เป็นจอมมาร แล้วเขาจะไปทำอะไรตอนนี้?"
"ไม่รู้สิ... แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เขาก็คืออาจารย์ของเรา เขาดีกับเรามาก เราต้องจำบุญคุณนี้ไว้"
"อื้อ!"
...
กู้อันผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'จอมมาร' กลับมาถึงหุบเขาเสวียนกู่ แล้ววาร์ปต่อไปยังหุบเขาโอสถที่สามทันที
และก็เป็นไปตามคาด หลังจบศึกใหญ่ ย่อมมีคนมาตามหาเขา!
กู้อันเดินเข้าห้องพัก เห็นเสิ่นเจินกำลังวาดรูปอยู่ที่โต๊ะ
"แม่นางเสิ่น นี่เจ้าเห็นบ้านข้าเป็นโรงเตี๊ยมรึไง? นึกจะมาก็มา ไม่เกรงใจกันบ้างเลย" กู้อันบ่นอุบ
เสิ่นเจินไม่เงยหน้า "รีบมาดูนี่เร็ว!"
กู้อันเดินเข้าไปดู เห็นภาพวาดบนโต๊ะแล้วขมวดคิ้ว
"นี่มันหานหมิงนี่?"
"ใช่ เป็นไง? ฝีมือข้าสุดยอดไหม?"
"ไม่กลัวโดนเขาตามมาคิดบัญชีรึ?"
"เขาจะกล้าเหรอ? พ่อข้าโหดนะจะบอกให้!"
กู้อันเงียบ
ลูกท่านหลานเธอเนี่ยนะ!
กู้อันพิจารณาภาพวาด ต้องยอมรับว่าเสิ่นเจินฝีมือดีมาก เก็บรายละเอียดตอนหานหมิงโดนตอกติดกำแพงได้ครบถ้วน แม้แต่รอยร้าวบนกำแพงยังเหมือนเป๊ะ
"เป็นไงบ้าง?" เสิ่นเจินยืดอกถาม
กู้อันแย่งพู่กันมา เติมเส้นสายลงไปในภาพสองสามจุด
เสิ่นเจินหรี่ตามอง แล้วเบิกตากว้าง
กู้อันเติมเส้นสปีดไลน์และเงาแบบการ์ตูนมังงะลงไป ทำให้ภาพดูมีความเคลื่อนไหวและรุนแรงขึ้นทันตาเห็น
นางหันขวับมามองกู้อัน "เจ้าวาดรูปเป็นด้วย?"
"นิดหน่อย"
"แต่งกลอนล่ะ?"
"พอได้บ้าง"
เสิ่นเจินมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย ทำเอากู้อันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
จะมาขิงใส่ข้า เร็วไปร้อยปี!
"ก็นะ เจ้าแต่งเรื่อง 'ตำนานสถาปนาเทวดา' ได้นี่นา" เสิ่นเจินพยักหน้ายอมรับ
"แล้วเจ้าวาดรูปนี้ทำไม?" กู้อันถาม
หรือว่านางมีเรื่องบาดหมางกับหานหมิง?
"บอกตามตรง ข้าสนใจในตัวจอมกระบี่ฝูเต้ามาก ข้าจินตนาการว่าเขาต้องเป็นยอดกระบี่รูปงามผู้เย็นชา คนมาดูตั้งเยอะแยะแต่ไม่ยอมโผล่หัว เท่ชะมัด!" เสิ่นเจินทำหน้าเพ้อฝัน
กู้อันมุมปากกระตุก "เผื่อเขาเป็นตาแก่ขี้เหร่ล่ะ?"
"ก็เป็นไปได้ จากนี้ไปนอกจากเขียนนิยาย ข้าจะตามสืบเรื่องจอมกระบี่ฝูเต้า ต้องหาตัวเขาให้เจอให้ได้"
"หาไปทำไม?"
