- หน้าแรก
- จ้าวกระบี่สะท้านฟ้า
- 225 - จุดสูงสุดของสามก้าวแห่งเนี่ยผาน
225 - จุดสูงสุดของสามก้าวแห่งเนี่ยผาน
225 - จุดสูงสุดของสามก้าวแห่งเนี่ยผาน
225 - จุดสูงสุดของสามก้าวแห่งเนี่ยผาน
"กวงอวิ๋น ช่วยข้าด้วย!!"
บุรุษวัยกลางคนร่างกำยำในชุดเกราะผู้นั้น เดิมกลุ่มั่นใจในชัยชนะของตนอย่างมาก ทว่าทันใดนั้นเมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ก็หันไปมองโดยไม่รู้ตัว แล้วก็เห็นบุรุษคิ้วกระบี่ที่ใบหน้าเย่อหยิ่งผู้นั้นกำลังวิ่งหนีอย่างเสียสติด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดอย่างเห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บ และเบื้องหลังเขา มีชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาในมือถือกระบี่กำลังไล่ตามฆ่าเขาอย่างไม่ลดละ
"เป็นไปได้อย่างไร?"
บุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะเผยสีหน้าราวกับไม่อยากเชื่อ
บุรุษที่อยู่ในหนึ่งก้าวแห่งเนี่ยผาน กลับกำลังไล่ล่าผู้ที่อยู่ในสามก้าว?
แม้จะรู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่บุรุษชุดเกราะก็ยังลงมือในทันที แสงสีม่วงอันไร้ขอบเขตพุ่งเข้าใส่ด้วยแรงกดดันอันน่ากลัว ขณะเดียวกันร่างของเขาก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งหน้าไปช่วยเหลือบุรุษคิ้วกระบี่
"ค่ายกลอย่างนั้นหรือ?"
เมื่อมองเห็นแสงสีม่วงที่กำลังครอบคลุมจากรอบด้าน ซูซินก็เผยรอยยิ้มเย็นชาขึ้นที่มุมปาก
ชับ! ชับ! ชับ!
เงาร่างมากมายพุ่งออกมาพร้อมกัน แม้จะถูกกดดันด้วยค่ายกล เขาก็ยังคงระเบิดความเร็วอันน่าสะพรึงออกมาได้ และในพริบตาเดียวก็ไล่ทันบุรุษคิ้วกระบี่ผู้นั้น
"หยุดมือ!"
บุรุษชุดเกราะตะโกนเสียงดัง พร้อมกับฟันกระบี่ออกไปอย่างเร่งรีบ หวังจะขวางซูซินเอาไว้
ทว่าเพียงแค่ร่างของซูซินเอียงไปเล็กน้อย ก็หลบปราณกระบี่ได้อย่างง่ายดาย โดยที่มือยังไม่หยุดเคลื่อนไหว เงากระบี่อันน่าสะพรึงหลายสายก็พุ่งเข้าครอบคลุมบุรุษคิ้วกระบี่ทันที
บุรุษคิ้วกระบี่เองก็พยายามต้านทานอย่างสุดกำลัง ถึงแม้จะเป็นมือกระบี่เหมือนกัน ทว่าเคล็ดวิชากระบี่ของพวกเขานั้นอยู่กันคนละระดับอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากปะทะกันอย่างรุนแรงนับสิบกระบวนท่า ซูซินก็พุ่งเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าว
"บุปผาบานวูบเดียว!"
ฟุ่บ!
ปราณกระบี่ที่สวยงามแต่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าปรากฏขึ้นอย่างน่าหลงใหล
ราวกับบุปผาที่เบ่งบานชั่วขณะก่อนจะร่วงโรยไปในทันที ปราณกระบี่นั้นรวดเร็วจนบุรุษคิ้วกระบี่ไม่อาจรับมือได้ทัน
ฉัวะ!
