- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 145 บ่อน้ำพุร้อนในศาลาชิวสุ่ยเสร็จสิ้น!
บทที่ 145 บ่อน้ำพุร้อนในศาลาชิวสุ่ยเสร็จสิ้น!
บทที่ 145 บ่อน้ำพุร้อนในศาลาชิวสุ่ยเสร็จสิ้น!
ศาลาชิวสุ่ยไม่ได้เล็กนัก แต่สถาปัตยกรรมจัดวางแน่นกระชับ
มีทั้งภูเขาจำลอง มีลำธารสายเล็กไหลคดผ่าน—การจะหาพิ้นที่โล่งกว้างจึงยากยิ่ง
หลี่โม่ยืนกะประมาณอยู่ครู่หนึ่ง พลันความคิดวาบขึ้นมา
“ถ้าขุดภูเขาจำลองให้เป็นโพรง…น่าจะพอดิบพอดี”
“มีฉากบังสายตาพร้อม เช่นนั้นอาจารย์กับยัยก้อนน้ำแข็งก็ลงแช่ได้”
“เรานี่มันอัจฉริยะจริง ๆ”
คิดแล้วจึงลงมือทันที
เขาชักกระบี่เพลิงสีชาดกับค้อนสะบั้นดาราออกมา มือซ้ายขวาทำงานพร้อมกัน ขุดเจาะไม่หยุด
หินที่งัดได้ก็โยนเข้าเมล็ดพันธุ์โลก เก็บไว้ด้านในค่อยหาที่ทิ้งในภายหลัง
ประสิทธิภาพ…ไม่เป็นรองผู้ใด
เคร้ง ๆ ๆ …
กรุ๊งกริ๊ง…สวบ…สวบ…
“หืม? เจ้าเด็กนี่คิดจะรื้อถอนเรือนหรืออย่างไร?”
ซางอู่หรี่ตางดงามด้วยความงุนงง เพ่งมองเงาหลังที่กำลังวุ่นวายอยู่ของเขา
อิ๋งปิงนั่งจ้องถ้วยชาดังเดิม คลื่นน้ำสั่นระริกเพราะแรงสะเทือนใกล้ ๆ นัยน์ตาหงส์ที่สะท้อนอยู่ในผิวน้ำก็พลันไหวตาม
ซางอู่โดนกวนจนหมดอารมณ์งีบ เท้าเอวเดินอาด ๆ มาหยุดอยู่ด้านหลังของหลี่โม่
“นี่เจ้าคิดจะทำอันใด ไม่ชอบภูเขาจำลองรึ?”
“บอกข้าดี ๆ ก็ได้ ข้าต่อยทีเดียวก็—”
“เดี๋ยวก่อน!” หลี่โม่รีบกางมือห้าม
“ข้าอยากคว้านภูเขาจำลองทำบ่อน้ำพุร้อน ทีนี้ก็จะได้แช่กันในนั้น”
“น้ำพุร้อน?” ซางอู่เอนคอเล็กน้อย
“ขอรับท่านอาจารย์ ลองคิดดู… แช่น้ำอุ่น ๆ จิบสุราดี ๆ ช่างเป็นความสุขสำราญเพียงใด” หลี่โม่ยิ้มบาง
ถ้าทั้งยัยก้อนน้ำแข็งกับอาจารย์ลงแช่ด้วยกัน…ก็เท่ากับเพิ่ม ‘ผลตอบแทนจากการลงทุน’ แบบยาว ๆ ได้อีกหนึ่งรายการ—ดียิ่งนัก
ซางอู่ครุ่นคิดไป ก็คล้ายเห็นภาพตนเอนกายแช่น้ำพุร้อน จิบเหล้าหอมฟุ้ง—เลิศเลอเสียจริง
นางตบไหล่หลี่โม่เบา ๆ พลางยิ้มจนหางตาโค้ง
“ฮึ่ม ดูท่าไม่เสียทีที่ติดสอยห้อยตามอาจารย์มา แนวทางเสพย์สุขเช่นนี้ เจ้าก็คิดได้ดี”
“จะให้คว้านถึงขนาดไหน?” นางกำหมัดสีชมพู เตรียมลงแรงเต็มที่
หลี่โม่คำนวณพื้นที่ของ ‘น้ำพุร้อนแห่งไอหมอก’ ในมิติโลกดูคร่าว ๆ ก่อนกล่าวว่า
“ทำปากถ้ำให้พอคนสองคนลอดเข้าไปได้”
“ง่ายยิ่ง”
คำยังไม่ทันขาดเสียง
หมัดสีชมพูเบาวาบทุบลงบนภูเขาจำลอง—เกิดการสะเทือนถึงสามครา
โครม!