"ก็เอามาทำเป็นคู่บำเพ็ญน่ะสิ! พานอัน เจ้าอย่าหลงตัวเองนะว่าข้ามาหาเจ้าบ่อยๆ เพราะชอบเจ้า ข้าไม่ชอบฝึกวิชา ดังนั้นสามีในอนาคตต้องเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง ไม่งั้นใครจะคุ้มครองข้าตอนข้าไปหาเรื่องชาวบ้าน"
เสิ่นเจินค้อนวงใหญ่ใส่กู้อัน แล้วเก็บภาพวาดเดินออกจากห้องไป
กู้อันส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่ได้รั้งไว้
รอจนเสิ่นเจินไปแล้ว เขาถึงลงไปตรวจตราสมุนไพร
พวกศิษย์รับใช้ยังจับกลุ่มคุยเรื่องจอมกระบี่ฝูเต้าด้วยความคลั่งไคล้ ฟังแล้วกู้อันก็อดยิ้มไม่ได้
แม้จะเพิ่งโชว์เทพไป แต่กู้อันไม่คิดจะเหลิง เขาต้องก้มหน้าก้มตาเก็บสะสมอายุขัยต่อไป
แค่ระดับผสานกาย ขั้น 9 ยังไม่พอสำหรับเขา!
...
หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฤดูร้อนเวียนมาบรรจบอีกครั้ง
ตอนนี้กู้อันไม่ได้ไปหาอันฮ่าวกับอันซินทุกวัน แต่ไปเดือนละสองครั้ง อันฮ่าวฝึกมาจนถึงระดับกลั่นลมปราณ ขั้น 9 แล้ว พอจะดูแลน้องสาวได้
เดือนก่อน อันฮ่าวผ่านบททดสอบของกู้อัน ด้วยการฆ่าปีศาจหมาป่าตัวที่เคยไล่ล่าพวกเขาได้สำเร็จ (กู้อันจงใจปล่อยมันไปเพื่อให้เป็นคู่ซ้อมของศิษย์)
เอาเถอะ กู้อันยอมรับว่าเขาเริ่มวางแผนปั้นเด็กคนนี้อย่างจริงจังตั้งแต่วันแรกที่เห็นค่าพลังแล้ว
ที่ยังไม่พากลับสำนัก เพราะอันซินยังอ่อนแอเกินไป และพวกเขายังเด็ก ให้เรียนรู้ชีวิตกับเขาไปก่อนดีกว่า
เที่ยงวันหนึ่ง กู้อันไปเดินเล่นที่เมืองฝ่ายนอก แวะไปที่แท่นบูชาซ่อมฟ้า
นักกระบี่บนแท่นเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก และหลายคนมาจากต่างสำนัก
วีรกรรม 'สองใบไม้สยบคลั่ง' ของจอมกระบี่ฝูเต้ากลายเป็นตำนานเล่าขานไม่รู้จบ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคนพูดถึง
จำนวนผู้มาเยือนทำให้เมืองคึกคัก และเจียงฉยงก็พลอยได้หน้าไปด้วยในฐานะเจ้าบ้าน
กู้อันมองไปเห็นหานหมิงกำลังยืนด่ากราดใส่จั่วหลินที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่กับพื้น
กู้อันขำกลิ้ง
นี่แหละภาพที่เขาอยากเห็น จั่วหลินอัจฉริยะทุกเรื่องยกเว้นเรื่องกระบี่ แต่ดันบ้ากระบี่เข้าเส้น
พอมองไปรอบๆ แท่น กู้อันก็สะดุดตากับคนคนหนึ่ง
[แม่เฒ่าผีฮวาถาน (ระดับผสานกาย ขั้น 2): 3,750/8,090/54,000]
ระดับผสานกาย ขั้น 2!
อายุขัยห้าหมื่นสี่พันปี!
นี่มันตัวอะไรเนี่ย?
ต่อจากจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียน ก็มาเจอแม่เฒ่าผีคนนี้อีก
โลกนี้ผีก็มีอายุขัยด้วยเรอะ?
