เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 สหายวัยเยาว์คือจักรพรรดินีในอนาคตงั้นรึ?

บทที่ 1 สหายวัยเยาว์คือจักรพรรดินีในอนาคตงั้นรึ?

บทที่ 1 สหายวัยเยาว์คือจักรพรรดินีในอนาคตงั้นรึ?


ดินแดนบูรพา แคว้นจื่อหยาง

ใต้ท้องฟ้าอันเจิดจ้า ถนนหลวงพลุกพล่านไปด้วยรถรา คาราวานรถม้ากว่าสิบคันกำลังเร่งรุดไปบนเส้นทางอย่างรวดเร็ว ขบวนเกวียนอีกนับร้อยเคลื่อนตามมาไม่ขาดสาย

หลี่โม่ บุรุษหนุ่มในอาภรณ์ผ้าไหมเปิดม่านรถออก ใบหน้าขาวซีดสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด

"เฮ้อ..."

"เดินทางไกลในยุคโบราณนี่มันนรกชัดๆ แค่ก!"

เขาสำลักฝุ่นควันที่ฟุ้งตลบ ไอโขลกออกมาสองสามครั้ง

"คุณชาย… อีกสองวันถึงก็จะถึงสำนักชิงเยวียนแล้วขอรับ"

พ่อบ้านผู้บังคับรถม้าหัวเราะแห้งๆ ก่อนเอ่ยเสริมต่ออย่างระมัดระวัง

"รถม้าของจวนเรา จัดว่าเดินทางได้สบายที่สุดแล้วขอรับ"

"อืม…" หลี่โม่ตอบรับ ก่อนถอนหายใจแผ่ว

เทียบกับรถไฟความเร็วสูงหรือเครื่องบินแล้ว... นี่ก็ยังห่างไกลกันนัก

เมื่อสองวันก่อน เขาได้ไขปริศนาชาติกำเนิด และตื่นรู้ถึงความทรงจำในชาติภพก่อน

ซึ่งในชาติก่อนนั้น เขาเคยอยู่บน 'โลกสีคราม' สถานที่ที่วิทยาการรุ่งเรืองสุดขีด

ทว่าดินแดนของ 'ราชวงศ์ต้าอวี้' นั้นต่างออกไป นี่คือโลกที่ผู้คนต่างเทิดทูนวิถีแห่งยุทธ์ พลังอำนาจล้วนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งส่วนบุคคล

ตอนนี้เขามีอายุครบสิบหกปี ยังไม่ทันได้อิ่มเอมกับชีวิตสุขสบายในฐานะคุณชายตระกูลใหญ่ ก็ถูกบิดาส่งขึ้นรถม้า มุ่งหน้าสู่สำนักชิงเยวียน หนึ่งในสามสำนักใหญ่แห่งแคว้นจื่อหยาง เพื่อเข้าร่วมการทดสอบแรกเข้า

"ฝึกยุทธ์งั้นหรือ..." หลี่โม่เผยแววตาครุ่นคิด

เขาแหงนมองดวงตะวันสามดวงที่แขวนเด่นอยู่บนฟากฟ้า จากที่เขาได้ยินผู้ร่วมทางคนอื่นๆเล่าลือมา วิถีแห่งยุทธ์ในโลกใบนี้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับบิดาของเขา ก็ยังเป็นเพียงระดับปลายแถวเท่านั้น

ตำนานกล่าวไว้ว่า ดวงตะวันทั้งสามดวงบนฟากฟ้า ล้วนถือกำเนิดขึ้นจากการแปรเปลี่ยนร่างกายของอดีตฮ่องเต้ราชวงศ์ต้าอวี้สองพระองค์… จะบอกว่าเป็นตำนานก็ไม่ได้ นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน

….

ณ โรงเตี๊ยม

หนึ่งชั่วยามต่อมา ฟ้ายามสนธยา

ขบวนคุ้มภัยหยุดลงอย่างช้าๆ ณ โรงเตี๊ยมรายทางแห่งหนึ่ง

ขณะที่หลี่โม่กำลังก้าวลงจากรถม้า รถคันหลังก็เปิดม่านขึ้นมาพร้อมกัน

หญิงสาวในอาภรณ์สีครามเข้มเนื้อหยาบ ผิวพรรณเนียนละเอียดราวกับเครื่องเคลือบขาวใต้แสงจันทร์ เรือนร่างในวัยแรกแย้มของนางเริ่มเผยความอ่อนช้อย ส่วนสูงก็แทบจะทัดเทียมหลี่โม่