แรงกระแทกซึมลึกผ่านชั้นศิลาหิน ช่องทางปากถ้ำกว้างพอให้สองคนเดินเคียงกันปรากฏทันที
หลี่โม่ใจเต้นวูบหนึ่ง
เขากวาดเศษหินออกหมดก็ตะลึง—ขนาดภายในถ้ำนั้น พอดีดังคำของตน ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่น้อย
“ท่านอาจารย์ยอดเยี่ยมที่สุด”
“เพียงควบคุมแรงให้เหมาะเอง… ก็เหมือนตอน ‘หวดคน’ นั่นแหละ มิใช่เรื่องยาก” ซางอู่เชิดคางนิด ๆ เอื้อนเอ่ยอย่างภูมิใจ
หลี่โม่ผงกศีรษะ
เขาเอง แม้จะลงค้อนให้กระดูกแหลก เครื่องในไหม้ ผิวหนังช้ำ ก็ยังอาจพอจะทำได้
ทว่าจะการแผ่แรงให้ทะลวง ‘กลวงตรงกลาง’ ได้ทั้งภูเขา—ขั้นนี้ยังอีกไกล
“เสร็จแล้วเรียกข้าด้วยล่ะ” ซางอู่หาวหนึ่งวอด ยกมือปัดผม แล้วกลับไปนอนบำรุงความงามต่อ
…
กว่าสองชั่วยามผ่านไป
ภูเขาออนเซ็นแห่งศาลาชิวสุ่ยก็เกือบแล้วเสร็จ
เก็บกวาดเศษศิลาเรียบ เขาขุดสระสี่เหลี่ยมยาวกว้างราวสิบจ้าง ระหว่างนั้นใช้กระบี่เพลิงสีชาดแกะสลักลายอักขระบนผนังถ้ำให้ดูงามตา พร้อมฝังไข่มุกราตรีไว้บนเพดานเพื่อเพิ่มแสงสว่างโดยรอบ
ศิลาที่เหลือก็เหลาเป็นม้านั่งกับโต๊ะตัวเตี้ย จัดวางไว้ริมบ่อ
‘ดึงน้ำพุร้อนแห่งไอหมอกออกมา’ หลี่โม่รำพันในใจ
ทันใดนั้น กลางบ่อที่ขุดไว้พลันปรากฏเป็นตาน้ำขึ้น สายธารอันอบอุ่นอาบด้วยไอหมอกจาง ๆ ผุดพรั่งพราวขึ้นมา
หากลงไปยืน ระดับน้ำพอดีบรรจบหน้าท้อง หากนั่ง ก็ท่วมถึงไหล่—กำลังเหมาะเจาะ
ฉ่า——
เขาเอื้อมลงกวนน้ำสองครา อุณหภูมิก็ถูกใจ
“ช่างงดงามนัก”
ช่างหลี่ผู้ตรากตรำงานมาทั้งบ่าย เผลอยิ้มด้วยความพึงใจ
“เสร็จแล้วหรือ?” เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังมา
หันกลับไป—ซางอู่กับอิ๋งปิงมาพร้อมหน้า สองสตรีทอดตามองสระน้ำ หนึ่งในนั้นชะโงกหน้าอย่างร้อนใจ อีกหนึ่งขมวดคิ้วบาง เม้มริมฝีปากเบา ๆ
“คืนนี้เราคงได้แช่น้ำพุร้อนกันแล้ว”
“และมิใช่น้ำพุธรรมดา—หากแต่เป็น ‘บ่อน้ำบำรุงวิญญาณ’ อย่างแท้จริง”
“สายน้ำนี้มิได้มีเพียงมีคุณบำรุงผิวให้งดงามเท่านั้น—ยังซึมซาบขับพิษ ขจัดความหม่นมัว แม้ผิวบอบบางก็อาบได้ไม่ระคายเคือง”
หลี่โม่ทำหน้าที่พ่อค้าเร่เสียงใส
“หากผู้ใดสนใจ—ข้าบอกได้คำเดียว ยังมีของแถมแนบไว้ให้อีกเพียบ!”
“โฮะ? ยังมีของแถมด้วยรึ?” ซางอู่กำลังอารมณ์ดี รับมุกต่อเนียนกริบ
“ถูกแล้วขอรับ” หลี่โม่ยิ้มอย่างลึกลับ
ก่อนหยิบอาภรณ์อาบน้ำสามชุดออกมาจากที่เก็บลับ—ล้วนเป็นฝีมือการเย็บของท่านแม่กับสาวใช้ในเรือน ใช้ผืนผ้าชั้นเลิศทั้งสิ้น
“สวมอาภรณ์เหล่านี้ แล้วพวกเราจะลงแช่พร้อมกันได้โดยมิขัดเขิน”
“คิดรอบคอบไม่เบา สมเป็นศิษย์คนโปรดของข้า” ซางอู่รับชุดหนึ่ง แล้วส่งอีกชุดให้อิ๋งปิง
อิ๋งปิงยืนนิ่ง มองสายน้ำอุ่นที่พวยไอจาง ๆ กับชุดอาบน้ำอย่างเงียบงัน แววตานางไหววูบครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“ข้า…ไม่ลง”
“อ่าว?” หลี่โม่ชะงัก ซางอู่ก็สงสัย
“อาบแช่สบายปานนี้ ไยเจ้าถึงไม่ลง?”
