37-40
37-40
ขอลง ครั้งล่ะ 4 บท ไปเลย น่ะ คร้าน กดลงหลายรอบ
บทที่ 37 คำเชิญจากองค์จักรพรรดิ
ขีดจำกัดอายุขัยสามพันปี?
กู้อันตกตะลึงกับข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอคนที่มีศักยภาพสูงส่งขนาดนี้
แถมยังเป็นระดับ แปรสภาพเทพ ขั้น 8!
แต่เดี๋ยวนะ... อายุขัยปัจจุบันเหลือแค่แปดร้อยเก้าสิบเก้าปี? สำหรับระดับแปรสภาพเทพ มันน้อยเกินไปหรือเปล่า? หรือว่าจะเคยบาดเจ็บสาหัสจนเสียอายุขัยไป?
กู้อันเดินเข้าไปหาชายผู้นั้น ในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชายคนนี้น่าจะเป็นระดับสูงของสำนักไท่เสวียน เขาต้องแสดงท่าทีนอบน้อมแต่ไม่มากเกินไป เดี๋ยวจะถูกสงสัยว่าดูออกถึงระดับพลังที่แท้จริง
หากถูกจับได้ว่ามองทะลุการอำพรางของระดับแปรสภาพเทพ มีหวังโดนเพ่งเล็งว่าเป็นสายลับพรรคมารแน่
หลี่เสวียนเต้าเดินชมสวนสมุนไพรอย่างสบายอารมณ์
กู้อันเดินเข้าไปประสานมือ "ข้าน้อยกู้อัน เจ้าหุบเขาเสวียนกู่ คารวะท่านเซียน ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่ากระไร และมาเยือนด้วยธุระอันใดขอรับ?"
หลี่เสวียนเต้าปรายตามองกู้อัน แววตาเรียบเฉยแต่แฝงแรงกดดันมหาศาล
ทันใดนั้น เขาก็ยิ้มออกมา แรงกดดันหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่ "ข้าชื่อ ซวนเต้า มาจากเมืองชางโจว ตั้งใจมาเยี่ยมลูกชายที่ไท่เสวียน แต่หนทางยาวไกลเลยอยากจะขอพักผ่อนฟื้นพลังที่หุบเขาของเจ้าสักสองสามวัน จะรังเกียจหรือไม่?"
กู้อันรีบตอบรับ "มิกล้าขอรับ เชิญท่านตามสบาย เดี๋ยวข้าจะให้คนจัดเตรียมที่พักให้"
เขาตะโกนเรียกเสี่ยวชวนมาจัดการ
กู้อันก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตาตรงๆ
แซ่หลี่... มาเยี่ยมลูก... หรือจะเป็นคนราชวงศ์?
หุบเขาอื่นมีตั้งเยอะไม่ไป เจาะจงมาที่นี่ ต้องเกี่ยวกับหลี่หยาแน่ๆ
กู้อันแสร้งทำเป็นตรวจตราสวนต่อ แต่หูผึ่งรอฟัง
อีกด้านหนึ่ง เสี่ยวชวนพาหลี่เสวียนเต้าไปที่เรือนรับรอง
"ห้องพักอาจจะคับแคบไปหน่อยนะขอรับ ถ้าขาดเหลืออะไรบอกข้าได้เลย"
หลี่เสวียนเต้าพยักหน้า "ขอบใจมาก ระหว่างทางข้าเห็นมีฝูงแพะในป่า ที่นี่เป็นหุบเขาสมุนไพรไม่ใช่รึ ทำไมเลี้ยงสัตว์ด้วยล่ะ?"
เสี่ยวชวนยิ้มกว้าง "เดิมทีก็ปลูกแต่สมุนไพรขอรับ แต่ข้าหัวทึบ คงไม่มีวาสนาได้เข้าฝ่ายนอก ท่านเจ้าหุบเขาก็เลยอนุญาตให้ข้าเลี้ยงสัตว์ตามที่ชอบ จะได้มีรายได้เสริมมาช่วยพี่น้องคนอื่นฝึกวิชา"
"โอ้? เจ้าหุบเขาใจดีขนาดนั้นเชียว?"
"แน่นอนขอรับ! ศิษย์พี่กู้อันเป็นคนดีที่สุดในใต้หล้า!" เสี่ยวชวนเริ่มบรรยายสรรพคุณความดีของกู้อันน้ำไหลไฟดับ
หลี่เสวียนเต้ายิ่งฟังยิ่งสนใจ ซักไซ้รายละเอียดเพิ่ม เสี่ยวชวนก็เล่าหมดเปลือกอย่างภูมิใจ
กู้อันแอบฟังอยู่ห่างๆ ยิ้มมุมปาก
ไอ้น้องรัก พูดได้ดีมาก!
ไม่ว่าตานี่จะเป็นใคร การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีไว้ก่อนย่อมได้เปรียบ
แต่เดี๋ยวนะ...
