- หน้าแรก
- จ้าวกระบี่สะท้านฟ้า
- 16 - ซูซิน! ซูซิน!
16 - ซูซิน! ซูซิน!
16 - ซูซิน! ซูซิน!
16 - ซูซิน! ซูซิน!
ผู้ชมรอบลานประลอง ต่างตะลึงจนพูดไม่ออก
ก่อนหน้านี้ เมื่อจ้าวหลิงประกาศจะใช้ทักษะกระบี่ หลายคนในตระกูลซูถึงกับกำมือแน่นด้วยความกังวลใจแทนซูซิน
ท้ายที่สุดแล้ว จ้าวหลิงก็คือผู้ที่สามารถฝ่าด่านที่สิบเอ็ดของเจดีย์เจินอู่ได้
ใครจะคิด ว่าเมื่อจ้าวหลิงใช้ทักษะกระบี่อย่างเต็มที่ ต่อสู้กับซูซิน ผลลัพธ์จะกลับกลายเป็นการเล่นงานฝ่ายเดียว!
“ห่างชั้นเกินไป ต่างกันราวฟ้ากับเหว!”
“นั่นคือจ้าวหลิงนะ คนที่ผ่านด่านที่สิบเอ็ดของเจดีย์เจินอู่มาได้ ทักษะกระบี่ของเขาน่ากลัวเพียงใด แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าซูซิน กลับเหมือนเด็กเล่นขายของ!”
“แกล้งกันชัดๆ ซูซินกำลังแกล้งจ้าวหลิงอย่างชัดเจน!”
เหล่าผู้แข็งแกร่งและศิษย์ตระกูลซูที่ชมการประลองต่างพากันฮึกเหิมและตื่นเต้นจนแทบคลั่ง
ตลอดสามปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ตระกูลซูตกต่ำ เหล่าศิษย์สายสาขาภายใต้การนำของจ้าวเทียนเล่ยต่างก็ทำตัวโอหังยิ่งกว่าขึ้นคร่อมศีรษะเจ้าของบ้านเสียอีก แม้แต่ประกาศิตกระบี่ที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุดในหมู่ศิษย์รุ่นเยาว์ ก็ยังคิดจะแย่งไป ถือเป็นการปล้นอำนาจจากสายตรงไปอย่างไม่ไว้หน้า
น่าเสียดาย ที่ตระกูลซูไม่เพียงถูกศัตรูภายนอกคุกคาม ศิษย์รุ่นเยาว์ในรุ่นนี้ก็ไม่เอาไหน ไม่มีใครสู้จ้าวหลิงได้เลย พวกเขาทำได้แค่ยืนมองจ้าวหลิงคว้าชัยชนะและชิงประกาศิตกระบี่ไป
แต่ใครจะคิด ว่าในช่วงเวลาที่ทุกคนสิ้นหวัง… ซูซินกลับปรากฏตัวขึ้น!
มิใช่เพียงแค่แสดงพลังต่อกรกับจ้าวหลิงได้เท่านั้น แต่ยังเอาชนะได้อย่างราบคาบ ใช้เพียงทักษะกระบี่ล้อเล่นและหยามเหยียดจ้าวหลิงอย่างไม่ใยดี
ศิษย์และผู้แข็งแกร่งของตระกูลซูทุกคน ต่างพากันระบายความอัดอั้นที่สั่งสมมานาน
“ยอดเยี่ยม!”
“ซูซิน!”
“คุณชาย!”
เสียงโห่ร้องจากศิษย์ตระกูลซูดังกระหึ่มรอบลานฝึก
บนอัฒจันทร์ที่ชมการประลองอยู่ สามคนที่นั่งเฝ้าดูมาตลอด สีหน้าล้วนเปลี่ยนไป โดยเฉพาะหยวนชิงแห่งหอหลงเพลิง
“เด็กคนนี้…” หยวนชิงพึมพำในใจ “ว่าแล้วเชียว ตอนเห็นเขาครั้งแรกถึงรู้สึกคุ้นๆ ที่แท้ก็เป็นเด็กคนนั้นนั่นเอง”
เมื่อครึ่งเดือนก่อนมือกระบี่หนุ่มน้อยลึกลับที่สวมงอบปิดบังใบหน้า ฝ่าด่านที่สิบสี่ของเจดีย์เจินอู่ได้ แม้จะปิดหน้า แต่รูปร่างและท่าทางมิอาจปิดซ่อน หยวนชิงจึงรู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่แรกเห็นซูซิน
แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดมาก จนกระทั่งซูซินลงมือแสดงพลัง โดยเฉพาะตอนนี้ ที่เขาใช้เพียงกระบี่ธรรมดาๆ ก็สามารถย่ำยีจ้าวหลิงได้อย่างง่ายดาย หยวนชิงจึงมั่นใจโดยสมบูรณ์
เพราะจ้าวหลิงที่ผ่านด่านที่สิบเอ็ดได้ ไม่ได้อ่อนแอ แต่ซูซินกลับรับมือได้อย่างง่ายดาย ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ต้องเป็นผู้ที่สามารถผ่านด่านที่สิบสามขึ้นไป
และในเขตหยงหนิงแห่งนี้ มีเพียงคนเดียวที่มีบันทึกว่าเคยผ่านด่านที่สิบสามไปได้ นั่นก็คือมือกระบี่ลึกลับ
เมื่อซูซินใช้กระบี่ แถมรูปร่างยังคุ้นเคย หยวนชิงจึงมั่นใจได้ในทันที
“ในเมื่อเป็นมือกระบี่ลึกลับ เช่นนั้นการที่เขาสามารถย่ำยีจ้าวหลิงด้วยกระบี่ได้ง่ายดาย ก็ไม่แปลกใจเลย แต่เจ้าเด็กนี่…คิดจะทำอะไรกันแน่ ด้วยทักษะกระบี่ระดับนี้ เพียงแค่ลงมือจริงจังเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้จ้าวหลิงบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว แต่เขากลับเล่นเป็นแมวหยอกหนู หมาหยอกไก่ สร้างรอยแผลเล็กๆ ไว้ทั่วตัว…หรือว่า เขาแค่จะระบายความอัดอั้นให้ตระกูลซู?”