เสียงกระบี่ทะลุร่างดังขึ้น บุรุษคิ้วกระบี่อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ ร่างของเขาค่อยๆ ร่วงลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
"กระบี่ของข้าเล่มนี้ พอจะมีเค้าลางของการฉีกกระชากมิติออกมาแล้วล่ะ" ซูซินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
กระบี่หกท่วงท่าจากวิชากระบี่เหินโลหิต ภายหลังจากที่เขาปรับปรุงให้สมบูรณ์ ก็ทำให้พลังทำลายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ในบรรดาหกท่วงท่านี้ ท่วงท่าที่เขาใช้บ่อยที่สุดและรู้สึกใช้ได้คล่องมือที่สุดก็คือ 'บุปผาบานวูบเดียว'
กระบวนท่านี้ แม้จะใช้ออกได้อย่างง่ายดาย ทว่าเมื่อปล่อยพลังออกมาในพริบตา ความเร็วที่ได้ก็รวดเร็วถึงขีดสุด ปราณกระบี่ตัดผ่านความว่างเปล่า แหวกอากาศออกอย่างรุนแรง ทำให้ซูซินรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
"เจ้าหาเรื่องตาย!"
เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลดังขึ้นอย่างฉับพลัน
บุรุษชุดเกราะในที่สุดก็ไล่มาทัน ทว่าเขากลับได้เห็นภาพที่บุรุษคิ้วกระบี่ถูกซูซินฟันจนดับดิ้นต่อหน้า ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาฟาดทวนศึกยักษ์ในมือลงมาราวกับจะเปิดฟ้าผ่าโลก ใส่ซูซินโดยตรง พลังอันไร้สิ้นสุดของมัน ทำให้มิติรอบข้างสั่นสะท้าน
"จุดสูงสุดของสามก้าวแห่งเนี่ยผาน!"
ทว่าใบหน้าของซูซินกลับไม่แสดงความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย พลังภายในระเบิดออกมาอย่างเต็มกำลัง เงากระบี่นับไม่ถ้วนรวมตัวกัน กลายเป็นกระบวนท่าเงาลวงในทันที
เคร้ง!
เสียงปะทะกึกก้องจนทำให้มิติสั่นสะเทือน
ทันใดนั้น การสั่นไหวรุนแรงเกิดขึ้น คลื่นกระแทกอันทรงพลังแผ่กระจายออกจากจุดปะทะของทั้งสอง
ทั้งสองคนยืนอยู่เหนืออากาศสูงจากพื้นหลายสิบวา ทว่าเมื่อคลื่นกระแทกพวยพุ่งออกมา ทรายสีเหลืองเบื้องล่างก็ถูกกระแทกลอยขึ้นทันที กลายเป็นพายุทรายหมุนวนอย่างรุนแรง
ฟุ่บ!
กระบวนท่าเงาลวงของซูซินแม้จะสามารถต้านทานบุรุษชุดเกราะได้บ้าง แต่สุดท้ายเขาก็ถูกแรงจากทวนของอีกฝ่ายสะท้อนกลับมาอย่างหนัก ร่างลอยกระเด็นออกไปไกลกว่าร้อยวาจึงสามารถทรงตัวได้อีกครั้ง
"สมแล้วที่เป็นผู้แข็งแกร่งในขั้นสูงสุดของสามก้าว พลังช่างรุนแรงเหลือเกิน" ซูซินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง
หากพูดถึงเพียงแค่พลัง เขาเพียงแค่ใกล้เคียงกับระดับสูงสุดของสองก้าว แม้ว่าความเข้าใจในเจตกระบี่ของเขาจะทะลุถึงระดับที่สาม ประกอบกับพลังลึกลับในร่างที่เสริมเข้ามา ทำให้พลังของกระบี่พัฒนาไปอีกหนึ่งก้าว แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าผู้ที่อยู่ในสามก้าวทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หากต้องปะทะพลังกันตรงๆ กับผู้แข็งแกร่งในระดับสูงสุดของสามก้าว เขาก็ยังคงเป็นรองอยู่มาก
หลังจากหนึ่งกระบวนท่า บุรุษชุดเกราะก็ไม่ได้ไล่ตามมาสังหารต่อ แต่กลับหยุดอยู่กลางอากาศ
"กวงอวิ๋น!"