ถ้าหมอนี่เป็นคนของ หอพันฤดูสารท ล่ะ?
กู้อันเย็นวาบไปทั้งตัว รอยยิ้มค้าง
ความหวาดระแวงพุ่งปรี๊ด ต้องระวังตัวแจ!
คืนนั้น กู้อันเก็บตัวเงียบอยู่ในหอคอย ไม่กล้ากระดิกตัวไปถ้ำสวรรค์
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้อันนำกายบริหารตามปกติ หลี่เสวียนเต้าออกมาดูด้วยความสนใจ เสี่ยวชวนทักทายอย่างเป็นกันเอง
กู้อันแค่พยักหน้าทักทาย รักษาระยะห่าง
หลังกายบริหาร กู้อันหยิบหนังสือออกมาอ่านพลางเดินกลับหอคอย พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด
แต่หลี่เสวียนเต้าดันเดินตามมา
"เจ้าหุบเขา อ่านอะไรอยู่รึ?"
กู้อันหันไปโชว์ปก "ตำนานเทพยุทธ์ ท่านเคยอ่านไหม?"
หลี่เสวียนเต้ายิ้มกว้าง "เคยสิ ข้าอ่านจนท่องได้แล้ว"
"โอ้? คอเดียวกันนี่นา"
"ฮ่าๆๆ ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้าจริงๆ มาคุยเรื่องหนังสือกันหน่อยไหม?"
กู้อันจำใจเชิญเขาขึ้นห้อง ชงชาต้อนรับอย่างดี ใช้ไฟเวทมนตร์โชว์นิดหน่อย
หลี่เสวียนเต้ามองรอบห้องแล้วถาม "เจ้าคิดยังไงกับโจ้วอ๋อง?"
เอาแล้วไง... คำถามวัดกึ๋น
กู้อันตอบกลางๆ "ถ้าดูตามเนื้อเรื่องก็โหดร้ายทารุณ แต่ถ้าคิดให้ลึก การกระทำของเขาดูขัดแย้งชอบกล"
หลี่เสวียนเต้าตบเข่าฉาด "ใช่ไหมล่ะ! ข้าก็คิดงั้น ในโลกที่มีเทพเจ้าจริงๆ กษัตริย์ที่ไหนจะกล้าไปลบหลู่รูปปั้นเทพธิดา? มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย"
"แถมเทพธิดาหนี่วาผู้สูงส่ง แทนที่จะลงโทษคนทำผิดโดยตรง ดันส่งปีศาจจิ้งจอกมาทำลายบ้านเมือง ให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่ว แบบนี้จะเรียกว่าเทพได้รึ?"
กู้อันเสิร์ฟชา ยิ้มตอบ "นั่นสินะขอรับ แต่มันก็นิทานปรัมปรา คนแต่งเขาคงอยากให้มีดราม่า จะได้สนุก"
เขาพยายามเลี่ยงไม่แสดงความเห็นทางการเมือง
หลี่เสวียนเต้าส่ายหน้า "นิทานอาจจะแต่ง แต่แก่นของมันคือเรื่องจริง... มนุษย์ไม่อาจชนะฟ้า"
เขาจิบชาแล้วถามต่อ "ถ้าโจ้วอ๋องแข็งแกร่งกว่าเทพเจ้า เรื่องราวจะเป็นยังไง?"
"งั้นตอนจบก็คงเป็นศึกระหว่างโจ้วอ๋องกับเหล่าเซียนกระมัง" กู้อันตอบ
หลี่เสวียนเต้าหัวเราะชอบใจ
คุยสัพเพเหระสักพัก หลี่เสวียนเต้าก็วกเข้าเรื่องการเมือง
"เจ้าคิดยังไงกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน? คิดว่าเขาเป็นโจ้วอ๋องไหม?"
กู้อันสะดุ้ง
เปลี่ยนเรื่องเร็วจังวะ!
"ข้าน้อยเป็นแค่คนบ้านนอก ไม่ค่อยรู้เรื่องในวังหรอกขอรับ ได้ยินแต่ว่าฮ่องเต้ครองราชย์มานานแล้ว"
หลี่เสวียนเต้ายิ้มเยาะ "นานเกินไปสินะ ชาวบ้านเขาคงบ่นกันว่าเมื่อไหร่จะตายๆ ไปสักที พวกนักพรตก็คงกลัวว่าฮ่องเต้จะฝึกวิชาจนเก่งกว่าพวกมัน"
กู้อันเหงื่อแตกพลั่ก ไม่กล้าตอบ
หลี่เสวียนเต้ารุกต่อ "เจ้าว่าฮ่องเต้ควรครองราชย์นานๆ หรือควรเปลี่ยนบ่อยๆ?"
