เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111 หลอมโอสถมังกรพยัคฆ์

บทที่ 111 หลอมโอสถมังกรพยัคฆ์

บทที่ 111 หลอมโอสถมังกรพยัคฆ์


เด็กน้อยตรงหน้ามีอายุถึง 4,224 ปี!

ยืนยาวเสียยิ่งกว่าราชวงศ์ต้าอวี้เสียอีก

แถมเป็นโอสถ? โอสถมังกรพยัคฆ์กลายเป็นมนุษย์?

หลี่โม่คิดว่าในโลกแห่งเมล็ดพันธุ์ขนาดเล็ก ยังมีแม้กระทั่งค้อนที่ขยับเองได้ ดังนั้นการที่โอสถจะกลายเป็นมนุษย์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด เพียงแต่โอสถล้ำค่ามากมายที่เขาเคยเห็น กลับไม่เคยมีเม็ดใดวิเศษถึงเพียงนี้เลย

“ที่คนในสำนักบอกว่าข้าเกิดมาพร้อมข้อบกพร่อง ก็ไม่ได้พูดผิดเสียทีเดียว” ถังเสี่ยวเป่าลูบที่คางเล็กๆของตนพลางกล่าว

“ท่านอาจารย์ก็บอกว่าข้ามีบางอย่างขาดหายไป”

“ขาดอะไรรึ?”

“ขาดสติ”

“...”

หลี่โม่คิดว่าสิ่งที่ผู้อาวุโสเซวี่ยกล่าว ก็ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว…

ทั้งสองต่างหยิบหนังสือของตน แล้วบังเอิญว่าจะไปยังยอดเขาโอสถเช่นเดียวกัน

“จริงสิ ศิษย์น้องหลี่ ตอนนี้เจ้าก็ถึงขั้นสุราหยกแล้วหรือ?” ถังเสี่ยวเป่าเอ่ยถาม

“ใช่แล้ว” หลี่โม่พยักหน้า

“ศิษย์น้อง เจ้านี่ช่างน่าประทับใจนัก” ถังเสี่ยวเป่ากล่าวด้วยความจริงใจ

“...ขอบคุณสำหรับคำชมขอรับ” หลี่โม่ถือว่านั่นเป็นคำชมที่บริสุทธิ์ใจ

ถังเสี่ยวเป่าถอนหายใจอย่างขมขื่น

“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ครั้งหน้าที่ข้าเจอเจ้ากับศิษย์น้องอิ๋งปิง ข้าคงต้องเรียกพวกเจ้าว่าศิษย์พี่แล้ว”

เก้าฟ้าสิบปฐพีให้ความสำคัญกับพลังยุทธ์เป็นหลัก สำนักส่วนใหญ่จึงจัดลำดับศิษย์ตามความแข็งแกร่ง ซึ่งสำนักชิงเยวียนก็ไม่ต่างกัน ก่อนหน้านี้เขาเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาโอสถ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศิษย์น้องเล็กเสียแล้ว

“วางใจเถอะศิษย์พี่เสี่ยวเป่า ท่านจะเป็นศิษย์พี่ของข้าตลอดไป” หลี่โม่นึกถึงอายุที่น่าตกใจของอีกฝ่าย จึงรับปากอย่างจริงจัง

“ไม่แปลกใจเลยที่คนในสำนักบอกว่าศิษย์น้องหลี่มีคุณธรรม เจ้าเป็นคนดีจริงๆ” ถังเสี่ยวเป่ายิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับกำหมัดแน่น

“ข้าก็จะพยายามเช่นกัน! จะเข้าสู่ขั้นโอสถลึกลับให้ได้ก่อนพวกเจ้า”

“จริงสิ ศิษย์น้องหลี่ เจ้าจะมาดูข้าหลอมโอสถไหม? อาจารย์ก็อยู่ที่นั่นด้วย”

“ได้ขอรับ”

เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะไปหาผู้อาวุโสเซวี่ยอยู่แล้ว อีกทั้งยังอยากรู้เรื่องการหลอมโอสถของถังเสี่ยวเป่า หลี่โม่จึงตกลงโดยไม่คิดมาก

ในเวลาไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงยอดเขาโอสถ

ยอดเขานี้มีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ที่สุดในบรรดายอดเขาต่างๆของสำนักชิงเยวียน กลิ่นหอมแปลก ๆ อบอวลอยู่ทุกหนแห่ง รู้สึกชวนให้ลุ่มหลง หลี่โม่สูดกลิ่นนั้นอยู่หลายครั้ง

เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา ที่นั่นเป็นที่พักของศิษย์สายตรงและผู้อาวุโสเซวี่ยจิง การจัดวางที่พักนั้นเรียบง่าย มีเพียงลานเล็กๆหนึ่งแห่ง

ที่กลางลานนั้นมีเตาหลอมโอสถมังกรพยัคฆ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เหมือนกับที่หลี่โม่เคยเห็นในร้านยา ใต้เตาหลอมมีเปลวไฟลุกโชน อุณหภูมิสูงลิบ

เซวี่ยจิงและศิษย์สายตรงชายหญิงสองคนกำลังหลอมโอสถอยู่พอดี ทั้งสามต่างจ้องมองเตาหลอมอย่างตั้งใจ ผลัดกันทำหน้าที่ของตนเอง

ศิษย์ชายมีหน้าที่ใส่ส่วนผสมใหม่ ส่วนศิษย์หญิงมีหน้าที่ทำความสะอาดกากยา ในขณะที่เซวี่ยจิงมีหน้าที่ควบคุมไฟ

เพื่อสกัดและชำระล้างสมุนไพร ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเข้าไปขัดจังหวะ หลี่โม่และถังเสี่ยวเป่าจึงยืนดูอยู่ข้างๆอย่างเงียบงัน

“ใส่ผลหวงหยวนลงไป” ทันทีที่เซวี่ยจิงกล่าวจบ ศิษย์ชายก็รีบหยิบผลไม้ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือออกมา

ยกเว้นไม้มะเกลืออสูรที่ใช้เพิ่มความร้อนแล้ว ส่วนผสมอื่นๆหลี่โม่ก็ไม่รู้จักเลย โชคดีที่มีถังเสี่ยวเป่าอยู่ข้างๆ คอยอธิบายรายละเอียดให้

“ผลหวงหยวนมีฤทธิ์อ่อนโยน เมื่อรวมกับส่วนผสมหลักอื่นๆ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของโอสถให้มากขึ้น”

“ขั้นตอนต่อไป อาจารย์น่าจะใส่ดอกหลีเฉิน”

“ดอกหลีเฉินคือสิ่งใด?”

หลี่โม่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นนักหลอมโอสถ เพียงแต่อยากรู้ขั้นตอนการหลอมโอสถเท่านั้น เขาเคยอ่านในนิยายมามากมาย แต่เพิ่งเคยเห็นด้วยตาตนเองเป็นครั้งแรก

“ดอกหลีเฉิน ก็คือดอกไม้ที่ใช้แยกฤทธิ์โอสถ ออกมาจากวัตถุดิบอย่างไรเล่า”

“เป็นเช่นนี้นี่เอง”

หลี่โม่เห็นเซวี่ยจิงหยิบพลั่วหยกออกมาแล้วกวนส่วนผสมในเตาหลอม เขารู้สึกว่าภาพที่เห็นมันแปลกๆ บอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน

ในตอนนั้นเอง เซวี่ยจิงก็เอ่ยอย่างเคร่งขรึม

“นำน้ำโอสถแท้มา” ศิษย์ชายมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที ก่อนหยิบอ่างใบหนึ่งที่อยู่ข้างๆมาอย่างระมัดระวัง

ภายในอ่างบรรจุของเหลวสีทองอ่อนๆ ดูจากที่เห็นแล้ว เป็นส่วนผสมที่มีค่ามากและบรรจุพลังชีวิตอันเข้มข้น

“น้ำโอสถแท้หรือ?” หลี่โม่ได้ยินชื่อก็รู้สึกว่ามันวิเศษยิ่งนัก

“อืม... ก็คือน้ำอาบของข้าเอง” ถังเสี่ยวเป่ากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา

หลี่โม่ “...”

“เร่งไฟให้น้ำระเหย!”

