- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 130 เจ้าเคยแช่น้ำพุร้อนหรือไม่?
บทที่ 130 เจ้าเคยแช่น้ำพุร้อนหรือไม่?
บทที่ 130 เจ้าเคยแช่น้ำพุร้อนหรือไม่?
“การทดสอบจบแล้วเหรอ?”
หลี่โม่เงยหน้ามองท้องฟ้า
อืม…
ยัยก้อนน้ำแข็งก็เกือบตามทันอยู่หรอก แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขานำหน้าอยู่ไกลมาก
ตอนนี้เพิ่งจะเก็บป้ายสัตว์ของวานรยักษ์โครงกระดูกมาได้อีกหนึ่ง แค่นั้นก็แซงอิ๋งปิงไปอีกหน่อยแล้ว
“ไปกันเถอะ พวกเราควรไปรวมตัวกันได้แล้ว”
หลี่โม่หยิบหญ้าโลหิตหงส์ขึ้นมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยัดใส่อกของเซียวฉินอย่างไม่ใส่ใจ
“หะ?”
เซียวฉินอุ้มต้นหญ้าไว้ในมือ รับรู้ได้ถึงพลังชีวิตอันเปี่ยมล้นที่อยู่ในนั้น
นี่แหละคือเหตุผลที่เขายอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเข้ามาในมิติหงส์โลหิต
สมบัติวิเศษที่อาจารย์ของเขาจะใช้ในการหล่อหลอมร่างใหม่ คือของที่ล้ำค่าที่สุด
ถ้านำออกไปนอกมิตินี้ละก็ จะต้องเกิดศึกแย่งชิงจนเลือดนองแน่นอน
ถึงขั้นพี่น้องแตกแยก ผัวเมียตบตี…ก็อาจเป็นได้
“ขะ…ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก…”
“รับไปเถิด”
หลี่โม่ยกมือขึ้นโบกด้วยท่าทางเรียบง่าย แต่ชัดเจนจนไม่ต้องเอ่ยคำใด
“แต่ต้นหญ้านี่… ถ้าไม่ใช่เพราะศิษย์น้องหลี่ ข้าก็ไม่มีวันได้มันมา”
เซียวฉินรู้สึกสับสน กำลังจะร้องไห้แต่ก็ต้องฝืนยิ้มออกมาอย่างย่ำแย่
“บุญคุณที่ค้างเจ้าไว้ก่อนหน้านี้ ข้ายังไม่ทันได้ชดใช้เลย”
“คราวนี้ก็ติดหนี้ใหม่อีกแล้ว…”
เขาไม่รู้เลยจริงๆว่าควรจะตอบแทนยังไงดี
ตอนนี้เซียวฉินรู้สึกเลยว่า ถ้าตัวเองเป็นผู้หญิงก็คงจะดีไม่น้อย
จะได้ ‘มอบตัวและหัวใจ’ ไปเลยง่าย ๆ
“เก็บไว้เถอะ ยิ่งหนี้เยอะก็ยิ่งชิน ไม่ต้องกังวล ของแบบนีข้าเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่แล้ว”
หลี่โม่หัวเราะเบาๆอย่างขบขัน
“เฮ้อ…”
เซียวฉินรับหญ้าโลหิตหงส์ไว้ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความละอาย
ในใจเขาเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา
“อาจารย์… วิชาระดับเทพของท่าน ข้าจะสามารถฝึกไปพร้อมกับศิษย์น้องหลี่ได้หรือไม่?”
ตอนนี้เขาไม่มีปัญญาตอบแทนบุญคุณอะไรเลย หากจะแสดงออกได้บ้าง ก็คงมีแค่สิ่งนี้
“หากมันเหมาะสมกับเขา ก็ย่อมได้”
“แต่เจ้าต้องเตือนเขาด้วย ห้ามเปิดเผยให้ใครรู้โดยเด็ดขาด”
มหาปราชญ์พันร่างนิ่งไปไม่กี่วินาที สุดท้ายก็ถอนหายใจยาว แล้วก็พยักหน้าเห็นชอบ
ไม่ว่าจะเป็นของวิศษก่อนหน้า หรือหญ้าโลหิตหงส์… ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงก็คือหลี่โม่
แต่ทว่า…
เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องเหล่านี้
เพราะเงื่อนไขในการฝึกวิชานั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง ไม่ได้อาศัยแค่พรสวรรค์เท่านั้น เพราะแม้แต่อิ๋งปิงเอง ก็อาจจะยังฝึกไม่ได้
เก็บหญ้าโลหิตหงส์เรียบร้อยแล้ว เซียวฉินก็ส่ายหน้าพูดว่า
“ข้าจะไม่ตามพวกท่านไปยังชั้นต่อไปแล้ว”
“ชั้นต่อไปน่าจะยิ่งอันตราย ข้าไปก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก มิหนำซ้ำอาจเป็นตัวถ่วง”
“อีกอย่าง สิ่งที่ข้าอยากได้ที่สุด ข้าก็ได้มาแล้ว”
เขาค้อมมือคารวะ
หลี่โม่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย แล้วล้มเลิกความคิดที่จะแบ่งป้ายสัตว์ให้
“ถ้างั้นท่านก็ไปที่ป่าปิศาจต้นไม้ แล้วออกจากที่นี่พร้อมกับคนอื่น ๆ”
“คนอื่นๆ?”
