- หน้าแรก
- ตำนานจอมยุทธ์ภูต เปิดระบบลงชื่อรับเจ้าหญิงเปลวเพลิง
- บทที่ 10: เหยียนหลิงจีลงมือ
บทที่ 10: เหยียนหลิงจีลงมือ
บทที่ 10: เหยียนหลิงจีลงมือ
พ่อของเสี่ยวเฉินอวี่เป็นถึงเจ้าเมืองนั่วติง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล้าทำตัวกร่างเช่นนี้ สำหรับเขาแล้ว ตราบใดที่ไม่ทำอะไรเกินเลยไปนัก แม้แต่อาจารย์ในโรงเรียนก็แทบไม่อยากจะเข้ามายุ่งวุ่นวาย
ด้วยความที่เห็นพฤติกรรมต่างๆ ของบิดาในแวดวงขุนนางมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงพอจะซึมซับมาดของผู้มีอิทธิพลมาบ้าง ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาคิดถึงคือภูมิหลังของจ้าวหมิง
พ่อของเขาเคยเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ในโลกนี้มีตระกูลใหญ่บางตระกูลที่ห้ามล่วงเกินอย่างเด็ดขาด พวกเขาน่ากลัวยิ่งกว่าราชวงศ์เสียอีก ราชวงศ์ยังต้องรักษาภาพลักษณ์ แต่ตระกูลใหญ่เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน การทำให้พวกเขาโกรธหมายถึงจุดจบของชีวิต
"เจ้าเป็นนักเรียนทุนทำงานจริงหรือ?" เสี่ยวเฉินอวี่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
จ้าวหมิงพยักหน้าเรียบๆ ในความคิดของเขา ตราบใดที่สยบเสี่ยวเฉินอวี่ได้ ปัญหาในโรงเรียนนั่วติงก็น่าจะลดน้อยลงไปมาก ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาเรื่องนักเรียนทุนถูกรังแก แต่ยังเป็นการสร้างบารมีให้ตัวเองไปในตัว "มาเริ่มกันเถอะ"
ลูกธนูเมื่อขึ้นสายแล้วย่อมต้องยิงออกไป สำหรับเสี่ยวเฉินอวี่ หากเขาถอยตอนนี้ บารมีในหมู่ลูกสมุนคงตกต่ำลงฮวบฮาบ ดังนั้นไม่ว่าคู่ต่อสู้จะมีภูมิหลังเช่นไร เขาก็ต้องกัดฟันสู้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม เขายังคงยั้งมือไว้ส่วนหนึ่ง ต่อให้เอาชนะนักเรียนทุนปีหนึ่งคนนี้ได้ เขาก็ทำร้ายอีกฝ่ายไม่ได้ มิฉะนั้น ต่อให้อีกฝ่ายเป็นแค่คนธรรมดา บรรดาอาจารย์ในโรงเรียนคงไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่
ก่อนหน้านี้ที่คนพวกนั้นไม่สนใจ เพราะคนที่เขาไปรังแกไม่มีค่าพอให้ต้องมาผิดใจกับเขา แต่ตอนนี้ คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นเกินไป หากเขาสร้างปัญหาให้อีกฝ่าย พวกอาจารย์คงไม่ไว้หน้าเขาแน่
เสี่ยวเฉินอวี่เป็นคนที่สองที่จ้าวหมิงประมือด้วย ครั้งแรกคือหูเลี่ยนา ตอนนั้นเหยียนหลิงจีมีความได้เปรียบทางธาตุต่อหูเลี่ยนาอย่างสมบูรณ์ ทำให้จ้าวหมิงเอาชนะหูเลี่ยนาที่มีระดับยี่สิบเอ็ดได้อย่างพลิกความคาดหมาย มิฉะนั้น หากเป็นมหาวิญญาจารย์คนอื่น จ้าวหมิงคงตายไปแล้ว
ความจริงแล้วจ้าวหมิงรู้จากระบบว่า พลังที่แท้จริงของเหยียนหลิงจีสามารถแสดงออกมาได้เทียบเท่ากับระดับสิบหกหรือสิบเจ็ดเท่านั้น
เพราะมิติ 'ภิภพเพลงสวรรค์เคลื่อนนภา' ที่เหยียนหลิงจีจากมานั้นเป็นโลกยุทธ์ระดับต่ำ และสิ่งที่เหยียนหลิงจีฝึกฝนก็ไม่ใช่สุดยอดวิชา ประกอบกับข้อจำกัดที่นางต้องใช้พลังวิญญาณของเขาในการโจมตี มีพลังระดับนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว
ทว่า เพียงเท่านี้ก็เกินพอที่จะจัดการกับปลาซิวปลาสร้อยอย่างเสี่ยวเฉินอวี่
เสี่ยวเฉินอวี่พุ่งตัวเข้าหาจ้าวหมิงอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับวงแหวนวิญญาณ พละกำลังของเขาก็เหนือกว่านักเรียนทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด
ทันทีที่ร่างของเสี่ยวเฉินอวี่พุ่งออกไป พลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ครอบคลุมพื้นที่รอบตัวจ้าวหมิงในรัศมีสามตารางเมตร
เสี่ยวเฉินอวี่รู้ซึ้งถึงข้อได้เปรียบของตนเองดี ในฐานะวิญญาณยุทธ์สัตว์ ความเสียหายจากพลังระเบิดและความเร็วอันน่าทึ่งนั้นรุนแรงมหาศาล
แต่ทว่า ร่างที่กำลังพุ่งทะยานของเขากลับต้องชะงักกึกในทันที
เพราะจู่ๆ หญิงสาวเลอโฉมผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าเขา
เรือนผมสีดำยาวสลวย
ใบหน้าหมดจดงดงาม
ส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวน
เอวบางร่างน้อย
ต่อให้เสี่ยวเฉินอวี่จะแก่แดดเกินวัย แต่เขาก็ยังเป็นเพียงเด็กชายอายุสิบเอ็ดสิบสองปี เคยเห็นภาพเช่นนี้ที่ไหนกัน?
