เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 87 : ศึก ณ ช่องเขาไร้นาม (1)

ตอนที่ 87 : ศึก ณ ช่องเขาไร้นาม (1)

ตอนที่ 87 : ศึก ณ ช่องเขาไร้นาม (1)


ตอนที่ 87 : ศึก ณ ช่องเขาไร้นาม (1)

จากนั้นกองพันของเยี่ยซือก็เริ่มเดินทัพเข้าสู่สมรภูมิอย่างเกรียงไกร

ในเวลาเดียวกัน เล่ยเซียวก็รับรู้รายละเอียดของกองทัพนี้ได้ในไม่ช้า

แนวหน้าคือหน่วยทหารม้าเกราะหนักระดับสองที่มีรองหัวหน้าคาร่าเป็นผู้นำ

ส่วนทางปีกซ้ายและขวาก็เป็นหน่วยทหารม้าเกราะเบา

ตรงกลางคือหน่วยนักเวทสามหน่วยที่มีหัวหน้าเยี่ยซือเป็นผู้นำ ส่วนหน่วยรักษาที่เป็นส่วนผสมของนักบวช ทหารราบเกราะหนัก และทหารราบเกราะเบาก็ประจำการอยู่ในแนวหลัง

“การจัดขบวนทัพดูเป็นระบบมาก เมื่อพวกเราพบเจอกับศัตรูอย่างกะทันหัน หน่วยอัศวินทั้งห้าที่ประกอบไปด้วยหน่วยอัศวินเกราะหนักหนึ่งหน่วยและหน่วยอัศวินเกราะเบาอีกสี่หน่วยก็จะใช้ความคล่องตัวที่สูงเพื่อทำลายรูปแบบขบวนทัพของศัตรูได้อย่างรวดเร็ว”

เล่ยเซียวพยักหน้าและครุ่นคิดต่อ “จากนั้นหน่วยนักเวทที่อยู่ตรงกลางก็จะเปิดฉากโจมตีจากระยะไกล และถ้าพวกเขาได้สำแดงพลังอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเป็นกองทหารราบเกราะหนักที่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดก็คงจะไม่สามารถยันไว้ได้นาน”

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กองพันผสมที่มีเล่ยเซียวเป็นผู้นำก็เริ่มเดินทัพด้วย

ในส่วนของตำแหน่งของเล่ยเซียวและพรรคพวกนั้น พวกเขาก็อยู่ในแนวหน้าถัดมาจากหน่วยป้องกันและได้รับการป้องกันแบบรอบด้าน

“ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจกองพันชั่วคราวนี้เท่าไร อย่างไรก็ตาม มันก็เข้าใจได้”

ในเวลานี้ เล่ยเซียวที่เริ่มคุ้นชินกับดาบใหญ่แล้วก็สอดส่องไปทางซ้ายและขวา จากนั้นก็ครุ่นคิดต่อ

หลังจากเลื่อนระดับเป็นระดับสองแล้ว เขาก็สามารถกวัดแกว่งดาบใหญ่ที่มีน้ำหนักนับสิบกิโลกรัมได้อย่างง่ายดาย

“ในตอนนี้ ตำแหน่งที่เราอยู่ก็มีการป้องกันจากทหารม้าทางปีกซ้ายและปีกขวา และยังมีการป้องกันจากทหารราบในแนวหลังด้วย มันน่าจะถือว่าเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว”

“ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าจะมีการจู่โจมอย่างกะทันหันของกองทัพเหลิ่งเหยียน แต่ฉันก็น่าจะมีเวลาตอบสนองและวางแผนได้ทัน”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เล่ยเซียวก็ถอนสายตากลับมาอย่างช้าๆ และเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เริ่มมองไปยังหน่วยนักเวทที่เดินอยู่ข้างหน้า และมองต่อไปยังศูนย์กลางกองทัพอย่างผู้บัญชาการเยี่ยซือที่อยู่บนหลังม้า

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโอกาสการสู้รบจริงที่หายากนี้จะช่วยให้สามารถสังเกตการณ์การวางกำลังและการต่อสู้ระหว่างกองทัพเหลิ่งเหยียนและกองทัพเซิ่งเย่ได้อย่างใกล้ชิดอย่างไม่ต้องสงสัย”