การเดินทางอันยาวนานหลายวัน รวมถึงอาการเจ็บป่วยที่รุมเร้า ทำให้ใบหน้าหยกฉายแววบอบบางและอ่อนแอขึ้นเล็กน้อย… แต่ทว่าก็ยังคงงดงามจนน่าตกตะลึง

แม้จะเหนื่อยล้า อ่อนแรง และสวมอาภรณ์เรียบง่าย ทว่าเพียงแรกเห็น ผู้คนก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวในใจว่า

'สาวงามทั่ววังหลวงล้วนไร้สีสัน เพียงแค่นางได้ย่างกรายผ่านมา' และนั่นมิใช่เพียงถ้อยคำเปรียบเปรย

ชื่อของหญิงสาวผุดขึ้นในห้วงความคิดของหลี่โม่

อิ๋งปิง

ตระกูลหลี่และตระกูลอิ๋งเป็นสหายกันมาหลายชั่วรุ่น พวกเขาไปมาหาสู่กันอย่างสนิทสนมตั้งแต่รุ่นปู่ย่า

เมื่อมาถึงรุ่นของหลี่โม่และอิ๋งปิง ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลจึงตั้งใจจะส่งเสริมให้บุตรหลานได้แต่งงานกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

"เจ้าอยากกินอะไร ข้าจะกำชับให้ห้องครัวจัดหาให้" หลี่โม่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก

นางเดินผ่านเขาเข้าสู่โรงเตี๊ยม โดยที่ดวงตาเย็นเยียบนั้นไม่แม้แต่จะชายตาแลมองเขาแม้แต่น้อย เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ

"คุณหนูอิ๋งเพิ่งประสบเหตุเภทภัยในครอบครัว จึงได้..."

"ไม่ต้องช่วยนางแก้ต่างหรอก เป็นข้าเองที่เมื่อก่อนเหลวไหลเกินไป" หลี่โม่กล่าวอย่างจนใจ

อนิจจา...

เกิดใหม่ในโลกอื่นทั้งที แต่ตัวเขาเมื่อก่อนกลับกลายเป็นเด็กไม่เอาไหนเสียได้ ฐานะทางบ้านมั่งคั่ง แถมยังถูกทุกคนในบ้านตามใจ เรื่องไร้สาระน่าหงุดหงิดก็ทำมาไม่น้อย

ยกตัวอย่างเช่น แอบมองสาวใช้ตัวน้อยอาบน้ำ หรือซ่อนประทัดไว้ในกองฟืน...

เมื่อหลายปีก่อน สัตว์อสูรภัยพิบัติบุกเข้าเมือง ครอบครัวตระกูลอิ๋งทั้งหมดประสบเคราะห์กรรมน่าเศร้า เหลือแต่เพียงอิ๋งปิง ผู้เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว บิดาข้าจึงให้นางมาพำนักอยู่ที่จวนตระกูลหลี่เป็นการชั่วคราว

หลี่โม่เองก็แกล้งอิ๋งปิงไปไม่น้อย ทว่าในใจ… เขาก็ชอบนางเข้าให้แล้ว

มันคล้ายกับเด็กหนุ่มที่แกล้งแหย่สตรีที่ตนหมายตา หวังเพื่อจะดึงดูดความสนใจ...

"ผู้ที่ต้องเสียคนไปทั้งครอบครัว เรื่องราวชีวิตมักไม่ธรรมดา"

ในฐานะที่ชาติก่อนเป็นนักอ่านนิยายตัวยง หลี่โม่ก็อดคิดเชื่อมโยงในใจไม่ได้

"ซุปมาแล้วขอรับ!"

เสี่ยวเอ้อหน้าบานยื่นถ้วยซุปมาให้ หลี่โม่มุมปากกระตุกเล็กน้อยพลางพึมพำ

"นี่ข้าอุตส่าห์เกิดมาสองชาติแล้ว ไฉนเลยยังไม่มี 'นิ้วทองคำ' หรือพลังอะไรมาให้ใช้บ้างเนี่ย...!"

"มีแน่นอนขอรับ!"

หลี่โม่สะดุ้งสุดตัวราวกับแมวถูกเหยียบหาง

"ใครพูด!?"

"คุณชาย?" พ่อบ้านมองเขาอย่างงงงวย คุณชายของเราเป็นอะไรไปอีกแล้ว?

"ไม่มีอะไร สงสัยข้าหูอื้อ"

หลี่โม่ขมวดคิ้ว ขณะที่เขากำลังสงสัยว่าตนหูฝาดไปหรือไม่ เสียงนั้นก็ดังก้องขึ้นในใจอีกครั้ง

"ในเมื่อท่านเจ้าของระบบถามด้วยความจริงใจถึงเพียงนี้ ระบบนี้จึงจำต้องปรากฏตัวขอรับ"

หลี่โม่ "?"

