- หน้าแรก
- ตำนานจอมยุทธ์ภูต เปิดระบบลงชื่อรับเจ้าหญิงเปลวเพลิง
- บทที่ 22: การทดสอบเลื่อนระดับ
บทที่ 22: การทดสอบเลื่อนระดับ
บทที่ 22: การทดสอบเลื่อนระดับ
"หยุดก่อนเจ้าหนู ที่นี่คือสำนักวิญญาณยุทธ์ ไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าจะเดินดุ่มๆ เข้าไปได้นะ" จ้าวหมิงและเสี่ยวอู่เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ก็ถูกยามเฝ้าประตูขวางทางไว้ทันที
สำนักวิญญาณยุทธ์แห่งเมืองนั่วติงเป็นอาคารทรงโดมขนาดมหึมา เฉพาะด้านหน้ามีความกว้างกว่าร้อยเมตรและสูงถึงยี่สิบเมตร แบ่งออกเป็นสามชั้น
ตัวอาคารทั้งหลังเป็นสีน้ำตาล ตราสัญลักษณ์สำนักวิญญาณยุทธ์เหนือประตูใหญ่มีรูปดาบยาวเพียงเล่มเดียว ซึ่งเป็นเครื่องหมายระบุว่าสาขาเมืองนั่วติงเป็นเพียงสำนักระดับต่ำสุด
ยามเฝ้าประตูทั้งสองดูมีอายุราวๆ ยี่สิบปี พลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากตัวเบาบางมากจนน่าจะยังไม่ถึงระดับวิญญาจารย์ด้วยซ้ำ เพียงแค่ดูจากระดับชั้นของสำนักก็พอจะเดาได้ว่าเมืองนั่วติงนั้นมีความสำคัญน้อยเพียงใดในจักรวรรดิเทียนโต่ว
"สวัสดีครับพี่ชาย พวกเราเป็นนักเรียนปีหนึ่งจากโรงเรียนวิญญาจารย์ขั้นต้นนั่วติง จะมาขอทดสอบระดับพลังวิญญาณครับ" จ้าวหมิงชี้ไปที่เครื่องแบบที่เขาและเสี่ยวอู่สวมอยู่
ทดสอบพลังวิญญาณ?
ยามทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อย พวกเขาไม่ค่อยเห็นเด็กตัวแค่นี้มาขอทดสอบพลังวิญญาณบ่อยนัก
ขณะเดียวกัน เมื่อสังเกตเห็นเครื่องแบบของโรงเรียนนั่วติง แววตาของพวกเขาก็ฉายแววอิจฉา แม้โรงเรียนนั่วติงจะไม่ใช่โรงเรียนขั้นสูง แต่สำหรับชาวบ้านตาดำๆ แล้ว ที่นั่นก็ถือเป็นสถาบันในฝันเลยทีเดียว
"อย่างนั้นหรือ? งั้นเข้าไปได้เลย ไปที่ห้องรับรองชั้นหนึ่ง ถามหาท่านมหาวิญญาจารย์ 'หม่าซิวเนั่ว' ให้เขาช่วยพวกเจ้านะ"
จ้าวหมิงพยักหน้า ก่อนจะจูงมือเสี่ยวอู่เดินเข้าไปด้านใน
สายตาชื่นชมของยามมองตามหลังทั้งคู่ไปจนลับตา คนหนึ่งถอนหายใจออกมา "ถ้าตอนนั้นข้ามีปัญญาเรียนที่นั่วติง ป่านนี้คงได้เป็นวิญญาจารย์ไปแล้ว... ว่าแต่ โรงเรียนนั่วติงไม่มีเครื่องมือทดสอบเองหรือไง? ปกติเด็กจะมาที่นี่ก็ต่อเมื่อเลื่อนระดับไม่ใช่เหรอ ทำไมสองคนนี้ถึงมากันล่ะ?"
"ใครจะไปรู้ บางทีพวกเขาอาจจะเป็นวิญญาจารย์แล้วก็ได้มั้ง"
"เหอะ เด็กตัวแค่นี้เนี่ยนะวิญญาจารย์? รอให้โตก่อนเถอะ" อีกคนแค่นเสียงหัวเราะ
"ช่างเถอะ จะคิดมากไปทำไม ทำหน้าที่ของเราไปเถอะน่า" อีกคนส่ายหน้าแล้วเงียบเสียงลง
สำนักวิญญาณยุทธ์เมืองนั่วติงถูกสร้างขึ้นอย่างโอ่อ่าตระการตา เพียงแค่ห้องโถงหลักก็มีความสูงถึงยี่สิบเมตร
เพดานโดมด้านบนเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังช่องเล็กๆ ที่วาดลวดลายวิญญาณยุทธ์นานาชนิด พื้นหลังสีทองระยิบระยับทำให้สถานที่แห่งนี้ดูขลังและงดงามวิจิตร
ขณะที่จ้าวหมิงและเสี่ยวอู่กำลังเดินชมโถงทางเดิน เสียงสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้น
"ทำไมถึงมีเด็กตัวกะเปี๊ยกอยู่ในสำนักวิญญาณยุทธ์ได้ล่ะเนี่ย? หรือว่าคุณชายน้อยคุณหนูตระกูลขุนนางที่ไหนมาปลุกวิญญาณยุทธ์กันอีก?"