เล่ยเซียวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นบนฝ่ามือ

เขาคิดกับตัวเอง “ด้วยวิธีนี้ ฉันก็จะสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ยิ่งฉันรู้จักคู่ต่อสู้มากเท่าไร โอกาสที่ฉันจะได้รับชัยชนะก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”

ในขณะที่เล่ยเซียวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น กองทัพก็หยุดลงในทันใด

ในเวลาเดียวกัน คนส่งสารวัยกลางคนที่อยู่กลางกองทัพก็เริ่มควบม้ามาหากองพันที่อยู่ในแนวหลัง

เขาชูธงสีแดงขึ้นและตะโกนออกมา “มีกองกำลังของศัตรูที่มีขนาดประมาณกองพันอยู่ด้านหน้า ทุกคนปฏิบัติตามการจัดทัพที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและเตรียมพร้อมรับศึก!”

“บ้าเอ้ย การต่อสู้เริ่มขึ้นเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาก็ส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามทั้งห้าที่อยู่รอบๆ ว่าอย่าเพิ่งบุ่มบ่าม จากนั้นเล่ยเซียวก็เริ่มสั่งการหน่วยต่างๆ และทำตามสิ่งที่คนส่งสารกล่าว

ในเวลานี้ หน่วยทหารม้าเกราะเบาทั้งสี่ในบริเวณปีกทั้งสองข้างของกองทัพก็ได้ขยับเข้าไปประจำตำแหน่งอยู่ในแนวหน้าของกองทัพแล้ว

พวกเขาร่วมมือกับทหารม้าเกราะหนักที่ประจำอยู่ในแนวหน้าอยู่แล้วเพื่อก่อตัวขึ้นเป็นขบวนทัพรูปทรงกรวยที่เหมือนกับหัวลูกศร

ด้วยเหตุนี้มันจึงมีหน่วยทหารม้า 5 หน่วยที่มีไพร่พลประมาณหน่วยละ 100 คนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบพร้อมธงรบสีน้ำเงินเข้มที่โบกสะบัดไปมา

ม้าของพวกเขาเหยียบย่ำพื้นดินออกไปพร้อมกับเสียงร้องทุ้มต่ำ

หอกแวววาวกว่า 500 อันที่ยาวกว่า 2 เมตรได้ชี้ไปที่แนวรบของศัตรูที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อหอกเหล่าพุ่งออกไป สิ่งเดียวที่ศัตรูจะรู้สึกได้ก็คือความกลัวที่ไม่อาจควบคุมได้และความตายที่คืบคลานเข้ามา

ส่วนกองพันชั่วคราวของเล่ยเซียวนั้น หน่วยทหารราบเกราะหนัก 2 หน่วยก็ถูกมอบหมายให้มาประจำการทางปีกซ้ายของหน่วยนักเวททั้งสามหน่วยที่อยู่กลางกองทัพ และรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยทางฝั่งปีกและแนวหลัง

ส่วนฝั่งตรงข้ามนั้น ณ บริเวณช่องแคบที่ห่างออกไปประมาณ 1,000 เมตร มันก็มีธงสีแดงเพลิงที่กำลังโบกสบัดอยู่

ภายในกองทัพของศัตรูประกอบไปด้วยทหารราบเกราะหนักที่ถือโล่ขนาดใหญ่และเตรียมพร้อมรับศึกอยู่เป็นจำนวนมาก และพวกเขาก็ได้สร้างแนวป้องกันอันแข็งแกร่งขึ้นมาโดยอิงตามภูมิประเทศ

อย่างไรก็ตาม เล่ยเซียวก็ได้ตรวจสอบช่องเขาแห่งนี้ก่อนที่จะไปถึงเมืองหยาเซียงแล้ว

ภูมิประเทศโดยรอบนั้นลาดชันมาก และเป็นทางเดียวที่ผู้คนจากพื้นที่ใกล้เคียงจะไปถึงสนามรบหลักได้

อย่างไรก็ตาม นั่นยังหมายความว่ากองทัพเหลิ่งเหยียนย่อมไม่สามารถซ่อนกองกำลังซุ่มโจมตีบนหน้าผาสูงชันได้

“ดูเหมือนว่าการต่อสู้ ณ ช่องเขาไร้นามแห่งนี้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วสินะ”

สายตาของเล่ยเซียวมองผ่านช่องว่างบนหมวกเกราะและเลื่อนไปยังป่าเล็กๆ ข้างทางโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นเขาก็ครุ่นคิด

ถ้ามีศัตรูคอยซุ่มโจมตีอยู่ มันก็คงจะเป็นป่าแห่งนี้แน่ๆ

“นายท่าน มันมีการเคลื่อนไหวในป่าขอรับ”

ในเวลานั้นเอง เสียงของหู่จางก็ดังขึ้นในหูของเล่ยเซียว

“โอ้? มีการซุ่มโจมตีอยู่จริงๆ เหรอ?”