กู้อันกัดฟันตอบ "ขึ้นอยู่กับว่าฮ่องเต้เป็นคนยังไงขอรับ ถ้าเป็นคนดีมีเมตตา ปกครองบ้านเมืองให้สงบสุข จะอยู่นานแค่ไหนชาวบ้านก็สรรเสริญ แต่ถ้าเอาแต่เสวยสุขแล้วไม่ยอมลงจากอำนาจ ชาวบ้านก็คงสาปแช่ง"
หลี่เสวียนเต้ายิ้มพอใจ
"พูดได้ดี! ข้าก็คิดแบบนั้น แต่บางที... ข้าก็ควรลงมาดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านบ้าง"
กู้อันตาโต "ท่าน... ท่านคือ..."
เขากำลังจะลุกขึ้นคำนับ แต่แรงกดดันมหาศาลกดเขาให้นั่งติดเก้าอี้
"จุ๊ๆ... อย่าเอะอะไป ทำตัวตามสบาย คิดซะว่าข้าเป็นพ่อของหลี่หยา เรียกข้าว่าลุงก็ได้" หลี่เสวียนเต้ายิ้มอย่างใจดี แต่แฝงความน่าเกรงขาม
กู้อันนั่งตัวเกร็ง
ลุงบ้าอะไรล่ะ! นี่มันฮ่องเต้ระดับแปรสภาพเทพ!
"เอากระบี่เทียนซู่ออกมาซิ"
กู้อันรีบหยิบกระบี่ออกจากถุงสมบัติ
หลี่เสวียนเต้าลูบไล้ฝักกระบี่ด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาเลื่อนกระบี่กลับมาให้กู้อัน
"ในไท่เสวียน หลี่หยาไว้ใจเจ้าที่สุด ข้าขอยกกระบี่นี้ให้เจ้า จากนี้ไปเจ้าคือนายของมัน"
"นอกจากนี้ ข้ากำลังจะสร้างสวนสมุนไพรส่วนตัวใกล้ๆ ไท่เสวียน ปลูกแต่ของระดับสูง ข้าอยากให้เจ้าไปช่วยดูแล ข้าจะไม่เอาเปรียบเจ้าแน่ ทั้งยาสร้างรากฐาน ยาเพิ่มพลัง ข้าหาให้ได้หมด ขอแค่เจ้าจำไว้เรื่องเดียว..."
"ตัวเจ้าอยู่ที่ไท่เสวียน แต่ใจเจ้าต้องอยู่ที่ข้า"
บทที่ 38 กระบี่แค้นสวรรค์ และความลับของไท่เสวียน
กู้อันหน้าชา
จะให้ข้าเป็นไส้ศึกอีกแล้วเรอะ?!
ชีวิตนี้หนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์นี้จริงๆ สินะ
แต่พอได้ยินคำว่า 'สมุนไพรระดับสูง' หัวใจเขาก็เต้นรัว
จะปฏิเสธก็กลัวโดนเก็บ จะตอบรับก็กลัวยุ่งยาก
"ข้า... ปฏิเสธได้ไหมขอรับ?" กู้อันถามเสียงอ่อย
"ได้สิ ข้าก็จะลบความจำเจ้า แล้วถือว่าเราไม่เคยเจอกัน" หลี่เสวียนเต้าตอบยิ้มๆ
กู้อันถอนหายใจ "งั้นข้าขอรับข้อเสนอขอรับ"
"ทำไมถึงเลือกข้า? ข้ามันก็แค่ศิษย์สายนอกกระจอกๆ"
"เพราะเจ้ากระจอกนี่แหละข้าถึงวางใจ เจ้าไม่มีพิษภัย แถมยังสนิทกับลูกข้า อีกอย่าง... ข้าไม่อยากให้คนดูแลสวนของข้าอายุยืนเกินไป เดี๋ยวรู้ความลับเยอะ"
ขอบคุณที่ชมครับท่าน...
กู้อันตกลงปลงใจเรียกหลี่เสวียนเต้าว่า 'ท่านลุง' ตามคำขอ
หลี่เสวียนเต้าพอใจมาก เริ่มชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ถามเรื่องงานตรุษจีนที่พวกเด็กๆ จัดกัน
กู้อันก็เล่าไปตามน้ำ
คืนนั้น งานฉลองตรุษจีนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กู้อันจุดพลุที่ทำเอง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
แสงไฟสาดส่องใบหน้าหลี่เสวียนเต้าที่กำลังชนแก้วกับเสี่ยวชวนอย่างสนุกสนาน ดูไม่เหมือนฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่เลยสักนิด
วันรุ่งขึ้น หลี่เสวียนเต้าจากไป ทิ้งคำสัญญาว่าจะส่งคนมารับในอีกสองปี
กู้อันมองตามหลังเขาไปอย่างครุ่นคิด
ฮ่องเต้ระดับแปรสภาพเทพ... โลกนี้มันชักจะอยู่ยากขึ้นทุกวัน
เขาต้องรีบเก็บอายุขัยให้ถึงแสนปี แล้วอัปเกรดตัวเองให้เหนือกว่าขั้นแปรสภาพเทพให้ได้! ไม่งั้นนอนไม่หลับ!
