- หน้าแรก
- จ้าวกระบี่สะท้านฟ้า
- 211 - ยอดวิชา ซิงเหอ
211 - ยอดวิชา ซิงเหอ
211 - ยอดวิชา ซิงเหอ
211 - ยอดวิชา ซิงเหอ
ฟิ้ว!
ร่างเงาผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในอากาศเบื้องหลังซูซินไม่ไกล เป็นจิ่วเหยียน
เขาจ้องมองสายธารกระบี่ที่ยังไม่จางหายบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แววตาเต็มไปด้วยความตะลึงงัน
"ยอดวิชา!!"
"ศิษย์น้องซูซิน ที่แท้กำลังสร้างยอดวิชาขึ้นมาจริงๆ!"
จิ่วเหยียนเฝ้ามองเงียบๆ ในใจพลันคลื่นไหวไม่อาจสงบได้
ในโลกนี้มีอยู่มากมายทั้งทักษะการต่อสู้ คัมภีร์ลับ มนตราลับ นับไม่ถ้วน ในขณะเดียวกันยังมีบางวิชาลับที่น่ากลัวและแข็งแกร่งอย่างที่สุด
แต่ "ยอดวิชา" กลับแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากคัมภีร์ลับ มนตรา หรือทักษะทั่วไป
ยอดวิชา จะเผยพลังได้สูงสุดก็ต่อเมื่อสร้างด้วยตัวเองและใช้โดยตนเองเท่านั้น
เป็นกระบวนท่าที่สามารถดึงเอาศักยภาพทุกด้านของผู้ใช้มาแสดงออกอย่างถึงขีดสุดอย่างแท้จริง
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น ต่อให้ได้ยอดวิชานี้ไปฝึก พลังที่แสดงออกมาก็ย่อมลดทอนไปมาก
ในแผ่นดินตะวันออก ท่ามกลางผู้แข็งแกร่งระดับห้าก้าวเนี่ยผานที่อยู่ในระดับสูงสุด รวมถึงผู้ที่บรรลุภาวะหลุดพ้นมากมาย ต่างก็สร้างยอดวิชาด้วยตนเองทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับห้าก้าวจุดสูงสุดที่เคยเข้าไปในโลกหงเทียน ล้วนเข้าไปเพื่อสร้างยอดวิชา และเมื่อคราวก่อนที่ปรมาจารย์หงอวิ๋นเอ่ยถึงอวี่ซินอ๋องที่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดนั้น ก็คือการสร้างยอดวิชาเช่นกัน
ผู้ใดที่อยู่ในระดับห้าก้าวจุดสูงสุดแห่งเนี่ยผาน หากสร้างยอดวิชาได้แล้ว พลังการต่อสู้ก็จะพุ่งทะยานไปยังระดับใหม่โดยสิ้นเชิง
ทว่าผู้นั้นต้องเป็นระดับห้าก้าวจุดสูงสุดแห่งเนี่ยผานไม่ใช่หรือ?
แต่ซูซินกลับ...
"แค่ระดับโพซวี กลับสร้างยอดวิชาได้ด้วยตนเอง ศิษย์น้อของข้า ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ" จิ่วเหยียนกล่าวชม พลางก้าวเดินเข้าไปหา
"ศิษย์น้องซูซิน" จิ่วเหยียนยิ้ม "ยินดีด้วย"
"ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่" ซูซินก็ยิ้มตอบ สีหน้าภายในเผยความปลาบปลื้มอย่างเห็นได้ชัด
"จริงสิ ยอดวิชานี้ของเจ้า ยังไม่ได้ตั้งชื่อใช่หรือไม่?" จิ่วเหยียนถาม
"อืม" ซูซินพยักหน้า สายตาจ้องมองไปยังสายธารกระบี่ที่ยังไม่จางหายเบื้องหน้า
"ยามราตรีมืดมิด สายธารส่องประกายเจิดจ้า ยาวนานไม่หายสาบสูญ กระบี่นี้...ข้าขอตั้งชื่อว่า ‘ซิงเหอ’ (แม่น้ำดารา)" ซูซินกล่าว
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ยอดวิชาชุดแรกของซูซิน — ‘ซิงเหอ’ ก็ถือกำเนิดขึ้น!
...
หลังสร้างยอดวิชา ‘ซิงเหอ’ เสร็จสิ้น ซูซินก็กลับไปยังที่พักของตน
เมื่อใช้กระบี่อีกครั้ง ซูซินรู้สึกว่าลื่นไหลอย่างที่สุด จากนั้นเขาก็เริ่มพัฒนากระบี่เฟยเซวี่ยของตนต่อทันที
ในพริบตา เวลาก็ผ่านไปอีกสิบวัน
ในลานบ้าน กระบี่ในมือของซูซินก็หยุดลง
"กระบี่เฟยเซวี่ย ได้รับการปรับปรุงถึงขีดสุดที่ข้าสามารถทำได้แล้ว ทุกกระบวนท่า ทุกลีลา ล้วนแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหลายเท่า"
"ไม่เพียงเท่านั้น พลังของข้า ณ ตอนนี้ ก็ถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน"
ซูซินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ภายในเก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เวลาสี่ปีเต็มแห่งการฝึกฝน สามปีครึ่งแรกของเขาล้วนใช้เวลากับการฝึกฝนในหอคัมภีร์ ส่วนครึ่งปีหลังนั้นอยู่ในโลกหงเทียน รวมถึงช่วงเวลาที่สร้างยอดวิชาและพัฒนากระบี่ของตน
ตลอดสี่ปีนี้ ความก้าวหน้าของเขานับว่ามหาศาล
ด้านฐานการบ่มเพาะ เขาได้บรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับโพซวีโดยสิ้นเชิงแล้ว
ด้านการหยั่งรู้เจตกระบี่ จากการฝึกฝนในหอคัมภีร์ ทำให้ความเข้าใจในกระบี่ของเขาทะลุถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งการหยั่งรู้ถึงแก่นแท้ของเจตกระบี่ก็ยกระดับขึ้นมหาศาล รวมถึงประสบการณ์ในโลกหงเทียน ปัจจุบันเขาได้หยั่งรู้แก่นแท้ของเจตกระบี่ทั้งหกสิบสี่แบบครบถ้วนแล้ว
การหยั่งรู้เจตกระบี่ได้เหยียบเข้าสู่ชั้นที่สามอย่างแท้จริง!
