- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 134 ท่านจะขายแก่นแท้หงส์โลหิตหรือไม่?
บทที่ 134 ท่านจะขายแก่นแท้หงส์โลหิตหรือไม่?
บทที่ 134 ท่านจะขายแก่นแท้หงส์โลหิตหรือไม่?
“ตำแหน่งของข้า เคยเป็นถึงผู้หยั่งฟ้า ซึ่งอยู่ในขอบเขตระดับที่เจ็ดมาก่อน” หานเจินยืนกุมมือไว้ด้านหลัง กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ขอบเขตหยั่งฟ้า… แทบจะเรียกได้ว่าอยู่บนจุดสูงสุดของเก้าฟ้าสิบพิภพแล้ว
ไม่ว่าสำนักหรือกองกำลังใด หากไร้ผู้หยั่งฟ้าคอยค้ำจุน ย่อมไม่อาจเรียกตนเองว่าผู้มีอำนาจในแผ่นดินได้
ไม่ต้องนอบน้อมแม้แต่กับจักรพรรดิ เพียงมีชื่อจารึกในราชสำนัก ก็ได้รับฐานะเทียบเท่ามหาเสนาบดีแล้ว
เสียงกล่าวของเขาทุ้มกังวานแฝงด้วยพลัง สะท้อนก้องอยู่ภายในท้องพระโรง
“ขอบเขตหยั่งฟ้า?” หลี่โม่ขมวดคิ้ว เขาไม่ค่อยเข้าใจนัก
แววตาของอิ๋งปิงยังคงสงบนิ่งเย็นชา
ภายในพระราชวังตกอยู่ในความเงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่ง จนบรรยากาศเริ่มชวนกระอักกระอ่วน
หานเจิน “…”
ปฏิกิริยาของสองหนุ่มสาวตรงหน้ากลับไม่เป็นดั่งเช่นที่เขาคาดไว้
ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความหวาดผวา
ไม่มีแม้แต่ความปลาบปลื้มปิติยินดี…
…แต่ก็เอาเถอะ สำนักชิงเยวียนเองก็ตกต่ำไปมาก
แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่พวกเขาเคยพบ อย่างซางกวนเหวินชาง ก็เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตกายภาพนอกเท่านั้น
“ในแดนบูรพานี้… พวกเจ้าทั้งสองยังคงเป็นแค่กบในกะลาเท่านั้น”
หานเจินเอ่ยอย่างอดทน ก่อนจะเชิดอกขึ้นเล็กน้อย
“เมื่อใดที่พวกเจ้าทะลวงถึงขอบเขตที่สี่—ภูมิทัศน์ภายใน พวกเจ้าจึงจะเข้าใจว่าการเผชิญหน้ากับข้า ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงตัวน้อยที่เงยหน้ามองนภา”
วาจานั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ และแสดงถึงอำนาจอย่างเต็มเปี่ยม
ทว่า…ก็ตกลงสู่พื้นอย่างไร้เสียง
อิ๋งปิง: “……”
หลี่โม่ “อืมมม…”
หากให้พูดตามตรง…
ศิษย์น้องหลี่รู้สึกว่าความสามารถในการโน้มน้าวใจคนของหานเจินผู้นี้…ค่อนข้างจะห่วยแตก
พูดจาตรงเกินไป ไร้ศิลปะ ไม่สมกับเป็นยอดคนที่ใช้ชีวิตมาหลายพันปี
เขาเองก็มีคำแนะนำอยู่เล็กน้อย… ไม่แน่ใจว่าจะพูดดีหรือไม่…
หานเจินจ้องมองทั้งสองที่ไม่สะทกสะท้าน พลางหรี่ตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยชมว่า
“พวกเจ้าทั้งสองคน มีใจมั่นคงไร้ความลังเล เป็นคุณสมบัติของผู้ที่จะกระทำการใหญ่ได้ในภายภาคหน้า”
“ดี…เช่นนั้นข้าจะพูดกับพวกเจ้าอย่างตรงไปตรงมา”
“ข้านั้น… หาใช่ผู้หยั่งฟ้าสามัญ หากแต่เมื่อหลายพันปีก่อน เคยดำรงตำแหน่งเป็นราชครูแห่งราชวงศ์ต้าซาง เดินเหินอยู่เหนือเก้าฟ้าสิบพิภพมาหลายพันปี!”
