33-34
33-34
เทพทรู ถ้าแปลปกติ คือ ลูกรักสวรรค์ ครับ
บทที่ 33 สะเทือนฝ่ายนอก ตำนานเทพอุบัติ
ท่ามกลางพายุหิมะในคืนอันมืดมิด
ปราณกระบี่ของจั่วอีเจี้ยนพุ่งทะยานเสียดฟ้า ก่อตัวเป็นเสาเพลิงยักษ์เชื่อมต่อผืนดินและแผ่นฟ้า เปลวไฟร้อนแรงหมุนวนกลายเป็นมังกรอัคคีคำรามก้อง
จั่วหลินมองภาพนั้นด้วยความตะลึงงัน ไม่นึกว่าเพลงดาบกลืนอัคคีของบิดาจะก้าวหน้าถึงขั้นนี้
ตูม!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังมาจากด้านหลังราวกับฟ้าผ่า จั่วหลินสะดุ้งสุดตัวกำลังจะหันกลับไป ทว่าแสงสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงตะวันก็สาดกระทบใบหน้า
หางตาของเขาจับภาพลำแสงกระบี่สายหนึ่งที่พุ่งแหวกความมืดเข้ามา
มันสว่างไสวเกินบรรยาย พายุหิมะที่ขวางทางถูกแรงอัดกระแทกจนกลายเป็นกำแพงคลื่นสีขาว ราวกับว่าท้องฟ้ายามราตรีกำลังจะถูกฉีกกระชาก
จั่วหลินสมองขาวโพลน คิดอะไรไม่ออก
แสงนั้นพุ่งข้ามหัวเขาไป ลมกรรโชกที่ตามมาปะทะเข้ากับค่ายกลป้องกันตัวจนสั่นสะเทือนแทบแตกสลาย
ในสายตาของจั่วหลิน แสงกระบี่นั้นพุ่งเข้าชนปราณกระบี่ของบิดาด้วยพลังทำลายล้างที่ไม่อาจต้านทาน
จั่วอีเจี้ยนไหวตัวเร็วกว่าลูกชาย แต่ก็ยังช้ากว่าคู่ต่อสู้
เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะร่ายกระบวนท่า ได้แต่ระเบิดปราณกระบี่ทั้งหมดที่มีออกมาต้านรับ
เปรี้ยง!
เสาเพลิงยักษ์ถูกกระแทกแตกกระจาย มังกรอัคคีสลายกลายเป็นไอในพริบตา ปราณกระบี่ของจอมดาบคลั่งพังทลายอย่างง่ายดาย
เสื้อผ้าของเขาฉีกขาด เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากรูขุมขน
ดวงตาเขาเบิกโพลง สะท้อนภาพใบไม้ใบเล็กๆ ใบหนึ่ง
เป็นไปไม่ได้...
ความคิดสุดท้ายแล่นผ่านสมอง ก่อนที่ความกลัวจะทันกัดกินหัวใจ ใบไม้นั้นก็ปักฉึกเข้าที่หัวไหล่ แรงอัดมหาศาลกระแทกร่างเขาปลิวละลิ่ว ทะลุภูเขาลูกแล้วลูกเล่า ไปตกกระแทกพื้นในป่าห่างออกไปสิบลี้
ท้องฟ้ายามค่ำคืนถูกเจาะเป็นรูโหว่ หิมะรอบเส้นทางที่ใบไม้พาดผ่านระเหยกลายเป็นไอลอยค้างเติ่ง สร้างทัศนียภาพที่งดงามและน่าสะพรึงกลัว
บนยอดเขา จั่วหลินยืนตัวแข็งทื่อในวงเวทย์ มองตามทิศที่พ่อหายไป
เขาทรุดฮวบลงกับพื้น ไม่อยากเชื่อสายตา
พ่อผู้ไร้พ่าย... แพ้แล้ว
แถมยังแพ้แบบหมดรูป!
สิบลี้ห่างออกไป บนยอดเขาอีกฝั่ง
กู้อันยืนนิ่งในชุดขาว มือยังค้างอยู่ในท่าขว้าง ลมหนาวพัดชายเสื้อสะบัดไหว ภายใต้หน้ากากไม้ แววตาของเขาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น
บำเพ็ญเพียรมาร้อยปี จะมาสู้อายุขัยสองพันปีของข้าได้ยังไง?
