- หน้าแรก
- ผู้ค้าแต้มวิญญาณเส้นทางเซียนนิรันดร์ระหว่างสองมิติ
- บทที่ 19 ข้อตกลงกับเจ้าสำนัก
บทที่ 19 ข้อตกลงกับเจ้าสำนัก
บทที่ 19 ข้อตกลงกับเจ้าสำนัก
เมื่อก้าวพ้นจวนผู้บัญชาการ ลมราตรีโชยพัดพาความหนาวเหน็บมาปะทะร่าง ทว่ามิอาจดับเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นในใจของเกาเฟยลงได้ เป้าหมายขอบเขตฮั่วจิ้นภายในสามเดือนเปรียบเสมือนกระบี่คมกริบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ และเป็นดั่งประทีปส่องทางให้เขาต้องเร่งรุดไปข้างหน้า
เขารีบลำดับความคิด สิ่งที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วนที่สุดในยามนี้มีอยู่สามประการ คือ เคล็ดวิชาฝึกยุทธ์, เบาะแสของสัตว์อสูร และเงินทุน
ประการแรก: เคล็ดวิชาฝึกยุทธ์
วิชาพลังวัวสารพัดนึกและวิชาผลัดกระดูกขั้นพื้นฐานที่เขาครอบครองอยู่นั้นมาถึงทางตันแล้ว หากจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตฮั่วจิ้น เขาจำเป็นต้องมีเคล็ดวิชาขั้นสูงที่สามารถจัดระเบียบการควบแน่นลมปราณและโคจรไปทั่วร่างได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งวิชาหมัดพยัคฆ์คำรณของสำนักยุทธ์พยัคฆ์คำรามคือเป้าหมายที่ตรงจุดที่สุด เพราะเป็นวิชาสืบทอดที่สมบูรณ์และสามารถฝึกฝนไปได้จนถึงขอบเขตฮั่วจิ้น
วันรุ่งขึ้น เกาเฟยรุดไปยังสำนักยุทธ์พยัคฆ์คำรามอีกครั้งเพื่อขอเข้าพบเจ้าสำนักจ้าวเมิ่งโดยตรง
จ้าวเมิ่งต้อนรับเขาในห้องสงบจิต ท่าทีของเจ้าสำนักผู้นี้ดูเป็นกันเองกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งยังแฝงไว้ด้วยการให้เกียรติในฐานะผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ด้วยตบะขอบเขตลมปราณผนวกกับความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจวนผู้บัญชาการ ทำให้เกาเฟยมีสิทธิ์มีเสียงเทียบเท่าจ้าวเมิ่งไปโดยปริยาย
"เกาเฟย ได้ยินว่าเมื่อวานเจ้าไปที่จวนผู้บัญชาการมาหรือ? ยินดีด้วย ดูท่าเจ้าคงเป็นที่โปรดปรานของท่านหลี่อวิ๋นเทียนไม่น้อย" จ้าวเมิ่งเอ่ยหยั่งเชิง
เกาเฟยยิ้มบางๆ มิได้ปฏิเสธหรือขยายความ แต่กลับหยิบป้ายหยกเขียวขจีอันเป็นเครื่องหมายแสดงฐานะอาวุโสกิตติมศักดิ์ภายนอกของตระกูลหลี่ออกมาวางบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา
"ท่านเจ้าสำนัก ผู้น้อยมีความสัมพันธ์อันดีกับท่านผู้บัญชาการจริงดังว่า" น้ำเสียงของเกาเฟยดูจริงใจ "ที่มาในวันนี้ ผู้น้อยมีเรื่องอยากจะรบกวน ข้าปรารถนาจะขอศึกษาเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์ของหมัดพยัคฆ์คำรณอันเป็นวิชาเอกของสำนัก โดยยินดีแลกเปลี่ยนด้วยน้ำใจส่วนตัวหนึ่งประการและค่าตอบแทนที่เหมาะสม ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนักจะพอสงเคราะห์ได้หรือไม่?"
สายตาของจ้าวเมิ่งหยุดกึกอยู่ที่ป้ายหยกสลักลายเมฆาของตระกูลหลี่ รูม่านตาหดเกร็งลงทันที แม้เขาจะไม่แน่ใจว่าป้ายนี้บ่งบอกฐานะระดับใด แต่ลำพังการมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่แห่งเมืองหลวงมณฑลก็เพียงพอที่จะพิสูจน์บารมีของเกาเฟยในยามนี้ได้แล้ว!