ผู้พูดคือวิญญาจารย์หญิง รูปร่างสูงโปร่งและมีสัดส่วนเว้าโค้งเย้ายวน หน้าตาจัดว่าสวยเกินมาตรฐานทั่วไป
"พวกเราเป็นนักเรียนโรงเรียนนั่วติง มาเพื่อทำการทดสอบเลื่อนระดับและวัดพลังวิญญาณครับ" จ้าวหมิงตอบกลับทันควัน
"ทดสอบเลื่อนระดับ? น้องชาย เจ้าคงเข้าใจผิดแล้วล่ะมั้ง" หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"ไม่ผิดหรอกค่ะ ทดสอบเลื่อนระดับ... เพราะพวกเราเป็นวิญญาจารย์แล้ว" เสี่ยวอู่ส่งยิ้มหวานให้
"วิญญาจารย์? แล้วพวกเจ้าอายุเท่าไหร่กัน?" นางอดถามไม่ได้
"หกขวบ"
"วิญญาจารย์หกขวบ? อย่าบอกนะว่าพวกเจ้ามีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด?" นางอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
"พี่สาวคิดว่ายังไงล่ะครับ?" จ้าวหมิงขมวดคิ้วเริ่มรู้สึกรำคาญ
เมื่อนั้นเอง 'ซือซือ' ถึงเพิ่งรู้ตัวว่านางละลาบละล้วงเกินไป ข้อมูลของวิญญาจารย์ทุกคนล้วนเป็นเรื่องส่วนตัว
"ข้าชื่อซือซือ ต้องขอโทษด้วยนะ เมื่อวานก็มีเด็กวัยเดียวกับพวกเจ้าเลื่อนระดับเป็นวิญญาจารย์เหมือนกัน ข้าเลยแค่แปลกใจน่ะ พวกเจ้ายูงเด็กกันมากจริงๆ" นางยิ้มแก้เก้อ
"เดี๋ยวพี่สาวจะพาไปที่ห้องรับรองเอง ไม่งั้นพวกเจ้าคงเสียเวลาเดินหากันแย่"
ซือซือเดินนำทั้งสองขึ้นไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่งที่คุ้นเคยแล้วผลักเข้าไป
ภายในเป็นห้องทำงานที่สว่างไสว หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีชายชราสวมชุดคลุมวิญญาจารย์สะอาดสะอ้าน บนหน้าอกติดตราสัญลักษณ์รูปดาบสามเล่ม บ่งบอกสถานะ 'มหาวิญญาจารย์'
ชายชราขมวดคิ้วทำท่าจะดุ แต่พอเห็นว่าเป็นใคร ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มทันที
"ซือซือ ทำไมมาเร็วนักล่ะ? เรานัดกันคืนนี้ไม่ใช่หรือ?" เขาหัวเราะในลำคอ "ใจร้อนหรือไง หืม?"
"อย่าพูดแบบนั้นสิคะ!" ใบหน้าของซือซือแดงซ่านขึ้นมาทันที "ถ้าพี่เทามาได้ยินเข้า..."
"แล้วซูอวิ๋นเทามันทำไม? มันก็แค่เด็กกว่าข้า อย่าลืมสิว่าใครเป็นคนพาเจ้าเข้ามาในสำนักวิญญาณยุทธ์ ถ้าไม่มีข้า วิญญาจารย์ตัวเล็กๆ อย่างเจ้า..."
"ท่านมหาวิญญาจารย์หม่าซิวเนั่ว ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ!" ซือซืออุทานอย่างลนลาน
โอ้โห ดราม่า!
แต่ช่วยไปเคลียร์กันเงียบๆ ได้ไหม ไม่ใช่ต่อหน้าเด็กแบบนี้
"พี่สาวซือซือ เราจะทดสอบกันที่นี่เหรอครับ?" จ้าวหมิงพูดแทรกขึ้นมา
ตอนนั้นเองหม่าซิวเนั่วถึงเพิ่งสังเกตเห็นแขกตัวน้อยสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังซือซือ
ซือซือบ่นอุบ "ท่านมหาวิญญาจารย์ เลิกพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว เด็กพวกนี้มาขอรับการประเมินเลื่อนระดับ ช่วยจัดการให้พวกเขาหน่อยเถอะค่ะ"
"ประเมินเลื่อนระดับ? พลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดอีกสองคนงั้นรึ?" ความประหลาดใจฉายชัดในแววตาของชายชรา
"เจ้าออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจัดการทดสอบให้พวกเขาเอง"
ห้องทดสอบตั้งอยู่อีกที่หนึ่ง หลังจากเดินผ่านระเบียงทางเดินยาว ทั้งสามก็มาถึงสุดทางเดิน
ซุ้มประตูสูงใหญ่สามบานปรากฏขึ้นตรงหน้า
"นี่คือโซนประเมินผล ประตูแต่ละบานนำไปสู่ห้องทดสอบสำหรับระดับวิญญาจารย์ มหาวิญญาจารย์ และอัคราจารย์วิญญาณ ส่วนระดับที่สูงกว่านี้ต้องไปทำเรื่องที่เมืองใหญ่" เขาผายมือให้เด็กทั้งสองเข้าประตูทางซ้ายสุด
ภายในห้องกว้างขวาง กินพื้นที่กว่าสองร้อยตารางเมตร และมีแสงสว่างส่องทั่วถึงจากหน้าต่างบานมหึมา
ทันทีที่จ้าวหมิงก้าวเข้าไป เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่มีต่อพลังวิญญาณในกาย เขาหันไปมองต้นตอทันที มันคือหินสีดำก้อนเล็กๆ ห้าก้อนที่วางเรียงรายอยู่รอบห้อง คอยดูดซับพลังงานอย่างเงียบเชียบ