อีกหนึ่งสหายของบุรุษชุดเกราะเดินเข้ามา
"เจี้ยนหลัน...ตายแล้ว"
ใบหน้าของบุรุษชุดเกราะมืดมนอย่างยิ่ง
พวกเขารู้จักกันมาหลายปี ทั้งสองร่วมกันฝ่าฟันในสนามรบชิงเซวียน ก็ถือว่าเป็นสหายเก่าแก่ที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา
แต่วันนี้ สหายของเขากลับต้องมาตายลง
"เจ้าสารเลว!!" บุรุษชุดเกราะจ้องซูซินด้วยแววตาเย็นชาราวกับจะฉีกเนื้อเขาออกเป็นชิ้นๆ
ก่อนหน้านี้ระหว่างที่เขาต่อสู้กับเซี่ยเซียนจื่อ แม้เขาจะเห็นว่าซูซินตามเข้ามา ทว่าเพราะเห็นว่าซูซินมีเพียงฐานการบ่มเพาะหนึ่งก้าวเท่านั้น จึงไม่ได้ใส่ใจ
ใครจะคาดคิดว่า ผู้ที่อยู่ในขั้นเนี่ยผานระดับแรกผู้นี้จะมีพลังร้ายกาจถึงเพียงนี้
จากตอนที่ซูซินปรากฏตัวจนถึงตอนนี้เป็นเพียงช่วงพริบตาเดียว เจี้ยนหลันก็รับมือไม่ไหวจนต้องร้องขอความช่วยเหลือ และถึงแม้เขาจะรีบเร่งเข้ามาช่วย ทว่าในที่สุดก็ยังไม่ทันการ ได้แต่ยืนมองดูสหายตนตายลงต่อหน้า
"กวงอวิ๋น ทำอย่างไรดี?" สหายอีกคนที่เหลือของบุรุษชุดเกราะเอ่ยถาม
"ถอย!"
แม้จะไม่เต็มใจนัก ทว่าบุรุษวัยกลางคนร่างกำยำในชุดเกราะก็ยังเลือกทางที่ฉลาดที่สุด
เจี้ยนหลันตายไปแล้ว พวกเขาที่เคยเป็นกลุ่มสามคน ก็เหลือเพียงสอง
ส่วนฝั่งตรงข้าม...สตรีนางนั้นที่ต่อสู้กับเขามาตลอด แม้พลังต่อสู้นางจะอ่อนกว่าตนเล็กน้อย ทว่าอีกคนที่ตามมาทีหลัง ซึ่งอยู่ในหนึ่งก้าวของเนี่ยผาน กลับสามารถสังหารเจี้ยนหลันได้ในเวลาอันสั้น และสามารถรับการโจมตีเต็มพลังของเขาได้อย่างไม่ยากเย็น พลังเช่นนี้ เกรงว่าอาจจะเหนือกว่าสตรีผู้นั้นด้วยซ้ำ
พลังของทั้งสองฝ่าย ขณะนี้อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว หรืออาจฝ่ายตนยังด้อยกว่า
หากสู้ต่อไป พวกเขาจะเสียเปรียบยิ่งกว่าเดิม
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
สองบุรุษในชุดเกราะพลันหมุนกายหมายจะล่าถอย
เมื่อเห็นดังนี้ เหล่าผู้คนในฝ่ายของเซี่ยเซียนจื่อต่างก็เผยความยินดี
"ในที่สุดก็ยอมไปแล้วอย่างนั้นหรือ?"
เซี่ยเซียนจื่อเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นางเพิ่งทะลวงถึงสองก้าวแห่งเนี่ยผานได้ไม่นาน เหตุที่นางสามารถต่อกรกับบุรุษชุดเกราะได้ ก็เพราะใช้วิธีพิเศษบางอย่าง ทว่ากระบวนท่านี้กลับเป็นภาระอย่างหนักต่อนาง ขณะนี้นางถึงขีดจำกัดแล้ว เงาเทพอันศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งที่อยู่เบื้องหลังนางก็ใกล้จะพังทลาย
นางไม่อาจรักษาพลังอันแข็งแกร่งแบบเมื่อครู่ไว้ได้อีก โชคดีที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ประสงค์จะสู้ต่อ
ทว่าขณะสองคนนั้นกำลังจะล่าถอย ซูซินกลับไม่ยอม