- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 202 โหงวเฮ้งส่งเสริมภรรยา, พบตัวอิ๋งฮั่วแล้ว!
บทที่ 202 โหงวเฮ้งส่งเสริมภรรยา, พบตัวอิ๋งฮั่วแล้ว!
บทที่ 202 โหงวเฮ้งส่งเสริมภรรยา, พบตัวอิ๋งฮั่วแล้ว!
น้ำเสียงของสตรีผู้นั้นแผ่วเบาราวกระซิบ อีกทั้งยังขาดๆ หายๆ จนแทบจับใจความมิได้
เมื่อมองตามเสียงไป ก็เห็นเพียงเงาร่างของสตรีนางหนึ่งอย่างเลือนราง
อิ๋งปิงขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย ทว่าสีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แปรเปลี่ยน
นางเชื่อเสมอมาว่าชะตาชีวิตอยู่ในกำมือของตนเอง—แต่ในเก้าฟ้าสิบพิภพ… ก็มีวิชาทำนายดวงชะตาอันน่าอัศจรรย์และลึกล้ำอยู่จริง ดังนั้นนางจึงยังคงเชื่อครึ่งแคลงใจครึ่ง
หลี่โม่จ้องมองเงาร่างของสตรีผู้นั้น ในใจพลันไหววูบ
เขาหาได้มีความสนใจในการดูดวงไม่ ท้ายที่สุด เขาก็มีเนตรทิพย์ลิขิตฟ้าอยู่กับตัว เพียงแต่ใช้มองโชคชะตาของตนเองไม่ได้ก็เท่านั้น
ที่สำคัญคือเรื่องของศิษย์พี่โอวหยางเพิ่งจะเกิดขึ้น ในใจของเขาจึงอดระแวงมิได้
อย่างไรเสีย ที่นี่ก็อยู่ใกล้กับเมืองกระบี่มากเกินไป...
ดวงตาสีเทาขาวขององค์หญิงน้อยเจียงกะพริบปริบๆ ไม่รู้ว่านึกถึงอะไรขึ้นมา ใบหูเล็กๆ ของนางพลันแดงระเรื่อ—‘เรื่องคู่ครอง... ก็น่าจะทำนายได้กระมัง?’
“ไปดูกันหน่อย ดีหรือไม่?” หลี่โม่เอ่ยถาม
อิ๋งปิงเพียงนิ่งเงียบ ในขณะที่เจียงชูหลงพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น ดวงตาเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในศาลา จึงได้พบว่านักพยากรณ์ผู้นี้ แท้จริงกลับเป็นสตรีวัยแรกรุ่นนางหนึ่ง—อาภรณ์ดูเรียบง่ายแต่ประณีต รูปโฉมแม้มิอาจกล่าวได้ว่างามล่มเมือง แต่ก็จัดว่าสะสวยหมดจด ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับมีแววลึกล้ำอย่างน่าประหลาด
นอกจากป้ายผ้า ‘เซียนชี้ทาง’ แล้ว อุปกรณ์ดูดวงอื่นๆ ก็มีครบครัน
“แม่นางช่างแตกต่างจากนักพยากรณ์ในจินตนาการของข้าอยู่บ้าง” หลี่โม่นั่งลงบนม้านั่ง
"ปุถุชนที่ล่วงรู้ความลับสวรรค์ ยากจะหนีพ้นห้าเภทภัยสามบกพร่องไปได้" สตรีผู้นั้นยิ้มจางๆ หาได้ปฏิเสธไม่
นางมิได้มองไปที่อิ๋งปิงและเจียงชูหลง กลับจ้องมองมาที่หลี่โม่โดยตรง ในดวงตามีแสงลึกล้ำวาบขึ้ก่อนหม่นลงไป
"ลายมือ โหงวเฮ้ง หรือวันเดือนปีเกิด... ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการจะทำนายด้วยสิ่งใด?"
“ดูลายมือแล้วกัน” หลี่โม่ยื่นมือออกไปอย่างสบายๆ
สตรีผู้นั้นพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะจับฝ่ามือของเขาขึ้นมาพินิจพิจารณา
ในขณะนั้น ประกายแสงแห่งเนตรทิพย์ลิขิตฟ้าในดวงตาของหลี่โม่ก็สว่างวาบแล้วหายไปเช่นกัน
【ชื่อ: เทียนเมี่ยว】
【อายุ: 21】
【รากฐานกระดูก: กายาประหลาดเหอลั่ว】
【ขอบเขต: ปราณญาณเทพขั้นเก้า】
【ลิขิตฟ้า: ทองอมเทา】
【คำประเมิน: ผู้แทนแห่งสำนักวิหคเหินสวรรค์รุ่นปัจจุบัน อันดับสามแห่งทำเนียบมังกรซ่อนเร้น อัจฉริยะผู้ฝึกฝน «คัมภีร์เทวะวิวัฒน์สวรรค์» ทว่าขอบเขตพลังทั้งหมดล้วนมาจาก ‘ลิขิตฟ้า’】
【เหตุการณ์ล่าสุด: ได้รับคำสั่งจากเจ้าสำนักวิหคเหินสวรรค์รุ่นปัจจุบัน ให้ลงเขามาตามหา ‘อิ๋งฮั่ว’ ผู้ปั่นป่วนลิขิตสวรรค์ ไม่กล้าใช้วิชาเนตรลิขิตสวรรค์ตามอำเภอใจ ดังนั้นเมื่อเช้านี้ จึงได้หยิบยืมแผงของนักพยากรณ์ผู้หนึ่งมา เตรียมจะนำไปคืนในภายหลัง】
‘อิ๋งฮั่ว?มา
‘ผู้แทนแห่งสำนักวิหคเหินสวรรค์?’