กู้อันคิดในใจ เขาออมมือให้แล้ว เล็งที่ไหล่แทนที่จะเป็นหัว
เขาหันหลังเดินจากไป ร่างกายค่อยๆ เลือนหายไปในพายุหิมะ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
กู้อันพาลูกศิษย์ออกกำลังกายยามเช้าตามปกติ
เจินฉิ้นบิดเอวพลางมองท้องฟ้า "วันนี้หิมะเบาลงนะเจ้าคะ"
อู้ซินมองไปไกลๆ "ไม่ใช่แค่หิมะ แต่เจตจำนงแห่งกระบี่ที่กดดันพวกเราก็หายไปด้วย"
พอได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
"หรือว่าเขาไปแล้ว?"
"น่าจะใช่ พวกเซียนกระบี่ชอบหาที่สงบๆ บรรลุวิชา ที่นี่คงฮวงจุ้ยไม่ดีมั้ง"
"อย่าประมาท อาจจะแค่หลับก็ได้"
"ระดับนั้นเขาไม่หลับกันหรอก!"
ฟังลูกศิษย์เถียงกัน กู้อันก็ยิ้มขำ
เขากระแอม "ตั้งใจทำท่ากายบริหารไป เดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าอยู่หรือไป"
ในใจภาวนาว่าอย่ามีใครมาซ่าแถวนี้อีก
เดี๋ยวเผลอตบแรงไป ศพไม่สวยจะยุ่ง
สองวันต่อมา ไม่มีวี่แววของพลังกระบี่อีก ชาวหุบเขาเสวียนกู่โล่งอก กลับมาใช้ชีวิตปกติสุข
มีคนเหาะผ่านมาสืบข่าวบ้าง กู้อันสแกนเจอกระทั่งระดับวิญญาณแรกกำเนิด ขั้น 6 ก็ทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้
ตกดึก
กู้อันแวะไปหาเจียงฉยงที่ถ้ำสวรรค์
"ท่านจั่วอีเจี้ยนดูเหมือนจะไปแล้วนะขอรับ"
เจียงฉยงที่กำลังคุมไฟปรุงยาตอบโดยไม่หัน "ไม่ได้ไปหรอก น่าจะเจ็บหนักไม่ก็ตายไปแล้ว"
"หา? ทำไมท่านพูดแบบนั้น?" กู้อันแกล้งตกใจตาโต "เขาเป็นถึงระดับวิญญาณแรกกำเนิดเชียวนะ!"
นางปรายตามอง "วิญญาณแรกกำเนิดแล้วไง? เหนือฟ้ายังมีฟ้า เมื่อคืนก่อนมีพลังกระบี่สองสายปะทะกัน สายหนึ่งเหนือกว่าจั่วอีเจี้ยนหลายขุม แถมจบศึกในพริบตา แสดงว่าฝีมือคนละชั้น"
กู้อันลอบยิ้มมุมปาก
แต่ปากยังถามต่อ "แล้วหุบเขาเราจะซวยไหมขอรับ?"
"ไม่หรอก เจ้าเห็นมดเดินผ่านเจ้าจะไปเหยียบมันไหมล่ะ?" นางตอบเรียบๆ
แต่ในใจนางเริ่มกังวล
หลับไปเจ็ดสิบปี โลกภายนอกเปลี่ยนไปขนาดนี้เชียวหรือ? นางใช้เวลาแค่สี่สิบปีบรรลุแก่นทองคำ นึกว่าแน่แล้ว แต่ดูเหมือนเด็กสมัยนี้จะโหดกว่าเยอะ
"คราวหน้าถ้าจะเลื่อนขั้นต้องระวังหน่อย อย่าประมาทเหมือนตาแก่นั่น ในสำนักไท่เสวียนการแข่งขันมันสูง" นางเตือน
"ท่านหมายความว่าคนลงมือเป็นคนของไท่เสวียน?"
"แหงสิ คนนอกที่ไหนจะกล้าบุกเข้ามาลึกขนาดนี้ แถมลงมือเร็วถอยเร็ว ไม่มีศึกระลอกสอง ต้องเป็นคนในแน่นอน"
แม่นเป๊ะ!