ขนาดผู้ใหญ่เห็นเข้าก็คงยากจะอดใจไหว!
เมื่อเห็นว่ากำลังจะพุ่งชนนาง เสี่ยวเฉินอวี่รีบเบรกตัวโก่ง
แต่ด้วยความเร็วขนาดนั้น เสี่ยวเฉินอวี่จะหยุดร่างกายดั่งใจนึกได้อย่างไร?
ภายใต้แรงเฉื่อย ร่างของเสี่ยวเฉินอวี่จึงถลาไปข้างหน้า ล้มกลิ้งลงกับพื้น
เขาหมอบราบลงตรงหน้าเหยียนหลิงจีพอดี
สายลมกรรโชกแรงพัดชายกระโปรงของเหยียนหลิงจีให้เลิกขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนภายใต้ร่มผ้า
"สวยจัง"
เลือดกำเดาสองสายพุ่งกระฉูดออกจากรูจมูกของเสี่ยวเฉินอวี่ แต่เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ กลับเอาแต่จ้องมองตาค้างพร้อมรอยยิ้มเคลิบเคลิ้ม
"ตายซะ" เสียงหวานใสเล็ดลอดจากลำคอของเหยียนหลิงจี จากนั้นนางก็กระทืบเท้าลงบนใบหน้าของเสี่ยวเฉินอวี่
"เดี๋ยว อย่าเพิ่งฆ่าเขา" จ้าวหมิงสีหน้าเปลี่ยนไป รีบออกคำสั่งห้ามเหยียนหลิงจีทันควัน
เมื่อได้ยินคำสั่งจ้าวหมิง เท้าของเหยียนหลิงจีที่กดลงไปก็หยุดชะงัก มันวางอยู่บนหน้าของเสี่ยวเฉินอวี่ แต่ไม่ได้ออกแรงกดต่อ
เขาไม่คิดว่าเสี่ยวเฉินอวี่จะถูกสยบได้เร็วขนาดนี้ แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
จ้าวหมิงเดินเข้าไปหาเสี่ยวเฉินอวี่ช้าๆ แล้วถามว่า "เจ้ายอมรับความพ่ายแพ้หรือยัง?"
ทว่า เสี่ยวเฉินอวี่ไม่ได้ตอบเขา แต่กลับทำหน้าเหม่อลอย
จ้าวหมิงรู้สึกฉงนใจเล็กน้อย
แต่ไม่นาน เขาก็รู้ตัวว่าเสี่ยวเฉินอวี่กำลังมองอะไรอยู่
ในตอนนี้เสี่ยวเฉินอวี่นอนหงายหน้า แม้จะถูกเหยียนหลิงจีเหยียบหน้าอยู่ แต่มันไม่กระทบวิสัยทัศน์ของเขาเลย สายตาของเขาจับจ้องไปยังน่องขาวเนียนของเหยียนหลิงจีส่วนที่โผล่พ้นชายกระโปรงออกมา
"บัดซบ" จ้าวหมิงโกรธจัด เตะเปรี้ยงเข้าที่ตัวเสี่ยวเฉินอวี่จนกระเด็น
ข้าเองยังไม่ได้เชยชมเลยด้วยซ้ำ!
ไอ้เด็กบ้า กล้าดียังไงมาจินตนาการลามกกับหุ่นเชิดของข้า? จ้าวหมิงสบถในใจ
หลังจากโดนจ้าวหมิงเตะจนกระเด็น เสี่ยวเฉินอวี่ก็ได้สติกลับมาในที่สุด
สายตาของเขาลอกแลกสลับไปมาระหว่างจ้าวหมิงกับเหยียนหลิงจี
"เจ้า... นี่คือวิญญาณยุทธ์ของเจ้าหรือ?" เสี่ยวเฉินอวี่ถามพร้อมรอยยิ้มขื่น
"ไม่ใช่เรื่องของเจ้า" จ้าวหมิงขมวดคิ้ว
"เรื่องวันนี้ข้าขอโทษด้วย ต่อไปข้าจะไม่หาเรื่องพวกเจ้าอีก" เสี่ยวเฉินอวี่กล่าวอย่างยอมจำนน
เขาไม่คิดว่าเสี่ยวเฉินอวี่จะคุยง่ายขนาดนี้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี จ้าวหมิงก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องพูดอะไรมากความ
วงแหวนวิญญาณสีส้มส่องสว่างวาบ ร่างของเหยียนหลิงจีก็หายวับไป จ้าวหมิงเก็บวิญญาณยุทธ์กลับเข้าร่างแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ
เวลานี้ ทั้งชั้นหนึ่ง ชั้นสอง และบันไดทางเดิน เต็มไปด้วยผู้คนแออัดยัดเยียด ทั้งนักเรียนและอาจารย์ ในจำนวนนั้นเขาเห็นคนคุ้นหน้าสองคน ถังซานและอาจารย์ใหญ่
ดูเหมือนทุกคนจะมามุงดูเรื่องสนุกกันถ้วนหน้า
สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันไป บ้างตื่นตะลึง บ้างอิจฉาริษยา บ้างหวาดกลัว บ้างเคียดแค้น... แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่านับจากวันนี้ไป ชื่อของจ้าวหมิงคงโด่งดังไปทั่วโรงเรียนนั่วติงอย่างแน่นอน