...
ฤดูร้อนปีต่อมา กู้อันอายุสามสิบสี่
ตู้เย่ คนรับใช้ตระกูลจีแวะมารับสมุนไพร
"คุณชายจีลินพอใจงานเจ้ามาก อีกไม่นานจะส่งยาสร้างรากฐานมาให้ แล้วจะดันให้เจ้าได้เป็นเจ้าหุบเขาถาวร" ตู้เย่บอกข่าวก่อนจากไป
กู้อันยิ้มรับ
นี่ข้ากลายเป็นคนโปรดของทุกคนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทั้งฮ่องเต้ ทั้งตระกูลจี... ทุกคนอยากได้ตัวเขา
เฮ้อ... เกิดเป็นคนหล่อ และปลูกผักเก่ง นี่มันลำบากจริงๆ
กู้อันเดินเข้าป่าไปเจอ ซูหาน กำลังฝึกกระบี่
เด็กคนนี้ขยันขันแข็ง ตอนนี้อยู่ขั้นกลั่นลมปราณระดับ 7 แล้ว ถือว่าไวมาก
แต่ท่ากระบี่ที่ฝึกอยู่นั่น...
กู้อันขมวดคิ้ว ไม่ใช่เจ็ดกระบี่สกุลหลี่นี่นา
เขาลองแกล้งเดินเหยียบใบไม้แห้ง
ซูหานสะดุ้ง หันมาทำความเคารพ
"เสี่ยวหาน ทำไมไม่รีบฝึกพลังให้ถึงขั้นเก้า จะได้ไปสอบเข้าฝ่ายนอก มามัวฝึกกระบี่ทำไม?"
ซูหานเกาหัว "ข้ายังไม่รีบขอรับ อยากฝึกกระบี่ให้เก่งก่อน พ่อข้าทิ้งวิชาไว้ให้"
เขาหยิบคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าออกมาส่งให้กู้อันดู
【เพลงกระบี่แค้นสวรรค์】
ชื่อแม่งโคตรเบียว!
กู้อันเปิดดูผ่านๆ ด้วยสายตาระดับเทพ เขามองทะลุปรุโปร่ง
วิชานี้ร้ายกาจมาก แต่ต้องแลกมาด้วยการทำร้ายตัวเอง ใช้ปราณกระบี่กรีดแทงอวัยวะภายในเพื่อสร้างพลังทำลายล้าง
วิชามารชัดๆ!
"วิชานี้อันตรายนะ เจ้าแน่ใจเหรอว่าจะฝึก?" กู้อันเตือน
"ท่านพ่อข้าเป็นคนตาบอด ไร้วรยุทธ์ แต่เขาทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้ ข้าอยากสืบทอดเจตนารมณ์เขา" แววตาซูหานมุ่งมั่น
กู้อันถอนหายใจ คืนคัมภีร์ให้ "ชีวิตเจ้า เจ้าเลือกเอง ข้าเคารพการตัดสินใจ แต่ถ้าเจ็บปวดเมื่อไหร่ก็พักบ้าง อย่าฝืน"
ซูหานซึ้งใจน้ำตาคลอ
กู้อันยื่นนิยาย 'ตำนานเทพยุทธ์' เล่มล่าสุดให้เป็นการปลอบใจ แล้วเดินจากไป
คนในหุบเขานี้มีแต่พวกมีปม... ชีวิตข้านี่มันศูนย์รวมคนมีปัญหาชัดๆ
คืนนั้น กู้อันไปที่ถ้ำสวรรค์ เล่นกับเจ้ามังกรน้อย แล้วหยิบกระบี่เทียนซู่ออกมาลองฝึก 'เพลงกระบี่แค้นสวรรค์' ดูบ้าง
แค่ลองดูเฉยๆ นะ... เผื่อมันจะขึ้นในหน้าต่างสถานะ!
...
ปลายฤดูร้อน
กู้อันเข้าเมืองไปส่งสมุนไพรและต้นฉบับนิยาย
หลิวฉาง ผู้อาวุโสหอคัมภีร์ต้อนรับเขาอย่างดี ยิ่งกว่าลูกในไส้ เพราะนิยายขายดีเทน้ำเทท่า
"ระวังตัวหน่อยนะ ช่วงนี้พวกมารเริ่มเคลื่อนไหว เจ้าเป็นนักเขียนดัง เดี๋ยวโดนจับไปขังให้เขียนนิยายจนตาย" หลิวฉางเตือนด้วยความหวังดี แกมขู่
เสร็จธุระ กู้อันไปหาลู่จิ่วเจี่ย
ลู่จิ่วเจี่ยดีใจมาก พาไปหาเย่หลานที่บ้านพักในเมือง
ในลานบ้าน ทั้งสามนั่งดื่มสุรารำลึกความหลัง
จู่ๆ ลู่จิ่วเจี่ยก็ทำหน้าเครียด กระซิบเสียงเบา
"ศิษย์พี่... รู้ไหมว่าตอนนี้ไท่เสวียนกำลังจะเกิดเรื่องใหญ่!"