หลังจากเทสิ่งที่เรียกว่าน้ำโอสถแท้ลงในเตาหลอม เซวี่ยจิงก็ใส่ไม้มะเกลืออสูรลงไปอีก ในที่สุด หลี่โม่ก็รู้แล้วว่าภาพที่คุ้นเคยนั้นมาจากไหน

“นี่มัน… เหมือนกับการทำอาหารเลยมิใช่หรือ?”

“แล้วขั้นตอนการหลอมโอสถที่วิเศษกว่านี้ล่ะ?” หลี่โม่ยกมือแตะหน้าผาก

“สองอย่างนี้มันก็ไม่ได้ต่างกันมากนักหรอก” ถังเสี่ยวเป่ากะพริบตา

...ก็ดูเหมือนจะถูก

การทำอาหารต้องใช้ส่วนผสม ส่วนการหลอมโอสถก็ต้องใช้สมุนไพรและวัตถุดิบเช่นกัน

ขั้นตอนการทำอาหารนั้นสำคัญมาก เช่นเดียวกับการหลอมโอสถ นอกจากนี้ทั้งสองอย่างยังต้องควบคุมความร้อนให้ได้เป็นอย่างดี ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ การหลอมโอสถอันตรายกว่ามาก

หากทำอาหารไม่ดี อาหารก็จะไหม้

แต่หากหลอมโอสถไม่ดี โอสถอาจระเบิดได้ เนื่องจากฤทธิ์ยาที่ขัดแย้งกัน

ในที่สุด ขั้นตอนการหลอมโอสถที่น่าตื่นเต้นและหวาดเสียวก็สิ้นสุดลง

“โอสถวิญญาณโลหิตงูเขียวหม้อนี้สำเร็จแล้ว” เซวี่ยจิงถอนหายใจอย่างโล่งอก

เมื่อรู้ว่าหลี่โม่มาถึง เขาก็หันมามองและยิ้มให้

“โอสถนี้มีประโยชน์ต่อการหลอมกาย โชคไม่ดีที่ฝูถูได้สั่งทำไว้ในราคาสูงมาก ข้าจึงแบ่งให้เจ้าไม่ได้”

“ขอบคุณผู้อาวุโสเซวี่ยสำหรับความห่วงใย” เมื่อชายชราและชายหนุ่มเจอกัน บรรยากาศก็ดูอบอุ่น

ผู้อาวุโสเซวี่ยมีความรู้สึกที่ดีกับหลานศิษย์คนนี้มาโดยตลอด

“เจ้าเนี่ยนะ... ไม่รู้จะพูดยังไงดี” เซวี่ยจิงมองหลี่โม่ที่แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก ก่อนหัวเราะเบาๆ

“เจ้าทำได้อย่างไร ที่เข้าไปในการทดสอบไร้สิ้นสุด และยังได้เป็นที่หนึ่งมาอีก?”

“เป็นเพราะผู้น้อยได้โอกาสเหมาะเจาะ” หลี่โม่ประสานมืออย่างถ่อมตน

“ปราณภายในของศิษย์ค่อนข้างพิเศษ สามารถลบปราณที่อยู่บนนกนางแอ่นส่งสารได้”

“ฮ่ะๆ ๆ ช่างประหลาดนัก ดื่มชาๆ” เซวี่ยจิงผายมือเชิญให้นั่งลง

หลี่โม่นั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์สีม่วงที่อยู่ข้างๆ ลงมือชงชาสองถ้วยอย่างชำนาญ เนื่องจากได้เรียนมาจากยัยก้อนน้ำแข็งก่อนหน้านี้

“ดีมาก ทำได้ดี” เซวี่ยจิงหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ

“เจ้าต้องเก็บนกนางแอ่นส่งสารของพวกมันไว้ หากหลังจากนี้หอละอองฝนมีความเคลื่อนไหว พวกเราก็จะได้รู้เป็นคนแรก”

“แต่นกนางแอ่นส่งสารของพวกมันมีวิธีทำที่พิเศษมาก ปราณภายในของเจ้าสามารถลบปราณที่อยู่บนนั้นได้จริงหรือ?”