เขายังสร้างยอดวิชา ‘ซิงเหอ’ ขึ้นมาได้อีกด้วย
เป็นความจริงโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า พลังของเขาได้บรรลุถึงขีดสุดที่สามารถไปถึงได้ในระดับนี้แล้ว หากไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเนี่ยผาน ย่อมไม่อาจก้าวหน้าต่อไปได้อีก
"ถึงเวลาต้องออกไปฝึกฝนภายนอกแล้ว!"
"อีกทั้ง ต้องเริ่มคิดหาวิธีทะลวงเข้าสู่ระดับเนี่ยผานด้วย" ซูซินพึมพำ
การก้าวข้ามจากระดับโพซวีเข้าสู่เนี่ยผานนั้น ขีดขั้นสูงมาก และยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง
แม้ซูซินจะมีผลเต๋าอยู่ในมือหนึ่งผล เพียงแค่กลืนกินก็มีโอกาสราวห้าส่วนที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับเนี่ยผานโดยตรง แต่เพียงแค่ห้าส่วนเท่านั้น ซูซินไม่อยากเสี่ยง เขาย่อมต้องการให้ทุกเงื่อนไขของตนบรรลุถึงเกณฑ์การทะลวงอย่างแท้จริงเสียก่อน จึงค่อยกลืนกินผลเต๋า
และในเงื่อนไขทั้งหลายของการทะลวงเข้าสู่เนี่ยผาน ไม่ว่าจะเป็นฐานการบ่มเพาะ การหยั่งรู้เจตกระบี่ หรือสิ่งอื่นๆ ซูซินล้วนบรรลุแล้วทั้งสิ้น
ขาดอยู่เพียงประการเดียวเท่านั้น — พลังวิญญาณ!
พลังวิญญาณ สำหรับผู้บ่มเพาะ โดยเฉพาะผู้บ่มเพาะระดับเนี่ยผานแล้ว ถือว่าสำคัญยิ่ง ซูซินเพิ่งฝึกฝนมาได้เพียงไม่กี่ปี เวลาฝึกฝนยังสั้นนัก พลังวิญญาณของเขาย่อมเทียบไม่ได้กับผู้บ่มเพาะระดับโพซวีที่ฝึกฝนมาหลายสิบหรือหลายร้อยปี
เช่นตอนที่เขาฆ่าอวิ๋นเยว่อ๋องเมื่อครั้งก่อน พลังวิญญาณของอวิ๋นเยว่อ๋องนั้นแข็งแกร่งกว่าเขามากนัก
"ภายในเก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ มีสถานที่พิเศษอยู่หลายแห่งที่สามารถช่วยขัดเกลาพลังวิญญาณได้ ซึ่งในหมู่พวกนั้น ที่มีชื่อเสียงที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้แข็งแกร่งในเก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ก็คือแดนลับเฉินหลุน!"
"ได้ยินมาว่า เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับเนี่ยผานในเก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังวิญญาณอ่อนแอ ต่างก็เลือกเข้าไปฝึกฝนในแดนลับเฉินหลุนกันทั้งนั้น และเมื่อออกมาแล้ว พลังวิญญาณของแต่ละคนล้วนได้รับการยกระดับอย่างมหาศาล ราวกับฟื้นฟูใหม่ทั้งร่าง"
"แต่การจะเข้าสู่แดนลับเฉินหลุนนั้น จำเป็นต้องมีแต้มยุทธ!"
ซูซินครุ่นคิดเงียบๆ
เก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ควบคุมสถานที่แห่งโชควาสนามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโลกหงเทียน หรือแดนลับเฉินหลุน ต่างก็เป็นหนึ่งในนั้น
แต่ไม่ว่าจักเข้าสถานที่แห่งโชควาสนาใด ล้วนต้องชำระราคาด้วยแต้มยุทธทั้งสิ้น จึงจะสามารถเข้าสู่ภายในได้
ก่อนหน้านี้ที่ซูซินสามารถเข้าสู่โลกหงเทียนได้ ก็เพราะอาจารย์ของเขาเป็นผู้จัดการให้โดยตรง แต้มยุทธที่ต้องใช้ก็เป็นเจ้าภูเขาที่หกเป็นผู้ออกให้
แต่หากครั้งนี้เขาต้องการเข้าสู่แดนลับเฉินหลุนอีกครั้ง แต้มยุทธที่จำเป็นจะต้องจัดหาเอง
และในเก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ วิธีที่ง่ายที่สุดในการได้แต้มยุทธก็คือ — สนามรบ!
สนามรบที่ก่อตั้งขึ้นโดยสองมหาอำนาจระดับสูงสุดของเก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์และวังเทพสวรรค์ มีผู้แข็งแกร่งระดับเนี่ยผานนับไม่ถ้วนรวมตัวกันบุกตะลุย ฟาดฟันสังหารอย่างดุเดือด!
หากสังหารศัตรูในสนามรบ ก็จะได้รับแต้มยุทธทันที!
………….