บทที่ 39 วิญญาณแรกกำเนิดขวางทาง คนทรามต่ำช้า
"เรื่องใหญ่ที่ว่าคืออะไร?" กู้อันถามด้วยรอยยิ้ม แม้จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดในเมืองฝ่ายนอกวันนี้
เย่หลานตอบ "เจ้าสำนักกำลังขัดแย้งเรื่องอำนาจกับผู้อาวุโสท่านหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ ฮ่องเต้เสด็จมาที่ไท่เสวียน แต่งตั้งศิษย์เอกของผู้อาวุโสท่านนั้นเป็นราชครู มอบตำแหน่งขุนนางเซียนขั้นหนึ่ง ประกาศไปทั่วหล้า ฝ่ายผู้อาวุโสเลยได้ใจ ปล่อยข่าวโจมตีเจ้าสำนักไม่หยุดหย่อน"
ลู่จิ่วเจี่ยรีบเสริม เพราะกลัวโดนแย่งซีน "เจ้าสำนักบริหารงานแข็งกร้าว สร้างศัตรูไว้เยอะ ช่วงหลังเขตแดนนอกฝ่ายนอกโดนโจมตีบ่อย ศิษย์ล้มตาย มารบุกรุก พวกผู้อาวุโสเลยไม่พอใจ ยิ่งมีฮ่องเต้หนุนหลัง ฝ่ายตรงข้ามยิ่งฮึกเหิม วุ่นวายกันไปหมด"
กู้อันสงสัย "เจ้าสำนักไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จหรือ? เขาไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในไท่เสวียนรึไง?"
"ไม่ใช่หรอก เจ้าสำนักก็มาจากการสนับสนุนของพวกผู้อาวุโส ส่วนคนที่เก่งที่สุดจริงๆ คือศิษย์พี่ใหญ่สายตรง ว่ากันว่าเป็นอัจฉริยะในรอบพันปี แต่เขาชอบออกท่องยุทธภพ ไม่ค่อยกลับสำนัก มีข่าวลือว่าถ้าเขาอยากเป็นเจ้าสำนัก แค่เอ่ยปาก พรุ่งนี้ก็ได้เป็นแล้ว" ลู่จิ่วเจี่ยเล่าอย่างตื่นเต้น
"เก่งขนาดนั้นเชียว? เขาชื่ออะไร?"
"เอ่อ... ข้ายังสืบไม่ได้" ลู่จิ่วเจี่ยไอแก้เก้อ
เย่หลานมองค้อน ก่อนหันมาหากู้อัน "ข้าได้ยินข่าววงในจากหอคุมกฎ ความขัดแย้งลามไปทั่ว ศิษย์พี่ต้องระวังตัวที่หุบเขาเสวียนกู่นะ พวกนั้นเพื่ออำนาจ ทำได้ทุกอย่าง"
กู้อันหัวเราะแห้งๆ "คงไม่ถึงขั้นมาฆ่าล้างหุบเขาแล้วป้ายสีอีกฝ่ายหรอกมั้ง?"
พูดเองก็เสียวเอง ขนาดปีศาจตัณหายังมีคนกล้าเลี้ยง อะไรก็เกิดขึ้นได้
เย่หลานจับมือกู้อัน ปลอบโยน "ไม่ต้องกลัว ข้าจะลองคุยกับหอคุมกฎให้เพิ่มเวรยามแถวนั้น"
กู้อันค่อยๆ ดึงมือออกอย่างเนียนๆ เขาเห็นจังหวะที่นางจะจับมือแล้ว แต่ไม่อยากหลบเดี๋ยวนางเสียหน้า
ลู่จิ่วเจี่ยแอบขำ จนโดนเย่หลานถลึงตาใส่
"พวกเจ้าต่างหากที่ต้องระวัง เกมการเมืองอันตรายกว่าไปสู้กับปีศาจอีก" กู้อันเตือน
ลู่จิ่วเจี่ยยืดอกมั่นใจ ส่วนเย่หลานบอกว่าอยู่หอคุมกฎปลอดภัยหายห่วง
กู้อันมองเย่หลานด้วยความชื่นชม จากเด็กสาวขี้อาย กลายเป็นผู้หญิงเก่งที่พึ่งพาได้
ทั้งสามดื่มกินพูดคุยกันอย่างออกรส กู้อันได้ข้อมูลวงในเพียบ รู้สึกภูมิใจที่เด็กปั้นของเขาเติบโตมาดูแลเขาได้
ถ้าเด็กพวกนี้กระจายไปอยู่ทุกแผนก เขาก็จะมีสายข่าวทั่วสำนัก!