น้ำเสียงแฝงเร้นอำนาจสะเทือนสวรรค์
“หากพวกเจ้ายอมรับคำชี้แนะจากข้า ต่อไปย่อมมีหวังเข้าสู่ขอบเขตหยั่งฟ้าแน่นอน”
“วิชาเทพ วิชาลับ ศาสตราเทพ สมบัติวิเศษ ของล้ำค่าทั้งหลายที่ในสำนักชิงเยวียนยังไม่เคยมี… ล้วนจะอยู่แค่ปลายนิ้วมือของพวกเจ้า!”
ถ้อยคำนั้นดังสะท้อนดุจเสียงพิณสั่นไหว มีเสน่ห์เย้ายวนเกินจะต้านทาน หานเจินรู้สึกว่าตนได้แสดงความจริงใจออกมาอย่างถึงที่สุดแล้ว
หลายพันปีที่ผ่านมา… เขาไม่เคยต้องเปลืองวาจาหรือวางกลยุทธ์มากเท่าครั้งนี้มาก่อน
ฟึ่บ—
ร่างโครงกระดูกสีทองหม่นของผู้หยั่งฟ้าพลันยืนขึ้นมาอย่างเงียบงัน
กลางอกมีประกายสีแดงวูบไหวคล้ายหัวใจเต้นแผ่วเบา ลายเลือดค่อย ๆ แผ่ขยายไปตามโครงกระดูก กลายเป็นเส้นสายลึกลับแวววับแปลกตา
กลิ่นอายอันเข้มข้นและน่าสะพรึงกลัวปะทะเข้ามาโดยตรง
นี่คือการแสดงถึงพลัง… และการข่มขู่
“แก่นแท้หงส์โลหิต กลับถูกเจ้าทำให้ตกต่ำได้ถึงเพียงนี้”
คิ้วเรียวของอิ๋งปิงขมวดเข้าหากัน
“…” หานเจินกระตุกเปลือกตาเบา ๆ แววตาก็เริ่มฉายแววอันตรายมากขึ้น
“เอ่อ…”
หลี่โม่ขมวดคิ้วแล้วถามอย่างครุ่นคิด
“เรื่องที่ท่านว่า… หรือว่าจะเป็นการล้มราชวงศ์ต้าอวี้ แล้วฟื้นคืนราชวงศ์ต้าซางอีกครั้ง?”
หานเจินคล้ายจะประหลาดใจ…แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
หลี่โม่กระแอมเบา ๆ แล้วพูดต่อ
“เช่นนั้น… ข้ามีข้อเสนอ ข้าเองก็พอมีฐานะไม่น้อย”
“ท่านขายแก่นแท้หงส์โลหิตให้ข้าเถอะ จากนั้นต่างคนต่างแยกย้าย แบบนี้ดีหรือไม่?”
หานเจินแทบจะหลุดหัวเราะ ทว่าแววตากลับมืดครึ้มลงทันใด ด้านหลังของเขาปรากฏต้นไม้เทพสัมฤทธิ์ขึ้นเป็นเงาราง ๆ
รู้ความลับขนาดนี้แล้ว…ยังคิดจะจากไปอย่างไร้รอยขีดข่วนอีกรึ?
“พยศดื้อดึง… เมื่อครั้งยังหนุ่ม ข้าเองก็เคยเป็นเช่นพวกเจ้า”
“เช่นนั้น ข้าจะให้พวกเจ้าลิ้มรสสิ่งที่เรียกว่าความสิ้นหวัง!”
คราเมื่อวาจาเอื้อนเอ่ย ร่างของหานเจินก็ค่อย ๆ กลายเป็นของเหลวสีโลหิต!
