- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 2 ระบบอัจฉริยะไร้เทียมทาน กับบทลงโทษของผู้พ่ายแพ้
บทที่ 2 ระบบอัจฉริยะไร้เทียมทาน กับบทลงโทษของผู้พ่ายแพ้
บทที่ 2 ระบบอัจฉริยะไร้เทียมทาน กับบทลงโทษของผู้พ่ายแพ้
ในห้องปีกถัดไป
หลี่โม่จ้องมองเพดานอย่างเลื่อนลอย ราวกับตกอยู่ในภวังค์
ข่าวดีคือ เพื่อนรักวัยเด็กของเขามีคุณสมบัติแห่งจักรพรรดินี
ข่าวร้ายคือ ความสัมพันธ์ของเขากับนางไม่ค่อยดีนัก
เมื่อนางได้เข้าสำนักชิงเยวียนแล้ว จะต้องฉายแววโดดเด่นเป็นแน่ หลี่โม่พลันนึกถึงฉากคลาสสิกที่เคยเห็นในห้วงความคิด เมื่อตัวเอกทดสอบพรสวรรค์ หินตรวจสอบพลังก็พลันระเบิด 'ตูม!' ออกมา
หลังจากนั้น เหล่าตัวร้ายตัวเล็กๆ ที่เคยรังแกตัวเอกตอนเด็กก็จะต้องสั่นงันงก รอคอยการถูกตบหน้าเรียงตัวในตอนจบ…
【ลงทุนสำเร็จ! การลงทุน: ซุปไก่โสมภูเขาหนึ่งถ้วย】
【กำลังประมวลผลรางวัล...】
【ยินดีด้วย! รางวัลคือ: ยาเม็ดเทียนหลิงปู่หยวนหนึ่งเม็ด】
【ยาเม็ดเทียนหลิงปู่หยวน】: "เป็นยาเม็ดระดับหกอักขระ ถือเป็นสุดยอดโอสถที่จะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดพร่องแต่กำเนิดได้"
กล่องหยกที่เปิดอ้าพลันปรากฏขึ้นบนโต๊ะอย่างกะทันหัน ภายในบรรจุยาเม็ดใสกระจ่างที่อบอวลด้วยไอสีม่วง และแสงศักดิ์สิทธิ์ที่มิได้เผยประกายออกมา
หลี่โม่อ้าปากค้าง สีหน้าแข็งทื่อไปเล็กน้อย ลมหายใจหยุดกึกไปหลายวินาที
ของสิ่งนี้... เขาเคยได้ยินชื่อมันมาก่อน
เขาเป็นบุตรที่คลอดก่อนกำหนด มารดาของเขาเคยตกใจกลัวขณะตั้งครรภ์ จึงคลอดเขาออกมาแม้ยังไม่ครบเก้าเดือน ด้วยเหตุนี้ ร่างกายเขาจึงอ่อนแอมาตั้งแต่เล็ก แม้กระทั่งการหัดเดินยังช้ากว่าเด็กคนอื่นถึงหนึ่งปี
ผู้คนทั้งในและนอกจวนสกุลหลี่ รวมถึงเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง ต่างกล่าวขวัญว่าสกุลหลี่นั้น 'มีบิดาพยัคฆ์ แต่บุตรเป็นสุนัข'
แม้บิดาของเขาจะไม่เอ่ยปาก แต่ในใจก็ร้อนรน พยายามหาวิธีการต่างๆนานา
หนึ่งในนั้นก็คือการตามหายาเม็ดที่เรียกว่า 'ยาเม็ดเทียนหลิงปู่หยวน' นี้
แม้ของสิ่งนี้จะมีให้เห็นในตลาดบ้าง ทว่ากลับมิอาจประเมินค่าได้ แม้ทุ่มทรัพย์สมบัติของสกุลหลี่ไปครึ่งหนึ่ง ก็คงซื้อได้แค่ชนิดสองอักขระเท่านั้น
แถมยังไม่แน่ว่าจะหามาครอบครองได้ด้วยซ้ำ เพราะตระกูลใหญ่หลายแห่งที่มีรากฐานมั่นคง ต่างก็เฝ้ารอคอยยาเม็ดนี้อย่างกระหาย ไม่ลังเลที่จะจ่ายราคาสูงเกินจริงเพื่อนำมาบ่มเพาะคนรุ่นหลัง
ก่อนที่จะเริ่มฝึกยุทธ์ ใครเล่าจะปฏิเสธรากฐานที่แข็งแกร่งได้ ดังนั้นหลี่โม่จึงไม่เคยได้ครอบครองมันเลย
ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มันมาด้วยวิธีเช่นนี้! แถมยังเป็นชนิดหกอักขระ!