หากนกนางแอ่นส่งสารถอดรหัสได้ง่ายดาย หอละอองฝนก็คงไม่ทำให้ผู้คนในเก้าฟ้าสิบปฐพีหวาดผวาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการลอบสังหารราชวงศ์เลย

“ท่านดูเองเถิด” หลี่โม่ดีดนิ้วเบาๆ ปราณภายในสีแดงเข้มสายหนึ่งพลันพุ่งออกมา ตกลงบนกากยาที่อยู่ไกลๆ

วู้บ—

เปลวไฟขนาดเท่าเม็ดถั่วกำลังลุกไหม้อย่างเงียบงัน กากยาที่แม้แต่ความร้อนในเตาหลอมก็ยังไม่สามารถหลอมได้ กลับค่อยๆหายไปและถูกเผาจนหมดสิ้น

เซวี่ยจิงหรี่ตาลง ดวงตาพลันส่องประกาย หลังจากจ้องเป็นเวลานาน เขาจึงถอนหายใจยาว

“เฮ้อ… ข้าช่างโง่เขลาเสียจริง...”

“ตอนนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ควรจะรับเจ้าเป็นศิษย์”

หากใช้เปลวไฟนี้หลอมโอสถ อนาคตของเขาจะต้องไม่ธรรมดาแน่

“ผู้อาวุโสเซวี่ย พูดอะไรอย่างนั้น” หลี่โม่หัวเราะอย่างขมขื่น เขาได้ยินคำพูดนี้จากชายชราหลายคนแล้ว

“แม้แต่ข้า ก็ยังสามารถสกัดสมุนไพรให้บริสุทธิ์ได้เพียงเก้าในสิบส่วน”

“แต่หากเจ้าได้รับการฝึกฝน เป็นไปได้ที่จะทำให้บริสุทธิ์ทั้งสิบส่วนนั้น”

“เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นนักหลอมโอสถโดยแท้จริง” เซวี่ยจิงกล่าวด้วยความรู้สึกท่วมท้น

หากผู้อาวุโสหานเฮ่ออยู่ที่นี่ เขาจะต้องพูดว่าหลี่โม่เกิดมาเพื่อเป็นช่างตีเหล็กโดยแท้จริง เพราะการตีเหล็กก็ต้องควบคุมความร้อนเช่นกัน และศิษย์น้องหลี่ยังมีค้อนที่สามารถตีอาวุธลี้ลับได้ด้วย...

“ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์”

“ท่านหลอมโอสถเสร็จแล้ว ต่อไปก็มาหลอมข้าบ้าง” ถังเสี่ยวเป่าปีนเข้าไปในเตาหลอม เสียงของเขาดังก้องอยู่ภายใน

หลี่โม่เงียบไปพักหนึ่ง...

การหลอมโอสถเหมือนการต้มซุป เช่นนั้น นี่ก็เหมือนกับการตุ๋นตัวเองในหม้อมิใช่หรือ...

“หืม?” เซวี่ยจิงตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองหลี่โม่

“ระหว่างทาง ศิษย์พี่เสี่ยวเป่าได้บอกข้าหมดแล้ว” หลี่โม่กล่าว

เซวี่ยจิงพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรมาก

เขาไล่ศิษย์สายตรงอีกสองคนไป แต่กลับให้หลี่โม่อยู่ ตั้งใจให้เขาได้ดูการหลอมโอสถ

“ฮู่ว—”

เขายื่นนิ้วไปที่ระหว่างคิ้วของถังเสี่ยวเป่าจากระยะไกล ทันใดนั้น กลิ่นหอมของโอสถที่ทำให้จิตวิญญาณสั่นไหวก็ลอยออกมา

หลี่โม่ครุ่นคิด…

ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ ผู้อาวุโสเซวี่ยก็ได้ใช้วิธีพิเศษเพื่อผนึกพลังของศิษย์พี่เสี่ยวเป่าไว้ ทำให้เขาไม่แตกต่างจากเด็กธรรมดา

หลังจากนั้น เซวี่ยจิงก็มีสีหน้าที่เคร่งขรึม ผมและหนวดเคราของเขายาวขึ้น ดูสง่างามอย่างแปลกตา

สนามพลังที่มองไม่เห็นได้แผ่ออกไป มังกรและเสือที่สลักอยู่บนเตาหลอมราวกับมีชีวิต ปากของพวกมันต่างเปิดออกแล้วพ่นเปลวไฟที่ลุกโชนออกมา

จบบทที่ บทที่ 111 หลอมโอสถมังกรพยัคฆ์

คัดลอกลิงก์แล้ว