- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 228 'สวิตช์' ของยัยก้อนน้ำแข็ง
บทที่ 228 'สวิตช์' ของยัยก้อนน้ำแข็ง
บทที่ 228 'สวิตช์' ของยัยก้อนน้ำแข็ง
หน้าต่างที่ถูกทำลายไปแล้วดูเหมือนจะไม่สามารถปิดกั้นได้อีก สายลมยามราตรีพัดโหมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง โบกสะบัดผืนม่านให้โค้งงอราวกับได้รับอิสรภาพ
นางตะแคงกายเพียงเสี้ยวเดียว ยากจะอ่านสีหน้า เมื่อมองลอดผ่านม่านผมดำขลับ มองเห็นกระดูกไหปลาร้าอาบแสงจันทร์ ดูเย็นเยียบดุจน้ำค้างบริสุทธิ์ในถ้วยหยก แม้เอวกลมกลึงงดงามพอดีมือโอบ แต่ก็ยังเห็นเค้าลางของมัดกล้ามเนื้อดั่งเช่นผู้ฝึกยุทธ์
หากมิใช่เพราะขนตาแพหนาที่ฉาบประกายเปลวเทียนกำลังพือไหว ย่อมต้องถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรูปแกะสลักหยกชั้นเลิศไปเป็นแน่
หลี่โม่เคยคิดว่าอาการ ‘เลือดกำเดาทะลัก’ นั้นช่างเกินจริงนัก ทว่าเมื่อถึงยามนี้จึงรู้ว่าตนนั้นโลกแคบเกินไป
นี่มันช่าง… สมจริงยิ่งนัก
“หรือว่า…มืดเกินไป?”
“ข้าว่าก็ขาวสว่างดีอยู่”
“?”
เมื่อรู้สึกถึงสายตาของเด็กหนุ่ม อิ๋งปิงก็หลบสายตาลง ความเสียวซ่านยุบยิบเกิดไปทั่วร่างกาย—เขาดูจะมิได้ชอบเพียงแค่เท้าอย่างเดียวเสียแล้ว…
“วิชาดรรชนีบุปผาของเจ้า ระบุว่าต้องจ้องข้าตลอดเวลาด้วยหรือ?” อิ๋งปิงเอ่ยเสียงแผ่ว
“โปรดอย่าเคลือบแคลงความเป็น ‘มืออาชีพ’ ของข้า” หลี่โม่กุมสันจมูก ส่ายศีรษะอย่างจริงจัง
มนุษย์ย่อมใฝ่หาความงามเป็นธรรมดา เขาก็เพียงชื่นชมความงามของผลงานชิ้นเอก ‘มารดาแห่งมวลมนุษย์’ เท่านั้น
ใช่แล้ว—ก็แค่นั้นเอง
“นอนลงก่อนเถิด”
“ได้…”
สิ่งที่ควรมาก็ให้มันมาเถิด มาเร็วก็จบเร็ว สีหน้าของนางราบเรียบ บ่งบอกว่าการเตรียมใจเมื่อครู่เห็นจะได้ผลดี เพียงแต่นางไม่เคยนึกคิดมาก่อนเลยว่า— ‘จิตกระบี่กระจ่างแจ้ง’ จะถูกนำมาใช้กับเรื่องทำนองนี้
เห็นอิ๋งปิงวางใจยอมทำตาม หลี่โม่ก็สูดลมหายใจลึก
【ความเข้าใจในวิถียุทธ์สิบปีถูกบรรจุ】
【ปีที่ 1: ท่านฝึกซ้อมมิหยุดหย่อน จนจำแนกตำแหน่งจุดชีพจรทั่วกายได้ครบ เมื่อชี้ปลายนิ้ว ก็สัมผัสถูกจุดทันที】
【ปีที่ 4: ท่านคลำทางเคล็ดวิชานิี้จนพบว่า จุดกดบางอย่าง…สอดประสานกันจากระยะไกล เกิดผลทวีคูณ】
【ปีที่ 10: ……】
【ดรรชนีบุปผา บรรลุขั้นชำนาญ】
นี่คือ ‘เคล็ดวิชาระดับสุดยอด’ เหตุใดข้าถึงเรียนรู้ได้รวดเร็วนัก?