"หมัดพยัคฆ์คำรณคือรากฐานสำคัญที่ทำให้สำนักของเรายืนหยัดอยู่ได้..." จ้าวเมิ่งรำพึงด้วยสีหน้าลำบากใจ ทว่าในใจกลับกำลังชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว
เกาเฟยรีบวางเดิมพันเพิ่ม "ท่านเจ้าสำนักโปรดวางใจ ผู้น้อยมิใช่คนลืมตัว หากในภายหน้าท่านหรือทางสำนักมีเรื่องติดขัด ตราบใดที่ไม่ขัดต่อคุณธรรมและไม่เกินกำลัง ผู้น้อยย่อมไม่ปฏิเสธแน่นอน นอกจากนี้ ข้ายังยินดีมอบเงินห้าพันตำลึงเพื่อเป็นการขอบคุณอีกด้วย!"
ห้าพันตำลึง! นี่คือรายได้ทั้งหมดของสำนักยุทธ์รวมกันหลายปี! จ้าวเมิ่งถึงกับสูดหายใจลึก ทรัพย์สินย่อมสั่นคลอนจิตใจ ยิ่งเมื่อมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาจากยอดฝีมือผู้มีอนาคตไกลและโอกาสในการผูกสัมพันธ์กับตระกูลหลี่ทางอ้อม มีหรือที่เขาจะปฏิเสธลง
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จ้าวเมิ่งก็ตบหน้าขาฉาดใหญ่ "ตกลง! เกาเฟย ในเมื่อเจ้าแสดงความจริงใจถึงเพียงนี้ หากข้ายังมัวตระหนี่ถี่เหนียวอยู่ก็คงดูใจแคบเกินไป ข้าจะมอบเคล็ดวิชาฉบับสมบูรณ์ของหมัดพยัคฆ์คำรณให้แก่เจ้า รวมถึงเคล็ดวิชาทำสมาธิเพื่อโคจรลมปราณด้วย! แต่เจ้าต้องสาบานว่าจะไม่ส่งต่อวิชานี้ให้ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาต!"
"นั่นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว!" เกาเฟยโล่งอกและทำพิธีสาบานโดยไม่ลังเล
เมื่อตกลงกันได้ เกาเฟยก็จ่ายตั๋วเงินทันที (ส่วนหนึ่งมาจากเงินที่ได้จากการขายเครื่องแก้วก่อนหน้า) และจ้าวเมิ่งก็ได้มอบม้วนหนังที่บันทึกเคล็ดวิชาหมัดพยัคฆ์คำรณฉบับสมบูรณ์ให้ถึงมือเกาเฟย
ประการที่สอง: เงินทุนและวัตถุระเบิด
เมื่อได้เคล็ดวิชามาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมยุทโธปกรณ์สำหรับล่าสัตว์อสูร ซึ่งก็คือวัตถุระเบิดที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม การนี้จำเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาล
เกาเฟยเริ่มดำเนินการทันที เขาอาศัยช่องทางของหลงจู๊หวังแห่งร้านค้าสี่คาบสมุทร ประกอบกับบารมีจากป้ายอาวุโสตระกูลหลี่ เพียงไม่กี่วันเขาก็สามารถเปลี่ยนเงินและทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีให้กลายเป็นทองคำแท่งหนักถึงสิบกิโลกรัม! เพื่อป้องกันปัญหา เขาเจาะจงขอแลกเป็นทองคำก้อนที่ไร้ตราประทับและมีขนาดคละกันไป
เมื่อได้ทองคำหนักอึ้งมาครอง เกาเฟยก็เปิดประตูทวิภพกลับไปยังห้องเช่าในโลกปัจจุบันทันที
ในโลกยุคใหม่ เขาติดต่อบริษัทรับซื้อโลหะมีค่าที่มีความน่าเชื่อถือและรักษาความลับเป็นเลิศ โดยอ้างว่าเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษและทยอยขายทองคำเหล่านั้นเป็นงวดๆ แม้จะถูกหักค่าธรรมเนียมไปบ้าง แต่เงินสดที่ได้รับกลับมาก็ยังถือเป็นจำนวนมหาศาล
เมื่อมีทุนรอนพร้อมสรรพ เขาก็ติดต่อนายหน้าชาวปากีสถานอีกครั้ง คราวนี้เขาพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม
"ระเบิด C4 อย่างน้อยยี่สิบกิโลกรัม! ตัวจุดระเบิดต้องเป็นรุ่นที่ดีที่สุด สัญญาณรีโมทต้องไกลและเสถียร!"