สายโลหิตสีแดงสดเริ่มซึมไหลขึ้นทั่วพื้นพระราชวัง กลายเป็นทะเลเลือดเชี่ยวกรากล้นบ่าไปทั่ว
เมื่อแสงจากต้นไม้เทพสัมฤทธิ์สาดส่องลงมา โลหิตเหล่านั้นกลับเดือดพล่านขึ้นราวกับมีชีวิต
พลังที่แผ่ออกมานั้น แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณญาณเทพคนใดที่เคยเห็นมา
คลื่นโลหิตปะทะเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า—
ประกายแสงสีรุ้งพลันไหลเวียนรอบกายอิ๋งปิง กระบี่ในมือฟาดสะบัด ปล่อยปราณกระบี่ออกเป็นสายฝน ตรึงสายโลหิตนั้นให้กลายเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา
“เจ้ามีพลังแสงแห่งหงส์สวรรค์อยู่ในกาย… ไม่น่าแปลกใจเลย…”
หานเจินตกตะลึง สีหน้าเผยความละโมบออกมาอย่างชัดเจน
แต่ยังไม่ทันได้กล่าวให้จบ—
หลี่โม่ก็คว้าค้อนสะบั้นดาราออกมา กระหน่ำฟาดใส่โลหิตที่กลายเป็นน้ำแข็งจนแตกกระจายไม่เหลือเค้า
เขาจ้องมองทะเลโลหิต กำลังหาตำแหน่งร่างจริงของหานเจิน ครั้นพอมั่นใจ ก็ไม่รอให้เสียจังหวะ กระแทกค้อนลงด้วยแรงมหาศาล
ตูม—! ตูม—! ตูม—!
เสียงค้อนคำราม ฟาดปะทะกับสายเลือดที่พวยพุ่ง
กระบี่กับค้อนสอดประสานพลังปะทะกัน ทั่วทั้งพระราชวังสัมฤทธิ์สั่นสะเทือน
หานเจินยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งใจสั่น…
เขาเริ่มตระหนักว่าทั้งสองคนนี้…แข็งแกร่งเกินกว่าที่ตนคาดคิดไว้มาก!
หญิงสาวมีแสงของหงส์ไหลเวียนรอบกาย กระบวนท่ากระบี่ล้ำลึกเกินสามัญ
ส่วนชายหนุ่มเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล แรงทำลายล้างล้นฟ้าเกินคาดคิด
หานเจินจำต้องยอมรับว่า—แม้จะต้องสู้กับใครเพียงสักคน เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสชนะ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสู้กับทั้งสองคนพร้อมกัน…
ต่อให้สะสมพลังมานานแค่ไหน เตรียมทะเลโลหิตไว้มากเพียงใด ก็ยังคงต้องพ่ายแพ้อยู่ดี ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาเพียงเท่านั้น
“…สามารถบีบให้ข้าต้องถึงทำเพียงนี้ พวกเจ้าถือเป็นยอดคน”
“แต่ว่า— ที่นี่คือมิติสวรรค์ของข้า!”
ตูม—!
วงเวทสีแดงบนพื้นพลันสว่างวาบขึ้นมาราวกับจะดูดกลืนสายโลหิตทั้งหมดเข้าไป
กลิ่นคาวเลือดอบอวลไปทั่ว กลายเป็นพลังชีวิตที่หลั่งไหลกลับเข้าสู่หัวใจของโครงกระดูกผู้หยั่งฟ้า ซึ่งบรรจุแก่นแท้ของหงส์โลหิตเอาไว้
ลำแสงสีเลือดพุ่งพรวด—
ร่างโครงกระดูกเริ่มฟื้นฟู เนื้อหนังเอ็นกล้ามเนื้อก่อร่างสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว
ในเวลาแค่อึดใจเดียว ร่างของหานเจินวัยกลางคนก็ยืนเคียงข้างกับร่างวัยเยาว์ของตน กลิ่นอายพลังของทั้งสองเชื่อมประสานกันแน่นแฟ้น
แรงกดดันอันรุนแรงจากผู้หยั่งฟ้าเริ่มปกคลุมทั่วทุกอณูของราชวัง!