หลี่โม่ตกตะลึงไปชั่วขณะ สตรีผู้นี้มีที่มาไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
เขาไม่สามารถมองเห็นชะตากรรมของตนเองได้… แล้วนางเล่า จะมองเห็นชะตาของเขาได้จริงหรือ?
“เส้นลายมือไม่ลึกแต่ยุ่งเหยิง ชะตาของท่านน่าจะมากไปด้วยเภทภัยและโรคภัย”
“จากเส้นฟ้าคนดินของท่าน แม้จะเกิดในครอบครัวที่พอมีพอกิน แต่กลับมีโชคด้านทรัพย์สินไม่เพียงพอ เกรงว่าบั้นปลายชีวิตจะไม่สู้ดีนัก...”
เมื่อได้ฟังคำทำนาย หลี่โม่เหลือบมองมิติของระบบในใจ สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง—‘ดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะไม่ค่อยแม่นยำเท่าใดนัก’
‘คนผู้นี้...’ แววตาของอิ๋งปิงขยับไหวเล็กน้อย ราวกับจำสตรีผู้นี้ได้
สิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้น สอดคล้องกับสิ่งที่นางเคยเห็นในชาติที่แล้วอย่างไม่ผิดเพี้ยน
แต่ในชาตินี้ กลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“หา!?” เจียงชูหลงอุทานอย่างร้อนรน:
“นี่... เป็นไปได้อย่างไร... เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
สตรีผู้นั้นส่ายหน้าเล็กน้อย ทอดสายตาอ่อนโยนไปยังเจียงชูหลง แล้วจึงกล่าวว่า
“วิชาดูเส้นลายมือนี้ ข้าเพิ่งจะเรียนเมื่อเช้านี้ อาจจะยังไม่แม่นยำนัก”
“มิสู้... ให้ข้าดูโหงวเฮ้งให้คุณชายอีกครั้งดีหรือไม่?”
หลี่โม่ “....”
‘ผู้แทนแห่งสำนักวิหคเหินสวรรค์เพิ่งจะเรียนวิชาดูดวง ช่างน่าสนใจเสียจริง’
‘อ้อ อุปกรณ์ดูโหงวเฮ้งทั้งหมดก็หยิบยืมมาจากนักพยากรณ์คนอื่นเมื่อเช้านี้ เช่นนั้นก็ไม่เป็นไรแล้ว’
“เช่นนั้นก็รบกวนอีกครั้งเถอะ”
“ได้” สตรีผู้นั้นขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย จ้องมองใบหน้าของเขา
“หน้าผากอิ่มแต่ไม่เต็ม เป็นลักษณะของผู้มีบุญแต่ไร้วาสนา...”
นางกล่าวออกมาติดต่อกันหลายประโยค… สรุปแล้ว ล้วนไม่ใช่คำพูดที่น่าฟังเท่าใดนัก
พูดไปได้ครึ่งทาง นางเองก็หยุดลงด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด
“ข้าไม่มีข้อดีเลยรึ?”
“มี”
“ค่อยยังชั่ว... แล้วเป็นด้านใดที่ดีเป็นพิเศษรึ?”
“ท่านมีโหงวเฮ้งส่งเสริมภรรยา”
“.....”
สหายหลี่โม่ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ—เจาะจงถึงเพียงนี้เชียว?
อิ๋งปิง “?”
‘นี่นางกำลังพูดเรื่องอันใดอยู่?’
เจียงชูหลง “!!”
‘พี่หลี่... ที่แท้ก็เป็น... เป็น... สิ่งที่เรียกว่า... บุรุษล้ำค่า?’
นี่เป็นคำที่อาจารย์เทพเซียนของนางเคยสอนไว้ นางเองก็ไม่มิว่าเหมาะสมหรือไม่...
“เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ดูผิด?” หลี่โม่ถามอย่างจนคำพูด
เขาอยากจะถามเสียจริงว่านางอ่านตำรากลับด้านอยู่หรือไม่
สตรีผู้นั้นส่ายหน้า "เป็นเช่นนี้จริงๆ ข้าเห็นเพียงสิ่งนี้จากตัวท่าน"
หยุดไปครู่หนึ่ง นางก็กล่าวต่อ
“ท่านไม่เพียงแค่ส่งเสริมแบบธรรมดา”
“ส่งเสริมมากเพียงใด?”