แม้หลี่โม่จะไม่รู้เรื่องรู้ราวมากนัก แต่ก็ยังตระหนักดีว่าสิ่งนี้ล้ำค่าเพียงใด ยาเม็ดที่เพิ่มขึ้นทุกอักขระ มูลค่าจะพุ่งขึ้นหลายเท่า ยิ่งสูงยิ่งทวีคูณแบบทบต้น ซึ่งยากจะหาเงินมาซื้อเช่นกัน
หกอักขระ... อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยได้ยินถึงระดับนี้มาก่อน ความล้ำค่าของมันยากจะจินตนาการได้จริงๆ
"ฟู่ววว~"
หลี่โม่เม้มริมฝีปากเบาๆ ไม่ว่าของจะล้ำค่าเพียงใด ต้องกินเข้าไปจึงจะเป็นของเราอย่างแท้จริง
เมื่อยาเม็ดเข้าปาก มันพลันละลายหายไปทันทีโดยมิอาจลิ้มรสใดๆ ไหลลงคอสู่ช่องท้อง
ในเสี้ยววินาทีถัดมา ทั่วทั้งสี่แขนและขา ทุกอณูในร่างกายของเขาก็พลันก่อเกิดกระแสแห่งความร้อนระอุ พลังงานแปรเปลี่ยนเป็นสายธารดุจฝูงปลา แหวกว่ายไปตามโครงกระดูก เส้นลมปราณ และอวัยวะภายใน ราวกับรากไม้ที่แห้งเหี่ยวมานาน ได้พบกับเจอสายฝนที่เย็นฉ่ำ พลันนกลับคืนสู่ความมีชีวิตชีวาอีกครา
"ฮู่ววว!" หลี่โม่ถอนหายใจยาว ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ดวงตาของเขาสุกสกาวดุจเปลวเพลิง ร่างกายคล้ายถูกปลดเปลื้องจากภาระหนักอึ้งนับพันชั่ง ทุกลมหายใจ อากาศกลับมีกลิ่นหอมหวานยิ่งขึ้น ราวกับว่าในกายมีพละกำลังที่ไม่มีวันหมดสิ้น
คำอธิบายนี้อาจจะไม่ตรงนัก หลี่โม่รู้สึกราวกับเป็นชายชราที่ใกล้ลาโลก แต่กลับฟื้นคืนความหนุ่มแน่นนับสิบปีได้
แม้ไม่นับเป็นหยกชั้นเยี่ยม อย่างน้อยเขาก็ถือเป็นศิลาที่ไร้ตำหนิใดๆ แล้ว
"ยาเม็ดหกอักขระ ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ"
"แถมนี่เป็นเพียงผลตอบแทนจากการลงทุนด้วยซุปไก่แค่ถ้วยเดียว…
หลี่โม่อดไม่ได้ที่จะนิ่งอึ้งในใจ ผลตอบแทนจากการลงทุนครั้งนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
แน่นอนว่าเหตุผลใหญ่ที่สุด ก็คงเป็นเพราะเป้าหมายการลงทุนครั้งนี้ ที่พิเศษกว่าปกตินั่นเอง
ในความทรงจำ อิ๋งปิงนั้นนิสัยสมชื่อจริงๆ บุคลิกของนางแทบจะสรุปได้ด้วยคำว่า 'ยัยก้อนน้ำแข็ง'
การปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นคงเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา แต่ผลตอบแทนนี้ อย่างไรก็ต้องเก็บเกี่ยวให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
ลิขิตฟ้าสีแดงเชียวนะ! หากพลาดโอกาสนี้ไปแล้ว ต่อให้เกิดใหม่อีกแปดรอบก็ไม่มีทางเจอวาสนาเช่นนี้อีกเป็นแน่
"พ่อบ้านสวี!"