หยวนชิงคิดอย่างครุ่นคิด
กลางลานประลอง
จ้าวหลิงในตอนนี้ ดวงตาแดงก่ำ ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยแผลจากกระบี่ถึงสิบสามจุด เลือดยังคงไหลรินจากรอยแผลทำให้เขาดูอเนจอนาถอย่างยิ่ง
“ซูซิน! ซูซิน!!”
“เจ้ามันเศษสวะ!!!”
จ้าวหลิงคำรามลั่น พลังปราณรุนแรงอยู่แล้วกลับพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับภูเขาไฟระเบิด
เพียงพริบตาเดียว พลังปราณของจ้าวหลิงก็ทะยานขึ้นสู่อีกระดับ!
“นี่มัน…ขั้นฮวาไห่!”
“ไม่นะ!!”
เสียงร้องอย่างตกใจและความโกรธเกรี้ยวดังระงมจากเหล่าศิษย์และผู้แข็งแกร่งตระกูลซูที่ยังตื่นเต้นไม่หาย
แม้แต่ซูชิงหงและซูอวี้หนิง ต่างก็เผยสีหน้าสิ้นหวัง
ซูซินชนะอยู่แล้วแท้ๆ แต่ในช่วงเวลาสำคัญ จ้าวหลิงกลับทะลวงสู่ขั้นฮวาไห่!
การทะลวงจากเจินอู่ขั้นสิบไปเป็นฮวาไห่ นั่นคือการก้าวข้ามระดับใหญ่ พลังย่อมเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
“ซูซิน เจ้ารู้ไหม ว่าข้าสามารถทะลวงถึงขั้นฮวาไห่ได้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่ข้าตั้งใจจะกดพลังไว้”
เสียงเย็นชาของจ้าวหลิงดังสะท้อนไปทั่วลานประลอง
“เพราะไม่นานมานี้ ข้าได้รับทักษะลับอันแข็งแกร่งจากบิดา ข้าตั้งใจจะฝึกทักษะนี้ให้ชำนาญ และใช้มันเป็นพื้นฐานในการทะลวงสู่ฮวาไห่ เพื่อที่หลังจากทะลวงแล้ว ข้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!”
“แต่เพราะเจ้า!”
“ก็เพราะการปรากฏตัวของเจ้า ทำให้ข้าจำเป็นต้องทะลวงตอนนี้!!”
“ซูซิน เจ้า…สมควรตาย!”
เสียงคำรามอย่างกราดเกรี้ยวของจ้าวหลิงดังลั่น
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจในทันที ว่าจ้าวหลิงสามารถทะลวงสู่ฮวาไห่ได้ตั้งนานแล้ว แต่เขาเลือกจะกดพลังไว้เพื่อเหตุผลบางอย่างเท่านั้น
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ ที่แท้เขาเป็นกึ่งฮวาไห่อยู่ก่อนแล้ว” ซูชิงหงพึมพำ
“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่!!”
“เห็นไหมล่ะ นี่แหละคือพลังที่แท้จริงของพี่ข้า!!”
ฝั่งศิษย์สายสาขาตะโกนอย่างลำพองใจ
บนอัฒจันทร์ หยวนชิงขมวดคิ้วแน่น
“เด็กคนนั้น…”
“ทั้งที่มีโอกาสสยบจ้าวหลิงตั้งแต่แรก แต่กลับยั้งมือ ปล่อยให้จ้าวหลิงทะลวงพลัง”
“แถมตอนเห็นจ้าวหลิงทะลวงขึ้นมา สีหน้าก็ยังสงบนิ่ง ราวกับรู้อยู่แล้ว”
“หรือว่า…เขาจะมั่นใจขนาดนั้น ว่าสามารถจัดการจ้าวหลิงที่เป็นฮวาไห่ได้?”
………