เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 ภาพนิมิตนกสามขาแปลงสุริยัน

บทที่ 105 ภาพนิมิตนกสามขาแปลงสุริยัน

บทที่ 105 ภาพนิมิตนกสามขาแปลงสุริยัน


ท่าไม้ตายที่ทรงพลังที่สุดของศิษย์น้องหลี่

คือการเรียกกำลังเสริม

ตอนนี้ซางอู่กำลังอารมณ์ร้อนมาก ปกตินางก็มีนิสัยหงุดหงิดเวลาตื่นนอนอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่นางกำลังฝันหวานว่าตกลงไปในหุบเขาทองคำ แต่กลับถูกปลุกให้ตื่นเสียก่อน

ปึก!

ผู้พิพากษาหันกลับไปอย่างเชื่องช้า เห็นหญิงสาวในชุดกี่เพ้าผู้มีส่วนสูงกว่าตน กำลังทอดสายตามองลงมาอย่างเหยียดหยาม ดวงตาของนางมีเปลวเพลิงสีแดงปนขาวลุกโชน เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นไหม้จากลมหายใจของตนเอง ลำคอและปากพลันแห้งผาก

“ท่านจอมยุทธ์ จริงๆแล้วข้าเป็น...”

“หึ...” ซางอู่แค่นเสียงในลำคอ

“แกจะเป็นใครก็ช่าง ข้าไม่สนใจ”

ปัง!

เพียงหมัดเดียว ผู้พิพากษาก็ตัวยุบลงไปครึ่งหนึ่ง ศีรษะของเขาถูกทุบจนจมหายเข้าไปในอก

ชายชุดดำเห็นท่าไม่ดี จึงเรียกดวงวิญญาณนับพันออกมา ราวกับประตูอเวจีถูกเปิดออก เขาใช้วิญญาณเหล่านั้นเป็นฉากบังตา จากนั้นก็รีบถอยหนีไปอย่างรวดเร็ว

คลื่นสีดำที่พัดเข้ามาราวกับคลื่นสมุทร ยังไม่ทันได้แตะตัวหญิงสาวในชุดกี่เพ้า ก็ระเหยหายไปในอากาศ

“คิดจะหนีหรือ?!” ซางอู่กวาดตามองกลุ่มเด็กน้อยที่หมดสติ ก่อนลอยขึ้นไปบนอากาศ

แสงเพลิงสีขาวสว่างจ้าแผ่พุ่งออกมาจากรอบกายของนาง เบื้องหลังปรากฏเป็นดอกบัวแก้ว

แม้ดอกบัวจะยังไม่ผลิบาน แต่ก็แผ่พลังที่สามารถชำระล้างมลทินทั้งหมดได้ ราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ที่ขับไล่ความมืดมิด

ตัวแทนดวงอาทิตย์นั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า ก่อนส่องสว่างไปทั่ว ค่ำคืนที่มืดมิดพลันสว่างอย่างไร้ขอบเขต

เมื่อนางชกหมัดออกไป กลีบดอกบัวก็สั่นไหวเบาๆ จากนั้นก็มีเสียงหญิงงามเสนาะไพเราะดังขึ้นมา

แท้จริงแล้วเป็นเสียงของซางอู่ ทั้งสงบและบริสุทธิ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ก้องสะท้อนไปทั่วชั้นเมฆา

“หงส์เริงร่า ก้องทั่วเขา… ต้นอู๋ผลิดอกบาน ต้อนรับรุ่งอรุณ…”

แสงเพลิงเปล่งประกาย ชั้นเมฆสว่างไสว

ทุกที่ที่ซางอู่ผ่าน ดวงวิญญาณโหยหวนจะถูกเผาไหม้จนความดำมืดนั้นสลายไป เหลือแต่เพียงจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ แล้วกลับคืนสู่ฟ้าดิน