สองชั่วยามผ่านไป กู้อันขอตัวกลับ ปฏิเสธคำชวนไปต่อของเย่หลาน
เขาขี่กระบี่กลับหุบเขาด้วยความเร็วสูง เพราะปรับพลังโชว์เป็น กลั่นลมปราณ ขั้น 9 แล้ว
บินมาครึ่งชั่วโมง จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากป่า ขวางทางไว้
ชายชราชุดขาว จมูกแดงก่ำเหมือนคนเมา ถือน้ำเต้าเหล้าใบโต
"สหายตัวน้อย โปรดหยุดก่อน!"
กู้อันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายระดับสร้างรากฐาน แต่เพื่อความชัวร์ เขาสแกนทันที
หลินฝูเทียน (วิญญาณแรกกำเนิด ขั้น 1): 603/800/840
ไอ้แก่เจ้าเล่ห์! เป็นถึงวิญญานแรกกำเนิดยังจะมาแอ๊บเด็ก!
กู้อันด่าในใจ
ทั้งสองลอยตัวเผชิญหน้ากัน หลินฝูเทียนยิ้มเป็นมิตร "ข้าชื่อ หลินคุน จากหอคุมกฎฝ่ายนอก มีเรื่องอยากสอบถามเกี่ยวกับสายลับมารที่ระบาดช่วงนี้ ลงไปคุยกันข้างล่างเถอะ"
กู้อันพยักหน้า ปฏิเสธตอนนี้คงไม่สวย
พอลงถึงพื้น กู้อันแอบเด็ดใบไม้มาสองใบถือไว้ในมือ
หลินฝูเทียนขยับเข้ามาใกล้ กระซิบถาม "เคยได้ยินชื่อ สวีหรูเย่ แห่งลัทธิหมื่นวิญญาณไหม?"
อ๋อ... ไอ้ตัวที่ข้าเพิ่งเป่าหัวกระจุยไปนั่นน่ะเหรอ?
กู้อันแกล้งทำหน้างง "ลัทธิหมื่นวิญญาณเคยได้ยิน แต่สวีหรูเย่นี่ใครหรือขอรับ?"
"เขาเป็นอัจฉริยะ ลูกชายรองเจ้าลัทธิ ตายแถวๆ นี้แหละ ช่วงนี้มีสายลับมาสืบหาสาเหตุการตายของเขาเยอะ"
กู้อันถอยหลังกรูด ทำท่าระแวง "ท่าน... ท่านคงไม่ใช่สายลับใช่ไหม?"
หลินฝูเทียนแสยะยิ้ม "ทำไม? กลัวข้าเหรอ?"
"ข้าไม่กล้า แต่ข้าไม่รู้จักคนชื่อนี้จริงๆ ท่านเป็นคนของหอคุมกฎ มาถามข้าทำไม?"
"ฮ่าๆๆๆ!"
หลินฝูเทียนหัวเราะลั่น สะบัดแขนเสื้อ ปล่อยพลังวิญญาณมหาศาลออกมาครอบคลุมพื้นที่
กู้อันแกล้งทำหน้าตื่นตระหนก ยกกระบี่ขึ้นกัน
หลินฝูเทียนเปิดจุกน้ำเต้า กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา "ไม่ต้องกลัว ในนี้มีเพื่อนร่วมสำนักเจ้ารออยู่ตั้งสิบห้าคน..."
กู้อันกัดฟัน "แกเป็นใคร? จะฆ่าข้าก็บอกชื่อแซ่มาให้ชัดเจนหน่อย!"
"เจ้าก็เดาได้แล้วนี่" หลินฝูเทียนยิ้มเหี้ยม ยกมือดูดร่างกู้อันเข้าไปหา
กู้อันลอยละลิ่วไปหาฝ่ามือมรณะ หลินฝูเทียนยกน้ำเต้าขึ้นดื่มเหล้าฉลองชัย
ตูม!
จู่ๆ แรงกดดันมหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างกู้อัน กระแทกพลังวิญญาณของหลินฝูเทียนแตกกระจาย
รูม่านตาของหลินฝูเทียนหดเกร็ง สะท้อนภาพใบไม้ใบเล็กๆ
ใบไม้นั้นห่อหุ้มด้วยปราณกระบี่ พุ่งมาเร็วยิ่งกว่าแสง เจาะทะลุหน้าผากเขาในพริบตา
เลือดสาดกระจาย!
ใบไม้พุ่งต่อไปข้างหลัง ทำลายป่าราบเป็นหน้ากลอง ฝุ่นตลบอบอวล
หลินฝูเทียนตัวสั่นเทา จ้องมองกู้อันด้วยความไม่อยากเชื่อ
"เจ้า... ซ่อนพลัง... ไอ้คนทราม..."
