เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 91 : ปืนใหญ่เวทมนตร์บนป้อมปราการ

ตอนที่ 91 : ปืนใหญ่เวทมนตร์บนป้อมปราการ

ตอนที่ 91 : ปืนใหญ่เวทมนตร์บนป้อมปราการ


ตอนที่ 91 : ปืนใหญ่เวทมนตร์บนป้อมปราการ

“โอ้? มันคืออะไรงั้นเหรอ?” เล่ยเซียวอดสงสัยไม่ได้

“ปืนใหญ่เวทมนตร์เจ้าค่ะ!”

แม้ว่าเล่ยเซียวจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอ แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความจริงจังในน้ำเสียงของเธออยู่ดี

จากนั้นเล่ยเซียวก็ฟังคำอธิบายของเฉาเหยียน

พูดง่ายๆ ปืนใหญ่เวทมนตร์ในโลกใบนี้ก็คืออุปกรณ์ขยายพลังเวทมนตร์นั่นเอง

หลังจากอัดพลังเวทมนตร์จำนวนมากเข้าไป มันก็จะสามารถปลดปล่อยการโจมตีออกมาได้

ในแง่ของรัศมีการโจมตีและพลังทำลายล้างแล้ว มันก็เหนือกว่าเวทมนตร์ทั่วไปที่ถูกปลดปล่อยออกมาตามปกติเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ มันก็ยังขึ้นอยู่กับวงจรเวทมนตร์ที่ถูกฝังเอาไว้ภายในปืนใหญ่เวทมนตร์ที่จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันด้วย แต่ของสิ่งนี้ย่อมสามารถสร้างพลังทำลายล้างอันมหาศาลได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

นอกจากนี้ ข้อเสียของปืนใหญ่เวทมนตร์ก็มีแค่มันต้องมีเวลาคลูดาวน์ที่นานหลังจากโจมตีออกไปหนึ่งครั้ง และไม่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

สุดท้าย ตามการประเมินของเฉาเหยียน เมื่อพิจารณาจากออร่าที่ผิดปกติและความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย ปืนใหญ่เวทมนตร์นี้ก็น่าจะเป็นปืนใหญ่เวทมนตร์ระดับสองที่สามารถปลดปล่อยเวทมนตร์ระดับสองอันทรงพลังออกมาได้

แม้ว่าภายใต้สถานการณ์ปกติ มันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถสร้างความเสียหายถึงตายให้กับยอดฝีมือระดับสามขึ้นไป แต่มันก็ย่อมเป็นอันตรายต่อชีวิตสำหรับเหล่าคนที่อยู่ในระดับสองลงมาเลยทีเดียว

ส่วนเหตุผลที่ปืนใหญ่เวทมนตร์ที่อีกฝ่ายใช้นั้นอยู่ในระดับสองก็เป็นเพราะว่าปืนใหญ่เวทมนตร์นั้นหายากและมีราคาแพงมาก ดังนั้นมันจึงยากที่จะพบปืนใหญ่เวทมนตร์ที่มีระดับสามขึ้นไป

และอีกเหตุผลประการหนึ่งก็คือจำนวนพลังเวทมนตร์ที่ต้องใช้ในการสะสมพลังและระยะเวลาคลูดาวน์ของปืนใหญ่เวทมนตร์ระดับสามขึ้นไปนั้นเหนือกว่าปืนใหญ่เวทมนตร์ระดับสองเป็นอย่างมาก

สำหรับสมรภูมินี้ที่ไพร่ผลส่วนใหญ่อยู่ในระดับสองลงมานั้น แค่ปืนใหญ่เวทมนตร์ระดับสองก็คงจะเพียงพอแล้ว

“เข้าใจแล้ว”

เล่ยเซียวพยักหน้าอย่างใช้ความคิด และก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าพรแห่งกางเขนใต้ของเขาจะสามารถป้องกันการโจมตีถึงตายที่มีระดับห้าลงมาได้ แต่อุปกรณ์ช่วยชีวิตเช่นนี้ก็มีคลูดาวน์ถึง 24 ชั่วโมง ดังนั้นก่อนที่จะใช้ เขาจึงต้องคิดให้ดีๆ

อีกด้านหนึ่ง กองกำลังปิดล้อมที่นำโดยคาร่าก็ได้เข้ามาอยู่ในรัศมีของป้อมปราการแล้ว

ในเวลานั้นเอง ความผันผวนของพลังงานอันรุนแรงก็แผ่พุ่งออกมาจากเหนือป้อมปราการ ซึ่งแม้แต่เล่ยเซียวก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจน

ปัง!