ชายหนุ่มเหลือบมองเรือนร่างหยกซึ่งนอนข้างๆ ในใจพลันหวั่นไหวอย่างห้ามมิได้
【ความเข้าใจในวิถียุทธ์สิบปี บรรลุผล】
【ความเข้าใจในวิถียุทธ์สิบปี บรรลุผล】
……
และแล้ว… วิชา ‘ดรรชนีบุปผา’ ก็เข้าสู่ ‘ขั้นสมบูรณ์’ ในพริบตา ถึงขั้นที่สำนักหมอนวดในเมืองหลวงต้องยกน้ำชามาคารวะเขาเสียด้วยซ้ำ
ความเข้าใจยังเหลืออีกแปดสิบปี—เก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นจะดีกว่า
“กระบวนที่ข้าฝึกนี้ค่อนข้างรุนแรง หากเจ้าไม่ชอบ… โปรดรีบบอกทันที”
“ไม่เป็นไร” อิ๋งปิงตอบเรียบๆ
คำยังไม่ทันจบ นางก็รู้สึกว่าเรียวขาขาวถูกยกขึ้นเล็กน้อย…
จุดใต้ข้อพับน่องถูกแตะต้อง—ความซาบซ่านคล้ายกระแสไฟแล่นไปทั่วกายก่อนค่อยๆ จางหาย ครั้นกดที่จุดตรงน่องชั้นใน ความรู้สึกนั้นก็แรงขึ้นอีกระดับ
ต่ำลงไปคือจุด ‘ซานอิม’ ถัดจากนั้นคือจุด ‘ไท่ชง’… ไล่กดไปจนถึงปลายนิ้วเท้า
“รู้สึกดีหรือไม่?” หลี่โม่เอ่ยอย่างมั่นใจ
“ก็…ธรรมดา” อิ๋งปิงปิดเปลือกตากล่าว
“?” หมอนวดหลี่เอนตัวเล็กน้อย
มิน่าใช่สิ! หรือเพราะอิ๋งปิงถูกอาบชะโลมด้วยพลังแห่งไท่อินมาเนิ่นนาน ทำให้เส้นลมปราณกับจุดทั้งหลายจึงแข็งเป็นพิเศษ การกดกระตุ้นระดับทั่วไปอาจไร้ผล?
ดรรชนีบุปผาเพิ่งยกระดับสู่ขั้นสมบูรณ์แท้ๆ แต่พอได้ยินคำว่า ‘ธรรมดา’ เขาก็อดคันมือมิได้
“ตรงนี้เล่า?”
“อืม…ก็ธรรมดา”
“แล้วตรงนี้?”
“ไม่ค่อยรู้สึก”
“???”
จากปลายขาขึ้นสู่บ่าขาว… หมอนวดหลี่ชักสงสัย—เหตุใดเรือนกายอ่อนละมุนดุจแพรไหมนี้ถึงได้แข็งแกร่งยิ่งนัก
จะใช้กระบวนท่าต้องห้ามก็คงมิได้… สายตาหลี่โม่หม่นลงในทันใด
อิ๋งปิงคล้ายรู้ตัว จึงยกท่อนแขนบอบบางมาปิดส่วนต้องห้าม แต่นั่นยิ่งทำให้ทรวดทรงของร่างกายเปลี่ยนไป จนคนตรงหน้าหวั่นไหวยิ่งกว่าเดิม
“พลิกนอนคว่ำเถิด” หลี่โม่เช็ดสันจมูกเบาๆ อิ๋งปิงชำเลืองดูข้อความของระบบ
【ขณะนี้พื้นที่สัมผัสสะสม: 42%】
ครั้นพลิกกายนอนคว่ำ นางก็เม้มปิดเปลือกตาแน่น ก่อนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ—เมื่อหันหลังให้อย่างเต็มที่ ก็รู้สึกถึงสัมผัสประหลาดคลืบคลานอยู่บนแผ่นหลัง
“เจ้าหยดสิ่งใดลงมา?”
“น้ำมันบุปผาสวรรค์”
“อืม…”
กลิ่นหอมชัดเจนยิ่งนัก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด… หยดแรกถึงรู้สึกอุ่นร้อน ครั้นผ่านไปเพียงอึดใจ… กลับราบเรียบไร้ความรู้สึก ผิวหนังมีไออุ่นซึมลึก ความรู้สึกซู่ซ่าราวกระแสไฟแล่นเข้มข้นขึ้นมาทีละน้อย…
“รู้สึกหรือไม่?”
“ไม่”
“ถึงขั้นนี้แล้วก็ยังไม่รึ?”