กู้อันมายืนตรงหน้าเขา ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจ่อที่อก
เปรี้ยง!
ปราณกระบี่ระเบิดร่างหลินฝูเทียนแหลกละเอียด แรงระเบิดเป่าฝุ่นควันด้านหลังจนแหวกเป็นทางยาวหลายลี้
ท่ามกลางเศษเนื้อ ทารกหน้าแก่คนหนึ่งพุ่งออกมา นั่นคือ วิญญาณแรกกำเนิด ของหลินฝูเทียน เตรียมจะหนีสุดชีวิต
ฟิ้ว!
ใบไม้ใบที่สองพุ่งตามไปเจาะทะลุวิญญาณทารก ดับสูญไปตลอดกาล
กู้อันเรียกกระบี่บินกลับมา กระโดดขึ้นขี่แล้วหายวับไปในพริบตา
ท่านชิงอายุขัยจากหลินฝูเทียน (วิญญาณแรกกำเนิด ขั้น 1) มาได้ 25 ปี
งกชิบเป๋ง!
กู้อันบ่นอุบ แต่ก็เข้าใจได้ ตาแก่นี่เหลืออายุขัยไม่ถึงสองร้อยปี
เขาบินอ้อมโลกเพื่อสลัดร่องรอย ก่อนจะดิ่งกลับหุบเขาเสวียนกู่
ปีนหน้าต่างเข้าห้อง นั่งลงที่โต๊ะ คว้าไหเหล้ามากระดกอึกใหญ่
มือไม้สั่น หัวใจเต้นรัว
"เฮ้อ..."
น่ากลัวชะมัด!
แค่จะกลับบ้าน ดันเจอระดับวิญญานแรกกำเนิดมาดักตีหัว!
กู้อันตัดสินใจกักบริเวณตัวเองหนึ่งเดือน
"ไม่ได้การ... วันนี้เจอวิญญานแรกกำเนิด วันหน้าอาจเจอแปรสภาพเทพ..."
เขารีบเช็กอายุขัย 91,000 กว่าปี
ค่อยยังชั่ว... พออุ่นใจขึ้นหน่อย
โลกนี้มันเถื่อนจริง แค่เลเวล 9 เริ่มต้นยังโดนบอสมาดักตบ
กู้อันนึกสงสาร 15 ดวงวิญญาณในน้ำเต้า
เขาตั้งเป้าหมายใหม่ รีบฟาร์มให้ครบแสนปี ดูซิว่าจะปลดล็อกอะไร แล้วค่อยอัปเกรดพลัง!
หยิบ 'บันทึกจอมยุทธ์เสื้อเขียว' มาอ่านแก้เครียด
ตกค่ำ เสียงเชียร์ดังมาจากข้างล่าง กู้อันส่องดู พบว่าถังอวี๋กับซูหานกำลังประลองกัน
ปกติเขาจะลงไปแจม แต่วันนี้ไม่มีอารมณ์
สักพัก เจินฉิ้นวิ่งหน้าตื่นเข้ามา "อาจารย์! ศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองตีกันเลือดสาดแล้ว!"
กู้อันปิดหนังสือ "ตีกันเรื่องอะไร?"
"ศิษย์พี่รองใช้วิชาใหม่ ศิษย์พี่ใหญ่ล้อว่าท่าทางตุ้งติ้ง ศิษย์พี่รองเลยของขึ้น แทงศิษย์พี่ใหญ่เจ็บหนัก!"
กู้อันลุกขึ้นทันที
บทที่ 40 ข่าวลือเซียนกระบี่ และอายุขัยหนึ่งแสนปี
ข้างล่างวงแตก
ซูหานผมเผ้ายุ่งเหยิง ตาแดงก่ำเหมือนปีศาจ ไล่ฟันถังอวี๋อย่างบ้าคลั่ง ถังอวี๋เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เลือดอาบ
อู้ซินกับเสี่ยวชวนพยายามห้ามแต่เข้าไม่ถึง
กู้อันเดินเข้าไปกลางวง คว้าข้อมือซูหานไว้ อีกมือกันลูกเตะของถังอวี๋
ถังอวี๋กระเด็นถอยหลัง ตกใจที่แขนอาจารย์แข็งโป๊ก
กู้อันบีบข้อมือซูหานจนกระบี่ร่วง
"ตั้งสติ!"
เสียงตวาดผสมปราณกระแทกจิตใจ ซูหานสะดุ้ง แววตาอำมหิตจางลง
อู้ซินมองตาค้าง อาจารย์เทพขนาดนี้เลยเรอะ?