จั่วชิวหยางถึงกับกลืนน้ำลาย…

หญิงสาวผู้นี้เอาแต่เมาเหล้าและไม่ได้ทำอะไรในร้านหม้อไฟทุกวัน แต่นางกลับลงมือได้ดุดันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ไม่ว่าใครที่ไม่ได้ตาบอด ก็ย่อมเห็นว่านางต่อสู้กับมือสังหารระดับธรณีมรณะราวกับผู้ใหญ่ไล่ตีเด็ก

“เจ้าหนู” เสียงของมหาปราชญ์พันร่างก็ดังขึ้นในใจของเซียวฉินอย่างกะทันหัน

“ท่านอาจารย์มีอะไรหรือขอรับ?”

“ศิษย์อาของเจ้าคนนี้ แซ่อะไรนะ?”

“แซ่ซาง… เป็นซางเดียวกับราชวงศ์ต้าซางเก่าขอรับ”

“แซ่ซาง... หรือว่า… เปลวเพลิงแห่งทิศใต้! แต่ดูจากอายุนางแล้ว...”

เสียงของมหาปราชญ์พันร่างเต็มไปด้วยความคิดและความขัดแย้งในตนเอง ทำให้เซียวฉินรู้สึกงุนงง

ปัง!—

ทันใดนั้น แสงเพลิงก็เผาผลาญคลื่นสีดำจนหมดสิ้น

กำปั้นหยกซัดใส่ร่างชายชุดดำ แล้วเผาเขาจนกลายเป็นฝนเพลิงที่กระจายไปทั่วท้องฟ้า

‘แม้กระทั่งคนที่เลวที่สุด เมื่อถูกทุบจนระเบิด ก็กลายเป็นดอกไม้ไฟที่ดูสวยงามได้’

หลี่โม่ใช้มือบังตาเป็นรูปกระโจม มองดูการระเบิดจนคล้ายดอกไม้ไฟอย่างประทับใจ

ผู้พิพากษาและมือสังหารระดับธรณีมรณะจากไปอย่างไม่สงบนัก

อืม… สิ่งที่อาจารย์หญิงเชื่อถือได้เสมอ ก็คือฝีมือการต่อสู้ของนาง

เจียงชูหลงเพิ่งจะได้สติกลับมา นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

รู้เพียงแค่ว่ามีคนเลวปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน และต้องการจับตัวนางไป พลันนั้นเอง… น้าเหมยก็ปรากฏตัวขึ้น และปกป้องนางไว้

จากนั้นพี่หลี่ก็มา และเรียกพี่สาวที่ดูดุดันมาด้วย... ตอนนี้ นางน่าจะปลอดภัยแล้วใช่ไหม?

“น้าเหมย... น้าเหมยไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เมื่อเห็นหญิงสาววัยกลางคนยืนไม่มั่นคง เจียงชูหลงก็รีบเข้าไปช่วยพยุง

หญิงที่ถูกเรียกว่าน้าเหมยในตอนนี้ดูอ่อนแอมาก นางส่ายหัวเล็กน้อย พยายามยิ้มอย่างสงบ

“ข้าไม่เป็นอะไรมาก”

ขณะที่นางพูด สายตาก็มองไปที่แหวนบนมือของเจียงชูหลง แล้วมองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก สายตาของนางเต็มไปด้วยความสับสนและครุ่นคิด

สายตาทั้งสองประสานกันพอดี

หลี่โม่เองก็กำลังมองนางอยู่ แถมยังใช้เนตรทิพย์ลิขิตฟ้าอีกด้วย

【ชื่อ: เหมยหยุน】

【อายุ: 39】

【รากฐานกระดูก: กายกระบี่เหินหงส์】

【ขั้นพลัง: ขอบเขตภูมิทัศน์ภายในขั้น 9】

【ลิขิตฟ้า: สีน้ำเงิน】

【ประเมิน: เดิมเป็นหนึ่งในสี่องครักษ์กระบี่ของเทพธิดาแห่งสำนักเทียนซาน และเดิมอยู่ในขั้นขอบเขตกายภาพภายนอก หลังจากล้มเลิกการฝึกวิชาชั้นสูงของสำนักเทียนซานแล้ว ก็ออกจากสำนักไป】