“อืม ไปเถอะ เดี๋ยวก็รู้”
แม้จะไม่รู้ว่าใครอยู่ในป่าปิศาจต้นไม้ แต่เซียวฉินเชื่อใจหลี่โม่อย่างไม่มีเงื่อนไข จึงพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล
“แล้วพี่เสี่ยวเป่าล่ะ?” หลี่โม่หันไปถามอีกคน
“อาจารย์ข้าบอกให้ร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้า แน่นอนว่าข้าต้องไปด้วยสิ!”
ถังเสี่ยวเป่าหัวเราะร่วน เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาโชว์ฟันขาว
เขารวบรวมป้ายสัตว์ของลิงกระดูกขาวจนคะแนนครบพอดี ทำให้ทะลุเข้าห้าสิบอันดับมาได้แบบเฉียดฉิว
สุดท้าย เซียวฉินก็ออกเดินทางไปยังป่าตามที่หลี่โม่แนะนำ
ส่วนหลี่โม่กับพรรคพวกก็รีบเร่งมุ่งหน้าไปยังจุดรวมพลตามเส้นทางของเสาแสง
ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหูของเขา
【ขอแสดงความยินดี เจ้าของระบบได้ลงทุนกับ “เซียวฉิน” โดยมอบหญ้าโลหิตหงส์หนึ่งต้น】
【ผลตอบแทนจากการลงทุน: น้ำพุร้อนแห่งไอหมอก】
【น้ำพุร้อนแห่งไอหมอก】: หลังวางลงพื้น จะสร้างน้ำพุร้อนขนาดกว้างสิบเมตรแบบถาวร สะอาดอยู่เสมอ มีสรรพคุณคลายความเหนื่อยล้าอย่างยอดเยี่ยม หากหยดยาใดลงไปจะถูกดูดซึมได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงผิวและความงาม
น้ำพุร้อน?
คำอธิบายก็ยาวดีอยู่หรอก… แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์
จะดูดซึมโอสถวิเศษน่ะเหรอ?
หลี่โม่ใช้เตาหลอมโอสถมังกรพยัคฆ์ดีกว่าหรือไม่? ได้ผลยิ่งกว่าการแช่น้ำ
คลายความเหนื่อยล้า… ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้ฝึกฝนร่างกาย
ส่วนเรื่องบำรุงผิวนั้น… เขาหน้าตาหล่อขนาดนี้ ยังต้องใช้อีกรึ?
“งั้นก็มีแต่จะตั้งไว้ที่ศาลาชิวสุ่ย ใช้เป็นของหรูหราไว้ผ่อนคลายก็แล้วกัน”
หลี่โม่ยักไหล่ พึมพำกับตัวเอง
…
ณ ลานแสงสีขาว
มีคนมารวมตัวกันอยู่ราวสี่สิบกว่าคน
สัตว์อสูรโครงกระดูกที่แข็งแกร่งที่สุดในมิตินี้อยู่ในระดับปราณญาณเทพ
และผู้ที่เข้ามาก็ถูกจำกัดไว้แค่ระดับปราณญาณเทพ
ถ้าใครสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับเดียวกัน หรือต่ำกว่าหลายตัวได้ แสดงว่าต้องเป็นยอดอัจฉริยะเหนือใคร
อาจเป็นเพราะฝีมือวิชายุทธ์, ศาสตราลี้ลับ หรือถือสมบัติวิเศษติดตัว
ส่วนใหญ่ดูเหนื่อยล้า เสื้อผ้ายับเยิน มีเพียงไม่กี่คนที่ไร้บาดแผล
และแทบไม่มีใครอยู่ในระดับปราณภายในเลย
ทำไมถึงบอกว่าแทบไม่มี?
เพราะอิ๋งปิงยังยืนอยู่ในมุมหนึ่งของลาน
ยังคงสวมชุดไหมประดับชั้นดี ด้านในเป็นผ้าผืนดำเนื้อเบา
นางยืนพิงกระบี่อย่างโดดเดี่ยว งามสง่าเย็นชาจนไม่อาจเอื้อมถึง
แต่เมื่อเธอมองไปยังอันดับบนแผ่นหิน ในแววตาคู่งามก็เผยแววสงสัยขึ้นมาจาง ๆ
แน่นอน… ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่สงสัย
ทุกคนเมื่อได้เห็นอันดับในตอนสุดท้าย ก็ราวกับถูกสาปให้แข็ง…
“เหลือเชื่อเกินไปไหม!”