ความหมายก็คือ หากข้าไม่ได้เอ่ยถาม เจ้าก็จะไม่เผยตัวงั้นรึ?

ช่างเถอะ... นั่นหาใช่ประเด็นสำคัญไม่

"เจ้าระบบ เจ้าคืออะไรกัน?"

"ระบบนี้คือ 'ระบบลงทุนคืนกำไร' ขอรับ"

"ท่านสามารถลงทุนกับเป้าหมายใดก็ได้ ยิ่ง 'ลิขิตฟ้า' บนตัวเป้าหมายของการลงทุนแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ รางวัลที่ได้รับก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้นขอรับ"

"หากเป้าหมายการลงทุนมีการพัฒนาครั้งใหญ่ ก็จะได้รับรางวัลเพิ่มเติมอีกด้วย"

หลี่โม่เลิกคิ้วเล็กน้อย เป้าหมายใดก็ได้งั้นหรือ?

"ถ้าเช่นนั้น ข้าสามารถลงทุนกับตนเองได้หรือไม่?"

“ข้าได้มอบ 'เนตรทิพย์ลิขิตฟ้า' ให้แก่ท่านเจ้าของแล้วขอรับ”

"ส่วนใครจะมีคุณค่าในการลงทุนหรือไม่ โปรดตัดสินใจด้วยตนเองขอรับ"

เช่นนั้นก็หมายความว่าทำได้สินะ

ขณะที่หลี่โม่กำลังคิดเช่นนั้น พลันบางอย่างที่ยากจะเข้าใจก็หลั่งไหลเข้าสู่สมอง

สิ่งนั้นมองไม่เห็น… สัมผัสไม่ได้… แต่กลับมีอยู่จริง

เขารู้สึกถึงความลึกลับซับซ้อนของมัน ข้อมูลเหล่านั้นคลุมเครือและยากที่จะทำความเข้าใจ มิใช่ทั้งเสียงหรือตัวอักษร แต่กลับพบว่าตนเองสามารถใช้งานมันได้

เนตรทิพย์ลิขิตฟ้า?

หลี่โม่ขมวดคิ้ว… เขาเองก็ยังไม่เข้าใจนัก

ชั่วพริบตาต่อมา แผงหน้าปัดหนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา คล้ายกำลังปรับเปลี่ยนให้ใช้งานง่ายขึ้น

【ชื่อ: หลี่โม่】

【อายุ: 16 ปี】

【รากฐานกระดูก: ไม่มี】

【ระดับพลัง: ปุถุชน】

【ลิขิตฟ้า: สีเทา(พรสวรรค์บกพร่อง, โชคชะตาอาภัพ)】

【คำประเมิน: พรสวรรค์ติดตัวด้อย พลังกายอ่อนแอ ไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ด้านการฝึกยุทธ์ นอกจากรูปงามและมีบิดาที่ดีแล้ว ก็ยังมิมีสิ่งใดดีอีกเลย】

【เหตุการณ์ล่าสุด: พบกับระบบนี้】

"......"

ช่างเป็นความจริงที่น่าเจ็บปวด

แม้จะไม่สุภาพนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาไร้ซึ่งคุณค่าแห่งการลงทุนโดยสิ้นเชิง

"ในบรรดาพวกที่ไปสำนักชิงเยวียนพร้อมกันจากในอำเภอ ก็น่าจะมีคนที่เข้าตากรรมการอยู่บ้างกระมัง"

หลี่โม่มิได้สนใจอาหารตรงหน้าแล้ว เขายกศีรษะขึ้น แววตาฉายแววครุ่นคิดซับซ้อน มองดูเพื่อนร่วมทางที่กำลังพักกินข้าวอยู่ในโถงใหญ่

【ชื่อ: เหอหย่ง】

【อายุ: 16 ปี】

【รากฐานกระดูก: ไม่มี】

【ระดับพลัง: ขอบเขตปราณโลหิตขั้นหนึ่ง】

【ลิขิตฟ้า: สีขาว (เฉกเช่นต้นกกหญ้า)】

【คำประเมิน: ปุถุชนสามัญทั่วไป ราวต้นกกหญ้าและแมลงเม่า มิได้มีสิ่งใดโดดเด่นเป็นพิเศษ】

【เหตุการณ์ล่าสุด: เกิดมาจากการตัดฟืน เบี้ยเดินทางก็ยืมเพื่อนบ้านมา และกำลังกลัดกลุ้มเรื่องหาเงินคืน】

...