“ยังไม่ชิน” อิ๋งปิงตอบสั้น ๆ แล้วหมุนตัวเดินไปทางครัว
“เช่นนั้นก็มิเป็นไร หากอยากลงเมื่อใด ค่อยมาแช่คนเดียวก็ย่อมได้” หลี่โม่ยักไหล่ในใจเสียดายนิด ๆ—
ถ้านางไม่ลง ก็อด ‘ผลตอบแทนการลงทุน’ ระยะยาวไปหนึ่งช่องทางสิ ใครกันจะต้านทานความสบายของบ่อน้ำพุร้อนได้…ไว้ลองสักครั้งเดี๋ยวก็รู้เอง
ครั้นพลบค่ำ—
เสียงกระดิ่งจากระบบดังขึ้นในใจ
[ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของระบบ ท่านลงทุนกับ ‘ซางอู่’ ด้วยสำรับอสรพิษวิเศษ]
[ผลตอบแทนจากการลงทุน: หมึกอสูรม่วงควันลายสน ]
[ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของระบบ ท่านลงทุนกับ ‘อิ๋งปิง’ ด้วยอาหารจากสัตว์อสูร]
[ผลตอบแทนจากการลงทุน: แท่นฝนหมึกกิเลนหอม]
ศาลาชิวสุ่ยเพิ่งเสร็จสิ้นมื้อเย็นเมื่อครู่ หลี่โม่เลยได้ ‘ยอดเครื่องเขียน’ มาอีกสองชิ้น—ช่วงนี้ระบบชอบให้ของแนวการศึกษาเสียเหลือเกิน ทั้งที่เขามิได้คิดไปสอบจอหงวนเสียหน่อย…
ซางอู่เปลี่ยนเป็นอาภรณ์อาบน้ำเรียบร้อย—เพียงแต่…รูปทรงอาภรณ์เหมือนจะคับกับทรวดทรงของอาจารย์สาวไปนิด หากมิใช่ผ้าชั้นดี เกรงว่าจะปริแตกไปแล้ว นางจึงปลดกระดุมออกสองเม็ด ก่อนหันไปเรียกอีกครา
“เสี่ยวปิง เจ้าจะไม่ลงจริงหรือ?”
“ไม่ล่ะ” อิ๋งปิงส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเข้าครัวไปล้างชาม
ซางอู่จุ๊ปาก—เดิมคิดจะเล่นสาดน้ำกับศิษย์เสี่ยวปิงเสียหน่อย…
ไม่นาน อาจารย์กับศิษย์รักก็ลงไปนั่งแช่ในน้ำในบ่อร่วมกัน
“ฮืมม์~” ซางอู่อุทานแผ่ว ใบหน้างามดังดอกโบตั๋นแต้มระเรื่อด้วยสีแดงอ่อน นางเหลือบมองหลี่โม่
“สบายก็สบายอยู่หรอก แต่อย่าแช่นานนัก รีบขึ้นไปฝึกต่อด้วย พรุ่งนี้–มะรืนนี้ ก็ใกล้งานชุมนุมจอมยุทธ์แคว้นอวิ๋นแล้ว พวกเราฝากเกียรติของสำนักไว้กับเจ้าและเสี่ยวปิงนะ”
“อาจารย์วางใจเถิด ศิษย์จะไม่ให้เสียการ” หลี่โม่เช็ดน้ำลูบหน้า พลางหยิบขวดน้ำนมวิญญาณปฐพีออกมาบนปลายนิ้ว—ก่อนเทครึ่งขวดลงสระอย่างหน้าตาเฉย จากนั้นเอนตัวพิงขอบสระ หลับตายิ้มรับความอุ่นซาบซ่านทั่วทั้งร่างกาย
ซางอู่ถึงกับตาโต “ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว ของดีเยี่ยงนั้น เจ้าเอามาแช่ตัวรึ?!”
หลี่โม่ยิ้มสุภาพ
“ศิษย์คนนี้พอมีกำลังทรัพย์อยู่บ้างขอรับ”
ซางอู่กลอกตา ปลายปากยกขึ้น
“ถ้าเซวี่ยจิงมาเห็น เกรงว่าจะหน้ามืดเป็นลมไปเดี๋ยวนั้น” จะไม่อยู่ก็ช่าง—เดี๋ยวนางค่อยเล่าให้ฟังเองก็ได้!
พอแช่จนคลายเมื่อย หลี่โม่จึงเอ่ยถาม
“จริงสิ—อาจารย์ขอรับ ที่ยอดเขาหยกงามของเรา มี ‘คัมภีร์รากฐานปราณญาณเทพ’ หรือคัมภีร์ที่คล้ายคลึงกันหลงเหลืออยู่บ้างไหมขอรับ?”