แสดงว่าผีก็ตายได้สินะ
กู้อันคิดในใจ ถ้าผีเป็นอมตะ โลกนี้คงมีแต่ผีครองเมืองไปแล้ว
คงมีกฎเกณฑ์บางอย่างควบคุมสมดุลระหว่างคนกับผีอยู่
แม่เฒ่าผีฮวาถานปลอมตัวเป็นศิษย์สาวรุ่นเยาว์ กดพลังไว้ที่ระดับสร้างรากฐาน เนียนจนไม่มีใครจับได้
กู้อันรีบหลบสายตา ไม่อยากไปยุ่งด้วย
ในสำนักนี้มีตัวประหลาดเยอะเกินไป ตราบใดที่ไม่มายุ่งกับเขา เขาก็จะทำเป็นมองไม่เห็น
"สหายกู้"
หานหมิงเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม
แม้จะแพ้ยับเยิน แต่เขาไม่ได้รู้สึกอับอาย กลับรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำ
ใบไม้ที่ปักไหล่เขามีเจตจำนงกระบี่แฝงอยู่ ทำให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ถ้าจอมกระบี่ฝูเต้าจะฆ่า เขาคงตายไปนานแล้ว
กู้อันยกมือคารวะ หานหมิงรีบคว้ามือเขาไว้ "สหายกู้ มาได้จังหวะพอดี มาฝึกกระบี่กับข้าเถอะ ลูกศิษย์ที่เจ้าแนะนำมามันทึ่มเกินเยียวยา ข้าจะบ้าตายอยู่แล้ว"
พูดจบก็ลากกู้อันไปหาจั่วหลิน
กู้อันขัดขืนไม่ได้ เลยต้องตามไป
หานหมิงบังคับให้กู้อันนั่งลงข้างจั่วหลิน แล้วเริ่มสอนวิชา จั่วหลินเห็นกู้อันก็ดีใจ ชวนคุยจ้อจนหานหมิงฟิวส์ขาดด่าเปิงอีกรอบ
จั่วอีเจี้ยนนั่งดูอยู่ข้างๆ ขำลูกชายตัวเอง แล้วหันมามองกู้อัน
นอกจากหน้าตาดี ก็ดูธรรมดามาก ไม่รู้หานหมิงติดใจอะไรนักหนา
จั่วอีเจี้ยนหลับตาลง ซึมซับบรรยากาศแห่งวิถีธรรม พยายามไขปริวศนาแห่งความพ่ายแพ้ของหานหมิง
กว่ากู้อันจะหลุดพ้นจากเงื้อมมือหานหมิงได้ก็ปาไปหนึ่งชั่วยาม
วิชาของหานหมิงเขาฟังรอบเดียวก็จำได้หมด แต่ต้องแกล้งทำเป็นตั้งใจฟังซ้ำไปซ้ำมาถึงหกรอบ... เหนื่อยใจจริงๆ
กู้อันรีบเดินหนีจากสายตาละห้อยของหานหมิง
วันหลังต้องเลี่ยงเจ้านี่ให้ไกล!
ตื๊อเก่งชะมัด!
กู้อันไปส่งภารกิจที่หอโอสถและหอตำรา เสร็จแล้วก็แวะไปหาเจียงฉยงที่จวน
ในห้องโถงใหญ่
เจียงฉยงโยนถุงสมบัติให้กู้อัน "นี่เมล็ดพันธุ์ระดับสูงที่ข้ารวบรวมมาให้ พอโตแล้วเจ้าเอาไปสองส่วน ถือเป็นรางวัลจากปรมาจารย์"
กู้อันสแกนดูข้างใน ตาเป็นประกาย
ของดีเพียบ! ระดับสี่ขึ้นไปทั้งนั้น!