“อืม…”
หลี่โม่ตกในห้วงคิด—มีอะไรบางอย่างผิดแปลก เขาจึงลองกดเข้าที่สีข้าง ปลายนิ้วเรียวงามกลับหดงออย่างเผลอตัว และเมืื่อกดที่ต้นขา.. ปลายเท้านางก็ชี้ตึงขึ้นในทันที
นี่มัน…เหมือนมี ‘สวิตช์’ ซ่อนอยู่!
“ไม่รู้สึกจริงหรือ?” หลี่โม่ชักระแวง
“ไม่…”
คำเพิ่งขาด… เสียงระบบก็ดัง
【ติ๊ง—】
【ตรวจพบว่าผู้ถูกสัมผัสไร้ซึ่งความรู้สึกเกินไป】
【ระบบขอเพิ่มความไวต่อการสัมผัสให้ท่าน 50% อย่างใส่ใจ】
“!?” นางลืมตาขึ้นเล็กน้อย
สัมผัสเดิมจากปลายนิ้วกลับมีความ ‘เข้มข้น’ คล้ายประจุซึมแทรกมากกว่าเดิม
“หืม?” เหตุใดถึงมีอาการอีกแล้ว…
หลี่โม่ผู้ไม่รู้เรื่องราวเลยแม้แต่น้อย เขาดันกดไปที่ ‘จุดอันละเอียดอ่อน’ โดยบังเอิญอย่างน่าประหลาด
“อึก…” อิ๋งปิงหดคอเล็กน้อย แต่ถึงอย่างไรก็มิอาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่แผ่ออกมาพาดผ่านลำคอได้
หัวใจนางเต้นสั่นเป็นพักๆ หลี่โม่เองก็เงียบงันอย่างตั้งใจ—ยัยก้อนน้ำแข็งนี่รักศักดิ์ศรีเอาการจริงๆ
มิน่าเล่า… ในภายภาคหน้าถึงได้เป็น ‘จักรพรรดินีหงส์สวรรค์!’ ได้
กาลเวลาผ่านไปทีละน้อย
【ยินดีด้วย ท่านได้ลงทุนกับ ‘อิ๋งปิง’ สำเร็จ ช่วยนางปรับลมหายใจและสมดุลพลัง】
【ท่านมีผลตอบจากการลงทุนที่รอรับอยู่】
“หลับไปแล้วหรือ?” เห็นนางเงียบสนิทไป เขาเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบ เขาจึงถอนตัวออกมาอย่างเงียบเชียบ—ทว่าการก้าวเดินกลับเต็มไปด้วยความทุลักทุเลและติดขัดอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อฝีเท้าห่างออกไป และมีเสียงประตูปิดลงอย่างเบาบาง เสียงหอบหายใจถี่รัวก็พลันดังขึ้นจากภายในห้อง
อิ๋งปิงลืมตาขึ้น—สายตายังพร่าเลือนอยู่ชั่วครู่ น่าเสียดายที่หมอนวดหลี่ลงไปอาบน้ำเสียแล้ว จึงมิได้เห็นดวงตาคู่นั้นที่มีความลึกซึ้งแฝงอยู่
【ตรวจพบว่าท่านทำตามเงื่อนไข “บทลงโทษของผู้พ่ายแพ้” ครบถ้วน รางวัลกำลังนำจ่าย…】
【รางวัลที่หนึ่ง: ปีกนกหลวนคราม: เมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังจริงแท้ กายจะเบาดั่งปักษา หากใช้ด้วย “จิตวิญญาณ” จะโผบินเหนือเวหา ลดแรงกดดันของระดับภูมิทัศน์ภายในได้】
【รางวัลที่สอง: ผลึกจันทรา: เศษเสี้ยวแห่งไท่อิน ตกมากจากนอกฟ้าในกาลบรรพ์ นับเป็นยอดของวัตถุที่พอกพูนจิตวิญญาณ】
【รางวัลสาม: น้ำเต้าตัดอสูร】
……
โทษทัณฑ์ของระบบสำเร็จลงในที่สุด ทว่าบัดนี้นางกลับไม่มีแก่ใจเหลียวดูรางวัลเลยแม้แต่น้อย มือเท้าเหมือนไร้เรี่ยวแรง
“นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว… ยิ่งนานวัน… ก็ยิ่งเกินเลย”
อิ๋งปิงเปลี่ยนอาภรณ์ สายตาคู่งามจับจ้องจันทราภายนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย
นางมิอาจมั่นใจดังเดิมได้อีก—ผลลัพธ์ทั้งสามครั้งก็ปรากฏให้เห็นชัดแล้ว
แล้ว… ครั้งต่อไปเล่า?
จะเป็นอย่างไร?