เล่ยเซียวมองไปยังหน่วยลาดตระเวนที่เพิ่งกลับมาจากการลาดตระเวนไม่ไกลนัก และพูดอย่างใช้ความคิด “เป็นแบบนี้นี่เอง ศัตรูได้แอบเข้าไปในป่าเพื่อซุ่มโจมตีหลังจากที่หน่วยลาดตระเวนของเราได้ออกไปลาดตระเวนเสร็จแล้ว ดูเหมือนว่าผู้บัญชาการของศัตรูจะไม่ธรรมดาจริงๆ”

“นายท่าน นั่นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดขอรับ”

เสียงของหู่จางดังขึ้นอีกครั้ง “กองกำลังซุ่มโจมตีนี้ถูกปกปิดเอาไว้ด้วยเคล็ดวิชาการพรางตัวระดับสี่ ไม่ต้องพูดถึงผู้บัญชาการระดับสามทั้งสองคนของกองทัพเซิ่งเย่เลย แม้ว่ามันจะเป็นยอดฝีมือระดับสี่ แต่พวกเขาก็คงจะไม่สามารถจับสัมผัสคนพวกนี้ได้เลย”

“ฝ่ายตรงข้ามมียอดฝีมือระดับสี่อยู่ด้วยเหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เล่ยเซียวก็อดเผยความสงสัยออกมาไม่ได้

“ข้ายังสัมผัสไม่ได้ถึงตัวตนของยอดฝีมือระดับสี่ ดังนั้นข้าจึงเดาว่ามันน่าจะเป็นคัมภีร์เวทมนตร์ที่ผนึกทักษะการพรางตัวแบบกลุ่มระดับสี่เอาไว้ขอรับ”

หู่จางตอบกลับด้วยความเคารพในขณะที่เขาตรวจสองทุกการเคลื่อนไหวภายในป่าอย่างละเอียด

“ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าก็เกรงว่ากองทัพเซิ่งเย่คงจะเสียหายหนักแน่ ถ้าอีกฝ่ายเปิดฉากโจมตีสวนกลับ ในระยะเวลาสั้นๆ มันก็อาจจะเป็นภัยคุกคามกับฝั่งของเราได้”

เล่ยเซียวเบ้ปากและอดถอนหายใจออกมาไม่ได้

“นายท่าน พวกเราจะเอายังไงกันดี? บอกทุกคนเลยไหมว่ามีกองกำลังซุ่มโจมตีอยู่ภายในป่า?”

เพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ หู่จางจึงขยับเข้ามาใกล้เล่ยเซียวและถาม

“ไม่ หากทำแบบนี้ แม้ว่าพวกเราจะสามารถคลี่คลายวิกฤตนี้ได้ แต่มันก็คงจะทำให้คนอื่นๆ สงสัยพวกเราแน่”

เล่ยเซียวส่ายหัวทันที และหลังจากลังเลอยู่สักพัก เขาก็ถามหู่จาง “มีคนซุ่มโจมตีอยู่เท่าไร?”

“ถ้าข้าเดาไม่ผิด มันน่าจะมีพลธนูประมาณ 2 หน่วย ส่วนใหญ่อยู่ในระดับหนึ่ง และมีอีกเล็กน้อยที่อยู่ในระดับสองขอรับ”

หู่จางดึงเกราะเหล็กที่ไม่พอดีกับตัวของเขาและตอบ

“เข้าใจแล้ว งั้นพวกเราก็ลงมือช่วยพวกเขากำจัดภัยคุกคามพวกนี้กันเถอะ”

เล่ยเซียวพยักหน้าเล็กน้อยและแววตาของเขาก็เริ่มเฉียบคมขึ้นมา

จบบทที่ ตอนที่ 87 : ศึก ณ ช่องเขาไร้นาม (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว