- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 120 ไป๋จิงหง ยอดฝีมือแห่งทำเนียบมังกรซ่อนเร้น
บทที่ 120 ไป๋จิงหง ยอดฝีมือแห่งทำเนียบมังกรซ่อนเร้น
บทที่ 120 ไป๋จิงหง ยอดฝีมือแห่งทำเนียบมังกรซ่อนเร้น
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์อิสระต่างตื่นตัวขึ้นทันที เพราะไม่ว่าอย่างไร สำนักชิงเยวียนก็คือสำนักอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจื่อหยาง
จากนั้นพวกเขาก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินลงจากรถม้าของเจ้าสำนัก ซึ่งอยู่ด้านหน้าสุดของขบวน
หญิงสาวนั้นงดงามราวกับแสงจันทร์เย็นเยียบ ใบหน้าหยกสะกดสายตาผู้คนให้ตกตะลึงชั่วขณะ ความงามสง่าที่เปี่ยมด้วยพลังนี้ ทำให้พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากออกมา
ส่วนชายหนุ่มที่อยู่เคียงข้าง มีใบหน้ายิ้มแย้ม สุภาพอ่อนโยน ดูเป็นคนร่าเริงและเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ทั้งสองดูเหมือนกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่
“ศิษย์อายุน้อยถึงเพียงนี้ก็มาด้วยหรือ? ดูแล้ว… อย่างมากก็คงสิบเจ็ดสิบแปดปี”
“สหายเอ๋ย… เจ้าช่างโลกแคบนัก นั่นคือศิษย์เอกแห่งสำนักชิงเยวียน เจ้าของกระบี่น้ำค้างสวรรค์ มีข่าวลือว่าศิษย์พี่หญิงของนางในสำนัก ไม่มีใครสามารถทนรับกระบวนท่าของนางได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว อีกทั้งนางยังเคยสังหารยอดฝีมือขั้นปราณญาณเทพมาแล้วด้วย”
“นี่มันเกินจริงไปแล้ว! ข้าเป็นคนต่างถิ่น อย่ามาหลอกกันเลยน่า”
“ศิษย์สายตรงของสำนักใหญ่ จะสามารถเอาชนะพวกเราได้ด้วยกระบวนท่าเดียวจริงหรือ?”
“ความต่างระหว่างศิษย์สายตรงของสำนักชิงเยวียนกับพวกเรา ก็เปรียบได้กับความต่างระหว่างยอดฝีมืออย่างอิ๋งปิงกับศิษย์สายตรงทั่วไปของสำนักชิงเยวียนนั่นแหละ”
“แล้วชายหนุ่มที่อยู่เคียงข้างนางเล่า? สามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอิ๋งปิงได้เช่นนั้น ย่อมต้องเป็นคนที่น่าทึ่งเช่นกันสินะ”
“พวกเขาพูดคุยอะไรกัน? คงเป็นวิชายุทธ์ระดับสูงกระมัง?”
...
ในสายตาของเหล่าจอมยุทธ์อิสระ ทั้งสองดูเข้าใจยากยิ่ง ทุกคำพูดและการกระทำล้วนมีความหมาย
แต่แท้จริงแล้ว...
“แตงโมบ้านข้านี่อร่อยจริงๆ! กลับมาในช่วงฤดูออกผล ถือว่าเป็นความโชคดีนัก”
“อืม…”
“คืนนี้จะเอาแตงโมไปไว้ที่ห้องเจ้า แตงโมต้องกินแบบแช่เย็นถึงจะอร่อย ว่าแต่เจ้าเคยกินไอศกรีมหรือไม่?”
“ไอศกรีม?”
“เอาเป็นว่า… เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะไปสอนเจ้าทำที่ห้องก็แล้วกัน”
หลี่โม่กล่าวพลางคิดถึงลานบ้านของตนเอง แต่ไม่อาจกลับไปได้ในตอนนี้ เขาเขียนจดหมายอธิบายสถานการณ์ ก่อนฝากคนจากคฤหาสน์ตงหลีให้ช่วยส่งกลับไป
ขบวนรถของสำนักชิงเยวียนเดินทางเข้าสู่คฤหาสน์
ผู้อาวุโสเซวี่ยจิง, ผู้อาวุโสเฉียนปู้ฟ่าน และผู้อาวุโสอินหัวเซวียน ถูกผู้บริหารระดับสูงของป่าเพลิงหยกคนหนึ่งนำไปประชุม
ขณะที่เดินไป ผู้อาวุโสเซวี่ยได้หันมาส่งสายตาให้หลี่โม่
“คืนนี้… ฝนท่าจะตกหนัก”
“ศิษย์ทราบแล้วขอรับ” หลี่โม่พยักหน้าอย่างจริงจัง
หลังจากเหล่าผู้อาวุโสจากไป เหล่าศิษย์ก็ตรงไปยังห้องโถงเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยง
….
ขณะนี้ห้องโถงยังค่อนข้างว่างเปล่า อาจเป็นเพราะสำนักชิงเยวียนเดินทางมาถึงค่อนข้างเช้า
ลั่วอวี่ในฐานะศิษย์เอกกำลังต้อนรับแขกอยู่ที่ประตู โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนพูดคุยอยู่เคียงข้าง ลั่วเหยานั่นเอง
“พี่ใหญ่ ราชันค้อนแห่งบูรพามาในงานนี้หรือไม่?”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า”
“แล้วพี่ได้ช่วยสืบเรื่องราชันเหล็กให้แล้วหรือยัง?”
“ข้ากำลังสืบอยู่ เจ้าเข้าไปในห้องโถงแล้วรวมตัวกับคนอื่นก่อน ได้เรื่องอย่างไรข้าจะบอก”
ตอนนี้ลั่วอวี่รู้สึกราวกับศีรษะจะระเบิด น้องสาวของเขานั้นดีพร้อมทุกอย่าง เว้นเสียแต่ว่านางมีปาก และชอบออกไปคบค้าสมาคมกับผู้คน
เมื่อได้ยินว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมตัวของผู้คนจากทุกสารทิศ นางจึงทะเลาะกับเขาเพื่อขอติดตามมา โดยบอกว่าต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์และทำความรู้จักกับเหล่าผู้กล้าจากทั่วหล้า
“ฮ่ะๆๆ”
มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากด้านข้าง ลั่วอวี่หันกลับไปทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก
ผู้ที่มาถึงคือหลี่โม่ ตอนนี้เขากำลังถือสมุดบันทึกเล่มเล็กกับพู่กันอยู่
“เจ้ามาทำอะไร?” ลั่วอวี่เอ่ยพึมพำ
หลี่โม่ยิ้ม “เจ้ายังติดหนี้ข้าอยู่ ลืมแล้วรึ?”
ลั่วอวี่ “...”
เมื่อพูดถึงขนมสองไม้นั่น เขาก็หันหลังกลับไปอย่างเงียบงัน
หลี่โม่ไม่ได้พูดอะไรมาก และเริ่มจัดการธุระของตัวเอง
เขาเปิดสมุดออก ภายในนั้นเต็มไปด้วยรายชื่อมากมาย ทั้งหมดเป็นข้อมูลที่รวบรวมได้จาก ‘เนตรทิพย์ลิขิตฟ้า’ ของเขา
แน่นอนว่าขณะนี้มีเพียงแค่ข้อมูลของคนในสำนักชิงเยวียนเท่านั้น เขาได้รวบรวมข้อมูลของแต่ละคนมาเล็กน้อย และยังได้แบ่งประเภทเอาไว้อีกด้วย
นี่ก็เพื่อการลงทุน และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่มิติ
เขากำลังจะลองเสี่ยงดวง ดูว่าตนเองจะได้พบกับหานเจินในงานนี้หรือไม่
“หืม?” หลี่โม่รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
“เมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าเขียนอะไรบางอย่างอยู่ พวกนั้นเจ้ารู้จักหมดเลยหรือ?”
ลั่วเหยาเดินเข้ามาใกล้เขา เป็นเพราะพี่ชายของนางไม่มีเวลามาสนใจนาง และยังมีเหตุผลอื่นอีก...
เป็นเพราะนางรู้สึกว่าท่าทางของชายหนุ่มนั้น ช่างคุ้นตาเหลือเกิน... แต่นางก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน
“ก็รู้จัก” หลี่โม่พูดจบก็พูดดักทางไปทันที
“แต่ข้าไม่รู้จักราชันค้อนแห่งบูรพา ขอบคุณที่สนใจ.. ไม่รบกวนเจ้าแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น...” ลั่วเหยากำลังจะพูดต่อ
“ไม่มีราชันเหล็กอะไรนั่นด้วย”
“อ้อ...”
ลั่วเหยาก้มหน้าลงอย่างหงอยเหงา หลี่โม่มุมปากกระตุกเล็กน้อย
“ไฉนเจ้าจึงตามหาเขาถึงเพียงนั้น?”