"คุณชายน้อยมีเรื่องอะไรขอรับ?" พ่อบ้านรีบเข้ามาทันทีอย่างไม่รอช้า
หลี่โม่ลดเสียงลงเอ่ยถาม
"อิ๋งปิง มีของที่ชื่นชอบเป็นพิเศษบ้างหรือไม่?"
พ่อบ้านนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ครุ่นคิดแล้วตอบกลับว่า
"ไม่น่าจะมีขอรับ คุณหนูอิ๋งไม่ค่อยมีอารมณ์อยากอาหารนักในยามปกติ"
"แล้วมีสิ่งใดที่นางโปรดปรานบ้าง?"
"เอ่อ... กระผมก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ"
คุณชายน้อยวันนี้กำลังวางแผนอันใดกันแน่? ปกติแล้วท่านมักจะสั่งคนรับใช้ให้จงใจสร้างความลำบากแก่คุณหนูอิ๋ง มีหรือที่ท่านจะใส่ใจความชอบของนางเช่นนี้
หลี่โม่พลันนึกย้อนไปถึงอดีต ก็อดรู้สึกละอายใจไม่ได้
พ่อบ้านกำลังจะก้าวเท้าจากไป ทว่าเมื่อเดินถึงประตู พ่อบ้านพลันนึกบางอย่างขึ้นได้
"จริงด้วยขอรับคุณชายน้อย นายท่านสั่งไว้ว่าเมื่อไปถึงเมืองที่เชิงเขาสำนักชิงเยวียนแล้ว ให้พาคุณหนูอิ๋งไปหาหมอด้วยขอรับ"
"แล้วก็ยังให้เงินค่ารักษามาด้วยสองร้อยตำลึงขอรับ"
"ไปเถอะ! หากเงินไม่พอ ก็เบิกจากเงินเก็บส่วนตัวของข้าได้เลย" หลี่โม่โบกมืออย่างไม่ลังเลใจ หากแค่ใช้เงินแล้วได้รางวัลตอบแทนกลับมามากมายเช่นนี้ เช่นนั้นก็ถือว่าคุ้มค่าเกินจะบรรยายแล้ว
"พรุ่งนี้เช้าต้องรีบออกเดินทาง พักผ่อนแต่เนิ่นๆ เถอะ"
"ขอรับ..." พ่อบ้านเกาหัวหงึกหงัก รับคำด้วยความไม่เข้าใจ
คุณชายน้อยเป็นอันใดไปนะ ช่วงนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนนิสัยไปโดยสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่สุภาพกับเขามากขึ้น ทัศนคติที่มีต่อคุณหนูอิ๋งก็เปลี่ยนจากมืดครึ้มเป็นสดใสราวกับฟ้าหลังฝน
พ่อบ้านคิดว่าคงเป็นเพราะได้ออกเดินทาง ได้เห็นโลกกว้าง เลยทำให้เขาเติบโตขึ้นแล้วกระมัง?
….