กู้อันนึกถึงตอนหนีกลับมาที่โดนสแกนจนเกือบซวย ดีนะที่มีวิชาอำพรางเทพ
คุยกันสักพัก กู้อันก็ขอตัวไปดูไข่มังกร
เจียงฉยงดูแลดีมาก เอาหญ้าแห้งปูรอง เขียนยันต์ช่วยรวบรวมพลังวิญญาณให้อีก
กู้อันเริ่มจินตนาการภาพตัวเองขี่มังกรท่องโลกกว้าง เท่ระเบิด!
...
ข่าวจั่วอีเจี้ยนบาดเจ็บสาหัสแพร่สะพัดไปไวกว่าที่คิด แม้แต่ในเมืองฝ่ายนอกก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้
เมื่อก่อนระดับวิญญาณแรกกำเนิดคือตำนาน แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นหัวข้อสนทนาในวงเหล้า
กู้อันเดินตามจูชิงลู่ ผู้อาวุโสหอโอสถ เข้าไปยังหอคัมภีร์
หอคัมภีร์คุมหนังสือทุกเล่มในฝ่ายนอก รวมถึงนิยายประโลมโลกด้วย
"น้องชาย ไอเดียเขียนหนังสือนี่ดีนะ ถ้าผ่านการพิจารณา ข้าจะช่วยดันยอดพิมพ์ให้" จูชิงลู่หันมาบอกอย่างเอ็นดู
กู้อันยิ้มรับ "ขอบพระคุณผู้อาวุโส บุญคุณนี้ข้าไม่ลืมแน่"
"ฮ่าๆๆ คนกันเองทั้งนั้น" จูชิงลู่หัวเราะร่า แต่แววตาบอกชัดว่า 'อย่าลืมส่วนแบ่งข้านะ'
เดินทะลุโถงทางเดินยาวเหยียด เข้ามาถึงห้องรับรอง เห็นชายชรานั่งจิบชาอยู่
"พี่หลิว สบายดีไหม?" จูชิงลู่ทักทาย
กู้อันสแกนทันที
หลิวฉาง (สร้างรากฐาน ขั้น 9): 226/270/340
หลิวฉางลุกขึ้นต้อนรับ สองเฒ่าคุยรำลึกความหลังกันน้ำไหลไฟดับ กู้อันยืนสงบเสงี่ยมเป็นฉากหลัง
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ถึงวกเข้าเรื่อง
"ไหน เอามาดูซิ ผ่านตาก่อนถึงจะอนุมัติได้" หลิวฉางแบมือ
กู้อันยื่นต้นฉบับให้
หลิวฉางรับไปดูปก "ตำนานเทพยุทธ์? ชื่อเข้าท่านี่"
เขาเริ่มเปิดอ่าน
กู้อันยืนรออย่างใจเย็น
ตอนนั้นเอง ชายหนุ่มชุดขาวก็เดินอาดๆ เข้ามา ตะโกนลั่น "ท่านผู้เฒ่าหลิว! มีหนังสือเกี่ยวกับเซียนกระบี่ไหม? ข้าอยากรู้ว่าใครกันที่ใช้ใบไม้ปราบจอมดาบคลั่งได้!"
หลิวฉางยกมือจุ๊ปาก
กู้อันหันไปมอง พร้อมสแกน
กู่หยู (สร้างรากฐาน ขั้น 8): 34/291/1402
อัจฉริยะอีกแล้ว
กู้อันเฉยๆ เจอคนเก่งจนชินแล้ว
กู่หยูเดินมามุงดูต้นฉบับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
อ่านไปอ่านมา ติดงอมแงมทั้งคู่
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง จูชิงลู่ทนไม่ไหว เดินมาดูบ้าง
"พี่หลิว มันสนุกขนาดนั้นเลยรึ?"
เขาสงสัยว่ากู้อันเขียนอะไรลงไป คงไม่ใช่เรื่องชาวบ้านในมุ้งนะ?
หลิวฉางเงยหน้าขึ้น มองกู้อันด้วยสายตาเปลี่ยนไป "นี่เจ้าแต่งเองจริงๆ รึ?"
กู้อันพยักหน้า บรรพบุรุษแต่ง ข้าแค่ยืมมา
"ไม่มีปัญหา สนุกมาก!" หลิวฉางการันตี "ข้าให้ส่วนแบ่งเจ้าสามส่วน ห้าส่วนเข้าสำนัก สองส่วนเข้าหอคัมภีร์ ตกลงไหม?"
กู้อันรีบขอบคุณ
จูชิงลู่ยิ้มแก้มปริ หน้าบานเป็นจานดาวเทียม
"จะใช้นามปากกาว่าอะไร?"