ซ่า—
ทะเลโลหิตแยกออก กลายเป็นม่านพลังแบ่งสนามรบออกเป็นสองส่วน
“หืม?”
อิ๋งปิงมองไปทางหลี่โม่ ทว่ากลับมองไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของเขา
“วาสนาที่เกิดขึ้นในสำนักชิงเยวียนวันนั้น แท้จริงแล้วคือแสงแห่งหงส์สวรรค์สินะ…”
หานเจินเดินกลางอากาศ สายตาพลันร้อนแรงขึ้นมา
หากนำแสงหงส์สวรรค์รวมกับแก่นแท้หงส์โลหิตได้ ยามที่เขาฟื้นคืนสู่จุดสูงสุด… ก็มีหวังได้ทะลวงสู่ขอบเขตที่แปด!
ไม่ว่าอิ๋งปิงจะยอมตกลงหรือไม่… พลังนี้เขาต้องได้มันมา!
“อยู่เบื้องหน้าผู้หยั่งฟ้า เจ้ายังไม่คุกเขาลงอีกหรือ!?”
ตึกๆ! ตึกๆ!
แก่นแท้หงส์โลหิตภายในหัวใจพลันเต้นถี่รัว แผ่คลื่นพลังออกมามากขึ้นทุกขณะ
แรงกดดันของผู้หยั่งฟ้าทวีความรุนแรงขึ้นเป็นหลายเท่า
หากดูดกลืนเลือดวิญญาณให้มากพอ… แม้แต่โครงกระดูกของผู้หยั่งฟ้า ก็อาจจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้จริง ๆ
…ทว่าทุกสิ่งกลับผิดแผน
อิ๋งปิงที่ยืนอยู่ตรงข้าม กลับเอ่ยประโยคหนึ่งที่เขาไม่อาจเข้าใจได้เลยแม้แต่น้อย—
“เจ้ากลับอ่อนแอกว่าครั้งก่อนเสียอีก”
“…!?”
ใบหน้าหานเจินบิดเบี้ยวด้วยโทสะ
นางมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ราวกับกำลังจ้องมองเศษขยะที่กำลังดิ้นรนทุรนทุราย
เขาพุ่งเข้าโจมตีด้วยพลังของผู้หยั่งฟ้าเพื่อบดขยี้นางอย่างเด็ดขาด—
ตึกๆๆ!
แก่นแท้หงส์โลหิตในหัวใจกลับเต้นวูบใหญ่ขึ้นมาเองโดยไม่สนคำสั่ง!
“นี่มัน!!”
หานเจินเบิกนัยตากว้าง คล้ายจะฉีกกระชากเปลือกตาของตนออก
เขาทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่อ้าปากค้างตะลึงพรึงเพริด
ของวิเศษที่หล่อเลี้ยงชีวิตเขามานับพันปี—
รากฐานทุกสิ่งในการฟื้นคืนอำนาจครั้งนี้—
กลับกลายเป็นเงาร่างของหงส์สีโลหิต แล้วโผเข้าแทรกซึมกลางหว่างคิ้วของอิ๋งปิงอย่างเงียบงัน
ราวกับลูกนกตัวน้อยกลับสู่อ้อมอกมารดา
…มันเริ่มลุกไหม้ช้า ๆ
“แก่นแท้หงส์โลหิต ไม่ใช่ของที่เจ้าจะใช้เช่นนั้นได้”
รัศมีหงส์สีเพลิงปกคลุมทั่วร่างอิ๋งปิง ดวงตาของนางยังคงสงบนิ่ง
…ทว่าภายในแววตานั้น บัดนี้มีเพียงความสูงส่งและอำนาจแห่งสายโลหิตอันแท้จริง
เคล็ดวิชาลับ—สัจจะหงส์ผลาญโลหิต!