รุ่งอรุณถัดมา
แสงแรกแห่งยามเช้าสาดส่องลงมา เกล็ดน้ำแข็งที่เกาะตัวอยู่บนขอบหน้าต่างของห้องปีกนั้นส่องประกายระยิบ หญิงสาวกอดเข่าซุกตัวอยู่บนเตียงดุจภูตน้ำแข็งที่กำลังหลับใหลท่ามกลางหิมะ
อิ๋งปิงฝันไป
ฝันถึงชีวิตในชาติก่อนของนาง
ในตอนแรก นางถูกตรวจพบว่ามี 'ชีพจรดับสนิท'
ทว่าหลังจากนั้นครึ่งปี นางก็ได้รับวาสนาอันน่าอัศจรรย์ จึงสามารถเปิดเส้นชีพจรได้ในที่สุด
ต่อมานางก็เผยพรสวรรค์อันร้ายกาจดุจปีศาจออกมา ทิ้งห่างเพื่อนร่วมรุ่นไปไกลสุดกู่ เมื่ออายุได้สิบแปดปี เจ้าสำนักชิงเยวียนก็มิอาจทัดเทียมกับนางได้อีกแล้ว
นางจึงก้าวออกจากดินแดนบูรพา เพื่อสัมผัสโลกที่กว้างใหญ่ไพศาล เก้าฟ้าสิบพิภพนั้นยิ่งใหญ่เกินประมาณนัก มีทั้งศิษย์สืบทอดจากสำนักลึกลับ, อัจฉริยะจากแดนโบราณ, ยอดฝีมือแห่งราชวงศ์ หรือแม้กระทั่งอดีตจอมมารที่กลับชาติมาเกิดใหม่ เหล่าผู้กล้าต่างผุดขึ้นดั่งดอกเห็ดหลังฝนพรำ นั่นคือยุคสมัยอันรุ่งโรจน์และเจิดจรัส
ทว่า… นางก็ยังคงเป็นผู้ที่เจิดจรัสที่สุดในกระแสธารแห่งยุคสมัยนั้น อย่างไม่มีผู้ใดเทียบได้!
อันดับหนึ่งในทำเนียบมังกรซ่อนเร้น, อันดับหนึ่งในทำเนียบมนุษย์, อันดับหนึ่งในทำเนียบเร้นลับ, อันดับหนึ่งในทำเนียบปฐพี, อันดับหนึ่งในทำเนียบสวรรค์... นางก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในทุกทำเนียบ
ในที่สุดนางก็ขึ้นเป็นหนึ่งใน 'เก้าฟ้า' เทียบชั้นกับ 'ไท่จู่หวู่ตี้' แห่งราชวงศ์ต้าอวี้ที่จงโจว และได้รับสมญานามว่า 'หวงเทียน' และ ‘จักรพรรดินี’
'เก้าฟ้า' หมายถึงกลุ่มบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในเก้าฟ้าสิบพิภพ แน่นอนว่าเหนือเก้าฟ้าขึ้นไป ยังมีขอบเขตในตำนานอีกระดับหนึ่ง
อิ๋งปิงลืมตาขึ้นอย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนย้ำเตือนนาง ว่านางได้ย้อนกลับมายังอดีตอย่างแท้จริง และยังได้พบกับบางสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในชาติก่อน
"มันยังอยู่สินะ?"
เบื้องหน้านางคือกลุ่มตัวอักษรแปลกประหลาด ตัวอักษรเหล่านี้มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็น ราวกับว่าตราบใดที่นางยังไม่ทำการเลือก ตัวอักษรเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่ตลอดไป
ระบบ...
ไม่ว่าชาติภพก่อนหรือชาติภพนี้ นางก็ไม่เคยพบเห็นสิ่งเช่นนี้เลย
"เก้าฟ้าสิบพิภพนั้นกว้างใหญ่ไพศาลเกินหยั่งถึง ข้าเองก็ยังมิอาจกล่าวได้ว่ารอบรู้ทุกสิ่ง"
"นี่อาจเป็นพลังที่ข้าไม่เคยสัมผัสมาก่อนก่อนกระมัง?"