"พานอันขอรับ"
บทที่ 34 สามหมื่นปีอายุขัย บันทึกค่ายกลจื่อเวย
กู้อันไม่อยากใช้ชื่อจริง เลยยืมชื่อชายงามในตำนานมาใช้
หลิวฉางกำชับเรื่องข้อห้ามต่างๆ และแนะนำให้สอดแทรกการสรรเสริญสำนักไท่เสวียนเข้าไปด้วย เพื่ออนาคตที่สดใส
กู้อันรับปากส่งๆ ไป เขียนนิยายแค่งานอดิเรก ไม่ได้กะจะเอาดีทางเลียแข้งเลียขา
พอกู้อันรับปาก กู่หยูก็พุ่งเข้ามาตบไหล่ "สหาย! เคยเขียนเรื่องอื่นมาก่อนไหม?"
"เรื่องแรกขอรับ"
"สุดยอด! ข้าว่าเจ้าดังระเบิดแน่ เผลอๆ จะแซงหน้า 'จอมยุทธ์เสื้อเขียว' ด้วยซ้ำ!" กู่หยูเชียร์ออกนอกหน้า
กู้อันตาเป็นประกาย "ท่านรู้จักจอมยุทธ์เสื้อเขียว?"
"ชอบอ่านเหมือนกันรึ? ข้าไม่รู้จักตัวจริงหรอก ถามตาแก่หลิวแกก็อมพะนำไม่ยอมบอก" กู่หยูบ่น
หลิวฉางหัวเราะ ลากจูชิงลู่เดินออกไป "ไปคุยกันข้างนอกเถอะ ปล่อยเด็กๆ เขาคุยกัน"
กู่หยูซักไซ้เรื่องพล็อตนิยาย กู้อันก็ตอบไปตามน้ำ เพราะดูท่าทางหลิวฉางจะเกรงใจเด็กคนนี้ไม่น้อย
คุยกันชั่วโมงกว่า กู้อันถึงได้ปลีกตัวออกมา
"กู่หยูคนนั้นเบื้องหลังไม่ธรรมดา หลิวฉางให้ความเกรงใจมาก" จูชิงลู่กระซิบระหว่างทางกลับ
กู้อันพยักหน้า แต่ไม่ได้คิดจะสานสัมพันธ์ เขาชอบชีวิตสงบๆ มากกว่า
กลับถึงหุบเขาพร้อมเมล็ดพันธุ์และเสื้อผ้าใหม่ กู้อันก็เริ่มชีวิตวนลูปเดิม
ปีแล้วปีเล่าผ่านไป
งานตรุษจีนปีที่สองผ่านไปอย่างราบรื่น
กู้อันเริ่มนับถอยหลังรอวันที่เจียงฉยงจะจากไป เขาจะได้ยึดถ้ำสวรรค์มาทำสวนส่วนตัวแบบเต็มรูปแบบสักที
หลังปีใหม่ กู้อันพาอู้ซินไปรับศิษย์ใหม่มาอีกสามคน เหยียนเหมย, หยางหมิ่น, เย่เหยียน วัยสิบแปดปีสดใส
การรับศิษย์ครั้งนี้เพื่อให้อู้ซินหัดคุมคน จะได้เป็นมือขวาที่ไว้ใจได้
กลับมาถึง ก้้อันปล่อยให้อู้ซินพาเด็กใหม่ไปทัวร์ ส่วนตัวเองหนีเข้าป่าไปวางแผนขยายสวน
ยอดส่งสมุนไพรของเขาติดท็อปเทน จูชิงลู่เพิ่มโควตาให้ไม่อั้น ตอนนี้เลี้ยงคนเก้าคนสบายๆ
คนเราพอมีพอกินก็เริ่มโลภ กู้อันอยากได้อายุขัยต่อปีเพิ่มขึ้นอีก
ยืนวางแผนอยู่เพลินๆ เจ้าหนูขาวก็โผล่มา คายแหวนหยกใส่มือ
กู้อันสแกนดู... โอ้วแม่เจ้า! ข้างในอัดแน่นด้วยหินวิญญาณ!
"เก่งมากไอ้หนู! เย็นนี้จัดผลชางเถิงให้ลูกนึง!"