"นอกจากนี้ จัดหาปืนไรเฟิลจู่โจมที่เชื่อถือได้มาให้ข้าสักสองสามกระบอก พร้อมกระสุนห้าพันนัด! แล้วก็ระเบิดสังหารอีกหนึ่งลัง!"
"เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา!"
เมื่อเผชิญกับลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งของอย่างเด็ดขาดและใจถึง นายหน้าก็ทั้งประหลาดใจและยินดี รีบดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว หลังจากจ่ายเงินก้อนโต เกาเฟยก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านลาบูอีกครั้งเพื่อรับ "ของล้ำค่า" ตามที่สั่งไว้
เมื่อมองดูแท่งระเบิดสีเหลืองที่วางเรียงราย ปืนกระบอกใหม่เอี่ยม และลังกระสุนในพื้นที่มิติเก็บของ ความรู้สึกปลอดภัยของเกาเฟยก็พุ่งสูงขึ้นทันที คราวนี้ต่อให้ต้องเจอกับสัตว์อสูรระดับเดียวกับเสือดาวเพลิงโลกันตร์ เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถสยบมันได้ด้วยอำนาจการทำลายล้างจากอาวุธสงคราม!
ประการที่สาม: เบาะแสของสัตว์อสูร
หลังจากกลับมายังเมืองชิงเหอ เกาเฟยก็เรียกตัวหวังต้าหนิวและหลี่โกวเซิ่งมาพบทันที
เมื่อเห็นเกาเฟยที่มีกลิ่นอายพลังลึกล้ำขึ้นทุกวัน ทั้งสองก็ยิ่งทวีความยำเกรง
"ต้าหนิว โกวเซิ่ง พวกเจ้าต้องเพิ่มความเข้มข้นในการสืบข่าวที่ข้าเคยสั่งไว้!" เกาเฟยควักตั๋วเงินใบละหนึ่งร้อยตำลึงออกมาสองใบ "นี่คือเงินค่าดำเนินการ ไประดมคนมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็นพรานป่า คนเก็บสมุนไพร หรือชาวบ้านบนเขา ตราบใดที่มีข่าวหรือข่าวลือเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่ดุร้าย โดยเฉพาะสัตว์อสูร ให้รีบมาแจ้งข้าทันที ไม่ว่าข่าวนั้นจะจริงหรือเท็จก็ตาม! หากข่าวไหนตรวจสอบแล้วว่าเป็นจริง ข้าจะมีรางวัลใหญ่มอบให้อีก!"
"นอกจากนี้ ให้จับตาดูความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในส่วนลึกของสันเขาลมดำหรือพื้นที่ห่างไกลในเทือกเขาใกล้เคียงเป็นพิเศษ!"
หวังต้าหนิวและหลี่โกวเซิ่งตาค้างกับเงินก้อนโตในมือ รีบตบหน้าอกรับคำเป็นมั่นเหมาะว่าจะกระจายข่ายงานข่าวกรองไปให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของหุบเขา
ด้วยแผนการที่ดำเนินไปพร้อมกันทั้งสามทาง เกาเฟยได้แผ้วถางทางเพื่อมุ่งสู่ขอบเขตฮั่วจิ้นอย่างเต็มกำลัง
เคล็ดวิชาหมัดพยัคฆ์คำรณอยู่ในมือ รอการศึกษาและฝึกฝน
ยุทโธปกรณ์ทำลายล้างถูกอัปเกรดจนครบครัน พร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ข่ายงานข่าวกรองกำลังแผ่ขยายออกไปเพื่อเสาะหาเหยื่อรายต่อไป
เกาเฟยนั่งขัดสมาธิอยู่ในลานบ้านหลังเล็ก คลี่ม้วนหนังที่บันทึกวิชาหมัดพยัคฆ์คำรณออก แววตาของเขาคมกริบดุจใบมีด
เวลานับถอยหลังสามเดือนได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว! การล่าของเขาต่อจากนี้จะดุดันและเด็ดขาดกว่าที่เคยเป็นมา!
หากท่านต้องการให้เกลาสำนวนในส่วนใดเพิ่มเติม หรือต้องการให้ดำเนินเนื้อเรื่องบทต่อไป บอกข้าได้ทันทีครับ