ปกติเห็นแต่ปลูกผัก ไม่นึกว่าจะบู๊เก่งขนาดหยุดคนคลั่งได้ด้วยมือเปล่า
ซูหานทรุดฮวบ หมดสติไป กู้อันสั่งให้คนพาไปพัก แล้วหันมามองถังอวี๋ที่หน้าซีด
"ไปทำแผล" กู้อันสั่งสั้นๆ
ถังอวี๋รีบเผ่น
"แยกย้ายกันได้แล้ว" กู้อันบอกเรียบๆ แล้วเดินกลับห้อง
คืนนั้น บรรยากาศในหุบเขาเงียบกริบ
กู้อันนั่งในห้อง สัมผัสได้ถึงจิตสังหารระดับสูงกวาดผ่านหุบเขาไปหลายระลอก
เรื่องที่เขาฆ่าหลินฝูเทียนคงไปถึงหูเบื้องบนแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูหานมาขอขมา
กู้อันสอนบทเรียนเรื่องมิตรภาพ และเตือนสติเรื่องวิชา 'กระบี่แค้นสวรรค์'
ซูหานสำนึกผิด ไปขอโทษถังอวี๋ สองศิษย์พี่น้องกอดคอกันร้องไห้
กู้อันถอนหายใจ จบดราม่าไปหนึ่ง
เขาออกไปตรวจสวน เริ่ม 'เร่งเก็บเกี่ยว' สมุนไพรที่ใกล้โตเต็มที่
ต้องรีบปั๊มยอดให้ครบแสนปี!
...
บนท้องฟ้าเหนือป่า
ฉู่จิงเฟิง แขนเดียว ยืนบนกระบี่ มองดูร่องรอยการต่อสู้เบื้องล่าง
รอยดาบยาวหลายลี้ ต้นไม้ราบเป็นหน้ากลอง
ชายชราข้างกายส่งใบไม้ให้ "น่าจะเป็นฝีมือ เซียนกระบี่เหินเวหา เจอศพหลินฝูเทียนกับน้ำเต้าดูดวิญญาณแล้ว"
ฉู่จิงเฟิงรับใบไม้ไปดู "แสดงว่าเขาเป็นคนของไท่เสวียนจริงๆ สินะ"
ชายชราพยักหน้า "คงงั้น ถ้าจะฆ่าจั่วอีเจี้ยนคงทำไปนานแล้ว นี่ช่วยกำจัดสายลับให้ด้วย"
ฉู่จิงเฟิงเงียบ
"ปล่อยวางเถอะจิงเฟิง แขนขาดก็ช่างมัน ดูเซียนกระบี่สิ ใช้ใบไม้ยังเทพได้ เจ้าจะยึดติดกับมือขวาไปทำไม?" ชายชราเตือนสติ
ฉู่จิงเฟิงยิ้มขื่น
ในป่า เย่หลานยืนมองร่องรอยการทำลายล้างด้วยความทึ่ง
"นี่คือพลังของเซียนกระบี่เหินเวหา... ใบไม้ใบเดียวทำได้ขนาดนี้..." เพื่อนร่วมทีมกระซิบ
เย่หลานมองไปทางหุบเขาเสวียนกู่ด้วยความเป็นห่วง
...
หลังจากนั้น ก็มีคนบินผ่านหุบเขาบ่อยขึ้น กู้อันเห็นเย่หลานบินผ่านไปมาหลายรอบ แต่ไม่ยอมลงมาหา
ยัยเด็กนี่... เป็นห่วงก็ลงมาสิ
กู้อันยิ้มมุมปาก ดูสถานะตัวเอง
อายุขัย: 99,990 ปี
อีกสิบปี!
คืนนี้แหละ!
เขาคำนวณไว้แล้ว ยอมสละผลผลิตปีหน้า แลกกับการอัปเกรดวันนี้
เหลือบเห็นซูหานยังซึมๆ อยู่บนยอดเขา ส่วนถังอวี๋ก็ฟิตจัดซ้อมหนัก
กู้อันเดินไปที่รั้ว
"อาจารย์ ยิ้มอะไรเจ้าคะ?" เจินฉิ้นวิ่งมาถาม
กู้อันลูบหัวนาง "ยิ้มให้เด็กขี้สงสัยไง"
"งั้นสอนวิชา 'บาทาวายุสลาย' ให้ข้าหน่อยสิ ข้าอยากเท่แบบศิษย์พี่เย่หลาน!"
กู้อันเลิกคิ้ว "ไหนว่าเกลียดการต่อสู้?"
"ก็... อยากเข้าหอคุมกฎนี่นา" นางอายม้วน
กู้อันหัวเราะ "ได้สิ สอนให้"
รีบสอนรีบไป จะได้มีเวลาส่วนตัว
ตกดึก
เมื่อทุกคนหลับ กู้อันย่องออกจากหุบเขา แวะเด็ดสมุนไพรระดับสามติดมือไปสองต้น
ไปที่ลับตาคน
สูดหายใจลึก...
ท่านได้รับอายุขัย 12 ปี
อายุขัยรวม: 100,002 ปี
ติ๊ง!
ตรวจพบอายุขัยครบหนึ่งแสนปี ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่: ...