【ชื่อ: เฉินเสี่ยวเยี่ยน】

【อายุ: 16 ปี】

【รากฐานกระดูก: ไม่มี】

...

...

หลี่โม่ตรวจดูสองสามคน ส่วนใหญ่ลิขิตฟ้าเป็นเพียงสีขาว อย่างดีที่สุดก็เป็นสีเขียว

เมื่อหลี่โม่กวาดสายตาไปยังมุมหนึ่ง พลันปรากฏแสงสีน้ำเงินอมเขียวขึ้น

【ชื่อ: หวังหู่】

【อายุ: 16 ปี】

【รากฐานกระดูก: แขนเสือ เอวเสือดาว】

【ระดับพลัง: ขอบเขตปราณโลหิตขั้นสาม】

【ลิขิตฟ้า: สีเขียว (มีพรสวรรค์เล็กน้อย)】

【คำประเมิน: มีพรสวรรค์อยู่บ้าง หากหมั่นเพียรฝึกฝน อนาคตอาจประสบความสำเร็จ ทว่าจิตใจคับแคบ ผูกพยาบาทแม้เรื่องเล็กน้อย อีกทั้งยังโอหังกร่างกราย ง่ายที่จะก้าวสู่เส้นทางอำมหิต】

【เหตุการณ์ล่าสุด: วิชาฝ่ามือถึงทางตัน ต้องการประลองเพื่อทะลวงผ่านอย่างเร่งด่วน】

...

กล่าวโดยรวมแล้ว ยังมิมีเป้าหมายใดที่คู่ควรแก่การลงทุนเป็นพิเศษ มีเพียงหวังหู่ที่ดูพอใช้ได้ แต่เขากลับมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนหน้า

ในขณะนั้นเอง

"คุณชาย… ซุปไก่ที่ท่านสั่งได้แล้วขอรับ ตามที่ท่านกำชับมา ข้าใส่โสมภูเขาอายุสิบปีลงไปด้วย"

เสี่ยวเอ้อเอ่ยทัก ก่อนตรียมยกกล่องอาหารขึ้นไปชั้นบน

"เดี๋ยว!" เขาเอ่ยรั้งเสี่ยวเอ้อไว้

ในใจหลี่โม่พลันเกิดความคิดบางอย่างขึ้น

"ข้าจะถือขึ้นไปเอง"

ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเสี่ยวเอ้อ หลี่โม่ก็รับกล่องอาหารมาเงียบๆ

สายตาของเขาทอดมองไปยังห้องปีกปลายสุดของชั้นสอง…

นางจะมีลิขิตฟ้าเช่นไรกันนะ?

ชั้นบนของโรงเตี๊ยม

ก๊อก ก๊อก…

เคาะประตูเพียงครู่ เสียงแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านใน

"เข้ามา"

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง แสงจันทร์สาดส่องผ่านม่านโปร่ง อาบไล้เรือนผมดำขลับดุจสายน้ำยามค่ำคืน สะท้อนประกายเรืองรองแผ่วเบาในดวงตา

เมื่อเห็นว่าเป็นหลี่โม่ที่ก้าวเข้ามา คิ้วโก่งดุจภาพวาดของนางก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย

หลี่โม่มิได้มีเวลาสังเกตสีหน้าท่าทางใดๆ เขายืนตะลึงงันอยู่กับที่…

ตรงหน้าของเขา ปรากฏข้อมูลอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างเด่นชัด

【ชื่อ: อิ๋งปิง】

【อายุ: 16 ปี】

【รากฐานกระดูก: กายาจันทราหงส์ไท่อิน】

【ระดับพลัง: ไม่มี】

【ลิขิตฟ้า: .....&฿;“/:-】

พอมาถึงตรงนี้ 'เนตรทิพย์ลิขิตฟ้า' ก็ดูจะทำงานติดขัดเล็กน้อย ราวกับข้อมูลระดับพลังและลิขิตฟ้าของอิ๋งปิงมีมากเกินไป จนระบบเกิดอาการสะดุด

ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อมูลส่วนที่เหลือจึงค่อยๆปรากฏขึ้น

【ลิขิตฟ้า: สีแดง (กระดูกกระบี่จักรพรรดิ, ชีวิตดุจเหมันต์นิรันดร์, จิตวิญญาณดุจวารีสารท, รูปลักษณ์ของจักรพรรดินีหงส์สวรรค์)】