"ขอบพระคุณท่านปรมาจารย์!" กู้อันกล่าวจากใจจริง
เจียงฉยงยิ้มพอใจ นางชอบเวลาเด็กคนนี้สำนึกบุญคุณ
"ผลเถาวัลย์สวรรค์อย่าเอาไปขายซี้ซั้วล่ะ มันมีค่ามาก ช่วยเพิ่มเลือดลมและรากฐาน ดีกว่าแลกเป็นหินวิญญาณเยอะ" เจียงฉยงเตือน
นางคงรู้เรื่องที่เขาแอบขายของแน่ๆ
กู้อันพยักหน้ารับ ตอนนี้เขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว เก็บไว้กินเองดีกว่า
"ข้ากำลังจะเลื่อนตำแหน่ง ผลงานจากหุบเขาโอสถของเจ้าช่วยข้าได้มาก ตั้งใจปลูกเข้าล่ะ วันหน้าข้าจะหาทางช่วยเจ้าสร้างแก่นทองคำให้ได้"
กู้อันขอบคุณอีกครั้ง
เจียงฉยงโบกมือไล่
กู้อันหันหลังเดินออกไปได้สองก้าว เสียงเจียงฉยงก็ดังไล่หลัง "กู้อัน เจ้าเขียนหนังสือหรือเปล่า?"
กู้อันสะดุ้งเฮือก
อะไรนะ?
ความแตกแล้วเหรอ?
หรือแค่ลองเชิง?
กู้อันหันกลับมาทำหน้างง "หนังสืออะไรหรือขอรับ?"
เจียงฉยงจ้องหน้าเขา เห็นแววตาใสซื่อก็ส่ายหน้า "ไม่มีอะไร ไปเถอะ"
กู้อันเกาหัวแกรกๆ เดินจากไปอย่างงุนงง
เจียงฉยงนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากถุงสมบัติ
หน้าปกเขียนว่า:
ความลับแห่งไท่เสวียน!
...
บทที่ 80 แม่เฒ่าผีฮวาถาน และการกลับมาของลวี่เซียน
ฤดูร้อนอันอบอ้าว
อันฮ่าววัยสิบสามปีนอนแช่น้ำอยู่ในลำธาร มองท้องฟ้า ตาปรือพ่นฟองอากาศปุ๋งๆ
ไม่ไกลนัก อันซินนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ คิ้วขมวดมุ่น ดูท่าทางเคร่งเครียด
เงาร่างหนึ่งทาบทับลงบนตัวอันฮ่าว เขาตกใจลืมตาโพลง พอเห็นว่าเป็นใครก็ดีดตัวลุกขึ้นยืน
"อาจารย์!"
อันฮ่าวรีบสะบัดผมให้แห้ง ใช้พลังลมปราณไล่น้ำจนไอขึ้นหัว
กู้อันสวมหน้ากาก ดัดเสียงแหบพร่า "วันนี้ไม่สอนกระบี่ จะสอนวิชาเท้า"
อันฮ่าวตาโต ตื่นเต้นสุดขีด
เบื่อกระบี่จะแย่แล้ว!
อันฮ่าวเป็นอัจฉริยะจริงๆ ฝึก 'กระบี่ไท่ชางสะท้านเทพ' แค่ปีเดียวก็คล่องปรื๋อ ที่เหลือคือการสร้างเจตจำนงกระบี่ของตัวเอง
กู้อันยืนขาเดียว ตั้งท่าเตรียมพร้อม อันฮ่าวกับอันซินจ้องตาไม่กะพริบ
"วิชานี้ชื่อ บาทาวายุคลั่งไร้เงา ดูให้ดี!"
กู้อันดีดขาออกไป พริบตาเดียวเงาขานับหมื่นก็ระเบิดออก ลมพายุหมุนคว้าง น้ำในลำธารแตกกระเจิง ป่าฝั่งตรงข้ามล้มระเนระนาด หน้าผาไกลออกไปร้อยวาถล่มลงมาเป็นรอยเท้าพรุนไปหมด เมฆบนฟ้ากระจายหายไปเกลี้ยง
อันฮ่าวอ้าปากค้าง ตัวสั่นเทิ้ม อันซินตาแทบถลน
โคตรเท่!
"ข้าจะเรียน! ข้าจะเรียน! เท่กว่ากระบี่ตั้งเยอะ!"