“อันดับหนึ่งกับสองเป็นระดับปราณภายใน?”
“เด็กคนนั้นเก็บป้ายสัตว์ได้ตั้งสามร้อยกว่า? นางทำได้อย่างไร?”
“อิ๋งปิง ข้าเห็นนางสู้กับตา ข้าอยู่ขั้นสี่ของปราณญาณเทพ ก็ยังไม่กล้าท้าดวลกับนางเลย…
จะใช้คำว่า ‘น่ากลัว’ ยังเบาไป
“แล้วหลี่โม่ล่ะ?”
“นี่มันต้องมีปัญหาแน่ๆ มิติบ้าบออะไรกันนี่! ข้าไม่ยอม! รีบจัดทดสอบใหม่!”
ที่พวกเขามิอาจยอมรับได้ ก็ไม่แปลกนัก
อัจฉริยะระดับปราณภายใน ที่ต่อกรกับปราณญาณเทพได้น่ะ ยังพอทน…
แต่นี่มันสามร้อยกว่าป้ายเลยนะ!
เจ้ามาทำภารกิจร้านขายของหรือยังไง!?
ขณะทุกคนกำลังอึ้งอยู่นั่นเอง
“นั่นหลี่โม่ใช่ไหม?”
ไม่รู้ใครเป็นคนพูดขึ้นก่อน
ทันใดนั้น ทุกสายตาก็หันไปมองยังทิศที่ว่าทันที
“ศิษย์น้องหลี่ เจ้าทำได้ยังไงน่ะ?”
พี่ใหญ่จากยอดเขาหรูอี้,โอวหยางก็อยู่ที่นั่นด้วย
ถึงจะไม่ได้สนิทกับหลี่โม่เท่าไหร่ แต่ก็กดความสงสัยไว้ไม่อยู่
“ขอรับ?”
หลี่โม่มองตามสายตาเขาไป แล้วยิ้มตอบอย่างใจเย็นว่า
“ทำดีข้าไม่หวังสิ่งตอบแทน”
“ข้าแค่ช่วยพวกเขาไว้ พวกเขาก็เลยมอบป้ายสัตว์ของตัวเองให้แก่ข้า”
พูดอีกแบบคือ
คนที่ไม่ติดอันดับส่วนหนึ่ง ก็ส่งป้ายสัตว์อสูรให้เขานั่นแหละ
“…หะ?”
ทุกคนต่างมึนงงกันไปหมด
ไหนบอกว่ามิติแห่งนี้เล่ห์เหลี่ยมนัก ใครต่อใครล้วนร้ายกาจไร้ปรานี
แต่เจ้าเข้ามาสะสมบุญกุศลงั้นรึ!?
ที่สำคัญ… มันใช้ได้จริงด้วย!?
“ดูเหมือนว่าจะมีวิธีลัดจริง ๆ สินะ…”
ไป๋จิงหงพึมพำเบา ๆ แล้วถอนใจอย่างโล่งอก
เพราะก่อนหน้านั้นเขาเองก็เห็นตอนที่หลี่โม่สู้กับวานรยักษ์
ถือว่าแข็งแกร่งแม้จะอยู่แค่ระดับปราณภายใน แต่ก็พอจะเข้าใจได้ ไม่ได้หวือหวาขนาดที่จะเก็บป้ายได้มากมายขนาดนั้น
“ไม่รู้ว่าด่านต่อไปจะเป็นอะไรอีก”
“ว่าแต่มิตินี่เป็นสถานที่ที่แสวงหาวาสนา หรือเป็นสนามสอบศิษย์เข้าสำนักกันแน่ เหตุใดถึงมีแต่การทดสอบ…”
หลี่โม่ยืนข้างอิ๋งปิง มองเสาแสงที่พุ่งขึ้นฟ้า
“คงจะเป็นกับดักที่หงส์โลหิตวางไว้ก่อนดับสิ้น”
อิ๋งปิงตอบเสียงนิ่ง เธอมั่นใจอย่างหนึ่งว่า‘จิตหงส์’ต้องอยู่ที่นี่แน่นอน
ระหว่างที่เธออยู่ในห้วงความคิด
สายตาของหลี่โม่ก็กวาดมองใบหน้าของเธอ แล้วพลันนึกถึงผลตอบแทนที่เพิ่งได้รับ
น้ำพุร้อน…
ถ้ายัยก้อนน้ำแข็งแช่ลงไป น้ำพุร้อนแห่งไอหมอกจะกลายเป็นน้ำแข็งหรือไม่นะ?
อืม…
“อิ๋งปิง”
“หืม?”
“เจ้าเคยแช่น้ำพุร้อนหรือไม่?”
“…?”
ดวงตาคู่งามของอิ๋งปิงสะท้านเล็กน้อย