จุดสีดำที่ไม่ค่อยชัดเจนปรากฏขึ้นเหนือกองพันของคาร่าในทันใด และในพริบตา ไพร่พลของกองทัพเซิ่งเย่ที่เตรียมจะโจมตีป้อมปราการก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบสนอง

จุดสีดำเริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหันและใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมรัศมีของทหารกว่า 50 คน จากนั้นก็ก่อตัวขึ้นเป็นทรงกลมโปร่งแสงสีดำที่ปกคลุมท้องฟ้าและดวงอาทิตย์เอาไว้

เหล่าทหารที่อยู่ภายใต้ทรงกลมนั้นไม่มีเวลาแม้แต่จะแหงนหน้าขึ้นมองซะด้วยซ้ำ

อึดใจต่อมา ทรงกลมสีดำขนาดใหญ่ก็เริ่มหดตัวเข้ามาอย่างกะทันหัน และหายไปต่อหน้าทุกคนพร้อมกับทหารกว่า 50 คนนั้น ทิ้งไว้เพียงแขนและขาเพียงไม่กี่ข้างที่อยู่ตามขอบของทรงกลมสีดำ

เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้จบลง ทุกคนก็เริ่มได้สติกลับมา

เพียงชั่วพริบตา อัศวินเกราะหนักระดับสองกว่า 20 คน และอัศวินเกราะเบาระดับหนึ่งกว่า 30 คนก็ถูกกลืนหายไปในทรงกลมสีดำอย่างไร้ร่องรอย

เพราะด้านหน้าป้อมปราการนั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดังนั้นเล่ยเซียวที่อยู่ในแนวหลังจึงสามารถมองเห็นภาพฉากนี้ได้อย่างชัดเจน

“พระเจ้าช่วย นี่คือพลังของปืนใหญ่เวทมนตร์งั้นเหรอ?”

หลังจากตกใจอยู่สักพัก เล่ยเซียวก็เลียริมฝีปากและพูดออกมาด้วยความคาดหวัง “สงสัยจังว่ามันจะสามารถอัพเกรดได้ไหม? ถ้าฉันมีโอกาส ฉันก็ต้องครอบครองปืนใหญ่เวทมนตร์ให้ได้”

“นายท่าน นั่นมันเวทมนตร์มิติระดับสอง—หลุมดำ!”

น้ำเสียงที่ดูตื่นตระหนกเล็กน้อยของเฉาเหยียนดังขึ้นจากข้างๆ เล่ยเซียวอีกครั้ง “อย่างมากหลุมดำทั่วไปก็สามารถกลืนกินคนได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่หลุมดำนี้ก็สามารถกลืนกินคนได้เกือบครึ่งหน่วยในครั้งเดียว ดูเหมือนว่ามันจะเป็นปืนใหญ่เวทมนตร์มิติระดับสองจริงๆ!”

“เข้าใจแล้ว” หลังจากเงียบไปสักพัก เล่ยเซียวก็ถามออกมาอีกครั้ง “มีความเป็นไปได้ไหมที่ปืนใหญ่เวทมนตร์แบบนี้จะระเบิดออกมา?”

“อ๊ะ?”

น้ำเสียงของเฉาเหยียนหยุดชะงักไป

จากนั้นเธอก็ตอบ “มีความเป็นไปได้ที่มันจะระเบิดออกมาจริงๆ หากถูกอัดพลังเข้าไปมากเกินไปเจ้าค่ะ”

เฉาเหยียนเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง และพูดต่อ “อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นนักเวทระดับหนึ่งก็สามารถสัมผัสถึงขีดจำกัดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ปกติ สถานการณ์แบบนี้จึงแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลยเจ้าค่ะ”

“เข้าใจแล้ว” เล่ยเซียวพยักหน้าเล็กน้อย หรี่ตาลง และมองไปยังสมรภูมิที่อยู่ไม่ไกลกันนักต่อ

อีกด้านหนึ่งบนสมรภูมิ คาร่าก็รู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอกำลังหลั่งเลือดออกมาในขณะที่เธอมองดูเหล่าอัศวินเกราะหนักระดับสองกว่า 20 คนที่เธอฝึกฝนมาอย่างหนักตลอดหลายปีต้องถูกสังหารไปในพริบตา

แต่ในเวลานี้ ลูกศรก็ได้ถูกยิงออกมาแล้ว มันจึงไม่มีทางย้อนกลับได้ ดังนั้นเธอจึงเม้มปากและนำเหล่าทหารที่กำลังตื่นกลัวบุกต่อ

“มันเป็นปืนใหญ่เวทมนตร์จริงๆ…”

เยี่ยซือที่ตามหลังมาติดๆ มีอาการสั่นสะท้านในลำคออย่างไม่รู้สึกตัว และมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนศีรษะ

ด้วยความแข็งแกร่งของเขา อย่างมากเขาก็สามารถรับมือกับศัตรูระดับสามในป้อมปราการได้

และในตอนนี้ที่มีปืนใหญ่เวทมนตร์เพิ่มขึ้นมาอีก มันก็เป็นสัญญาณชัดเจนว่าโอกาสที่พวกเขาจะยึดป้อมปราการนี้ได้ลดลงสู่จุดต่ำสุดแล้ว

แต่คำสั่งของผู้บัญชาการสูงสุดก็เป็นดั่งขุนเขาอันหนักอึ้ง และเขาก็ต้องเชื่อฟัง

จากนั้นศึกตีป้อมปราการอันรุนแรงก็เริ่มต้นขึ้น

ก่อนที่ป้อมปราการด้านหน้าจะอยู่ภายในระยะการโจมตีทั้งหมด เยี่ยซือก็ทนไม่ไหวแล้วและสั่งให้หน่วยนักเวททั้งสามเปิดฉากโจมตีระลอกแรก

หลังจากการโจมตีด้วยเวทมนตร์หลากสีสันพุ่งออกไป ศัตรูที่อยู่บนป้อมปราการก็โจมตีสวนกลับมาอย่างรุนแรงเช่นกัน

จากนั้นทหารอีกกลุ่มที่เข้าโจมตีป้อมปราการจากในแนวหน้าก็เริ่มล้มลงพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

หลังจากการโจมตีอยู่หลายระลอก แม้ว่าเวทมนตร์ของเยี่ยซือจะรุนแรงมาก แต่สองหมัดก็ไม่อาจเอาชนะสี่มือได้

นอกจากนี้ศัตรูยังได้ยิงปืนใหญ่เวทมนตร์ออกมาอีกครั้ง หลังจากทิ้งศพไว้นับร้อยอีกครา กองกำลังผสมก็ต้องกลับไปมือเปล่า และไม่สามารถแตะกำแพงด้านบนได้ด้วยซ้ำ

“บัดซบ! ไอ้พวกระยำเอ้ย!”

หลังจากถอยหนีกลับมาด้วยความอับอาย คาร่าก็พูดออกมาด้วยความโกรธ

เห็นได้ชัดว่าแม้น้ำเสียงของเธอจะแข็งกร้าว แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาในน้ำเสียงของเธอก็คือความรู้สึกไร้พลัง

ความกระตือรือร้นและความเย่อหยิ่งในอดีตของเธอได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว

“ดูเหมือนว่าพวกเราต้องคิดหาทางอื่นแล้ว มิฉะนั้นแม้ว่ากองทัพของพวกเราจะถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น แต่ข้าก็เกรงว่าพวกเราก็คงจะไม่สามารถทำอะไรกับศัตรูได้เลย”

เยี่ยซือถอนหายใจออกมาและส่ายหัว

เนื่องจากเขาก็โดนอีกฝ่ายโจมตีสวนกลับมาด้วย เสื้อผ้าชนชั้นสูงของเขาที่เคยสะอาดสะอ้านก็มีรูใหญ่หลายจุดปรากฏขึ้นมา และทำให้สภาพของเขาดูยุ่งเหยิงมาก

“รายงานขอรับ!”

ในเวลานั้นเอง หน่วยลาดตระเวนที่ออกไปตรวจสอบการเคลื่อนไหวของศัตรูในบริเวณใกล้เคียงก็ควบม้ากลับมา

หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนลงจากม้าและเดินเข้ามาหาเยี่ยซืออย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “หัวหน้า พวกเราพบร่องรอยของศัตรูกลุ่มใหม่อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร และพวกมันก็กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ มันมีทหารม้าเกราะเบา 2 หน่วย และทหารราบอีก 3 หน่วยขอรับ!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เยี่ยซือและคาร่าก็อึ้งไปก่อนที่จะเริ่มมองหน้ากัน

มีป้อมปราการอยู่ข้างหน้าและหน่วยล่าสังหารทางด้านหลัง เรียกได้ว่าปัญหาถาโถมเข้ามาไม่หยุดเลยทีเดียว

ถ้าศัตรูบนป้อมปราการฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้บุกเข้ามาด้วยล่ะก็ พวกเขาก็จะโดนโอบโจมตีจากสองทิศทางเลยทีเดียว และสถานการณ์ก็คงจะร้ายแรงมากๆ

ในเวลานั้นเอง มันก็มีเสียงที่ฟังดูเกียจคร้านดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของคนทั้งสอง “หัวหน้า ทำไมไม่ลองให้หน่วยของข้าจัดการกับป้อมปราการนี้ดูล่ะ?”

จบบทที่ ตอนที่ 91 : ปืนใหญ่เวทมนตร์บนป้อมปราการ

คัดลอกลิงก์แล้ว