ลั่วเหยาถอนหายใจ
“ข้าบอกพวกเขาว่าราชันค้อนแห่งบูรพาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแดนบูรพา แต่ไม่มีใครเชื่อข้าเลยสักคน พวกเขายังหาว่าข้าเป็นคนบ้าเสียอีก”
“แล้วข้าจะทนได้อย่างไร ข้าต้องตามหาราชันค้อนแล้วไปตบหน้าพวกเขาให้หงายไปเลย”
นางได้เห็นอัจฉริยะและยอดฝีมือมากมายในชีวิต แต่ไม่มีใครเทียบได้กับราชันค้อนของนางเลย น่าเสียดายที่ไม่มีใครเชื่อ
ราชัน...ค้อน?
เมื่อเห็นเด็กสาวกำหมัดแน่น และกลายเป็นแฟนคลับตัวยงเช่นนี้ หลี่โม่จึงคิดว่าในโลกแห่งนี้ จะมีสมบัติวิเศษอะไรที่ทำให้คนความจำเสื่อมได้บ้างหรือไม่?
ได้โปรดลืมข้าไปเถิด!
ศิษย์น้องหลี่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของตนในสายตาคนทั่วไป เป็นจอมกระบี่ผู้สง่างามและมีอิสระเสรี เขาคิดฉายาไว้แล้วเช่นกัน
“ว่าแต่ เจ้าชื่ออะไร?”
“กระบี่ปราณผสานนภาสามหมื่นลี้, หนึ่งกระบี่เยือกแสงจันทร์สิบเก้ามณฑล... หรือเจ้าจะเรียกข้าว่าหลี่โม่ กระบี่เซียนแห่งเมืองหยกก็ได้”
หลี่โม่เชิดหน้าขึ้น กล่าวอย่างจริงจังโดยไม่รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย
กระบี่เพลิงสีชาดสั่นเบาๆราวกับรู้สึกเสียหน้า อาจเป็นเพราะฉายามันยาวเกินไปหน่อย
เด็กสาวฟังแล้วก็งุนงง
“หลี่อะไรนะ… โม่?”
“กระบี่เซียนแห่งเมืองหยกด้วย”
“หลี่เมืองหยกอะไรนะ…?”
“กระบี่เซียนยังไงเล่า”
“อะไรนะ… กระบี่เซียนเมืองหยก?”
“...”
แล้วไฉนเจ้าถึงจำฉายาราชันค้อนแห่งบูรพาได้ขึ้นใจถึงเพียงนั้น?
หลี่โม่สงสัยว่าปัญหานั้นอยู่ที่ตัวเขาเอง ที่ตั้งฉายาให้ยาวเกินไป?
“ฮึ...”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นมาจากด้านข้าง
หลี่โม่เงยหน้าขึ้นมอง เห็นชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งในชุดขาว ใบหน้านั้นหล่อเหลา ทว่าดวงตาทรงสามเหลี่ยมทำให้เขาดูเจ้าเล่ห์และดูถูกคนอื่นไม่น้อย ในอ้อมแขนของเขาถือกระบี่ยาวที่ดูราวกับหยกน้ำแข็งอยู่ แม้จะอยู่ในฝัก กระบี่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความคมกริบ เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีผู้ใหญ่ติดตามมาด้วย ซึ่งดูเป็นคนใจดี
【ชื่อ: ไป๋จิงหง】
【อายุ: 24】
【รากฐานกระดูก: กายากระบี่แห่งแสง】
【ขอบเขต: ปราณญาณเทพขั้นหกประตู】
【ลิขิตฟ้า: สีน้ำเงินปนม่วง】
【คำวิจารณ์: ศิษย์อันดับสามแห่งเมืองกระบี่หงเหวินในเขตหลางหยา อายุยังน้อยแต่ติดทำเนียบมังกรซ่อนเร้นอันดับที่แปดสิบเก้า เป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่น มีนิสัยหยิ่งยโสและชอบเอาชนะ】
【ประสบการณ์ล่าสุด: ได้ยินว่าอิ๋งปิงสามารถสังหารยอดฝีมือขั้นปราณญาณเทพได้ และมีวิชากระบี่ที่ยอดเยี่ยม จึงหวังจะใช้ตัวนางเป็นหินลับฝีมือ และหวังจะหาภาพนิมิตหงส์โลหิตได้ในมิติ】
ทั้งเมืองกระบี่หงเหวินและไป๋จิงหง ต่างก็มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้ว ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาก็ได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย แต่เขากลับมองตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะแสร้งทำเป็นสุภาพเลย
หลี่โม่ “?”
เหตุใดทุกคนถึงได้ยินเรื่องที่อิ๋งปิงสังหารเจ้าอาวาสแล้วเล่า? ใครมันปากโป้งถึงเพียงนั้นกัน?
“ฮัดเช้ย!”
ลั่วอวี่จามออกมาอย่างแรง