อันฮ่าวกระโดดเหยงๆ ลองเตะลมเลียนแบบ
กู้อันสอน "กระบี่ไท่ชางสะท้านเทพแรงกว่านี้อีก แค่ข้ายังไม่ได้โชว์พลังเต็มที่เฉยๆ"
"แหะๆ ทราบแล้วขอรับ ข้าจะตั้งใจฝึกกระบี่ด้วย!" อันฮ่าวรับปากแข็งขัน
กู้อันเริ่มสอนท่าร่าง อันฮ่าวดูรอบเดียวจำได้หมด แล้วเริ่มซ้อมเอง
กู้อันคิดว่าถึงเวลาต้องส่งอันฮ่าวเข้าสำนักแล้ว
พรสวรรค์ขนาดนี้ ขืนชักช้าจะเสียของ เขาทำได้แค่สอนวิชา แต่ระบบการฝึกพื้นฐานในสำนักจะช่วยได้มากกว่า
ติดตรงอันซินที่ยังไม่ไปถึงไหน
ช่างเถอะ อีกครึ่งปีค่อยส่งไปพร้อมกัน
อีกสิบปี อันฮ่าวคงผงาดในยุทธภพ
กู้อันเริ่มจินตนาการถึงวันที่อันฮ่าวปะทะกับหลี่หยา
คงมันพิลึก
อันฮ่าวฝึกจนเหงื่อท่วมตัวแต่ไม่ยอมหยุด หุ่นเริ่มล่ำสันสมชายชาตรี
กู้อันยืนมองลูกศิษย์ด้วยความภูมิใจ
...
หุบเขาขอบฟ้า
กู้อันกำลังช่วยลิงซุนซานหว่านเมล็ดพืช
ต้องทำตัวให้กลมกลืน จะได้ไม่ดูว่างเกินไป
"ข้ากลับมาแล้ว!"
เสียงตะโกนดังมาจากปากทาง กู้อันรู้ทันทีว่าเป็นใคร
ลวี่เซียนในชุดสีน้ำเงินเดินอาดๆ เข้ามา ถือพัดจีบ ดูหล่อเหลาและแมนขึ้นกว่าเดิม
"เป็นไงบ้าง? เรียบร้อยดีไหม?"
อี้หลิวอวิ๋นตะโกนถามจากยอดเขา
โรหลุนถือหอกวิ่งออกมารับหน้า กู้อันก็ต้องหยุดงานมาดูด้วย
เขาสนใจผลการแข่งของหลี่หยามากกว่าเรื่องของลวี่เซียน
ลวี่เซียนยิ้มมุมปาก "เรียบร้อยดี มีสะดุดนิดหน่อย แต่สุดท้ายที่หนึ่งก็เป็นของข้าตามคาด"
โรหลุนกับอี้หลิวอวิ๋นยิ้มแก้มปริ นายท่านของพวกเขาจะได้หน้าบาน
"แล้วคนของตระกูลจี ตระกูลกู่ ตระกูลโจว ล่ะ? พอฟัดพอเหวี่ยงไหม?" อี้หลิวอวิ๋นถามต่อ
"คนตระกูลจีที่ชื่อจีเซียวอวี้ทำข้าตึงมือนิดหน่อย แต่นางดันถอนตัวไปกลางคัน เลยอดชนะแบบเบ็ดเสร็จ น่าเสียดาย นอกนั้นก็ไม่มีใครน่ากลัว"
"แล้วลูกหลานฝ่าบาทล่ะ?" โรหลุนถามอย่างคาดหวัง
ลวี่เซียนส่ายหน้า ยิ้มเยาะ "ข้านับถือฝ่าบาทนะ แต่ลูกๆ ท่านไม่ได้เรื่องสักคน มีคนหนึ่งชื่อหลี่หยา ใจสู้ดี แต่ฝีมือไม่ถึง ข้าเลยต้องหักแข้งหักขามันไปซะ คงต้องนอนหยอดน้ำข้าวสักปีสองปี"
โรหลุนหน้าซีดเผือด
กู้อันขมวดคิ้วทันที