【สิ่งที่ประสบพบเจอเมื่อเร็วๆ นี้: หนีรอดจากเงื้อมมือของหน่วยลาดตระเวนสวรรค์ แล้วกลับมายังเมืองจื่อหยาง เพื่อปกป้องทายาทสายเลือดเพียงคนเดียวของเจ้านายอย่างลับๆ ปัจจุบันอยู่ในสภาพบาดเจ็บ ขอบเขตภูมิทัศน์ภายในเกือบจะเหือดแห้ง】

นี่คือคนที่เขาเคยสัมผัสได้ว่าคอยปกป้องเจียงชูหลงในครั้งที่แล้ว

ตอนนั้นเขาก็สงสัย ว่าเหตุใดตนจึงตรวจจับยอดฝีมือระดับขอบเขตภูมิทัศน์ภายในได้ แท้เป็นเพราะนางได้รับบาดเจ็บนี่เอง

“ท่านผู้อาวุโส อาการบาดเจ็บของท่านค่อนข้างหนักนะขอรับ”

“ของสิ่งนี้… น่าจะช่วยท่านได้”

เขาพลิกฝ่ามือขึ้น พลันปรากฏยาเม็ดขวดหนึ่ง แม้จะมองผ่านขวดหยก ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันเข้มข้น

ยาโอสถวิญญาณม่วงห้าธาตุ

“ขอบคุณ”

หญิงสาววัยกลางคนเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของนางสั่นไหว แล้วก็รับยาเม็ดไปในที่สุด

“ช่วงนี้ชูหลงคงสร้างความลำบากให้ท่านแล้ว สำนักกระบี่เทียนซานจะตอบแทนท่านในภายหลังอย่างแน่นอน”

“ท่านพูดเกินไปแล้วขอรับ ข้าเพียงแค่มีวาสนากับชูหลงเท่านั้น”

หลี่โม่พยักหน้าให้เล็กน้อย

【ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของระบบ, ลงทุนให้ ‘เหมยหยุน’ ได้สำเร็จ ช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของนาง】

【ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของระบบ, ลงทุนให้ ‘เจียงชูหลง’ ได้สำเร็จ หลีกเลี่ยงการถูกหอละอองฝนลักพาตัว】

【มีผลตอบรับการลงทุนสองรายการ ต้องการรับตอนนี้เลยหรือไม่?】

ดูสิ วาสนามาแล้ว… แต่ข้ายังไม่รับ!

หลี่โม่พูดในใจ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะตรวจสอบรางวัล

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บนท้องฟ้าก็มีเงาร่างมากมายปรากฏขึ้น แต่ละคนล้วนมีพลังที่แข็งแกร่ง และยังมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่บางคน เป็นเหล่าผู้อาวุโสของสำนักชิงเยวียน และยังมียอดฝีมือขอบเขตภูมิทัศน์ภายในจากสำนักอื่นๆ

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาถูกดึงดูดมาจากการลงมือของซางอู่

“เรื่องที่นี่ไม่เกี่ยวกับข้าแล้ว”

ในที่สุดหลี่โม่ก็สมารถถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนกินยาเม็ดเพื่อฟื้นฟูพลังด้วย

เงาร่างบนท้องฟ้าเข้ามารวมกันในลานบ้าน

ค่อนข้างแออัดแหะ...