【คำประเมิน: แม้ชะตาจะพบภัยพิบัติมากครั้ง แต่นางก็พลิกร้ายกลายเป็นดีได้เสมอ ตอนนี้ปีกยังมิผลิบานเต็มที่ รอเมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป นางจะโบยบินขึ้นสู่เก้าฟ้าสิบพิภพ เป็นหงส์ผู้ปกครองทั่วหล้าแปดทิศอย่างแท้จริง】

【เหตุการณ์ล่าสุด: ก่อนที่กายาจันทราหงส์ไท่อินจะเปิดเส้นชีพจร ร่างกายจะแสดงอาการของชีพจรดับสนิท, ก่อนจะควบคุมพลังแห่งไท่อินได้อย่างสมบูรณ์ จะต้องทนทุกข์ทรมานจากความหนาวเย็นสุดขั้วทุกวัน】

"!?"

เยี่ยมเลย... ข้าว่าแล้วเชียว

แม้แต่สีของชะตาก็ยังอยู่นอกกฎเกณฑ์ของระบบ แสดงว่านางถูกประเมินจาก 'ปรากฏการณ์พิเศษ' โดยตรง

ระดับตามที่ 'เนตรทิพย์ลิขิตฟ้า' จะประเมิน จะเรียงจากต่ำไปสูงคือ…

สีดำ, สีเทา, สีขาว, สีเขียว, สีคราม, สีม่วง, สีทอง

นอกจากนางจะไม่ได้สีเหล่านี้ นางยังได้ลิขิตฟ้าสีแดง

ย้อนไปที่ 'ไท่จู่หวู่ตี้' ผู้สถาปนาระบบเก้าฟ้าสิบพิภพ และตั้งราชวงศ์ต้าอวี้ปกครองทั่วหล้า

ในบันทึกประวัติศาสตร์เขียนไว้ชัดเจนว่า ตอนที่พระองค์ประสูติ มีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ปรากฏขึ้นพร้อมกันบนฟ้า ดาวจักรราศีก็เคลื่อนไหว แถมยังมีเต่าศักดิ์สิทธิ์แบกศิลาจารึกมามอบชื่อให้

เมื่อคิดดูแล้ว นี่ก็คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า 'ปรากฏการณ์พิเศษแห่งลิขิตฟ้า' นั่นเอง

ภรรยาที่ยังไม่ได้แต่งของข้า คือผู้ที่จะเทียบเคียง 'ไท่จู่หวู่ตี้' ในอนาคตงั้นหรือ?

อืม... ช่างกะทันหันเกินไปนัก

หลี่โม่พลันจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิด ก่อนที่จะได้สติอีกสักพัก

"เอ่อ... นี่ซุปไก่ รีบดื่มตอนร้อนๆ เถอะ"

พูดเสร็จก็รีบเดินออกไป

ปัง—

ประตูปิดลง

….

ภายในห้องอิ๋งปิง

"ไม่คาดคิดเลยว่าจะกลับมายังวันนี้"

"การเกิดใหม่ดุจหงส์อมตะ เดิมทีคือความหมายเช่นนี้เอง"

อิ๋งปิงคีบเนื้อไก่ชิ้นหนึ่ง แล้วโยนออกทางหน้าต่างชั้นสอง ไปยังลานด้านหลัง

สุนัขพันธุ์หวงในลานด้านล่างกินไก่นั้นอย่างกระหืดกระหอบ ผ่านไปครู่หนึ่ง… ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ

เป็นเพียงซุปไก่ธรรมดางั้นหรือ?

นางมิได้จดจำความแค้น ความรัก หรือความชังอันใด สำหรับนางแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงควันเมฆที่ลอยผ่าน

แต่ในความทรงจำ หลี่โม่มักใช้กลเม็ดเดียงสาหยอกล้อนางเล่นไม่น้อย

วันนี้ไฉนถึงได้เอาซุปไก่มาให้ด้วยตนเอง?

"ติ๊งต่อง—"

ในขณะนั้นเอง เสียงใสกระจ่างประหลาดพลันดังขึ้นที่ข้างหู

"ใคร?" อิ๋งปิงหรี่ตาลงทันที

เสียงนั้นมิได้ใส่ใจความระแวดระวังของนาง กลับดังขึ้นอีกครั้ง

"การผูกมัดระบบสำเร็จแล้วขอรับ"

"ผู้ชนะคือราชา ผู้พ่ายแพ้ย่อมจมลงสู่ธุลีดิน

จบบทที่ บทที่ 1 สหายวัยเยาว์คือจักรพรรดินีในอนาคตงั้นรึ?

คัดลอกลิงก์แล้ว