อิ๋งปิงยังคงสีหน้าเรียบเฉย มิได้แสดงปฏิกิริยาอันใดมากนัก
เส้นทางสู่ความไร้เทียมทานงั้นหรือ? นางเคยเหยียบย่ำเส้นทางนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
เส้นทางแห่งการผงาดขึ้นของนาง เดิมทีก็คือเส้นทางแห่งความไร้เทียมทานอันรุ่งโรจน์ ดุจดั่งวีรบุรุษผู้เจิดจรัสท่ามกลางหมู่ดาว ไม่มีผู้ใดจะโดดเด่นไปกว่านางได้อีก
ชาติก่อน แม้แต่ 'จักรพรรดิอวี้' ก็ยังต้องอาศัยกลวิธีพิเศษ จึงจะสามารถเทียบเคียงกับนางได้อย่างสูสี
ในช่วงรุ่งโรจน์สูงสุดของนาง คงต้องค้นหาคนในอดีตจากหน้าประวัติศาสตร์เท่านั้น จึงจะพอมีคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้ออยู่บ้าง
ชาติภพนี้ นางจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเป็นแน่!
ในตอนนั้น ระบบก็พลันปรากฏข้อมูลขึ้นอีกหนึ่งข้อความ
【รางวัลแห่งการพิชิต จะทำให้ท่านได้รับโอกาสในการบรรลุถึงการเป็นเซียน】
อิ๋งปิงลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง
เซียน! นี่คือถ้อยคำที่ดำรงอยู่ในตำนาน!
เล่าขานกันว่าในแต่ละยุคสมัย เก้าฟ้าสิบพิภพจะปรากฏ 'เซียน' ผู้เป็นหนึ่งเดียวขึ้นมา
ผู้ที่ยืนอยู่เหนือสรรพชีวิต เป็นการหลุดพ้นอย่างแท้จริง
ทว่านับตั้งแต่ราชวงศ์ต้าอวี้สถาปนาแผ่นดิน การบรรลุถึงการเป็นเซียนก็กลายเป็นเพียงตำนาน ราวกับว่าเส้นทางนี้ถูกปิดตายโดยสมบูรณ์ ยิ่งลึกลับ ยิ่งเพิ่มมนต์ขลังให้แก่ตำนานเหล่านั้น นี่คือความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเก้าฟ้าสิบพิภพ ที่เหล่า 'เก้าฟ้า' แห่งทุกยุคสมัยต่างเฝ้าตามหาและช่วงชิง
เส้นทางสู่การเป็นเซียนนั้นไร้ซึ่งประตู นางผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจจึงเลือกเส้นทางที่ยากลำบากที่สุด ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้อยคนนักจะเคยประสบความสำเร็จมาตั้งแต่โบราณกาล
แต่สุดท้าย นางก็ยังคงขาดไปเพียงก้าวเดียว… ระบบที่ว่านี้ มีโอกาสให้บรรลุถึงการเป็น 'เซียน' ได้จริงหรือ?
"การพิชิตหมายถึงสิ่งใด?" อิ๋งปิงสงบจิตใจลงแล้วเอ่ยถาม
【ระบบนี้จะรวบรวมยอดฝีมืออัจฉริยะรุ่นเดียวกันทั้งหมดภายในอาณาเขตที่กำหนด และทำการจัดอันดับเดือนละหนึ่งครั้ง】
【หลังจากประกาศอันดับแล้ว จะมีการมอบรางวัลตามอันดับที่ท่านได้รับ】
【อาณาเขตการจัดอันดับปัจจุบัน: เขตแดนบูรพา】
ในห้วงความคิดของอิ๋งปิง พลันมีชุดข้อมูลจำนวนมากเพิ่มขึ้นในพริบตา
ไม่เพียงแค่กฎของระบบเท่านั้น แต่ยังมีข้อจำกัดนานัปการที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น
ห้ามใช้ปัจจัยภายนอกใดๆ เข้ามาแทรกแซงการท้าทาย, ไม่อนุญาตให้เปิดเผยการมีอยู่ของระบบ, หรือให้อีกฝ่ายจงใจยอมอ่อนข้อให้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว ส่วนใหญ่ก็พูดถึงการปิดกั้นเส้นทางในการใช้กลอุบายทั้งหมด
แต่…
การจัดอันดับยอดฝีมืออัจฉริยะ?