"หากได้แต่งงานกับท่าน รอเพียงไม่กี่ปี… ก็สามารถสวมอาภรณ์แห่งมังกรได้เลย"
“.....นี่มันจะเหลวไหลเกินไปแล้วกระมัง?” หลี่โม่จนคำพูด ได้แต่หัวเราะอย่างขื่นๆ
สตรีผู้นั้นพยักหน้า "คงเป็นเพราะข้ายังศึกษาไม่ลึกซึ้งพอ เช่นนั้น… ครั้งนี้ข้าไม่ขอคิดค่าบริการ"
ในขณะนั้น ระฆังยามเช้าของเมืองกระบี่หงเหวินก็ดังขึ้น
หลี่โม่ลุกขึ้นยืน แต่ก็ยังหยิบตั๋วเงินใบหนึ่งออกมา—หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เดินหายเข้าไปในสายหมอกฝนอีกครั้ง
“พี่หลี่... เก่งกาจยิ่งนัก”
“สวมอาภรณ์มังกรก็นับว่าเก่งกาจแล้วรึ?”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ... มีเพียงเสด็จพ่อเท่านั้นที่... ที่...”
เจียงชูหลงพูดไป พลางดูเหมือนจะนึกถึงเรื่องน่าเศร้า เสียงจึงค่อยๆ เบาลง
หลี่โม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ชูหลง… เพียงเรามีอาหารเลิศรสอยู่เคียงข้าง การสวมอาภรณ์มังกร… ก็มิจำเป็นต้องเป็นฮ่องเต้เสมอไป”
“หา? จริงหรือเจ้าคะ?” หลี่โม่เอ่ยเพียงไม่กี่ประโยค ก็ทำให้องค์หญิงน้อยแย้มยิ้มออกมาได้
เมื่อมองดูเด็กหนุ่มเจ้าสำบัดสำนวน ผู้มีวาทศิลป์ราวกับนักเล่านิทานชั้นครู อิ๋งปิงพลันก้มหน้าลงเล็กน้อยซ่อนแววตาครุ่นคิด
‘ส่งเสริมภรรยา...’
.......
ภายในศาลา
เทียนเมี่ยวขมวดคิ้วมุ่น หยิบตำราเล่มเล็กออกมาจากแขนเสื้อ บนนั้นเขียนไว้อย่างเด่นชัดว่า «คัมภีร์โหราศาสตร์หมาอี»
แม้ว่าคัมภีร์นี้จะไม่ทรงพลังเท่า «คัมภีร์เทวะวิวัฒน์สวรรค์» แต่ก็หาใช่ของธรรมดาไม่
ในอดีต ปรมาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักวิหคเหินสวรรค์ ก็ได้อาศัยวิชาทำนายดวงชะตาจากคัมภีร์นี้ แยกแยะจักรพรรดิอู่ออกมาได้ตั้งแต่สมัยที่ยังต่ำต้อย
แม้จะเพิ่งเริ่มศึกษา แต่พื้นฐานของนางคือ «คัมภีร์เทวะวิวัฒน์สวรรค์» ไม่น่าจะทำนายได้ผิดเพี้ยนถึงเพียงนี้
“ทำนายไม่ถูกรึ.....”
“เช่นนั้นแล้ว ทำเนียบมังกรซ่อนเร้นฉบับต่อไป ข้าควรจะรายงานต่อสำนักอย่างไรดี?”
แม้ทำเนียบมังกรซ่อนเร้นจะตัดสินกันที่ผลงานการต่อสู้เป็นหลัก แต่ก็มักจะแนบจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ไปด้วย เพื่อให้ทุกแวดวงในเก้าฟ้าสิบพิภพได้ทำความรู้จักกับอัจฉริยะผู้นั้น
‘หรือว่าจะให้เขียนลงไปว่าจุดเด่นของหลี่โม่คือ... โหงวเฮ้งส่งเสริมภรรยา?’
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง… ในที่สุดนางก็ตัดสินใจได้
ดวงตาทั้งสองข้างพลันทอประกายลึกล้ำ ราวกับจะมองทะลวงม่านเมฆหมอกอันหนาทึบ จับจ้องไปยังเงาร่างสามสายที่ยังเดินไปได้ไม่ไกล
“ฟู่!”
หลายวินาทีต่อมา ร่างของนางถึงกับเซถอยก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น แล้วค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
นางหยิบแผ่นหยกสื่อสารออกมา ใช้ปลายพู่กันจุ่มลงบนคราบเลือดที่เพิ่งกระอักและยังไม่แห้งสนิท
ก้มหน้าลงเขียนอย่างจริงจัง...
บรรทัดแรก ‘พบตัวดาวหายนะอิ๋งฮั่วแล้ว ศิษย์ขอท่านอาจารย์โปรดชี้แนะ’
หลังจากนั้น จึงค่อยเขียนข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับทำเนียบมังกรซ่อนเร้น
ทำเนียบมังกรซ่อนเร้นฉบับใหม่ใกล้จะออกมาแล้ว
ไม่เพียงแต่แคว้นอวิ๋น แต่ยังมีผู้คนมากมายทั่วทั้งใต้หล้า ที่กำลังตั้งตารอคอย...