เจ้าหนูขาวยิ้มแก้มปริ ยอมให้อุ้มแต่โดยดี
ไม่นาน ลู่จิ่วเจี่ยก็ขี่กระบี่กลับมาเยี่ยมบ้านในมาดศิษย์ฝ่ายนอกเต็มตัว
บรรยากาศในหุบเขาคึกคักขึ้นทันตา เด็กใหม่มีไฟลุกโชนเมื่อเห็นรุ่นพี่ประสบความสำเร็จ
กู้อันตรวจสอบแหวนที่หนูขาวคาบมา พบว่าเป็นเงินก้อนโต สบายล่ะทีนี้
...
สองปีผ่านไปไวเหมือนโกหก กู้อันอายุสามสิบ แต่หน้าตายังใสกิ๊งเหมือนยี่สิบต้นๆ เพราะยาคงโฉม
อายุขัยสะสมทะลุ 30,000 ปี!
กิจการรับจ้างดูแลถ้ำขยายเป็น 11 แห่ง รายได้ไหลมาเทมา
คืนฤดูร้อน พระจันทร์เต็มดวง
ในป่าลึก เจียงฉยงเดินเท้าเปล่านำหน้า กู้อันเดินตามเงียบๆ
"ส่งแค่นี้พอ" นางหยุดเดิน หันมาบอก
กู้อันลังเลนิดนึง "อาจารย์ปู่ เดินทางปลอดภัยนะขอรับ ยังไงที่นี่ก็เขตไท่เสวียน ระวังตัวด้วย"
อยู่กันมานาน สอนวิชาให้ตั้งเยอะ จะบอกว่าไม่ผูกพันก็โกหก แต่ถ้าถามว่าอยากให้อยู่ต่อไหม... ไม่เอาครับ!
เจียงฉยงยิ้ม โยนสมุดปกน้ำเงินให้เล่มนึง
"ตั้งใจฝึกเข้าล่ะ เดี๋ยวข้ากลับมาจะสอบ ถ้าห่วยแตกแม่จะตีให้ก้นลายเลยคอยดู"
นางขู่เหมือนเขาเป็นเด็ก แล้วหายวับไปกับตา ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ
กู้อันยิ้มมุมปาก ก้มมองสมุดในมือ
【บันทึกค่ายกลจื่อเวย】
ลองเปิดดู พบว่าต้องใช้ญาณหยั่งรู้ถึงจะอ่านได้
ของดี!
กู้อันนึกถึงค่ายกลเทพๆ ในถ้ำสวรรค์ที่ขนาดระดับวิญญาณแรกกำเนิดบินผ่านยังไม่รู้เรื่อง
แม้นางจะแค่แก่นทองคำ แต่สกิลเสริมนางระดับเทพทรูชัดๆ
เช้าวันใหม่
เจียงฉยงไม่อยู่แล้ว แต่โลกยังหมุนต่อ
หลังกายบริหาร กู้อันเรียกเย่หลานไปที่ห้อง
เขายื่นกล่องไม้ใบเล็กให้
เย่หลานเปิดดู ตาโตเท่าไข่ห่าน "ย... ยาสร้างรากฐาน?!"
"ชู่ว! เก็บไว้กินเอง อย่าบอกใคร" กู้อันกำชับ
เย่หลานจะปฏิเสธ แต่กู้อันดักคอ "ข้ามีส่วนของข้าแล้ว เจ้าต้องรีบเก่ง จะได้ไปเป็นแบ็คให้ข้าที่ฝ่ายนอก เข้าใจไหม?"
เย่หลานน้ำตาคลอ พยักหน้ารัวๆ "ข้าจะพยายามเจ้าค่ะ! ข้าจะไม่ทำให้ศิษย์พี่ผิดหวัง!"
นางสบตากู้อันหวานเยิ้ม
กู้อันยิ้มแห้งๆ "ไปได้แล้ว"
เย่หลานเก็บยา เดินไปที่ประตู ก่อนจะปิด นางหันมาทิ้งระเบิด
"ศิษย์พี่... ไม่ว่าข้าจะไปอยู่ที่ไหน หัวใจข้าจะมีแค่ท่านคนเดียวนะเจ้าคะ!"
ปัง!
ประตูปิดลง นางวิ่งหนีไปแล้ว
กู้อันนั่งกระพริบตาปริบๆ
เอ่อ... ข้าแค่อยากได้คนคุ้มกันนะแม่นาง ไม่ได้อยากได้เมีย!