ชาติก่อน นางเองก็เป็นคำนิยามของสุดยอดอัจฉริยะแห่งเก้าฟ้าสิบพิภพอยู่แล้ว
และในปัจจุบัน นางยังมีทั้งความทรงจำจากชาติก่อน
การกลับมาเดินบนเส้นทางยุทธ์นี้ ย่อมแข็งแกร่งกว่าเดิมเป็นแน่!
หากสิ่งที่ระบบกล่าวเป็นความจริง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะช่วยร่นระยะเวลาให้นางกลับคืนสู่จุดสูงสุดได้เร็วขึ้นอย่างมหาศาล และอาจถึงขั้นทำให้นางก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่เหนือกว่าที่เคยจินตนาการไว้
มีบทลงโทษของผู้พ่ายแพ้กระนั้นหรือ?
ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้ นางก็ยังไม่เคยสัมผัสการเป็นผู้พ่ายแพ้มาก่อน แม้แต่ในจงโจว ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งรวมอัจฉริยะ ทว่าหลังจากที่นางไปถึง ยอดฝีมือรุ่นใหม่ต่างก็ตกอยู่ภายใต้เงามืดของนาง เพียงแค่เอ่ยถึงชื่อ “อิ๋งปิง” ทุกคนก็เปลี่ยนสีหน้าไปเลยทีเดียว
กระทั่งอดีตจอมมารบางตน เพื่อต้องการบั่นทอนความฮึกเหิมของนาง ถึงขั้นปลอมแปลงโฉมหน้า, ปรับลดระดับพลังยุทธ์, และแสร้งทำเป็นยอดฝีมือหน้าใหม่มาท้าทาย ทว่าสุดท้ายก็ถูกบีบให้เผยร่างจริงออกมา และผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นความพ่ายแพ้อยู่ดี
【แจ้งเตือน: ท่านต้องการเปิดใช้งานกลไกบทลงโทษหรือไม่?】
【หากเปิดใช้งานแล้ว รางวัลจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น ทว่าท่านจะต้องทำภารกิจบทลงโทษของผู้พ่ายแพ้หลังจากมีการประกาศอันดับแล้ว】
"ข้าปรารถนายิ่ง"
การตัดสินใจของอิ๋งปิงไร้ข้อบกพร่อง นางจะต้องเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน
บทลงโทษนี้ สำหรับนางแล้วเท่ากับว่าไม่มีอยู่จริง
นี่มิใช่ความหลงตัวเองแต่อย่างใด หากแต่เป็นความมั่นใจในในฝีมือ ในเมื่อเป็นเรื่องที่ตนเองสามารถทำได้อยู่แล้ว การได้รางวัลด้วยผลประโยชน์สูงสุด จะไม่ทำได้อย่างไรกันเล่า?
【บทลงโทษของผู้พ่ายแพ้ เปิดใช้งานสำเร็จแล้ว!】
อิ๋งปิงผลักประตูออกไป
….
"อรุณสวัสดิ์"
ไม่ไกลออกไป เด็กหนุ่มก็บังเอิญเปิดประตูออกมาพอดี สายตาทั้งสองประสานกัน หลี่โม่ยิ้มกว้าง เผยรอยยิ้มที่อบอุ่นดุจสายลมในฤดูใบไม้ผลิ
เมื่อเทียบกับเมื่อวาน ใบหน้าของเขาดูเหมือนจะปราศจากความหม่นหมอง เพิ่มความสง่างามและหล่อเหลาขึ้นมาหลายส่วน
เพียงชั่วข้ามคืน เขากลับกลายเป็นเด็กหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยออร่าแห่งแสงตะวันอย่างน่าประหลาด
ดูเหมือนว่าเขาก็จะเปลี่ยนไปจากที่นางเคยจดจำได้ในความทรงจำอันไกลโพ้นเสียแล้ว