“มือสังหารระดับธรณีมรณะของหอละอองฝนคนนั้น ตายสะอาดเกินไปแล้ว”

“ผู้อาวุโสซางอู่ ท่านทุบเขาจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ทำไมถึงไม่เหลือไว้ให้ข้าบ้าง”

“ตอนนี้อยากจะจับตัวมันมาสอบถาม… ก็ทำไม่ได้”

“ข้าก็ทำงานแบบนี้แหละ ไม่พอใจก็อย่าเรียกข้าลงจากเขาอีก”

นี่คือบรรยากาศที่คุ้นเคยของกลุ่มผู้อาวุโสแห่งสำนักชิงเยวียน...

ยอดฝีมือขอบเขตภูมิทัศน์ภายในสองคนจากหุบเขาเพลิงหยกและกลุ่มปีศาจปลาวาฬแดงต่างมุมปากกระตุก ไม่สามารถพูดแทรกได้เลย

ชายวัยกลางคนสวมชุดนักปราชญ์จากหุบเขาเพลิงหยกเดินไปข้างหน้า แล้วเพ่งมองศพไร้ศีรษะของผู้พิพากษาพลางความขมวดคิ้ว

เขาใช้เท้าเหยียบลงบนหน้าอกของอีกฝ่าย ศีรษะก็ถูกดันออกมา

“นี่คือ...ท่านเจ้าเมืองจื่อหยางรึ?”

ผู้อาวุโสของสำนักชิงเยวียนหยุดทะเลาะกัน แล้วเดินไปเข้าไปดูใกล้ๆ

เฉียนปู้ฟ่านและคนอื่นๆ มองหน้ากัน เห็นถึงความเคร่งขรึมในดวงตาของอีกฝ่าย

ท่านเจ้าเมืองจื่อหยางเป็นคนของหอละอองฝนอย่างนั้นหรือ? และเขาก็ปิดบังตัวตนมาตลอด

แต่หลังจากซ่อนตัวมานานขนาดนั้น เหตุใดวันนี้จึงลงมือด้วยตนเอง…

เพื่ออะไรกัน?

ยอดฝีมือขอบเขตภูมิทัศน์ภายในหลายคนก็หันมามองเหมยหยุน บรรยากาศในสนามเงียบไปชั่วขณะ

“…”

“เอ่อ”

หลี่โม่เปิดปากทำลายความเงียบ

“ศิษย์ฝีมือยังอ่อนด้อย แต่ได้เปิดร้านหม้อไฟแล้ว ไม่ทราบว่าบรรดาผู้อาวุโสเต็มใจจะไปร่วมทานและพูดคุยกันที่นั่นหรือไม่?”

ทุกคน “...”

...

เมื่อกลับมาถึงร้านหม้อไฟ

หลี่โม่ไม่ได้สนใจว่าผู้อาวุโสจะจัดการเรื่องที่เหลืออย่างไร แต่รีบกลับไปที่ห้องของตัวเอง

เขานอนลงบนเตียงแล้วคิดในใจ

‘รับเลย’

【รับรางวัลสำเร็จ】

【รางวัลที่หนึ่ง: น้ำทิพย์ชีวิตไม้เขียว】

【รางวัลที่สอง: ภาพนิมิตนกสามขาแปลงสุริยัน】

【น้ำทิพย์ชีวิตไม้เขียว】: หนึ่งหยดก็สามารถชุบชีวิตคนใกล้ตาย สร้างกระดูกและเนื้อใหม่ ทำให้ก้อนหินออกดอกได้ อุดมไปด้วยพลังชีวิตอันทรงพลัง

【ภาพนิมิตนกสามขาแปลงสุริยัน】: ภาพนี้วาดขึ้นโดยอาศัยวิญญาณนกสามขาที่กำลังโบยบินอยู่บนท้องฟ้า มีความลึกลับอย่างไม่สิ้นสุด ใช้สิ่งนี้เข้าสู่ขั้นปราณญาณเทพ จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นภาพเก้าตะวันบนท้องนภาได้!

จบบทที่ บทที่ 105 ภาพนิมิตนกสามขาแปลงสุริยัน

คัดลอกลิงก์แล้ว